“เจ้าค่ะฮูหยิน บ่าวขอบพระคุณที่ฮูหยินเมตตาบ่าวมาโดยตลอด บ่าวลาแล้วนะเจ้าคะ”
“ขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยนะ”
“เจ้าค่ะ”
หยางฮูหยินเดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ เอื้อมมือไปลูบที่กลางกระหม่อมนางด้วยความเอ็นดู เด็กคนนี้ทำให้บุตรชายของนางเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่นางก็รักเหม่ยหวาไม่น้อย
เมื่อร่ำลาฮูหยินแล้วนางก็เดินออกมาที่หน้าจวนพร้อมกับคุณหนูซินอวี่และพี่อาเฟย ในระหว่างรอคนขับรถม้าขนของขึ้นรถ เหม่ยหวาก็ได้สนทนากับคุณหนูและพี่อาเฟยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจากกัน
“เจ้าคิดดีแล้วหรือเหม่ยเหมย ข้าอยากให้เจ้าลองคิดดูอีกครั้ง อีกหน่อยท่านพี่อาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ”
“ถึงนายท่านจะเปลี่ยนใจแต่บ่าวคงไม่เปลี่ยนใจแล้วเจ้าค่ะ บ่าวเคยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมเป็นอนุใคร แต่บ่าวยอมนายท่านเพราะความรัก แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นายท่านคงหมดรักบ่าวแล้ว ไม่มีเหตุอันใดที่บ่าวจะต้องทำเพื่อใครแล้ว”
“เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าคิดดีแล้วข้าก็ไม่ขัดอะไร ข้าคงคิดถึงเจ้าแย่เลย” ซินอวี่น้ำตาคลอ นางรู้สึกเหมือนเพื่อนกำลังจะจากนางไปแสนไกล ขาดเหม่ยหวาก็เหมือนขาดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเช่นเดียวกัน นางได้สร้างความสุขให้กับทุกคน แต่สิ่งที่นางได้รับก่อนออกไปนั่นคือเสียงร่ำไห้และน้ำตา มันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ซินอวี่โกรธพี่ชายมากจนคิดว่าคงอีกนานกว่าจะยอมสนทนาด้วย
“ขอบพระคุณคุณหนูมากนะเจ้าคะ ดูแลเองด้วยนะเจ้าคะ”
“เจ้าเองก็เช่นกัน”
ทั้งสองสวมกอดกันอย่างแนบแน่นเพื่อร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อผละตัวออกมาแล้วเหม่ยหวาก็หันไปหาพี่อาเฟยต่อทันที
“เอาไว้ว่าง ๆ ข้าไปจะเยี่ยมเจ้าที่บ้านนะเหม่ยเหมย ต่อไปนี้ข้าคงจะเหงาแย่ที่ไม่มีเพื่อนสนทนาในห้องเหมือนแต่ก่อนแล้ว”
“ยินดีต้อนรับพี่อาเฟยเสมอเจ้าค่ะ ข้าคงจะคิดถึงพี่อาเฟยมากเช่นกัน ฮึก…ดูแลสุขภาพด้วยนะเจ้าคะ”
“เจ้าเองก็เช่นกัน เดินทางปลอดภัยนะ”
“เจ้าค่ะ”
เหม่ยหวาสวมกอดสาวใช้รุ่นพี่พร้อมทั้งน้ำตา ช่วงเวลาที่อยู่ในจวนได้นอนร่วมห้อง นางคอยดูแลและให้คำแนะนำมาโดยตลอด เปรียบเสมือนพี่สาวแท้ ๆ ก็ไม่ปาน
เมื่อร่ำลากันแล้วก็ถึงที่เวลาที่จะต้องเดินทางเสียที เหม่ยหวาอดไม่ได้ที่จะส่องสายตาผ่านช่องประตูเข้าไป เผื่อว่าจะเห็นนายท่านเป็นครั้งสุดท้าย แต่ทว่ากลับไม่มีแม้แต่เงาท่านแม่ทัพ นางคงสำคัญตัวผิดไปว่าเขาจะรักและดูแลตลอดไป สิ่งที่กลัวมาตั้งแต่ต้นมันเป็นเรื่องจริง สตรีต่ำต้อยเช่นนางคงไม่คู่ควรกับเขาตั้งแต่แรกแล้ว
ในระหว่างนั่งรถม้ากลับบ้านนั้น เหม่ยหวาก็เอาแต่ร้องไห้ นั่งคิดถึงวันวานที่นางและนายท่านเคยใช้ชีวิตด้วยกัน ภาพที่เขาเคยเย็นชาใส่แต่นางกลับเอาความดื้อเข้าสู้จนเขาโมโห ภาพที่นางโกรธและเขาก็อดไม่ได้ที่จะมาง้อ มันคือความสุขในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่นางจะจดจำเอาไว้ ทว่าจะไม่มีวันให้อภัยผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอน
