‘เปโตรนิยา’ และ ‘แพทริเซีย’ เป็นบุตรีฝาแฝดของ‘ตระกูลโกรเชสเตอร์’
สองพี่น้องรักใคร่กลมเกลียว ตระกูลโกรเชสเตอร์จึงอยู่กันอย่างสงบสุขเรื่อยมา
ทว่า ความสงบสุขนั้นมีอันต้องสั่นคลอน เมื่อเปโตรนิยา บุตรีคนโตถูกเลือกเป็นจักรพรรดินี
จนนำไปสู่จุดจบอันแสนเศร้าที่ทั้งตระกูลถูกประหารภายใต้กิโยติน
เมื่อบุตรีคนเล็กของตระกูลอย่างแพทริเซียลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่า
เธอได้ย้อนเวลากลับมา ณ จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม
ครั้นได้เห็นรอยยิ้มสดใสของผู้เป็นพี่สาวอีกครั้ง แพทริเซียก็ปฏิญาณตนในใจอย่างแน่วแน่
‘ข้าจะเป็นจักรพรรดินีแทนท่านพี่เอง’
แพทริเซียอาสาเข้ารับการคัดเลือกจักรพรรดินี คราวนี้เธอจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
และเพื่อการนั้น เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับทั้งความรักและความชิงชังอีกครั้ง
เธอเป็นสะใภ้ตระกูลใหญ่มา3ปี สามีเธอหยอกล้อกับหญิงอื่น เธอก็ไม่สนใจแถมยังต้มซุปบำรุงไตส่งให้สามีทุกวันวันหนึ่ง ผู้หญิงที่สามีรักที่สุดมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วบอกว่า"ฉันตั้งครรภ์แล้ว"นี่เป็นครั้งแรก ที่ลั่วมั่นได้ใช้อุบาย บังคับผู้หญิงคนนั้นทำแท้งเฟิงเฉินบีบคอของเธอ "ลั่วมั่น ที่เธออดทน3ปีมานี้ เสแสร้งต่อไปไม่ไหวแล้วใช่ไหม"เธอยิ้มจนน้ำตาไหล "excuse me ฉันก็ตั้งครรภ์แล้ว ส่วนทายาทของตระกูลเฟิง ต้องเป็นลูกชายของฉัน!"
โดย นำเรื่อง คุณสามีแห่งชาติของฉัน มาเป็นบางส่วน
บทนำ
เฉียวอันห่าว และลู่จินเหนียน ทั้งคู่แอบคบหาดูใจกันมาตลอด 13 ปี และตอนนี้พวกเขาจะต้องมาอยู่ด้วยกัน แม้ว่ามันจะเป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธความปรารถนาภายในใจของตนเองได้ ทั้งคู่ต้องเข้าสู่การแต่งงานอย่างไม่ได้ตั้งใจ ลู่จินเหนียนเป็นคนที่เย็นชา และสันโดษ ทำให้เฉียวอันห่าวต้องอยู่อย่างระมัดระวัง และเธอพบว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่ผ่านมา
สุดท้ายความรักของเขาทั้งสองจะเป็นอย่างไร จะราบรื่นหรือไม่
เรื่องย่อ
ทุกคนพยายามที่จะแสดงความรักให้ดีที่สุด แต่ในหลายๆครั้งที่พวกเขาลืมที่จะบอกกันว่า “ฉันรักคุณ”
เห้อ!
เฉียวอันห่าวทำได้เพียงแค่ถอนหายใจอย่างโล่งอก หลังจากเธอปิดประตูห้องน้ำ
จากนั้นไม่นานเธอก็เปิดก๊อกด้วยมือที่สั่นเทา เธอต้องการสงบสติอารมณ์ของเธอด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น
ทันใดนั้นก็มีคนถีบประตูห้องน้ำ ทำให้ประตูเปิดออกอย่างรุนแรง
อันเฉียวห่าวรีบหันหน้าไปหาลู่จินเหนียนที่โกรธจัดและกำลังเดินเข้ามาในห้องน้ำ
ลู่จินเหนียนคว้าข้อมือของเธอไว้ด้วยมือข้างหนึ่งแล้วเหวี่ยงไปด้านหลังอย่างแรงทำให้ตัวเธอกระแทกเข้ากับกำแพงด้านหลังของเขา
เขาเคลื่อนไหวด้วยอารมณ์ที่ร้อน จึงทำให้เขาจับเฉียวอันห่าวได้ไม่ถนัดมือนัก
เธอตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นลู่จินเหนียนก็กำคอของเธออย่างรุนแรง
เฉียวอันห่าวอ้าปากค้างอย่างตกใจ และแทบจะลืมหายใจ และได้ยินเสียงของลู่จินเหนียนที่พูดด้วยความโมโห
“เฉียวอันห่าว ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะเอาเปรียบคนอื่นแบบนี้ เธอเข้าหาฉันในตอนที่ฉันเมางั้นหรอ?”
