หัวหน้าผู้อาวุโสที่มีประสบการณ์มากที่สุดในโรงพยาบาลซั่นเป่ยมีสีหน้ากลัดกลุ้มใจเช่นเดียวกัน ระหว่างเขากับตระกูลเฉินนั้นก็ถือว่ารู้จักกัน ถ้าหากเฉินเป่ยชวนเป็นอะไรขึ้นมาแม้แต่น้อย เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะบอกกับคนตระกูลเฉินและท่านผู้หญิงเช่นไรดี
เข็มอันเย็นเฉียบได้ฉีดเข้าไปในกระแสเลือดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครั้นค่าที่แสดงว่าต่ำเกินเกณฑ์บนเครื่องอุปกรณ์ข้าง ๆ ไร้ซึ่งความเปลี่ยนแปลงหรือกลายเป็นดีเลย หัวหน้าอาวุโสเองก็อดไม่ได้ที่จะมีเหงื่อผุดขึ้นมาหนาแน่นบนหน้าผากเช่นเดียวกัน
“ฉีดไฮดรอกซิลามีนเข้าไปในกระแสเลือดอีก 3 มิลลิลิตร”
“แต่ว่าหัวหน้าคะ การฉีดกับไฮดรอกซิลามีนเข้ากระแสเลือดไม่สามารถเกินขอบเขตได้นะคะ”
ยาทุกชนิดล้วนแต่มีขีดจำกัดในการใช้งานทั้งนั้น โดยเฉพาะยาเพิ่มความดันโลหิตสูงชนิดนี้ ถ้าหากใช้ในปริมาณที่เยอะเกินไป ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นเร็วเกินไป ก็มีความเป็นไปได้มากว่าสถานการณ์จะย่ำแย่ลง
“ทำตามที่ผมบอก ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นผมจะรับผิดชอบผลที่ตามมาคนเดียว”
หัวหน้าออกคำสั่งอีกรอบ ถ้าหากความดันโลหิตไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ การรักษาอื่น ๆ ก็ไร้ประโยชน์
ผู้ช่วยจึงรีบทำการฉีดเข้าไปครั้งที่สองด้วยความรวดเร็ว หลังจากที่ตัวยา 3 มิลลิลิตรเข้าสู่กระแสเลือด ชายหนุ่มที่นอนราวกับหลับใหลอยู่บนเตียงก็ชักกระตุกขึ้นมา ทำให้ผู้ช่วยหลายคนต้องตกอกตกใจยกใหญ่
“ผู้ช่วยคะ ?”
“ใช้เชือกรัดเขาไว้ แล้วทำการปั้มหัวใจโดยเร็ว”
เหงื่อบนหน้าผากของหัวหน้าอาวุโสไหลลงมาตามข้างแก้ม นางพยาบาลที่อยู่ข้าง ๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าฆ่าเชื้อเช็ดเหงื่อออกให้เขาทันที ถ้าหากการผ่าตัดนี้ล้มเหลว พวกเขาทั้งหมดทุกคนคงจะต้องถูกครอบครัวตระกูลเฉินเรียกร้องความรับผิดชอบเป็นแน่
โชคดีที่ทั้งหมดทุกคนต่างก็เป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์มากมาย แม้สถานการณ์จะยุ่งยาก ทว่าก็ยังคงไม่กระวนกระวายเนื่องจากเหตุนี้
ความดันเลือดบนเครื่องมือเพิ่มขึ้นไม่หยุด ได้ไล่ไปเข้าใกล้ค่าวิกฤตของความดันสูงที่ปลอดภัยแล้ว หัวหน้าอาวุโสเม้มปากแน่นหลังผ้าปิดปาก “ฉีดโซเดียมไนโตรปรัสไซด์ลดความดัน 2 มิลลิลิตรเข้าไปในกระแสเลือด”
วิธีการรักษาเช่นนี้ไม่เป็นที่นิยมสำหรับใช้ในขั้นตอนการผ่าขั้น การที่มนุษย์ใช้ยาในการลดและเพิ่มความดันจะทำให้ร่างกายได้รับความเสียหาย อีกทั้งผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดอยู่จะตอบสนองไวเป็นพิเศษเนื่องจากปฏิกิริยาของความดันเลือด ถ้าหากคำนวณเวลาผิดพลาดไปเพียงเล็กน้อย หรือว่าควบคุมปริมาณไม่ดีนั้น ก็สามารถส่งผลให้หัวใจของผู้ป่วยล้มเหลวได้
การฉีดยาเข้ากระแสเลือดครั้งที่สาม มือที่สงบนิ่งของผู้ช่วยก็อดไม่ได้ที่จะสั่นคลอนเล็กน้อย วิธีการผ่าตัดนี้ได้ละเมิดกฎและระเบียบการใช้ยาของโรงพยาบาลรวมถึงแนวทางการดำเนินงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทันใดนั้นเองความดันเลือดที่สูงมาตลอดอยู่ ๆ ก็ลดความเร็วในการเพิ่มลงหลังจากที่ฉีดยาเข้าไปในกระแสเลือดได้หนึ่งนาที จากนั้นก็เริ่มลดลงอย่างมั่นคงราวกับเป็นปาฏิหาริย์
เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในห้องผ่าตัดล้วนแต่มีเหงื่อออกเต็มหลังจนเปียกปอนไปหมด ดวงตาทุกคู่ต่างก็จับจ้องไปยังตัวเลขที่อยู่บนหน้าปัดเครื่องมือ จนกระทั่งไม่ลดลงอีกต่อไปพร้อมทั้งหยุดอยู่ที่ตัวเลขหนึ่ง
“หัวหน้า ความดัดเลือดมั่นคงอยู่ในขอบเขตที่ปกติแล้วค่ะ”
หัวหน้าอาวุโสจึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งออกอย่างแรง เมื่อสักครู่นี้เป็นเหมือนกับการเสี่ยงโชค ก็เพียงแค่ เขาชนะแล้ว
……
ภายนอกห้องผ่าตัด หลินผิงเป็นกังวลเดินไปเดินมาหน้าประตูไม่หยุด เมื่อเวลาดำเนินการยืดยาวเท่าไร ในใจของเขาก็ยิ่งกระวนกระวายไม่สงบนิ่งเท่านั้น
“เป่ยชวนได้รับบาดเจ็บเป็นยังไงบ้าง ?”