เมื่อมั่นใจว่าเหม่ยหวาได้ออกไปจากจวนแล้ว หยางจื่อถงก็ควบม้าตามหลังไปห่าง ๆ ทำหน้าที่องครักษ์คอยดูแลความปลอดภัยในระหว่างทาง แม้เจ็บปวดมากที่นางอยู่ตรงหน้าแต่ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงต้องตัดใจ เพราะอยากให้นางได้มีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าการต้องมาเป็นอนุภรรยาของคน
“ขอให้เจ้าโชคดีนะเหม่ยเหมย ข้าสัญญาว่าหัวใจดวงนี้จะมีเพียงเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”
มาถึงบ้านแล้วเหม่ยหวาก็รีบลงจากรถม้า วิ่งตรงไปหาบิดามารดาที่กำลังช่วยกันปลูกผักอยู่ข้างบ้าน นางสวมกอดมารดาเป็นคนแรก ส่งเสียงสะอื้นไห้ให้ได้ยินจนท่านทั้งสองต่างก็ตกใจ
“เกิดอะไรขึ้นเหม่ยเหมย ทำไมเจ้าถึงได้กลับมาแล้วร้องไห้ร้องห่มอย่างนี้”
“ข้าแค่ดีใจที่ได้กลับมากอดท่านพ่อกับท่านแม่อีกครั้งเจ้าค่ะ”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“นายท่านยกเลิกสัญญา ยอมปล่อยให้ข้าเป็นอิสระแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะกลับมาช่วยท่านพ่อท่านแม่ทำไร่ทำสวนแล้วนะเจ้าคะ”
“งั้นหรือ! ทำไมท่านแม่ทัพถึงได้ใจดีกับเจ้าเช่นนี้ แม่เองก็ดีใจมากเช่นกัน”
“เย้ ๆ ต่อไปนี้พี่เหม่ยเหมยจะกลับมาอยู่กับพวกเราแล้ว”
ทั้งสามต่างก็ดีใจที่ต่อจากนี้สมาชิกในบ้านจะครบทั้งสี่คนเช่นเดิมแล้ว โดยไม่รู้เลยว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเหม่ยหวา เพราะนางเก็บความลับเอาไว้ไม่ยอมบอกใครเพื่อให้ทุกคนสบายใจ และคืนนั้นก็มีงานเลี้ยงเล็ก ๆ ต้อนรับการกลับมาของลูกสาวคนโตของบ้าน แม้เพิ่งจะได้รับความเจ็บปวดมาหมาด ๆ ทว่าความสุขจากคนในครอบครัวก็ทำให้รอยยิ้มของนางกลับคืนมาได้
เมื่อรู้ข่าวว่าหยางจื่อถงปล่อยให้เหมยหวาเป็นอิสระอย่างที่ตนเองแนะนำแล้ว ซุนไห่ก็รีบเดินทางมาหานางที่บ้านพร้อมกับของกินของใช้จำนวนหนึ่ง นำมาเป็นของฝากให้บิดามารดาของนางเพื่อเอาใจและเร่งทำคะแนน เหม่ยหวาได้แนะนำให้บิดามารดารู้จักกับคุณชายซุนไห่ บอกว่าเป็นสหายรักของนายท่าน เป็นเช่นนั้นท่านทั้งสองก็ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
เมื่อมีโอกาสได้มาหาจึงชวนสนทนา ซุนไห่รู้ว่านางกำลังทุกข์ใจเรื่องหยางจื่อถง จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้สภาพจิตใจสตรีที่ตนรักกลับมาเป็นสีชมพูเหมือนดังเดิมให้ได้
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยังเหม่ยเหมย”
“บ่าวดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ ไม่มีที่ไหนจะมีความสุขเท่าที่บ้านอีกแล้วเจ้าค่ะ” นางหันมายิ้มให้กับชายหนุ่ม ที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ริมสระน้ำข้างกัน
“ตอนนี้เจ้าไม่ใช่สาวใช้ของบ้านหลังนั้นแล้วนะ เจ้าเป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาที่ไม่มีเจ้านาย ไม่จำเป็นจะต้องแทนตัวเองว่าบ่าวแล้วเข้าใจหรือไม่”
“เจ้าค่ะคุณชาย”
“ที่ข้ามาเยี่ยมเยียนเจ้าถึงที่นี่ เพราะอยากจะมาดูให้แน่ใจว่าเจ้าอยู่ดีมีสุขหรือไม่ ข้าเป็นห่วงเจ้ามากนะ”
“ขอบพระคุณคุณชายมากนะเจ้าคะ ยังดีกว่าใครบางคนที่ไม่เคยจะดูดำดูดีข้าเลยสักนิด ไม่มีแม้แต่คำร่ำลาบอกกัน ทั้งที่แต่ก่อนเคยบอกรักนักหนา ฮึก…มันเป็นแค่ลมปากที่ลวงล่อเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการเท่านั้น” เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้งนางก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกมาเป็นสาย เห็นอย่างนั้นซุนไห่จึงเอื้อมมือไปปาดมันออกจากแก้มให้อย่างถือวิสาสะ ดึงร่างของนางเข้ามาสวมกอดเพื่อปลอบใจ
MANGA DISCUSSION