เมื่อพูดแบบนั้นแล้ว ดวงตาของลู่จินเหนียนก็หรี่ลงเล็กน้อย ราวกับว่ามีความคิดบางอย่างเข้ามาในความคิดของเขา และเขาก็ดึงคอของเฉียวอันห่าวขึ้น และจับเงยหน้า
เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ น้ำเสียงของเขาฟังดูเย็นชาเย็นยะเยือกยิ่งกว่าอากาศในห้องน้ำเสียอีก
“เฉียวอันห่าว ถ้าฉันจำไม่ผิด เธอทำตัวไร้เดียงสาในคืนแรกของเราในฐานะคู่แต่งงาน สิ่งแรกที่เธอพูดกับฉันคือไม่ให้ฉันแตะต้องตัวเธอนี่! แต่เราเพิ่งแต่งงานกันได้สองเดือน ตอนนี้เธอ ‘เปลี่ยนใจแล้วงั้นเหรอ?”
เมื่อลู่จินเหนียนพูด เขาก็ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ บนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา ในความเป็นจริงรูม่านตาสีเข้มที่เปล่งประกายของเขายังคงสงบเหมือนอย่างเคย
อย่างไรก็ตามเขาจับเธอแรงขึ้นทำให้เธอหายใจไม่ค่อยออก ในขณะที่เขาพูด ทำให้ความโกรธและความชั่วร้ายที่น่ากลัวเผยออกมาจากร่างกายของเขา
เฉียนอันห่าวนึกถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ด้วยความกลัวและรู้สึกปวดท้อง …
เมื่อคืนลู่จินเหนียนดื่มไปเยอะมากและเธอก็ดื่มเช่นกัน ในขณะที่เมา เธอก็นอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของลู่จินเหนียนด้วยความงุนงง
แต่เธอกลับคิดว่านั่นคือความฝัน!
เธอรู้เพียงว่าเธอยังคงนอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของลู่จินเหนียน จนเมื่อนาฬิกาปลุกของเขาดังขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น
เธอรู้สึกเหมือนทั้งร่างกายของเธอถูกไฟฟ้าดูด หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีด้วยความตกใจอย่างมาก และในที่สุดเธอก็รู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นไม่ใช่ความฝันเลย
เธอกับลู่จินเหนียนแต่งงานกันได้สองเดือนแล้ว อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักและไม่มีใครรู้ว่าเขาทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน
ดังนั้นภายในสองเดือนที่ผ่านมาพวกเขาจึงไม่ได้สัมผัสกัน และปฏิบัติต่อกันเหมือนคนแปลกหน้าเมื่ออยู่นอกบ้าน
แต่ที่แปลกใจคือตอนนี้เธอผิดสัญญา …
เฉียวอันห่าวเป็นกังวลมากยิ่งขึ้น จากคำถามที่เขาถาม แม้แต่นิ้วเท้าของเธอในตอนนี้ก็ยังสั่นไปหมด เธอขบริมฝีปากของเธอ เธอตกตะลึงอยู่นานจนไม่สามารถพูดอะไรได้
ลู่จินเหนียนก็หยุดพูดเช่นกัน
ความเงียบเกิดขึ้นในห้อง และลู่จินเหนียนยังคงมองใบหน้าสวยของเฉียวอันห่าว
