ฉู่เสวียนจี คือบุตรีคนรองของเจ้าสำนักเส้าหยาง นางเคราะห์ร้ายเกิดมาบกพร่องสัมผัสทั้งหก อีกทั้งยังมีนิสัยเกียจคร้านไม่สนใจฝึกวิชา แม้แต่ตั้งท่าต่อสู้อย่างศิษย์คนอื่นยังทำไม่ได้
กระนั้นสวรรค์ก็มิได้ปรานี เมื่องานชุมนุมปักบุปผาอันเป็นงานประลองยุทธ์ระหว่างห้าสำนักใกล้เข้ามา เสวียนจีโชคไม่ดีต้องรับหน้าที่เป็นหนึ่งในตัวแทนเข้าร่วมภารกิจ ‘เด็ดบุปผา’ และลงเขาไปจับมารปีศาจกลับมายังสำนัก
ด้วยเหตุนี้นางจึงได้พบกับ อวี่ซือเฟิ่ง ศิษย์เอกมากฝีมือแห่งตำหนักหลีเจ๋อกงผู้สวมหน้ากากตลอดเวลา เขาคอยช่วยเหลือนางจากปีศาจจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด และในยามคับขันนั้นเอง เสวียนจีก็เปล่งพลังสีเงินออกมาสังหารศัตรูโดยไม่รู้ตัว ช่วยให้พวกเขารอดพ้นภัยได้ในที่สุด
ในเวลานั้นเด็กน้อยทั้งสองเพียงแต่ดีใจที่เอาชีวิตรอดจากปีศาจได้ ไม่รับรู้เลยว่าแท้จริงแล้วพลังประหลาดนี้ซุกซ่อนปริศนาที่พันผูกดวงชะตาของคนทั้งคู่มาตั้งแต่อดีตกาลยาวนานนับสิบชาติภพเอาไว้…
(จบ)
หงส์สยายปีก
ในช่วงชีวิตของเธอที่ผ่านมา ไม่มีใครเป็นที่พึ่งพา…และต้องตายอย่างทรมานในคุก!
ทว่าในตอนนี้เธอได้เกิดใหม่และได้รับโอกาสในการใช้ชีวิตเป็นครั้งที่สอง
เธอเกิดมาและถูกเลือกให้ได้เป็นคนที่รับมรดก…
เธอมีความสามารถในการเปิดมิติอวกาศลึกลับ…
เธอขยันเรียนและมีสมองอันชาญฉลาดจนได้เป็นแพทย์อัจฉริยะ
เธอเปิดคลินิกเป็นของตนเอง…
เธอก่อตั้งบริษัท…
เธอซื้อบ้านและที่ดิน…
เธอได้มีโอกาสพบญาติต่างสายเลือด!
ความมั่งคั่งของเธอเริ่มเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
ในตอนนี้เธอมีคนรักมากกว่ามีคนเกลียด!
“คุณผู้ชาย! คนตละกูลเฉียวแกล้งทำเป็นว่าตนเองป่วยและไปรักษายังโรงพยาบาลที่คุณผู้หญิงจิ๋งหยุนเฉาทำงานอยู่!” คนรับใช้กล่าว
“หักขามันซะ! ทำให้มันพิการไปสะจริงๆเลย!” ชายคนหนึ่งกล่าว
“ใช่ครับ! ช่างน่าตลกที่เขาแสร้งทำตัวน่าสงสาร! แต่คุณผู้ชายคะ…ท่านกำลังทำอะไร?!” คนรับใช้พูดอย่างงงๆ
ชายผู้นั้นกลืนยาที่หมดอายุลงไปทันทีหนึ่งเม็ดและพูดว่า “ผมป่วย! ผมต้องการไปหาภรรยาเพื่อให้เธอรักษา!”