ทันใดนั้นเองถังอี้ก็เดินเข้ามา คำพูดที่หลินผิงเล่าให้ฟังเขารู้สึกมึนงงในตอนแรก ครั้นก็เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง เจ้าหมอนั่นต้องการที่จะเป็นวีรบุรุษอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ให้เจ้าตัวทราบ
“บอสเอาเสื้อผ้าทั้งหมดของตัวเองคลุมตัวเด็กไว้ ตอนที่ส่งมาโรงพยาบาลก็หมดสติแล้ว ผิวหนังถูกทำลายจากความเย็นจัดรุนแรงเป็นอย่างมากครับ”
หลายชั่วโมงมานี้ เบื้องหน้าเขามีฉากขณะที่ตนเองพุ่งเข้าไปในห้องเย็นฉายวนขึ้นมาไม่หยุด กล้ามเนื้อเปลือยครึ่งท่อนของบอสมีสีฟ้าคล้ำอันผิดปกติผุดขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว นั่นเป็นสภาพหลังจากที่ผิวหนังถูกทำลายจากความเย็นจัดเท่านั้นถึงจะปรากฏขึ้นมา
“สืบทราบหรือยังว่าเป็นใคร ?”
เมื่อถังอี้ได้ยินดังนั้น กำหมัดก็ยกสูงขึ้นมาอย่างแรง เป็นผู้ใดกันแน่ที่ชั่วร้ายลงมือกับเด็กตัวเล็ก ๆ เช่นนี้
“ผมส่งคนไปไล่ตามคนกลุ่มนั้นแล้วครับ ไม่รู้ว่าจะเหลือคนเป็นอยู่หรือเปล่า และก็ ผมสงสัยว่าเป้าหมายของคนกลุ่มนั้นจะไม่ใช่เด็ก แต่เป็นบอสครับ”
แววตาของหลินผิงหนักแน่นรอบคอบ ถ้าหากตนเองเดาไม่ผิด เช่นนั้นคนกลุ่มนี้ก็ไม่ใช่ผู้ที่รับมือได้ง่ายอย่างเห็นได้ชัด แถมยังเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งผู้หนึ่งอีก ซึ่งแม้แต่ความคิดของบอสก็ยังเดาออกทะลุปรุโปร่ง
“เป้าหมายคือเป่ยชวนงั้นเหรอ ?”
คนในซั่นเป่ยที่ต้องการจัดการเป่ยชวนนั้นไม่ใช่ว่าไม่มี ครั้นผู้ที่กล้าลงมือแถมยังลงมืออย่างกล้าหาญโจ่งแจ้งเช่นนี้ยังไม่มี เป็นใครกันแน่นะที่มีความกล้าเช่นนี้
ขณะที่กำลังครุ่นคิดว่าผู้ใดมีความกล้าและความสามารถเช่นนี้ ทันใดนั้นเองประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกมา ผู้ชายสองคนสบตากัน จากนั้นก็วิ่งไปหน้าประตูอย่างรวดเร็ว
“หัวหน้าจาง เป่ยชวนเป็นยังไงบ้างครับ ?”
ถังอี้รู้จักหัวหน้าจางอยู่แล้ว ถังอี้และคนของตระกูลเฉินต่างก็เชื่อมั่นในเทคนิคการแพทย์ของเขาเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาก็มีแต่ให้เขาดูอาการป่วยให้
“เกือบจะเป็นผิวหนังถูกทำลายจากความเย็นจัดระดับสี่”
หัวหน้าอาวุโสทำการผ่าตัดอยู่หลายชั่วโมง เรี่ยวแรงก็ถดถอยลงเล็กน้อย เมื่อต้องกล่าวประโยคยาว ๆ ก็ต้องหยุดพักเสียก่อน ครั้นทำให้สองคนที่รอฟังข่าวคราวนั้นกระวนกระวายใจเป็นอย่างยิ่ง
“หัวหน้าจางผิวหนังถูกทำลายจากความเย็นจัดระดับสี่หมายความว่าอะไรครับ ? รุนแรงมากเหรอครับ ?”