เฉียวอันห่าวรู้สึกกระวนกระวายใจกับสิ่งที่เขาทำในตอนนนี้ และเธอรู้สึกเหมือนว่าความคิดของเธอกำลังถูกลู่จินเหนียนอ่าน หัวใจของเธอเต้นแรงและเมื่อเธอไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้อีกต่อไป ลู่จินเหนียนก็พูดขึ้นทำลายความเงียบ
เพื่อตอบแทนบุญคุณของคุณน้าชาย วัจสาจำใจต้องแต่งงานกับชายหนุ่มที่ร่ำรวยแต่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้คนหนึ่ง ได้ยินว่าวรพลโดนไฟไหม้ทำให้เขาเสียโฉม อีกทั้งเขายังเสียความสามารถของผู้ชายไปด้วย ในคืนของวันแต่งงาน วัจสาเดินเข้าไปห้องแต่งงาน เธอถูกชายหนุ่มที่ใบหน้าอัปลักษณ์ ผิวหนังร่างกายไม่มีสักพื้นที่ดีกดอยู่ใต้ร่างกาย เธอตกใจมากเลยเปิดประตูแล้วพุ่งออกไป คนที่แต่งงานกับเธอเป็นวรพล แต่คนที่ใช้ชีวิตในบ้านเดียวกันกับเธอกลับเป็นน้องชายของสามี มองดูธัชชัยเดินเข้าใกล้มา วัจสาอึ้งไปหมด.....
พันปีก่อน นางเป็นเพียงภูตน้อยดอกฉา ขณะที่เขาเป็นจงเทียนหวังผู้ปกครองศูนย์กลางสวรรค์! ณ งานชุมนุมบุปผาที่จัดขึ้นทุกร้อยปี นางสารภาพรักกับเขาเบื้องหน้าธารกำนัล
กู้สวงส่วงถูกผู้ชายสารเลวหักหลัง แต่เมื่อเธอหันกลับมาก็เจอผู้ชายอีกคน ผู้ชายคนนี้ไม่รู้ว่ายังไงกันแน่ ครั้งแรกที่เจอ ครั้งที่สองที่เจอ ครั้งที่สามที่เจอ เขาช่วยเธอออกมาจากอันตรายทุกครั้ง เขาช่วยเธอจัดการกับพ่อสารเลวและแม่เลี้ยงขยะของเธอเพียงฝ่ามือเดียว ต่อมาเธอถึงได้รู้ว่าเขาก็คือคนที่เธอแต่งานด้วยตั้งแต่สองปีก่อนแต่เธอไม่เคยเจอหน้าเขาเลย มันเกิดขึ้นได้ยังไงเนี่ย ชายหนุ่มโยนสมุดสีแดงที่มีชื่อเธอลงมา “เด็กดี ยังไม่รีบเรียกสามีอีก บอกสามีสิให้ช่วยเธอจัดการกับขยะพวกนั้น” เฮ้ย นี่เธอกำลังจะได้หลุดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายแล้วเหรอ สองตาของกู้สวงส่วงเปล่งประกายขึ้นมา “คุณสามี โปรดช่วยฉันด้วย”
3ปี ที่ซูหนานจือเป็นคู่นอนเพียงคนเดียวของหนิงอวี้เฉิง 3ปี จากที่เธอขายร่างกาย กลายมาเป็นขายความรัก จากที่เขาจ่ายเงิน มาเป็นจ่ายหัวใจ มีข่าวลือมาว่า เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่สามารถกระตุ้นความสุข ความโกรธ ความเศร้า และความปิติยินดีของนายน้อยหนิงได้ ในข่าวลือบอกว่า เธอตั้งท้อง ในคืนที่ฝนกระหน่ำเธอถูกนายน้อยหนิงไล่ออกจากเมืองอัน และไม่ให้กลับมาอีก ..................... เขามอบงานแต่งงานอันยิ่งใหญ่แก่เธอ และผลักเธอเข้าไปในขุมนรกด้วยตัวเอง ซูหนานจือ ตระหนักในภายหลังว่าการเผชิญหน้าของพวกเขาเป็นเหมือนโศกนาฏกรรม... หลังจากที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในโลกนี้ ฉันถึงได้พบว่าคุณยังคงประทับอยู่ในหัวใจของฉันเสมอ