“รุนแรงมากนั่นแหละ แต่เขาดวงแข็งเลยรอดชีวิตมาได้ แต่ว่าการพักฟื้นผิวหนังถูกทำลายจากความเย็นจัดไม่ใช่วันสองวันก็สิ้นเรื่อง เกรงว่าทั้งเดือนนี้เขาจะต้องพักอยู่ในโรงพยาบาลแล้วแหละ”
ผิวหนังถูกทำลายจากความเย็นจัดและผิวหนังถูกทำลายจากความร้อนจัดต่างก็เป็นเรื่องปกติในสายตาผู้อื่นทั่วไป ครั้นการรักษาและการฟื้นฟูนั้นกลับเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก ต้องใช้เวลานานจึงจะสามารถทำให้ผิวหนังที่ถูกทำลายจากความเย็นจัดนั้นฟื้นฟูสมรรถภาพกลับมาเป็นปกติ
หลังจากได้ยินประโยคหลังทั้งสองคนจึงหายใจออกยกใหญ่ รอดชีวิตมาได้ก็พอแล้ว สำหรับการที่ต้องพักอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลาหนึ่งเดือนหรือสองเดือนนั้นมันไม่สำคัญเลย
หลินผิงที่อยู่ข้าง ๆ โค้งคำนับ 90 องศา “หัวหน้าจาง เหนื่อยแล้วนะครับ”
“เดิมทีการช่วยเหลือผู้คนที่เจ็บป่วยก็เป็นเรื่องที่ผมควรทำอยู่แล้ว อีกสักครู่พยาบาลจะเข็นเขาไปยังห้องผู้ป่วยพิเศษนะครับ ช่วงแรก ๆ จะต้องดูแลอย่างละเอียดหน่อย”
หัวหน้าอาวุโสกล่าวจบก็เดินด้วยความเมื่อยล้ากลับไปยังห้องพักผ่อนทันที ถังอี้มองไปยังภายในห้องผ่าตัด “โลกตอนนี้เป็นอะไรไป ทำความดีแถมยังจะไม่ไว้ชีวิตอีก ถ้าบอกเรื่องนี้กับเฉียวชูเฉี่ยนนะ ฉันรับประกันได้เลยว่าเธอจะต้องร้องไห้ฟูมฟาย จากนั้นเมื่อเป่ยชวนฟื้นขึ้นมาก็จะเข้าไปจูบอย่างบ้าคลั่งเลยแหละ”
ทั้งที่ในใจรักผู้หญิงคนนั้นจนจะเป็นจะตาย ทำเพื่อเธอทุกครั้งไปโดยที่ไม่สนใจชีวิตของตัวเอง แต่กลับแสร้งทำเป็นสีหน้าเย็นชาใจแข็ง นับถือเขาจริง ๆ
“ไม่ได้ครับ ก่อนที่บอสจะสลบไปได้บอกผมไว้โดยเฉพาะแล้วว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับคุณเฉียวเป็นอันขาด”
“ช่างเถอะ ฉันไม่สนเจ้าคนเย่อหยิ่งคนนี้แล้ว ขึ้นไปข้างบนก่อนนะ”
ถังอี้เองก็ไม่ได้ตอบโต้กลับแต่อย่างใด เรื่องที่เฉินเป่ยชวนไม่อยากทำ ในฐานะเพื่อนรัก เขาก็จะสนับสนุน สำหรับสองแม่ลูกที่อยู่ชั้นบน มุมปากอดไม่ได้ที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ บางคนไม่รู้แสร้งทำเป็นรู้ได้ไม่ยาก ครั้นการที่รู้อยู่เต็มอกแต่กลับต้องแสร้งทำเหมือนไม่รู้อะไรเลย เรื่องนี้มันยากสำหรับเขาเป็นอย่างยิ่ง
เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความแตก เขาจึงเดินขึ้นมาจากบันไดโดยเฉพาะ ครั้นก็ดันไปเจอเหยียนสือเซี่ยที่ตามหาเขาอยู่
“คุณไปไหนมา !”
“……”
“ผมไปเข้าห้องน้ำชั้นล่างมา”
“ชั้นบนมีห้องน้ำคุณไปเข้าชั้นล่างทำไม ?” เหยียนสือเซี่ยเอ่ยถามทันทีที่ได้ยินคำตอบที่ไม่สมเหตุสมผลนี้
“นี่คุณติดจากการทำงานใช่ไหม จะต้องให้ผมพาคุณไปดูห้องน้ำชั้นล่างไปทดสอบดูว่ามีฉี่ของผมหรือเปล่า ถึงจะถือว่าผมไม่ได้โกหกอย่างนี้ใช่ไหม ?”
หลังจากที่มั่นใจแล้วว่าผู้ใหญ่และเด็กไม่เป็นอะไร สมองที่เขาเครียดมาทั้งวันเพิ่งจะผ่อนคลายลงมาได้ จึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกไปอย่างเย้าหยอก
MANGA DISCUSSION