น้ำตาเธอร่วงรินโดยไม่มีสัญญาณเตือน เธอเป็นคนซื้อตะเกียบเงินนี้เอง ตอนที่ซื้อเธอตั้งใจจะซื้อแค่ตะเกียบธรรมดาๆ 2 คู่ แต่สายตากลับถูกดึงดูดด้วยตะเกียบสีเงินคู่นี้ และสุดท้ายเธอก็ซื้อมันด้วยเหตุผลเพราะคำพูดของพนักงานประโยคนั้น
เงินจะไม่เสื่อมสภาพ แม้ว่าจะถูกออกซิไดซ์จนเปลี่ยนเป็นสีดำ เมื่อใช้ผ้าเช็ดเงินเช็ดแล้วก็จะกลับมาเงางามเช่นเดิม
ในเวลานั้นเธอคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเฉินเป่ยชวนอาจจะเป็นเช่นนี้ แม้ว่าความเจ็บปวดจะถูกแยกออกและออกซิไดซ์เป็นสีดำที่เจ็บปวด แต่ก็ยังดีเหมือนเดิมเมื่อใช้ผ้าเช็ดอย่างระมัดระวัง
“เฉียวชูเฉี่ยน ทำไมแกถึงไร้เดียงสาแบบนี้นะ!”
น้ำตาไหลรินออกมาทีละหยด เธอทนไม่ได้ที่จะด่าทอตนเอง ทำไมถึงต้องไปเชื่อคำพูดของพนักงาน ทำไมต้องเชื่อว่าความรักสามารถใช้ผ้าเช็ดแล้วจะทำให้มีความสุขดังเดิม
“นี่คุณ คุณโอเคหรือเปล่า?”
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเห็นเธอหน้าซีดและนั่งร้องไห้อยู่ที่พื้น เฉียวชูเฉี่ยนเงยหน้าขึ้นและส่ายหัวพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา
“ฉันสบายดี”
ใจเธอรู้สึกเจ็บปวดเจียนตาย แต่เธอยังสบายดี อย่างน้อยก็ยังมีสติ ไม่มีวันเชื่อคำพูดโง่ๆ แบบวันนั้นอีกต่อไปแล้ว!
"เฮ้อ คงไม่ใช่คนบ้าหรอกนะ"
คนถามจากไปในขณะที่พึมพำ คนที่ร้องไห้ไปพลางหัวเราะไปด้วยแถมยังบอกว่าตัวเองสบายดี ไม่ใช่คนบ้าแล้วจะเป็นอะไร
เธอค่อยเก็บของทั้งหมดลงในกล่องอีกครั้ง จู่ๆ ก็เหลือบไปมองตะเกียบที่วางอยู่บนพื้น ไม่ควรมีความคิดโง่ๆ อีกต่อไป ก็ควรที่จะทิ้งมันราวกับขยะ
เธอเรียกแท็กซี่กลับไปยังคฤหาสน์เฉินหลังเก่า ในห้องนั่งเล่นกำลังเปิดโทรทัศน์เสียงดังเอาไว้อยู่
"… รายงานการติดตามเรื่องราวความรักของประธานบริษัทเฟิงฉิง เฟิงสิงเอ็นเตอร์เทนเมนท์จะติดตามรายงานให้คุณต่อไป"
“หม่ามี๊ !”
เฉียวจิ่งเหยียนที่ไม่ได้ไปโรงเรียนเห็นเธอยืนอยู่ที่ประตูจึงตะโกนเรียกเสียงดัง ใบหน้าเล็กๆ นั้นไม่หลงเหลือความโกรธของเมื่อคืน แต่เปลี่ยนเป็นความโกรธแทน
เฉินเป่ยชวน ผู้ชายสารเลว กล้านอนกับผู้หญิงคนอื่นจริงๆ ด้วยสินะ!
"ยายหนู กลับมาแล้ว"
ท่านผู้หญิงลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็ว รู้สึกเป็นทุกข์และรู้สึกผิดในขณะเดียวกัน เธอก็กังวลเล็กน้อย “ยายหนูฟังย่านะ นี่ต้องเป็นเรื่องโกหกซุบซิบนินทา เธออย่าเข้าใจเป่ยชวนผิดเลยนะ เธอต่างหากที่เป็นหลานสะใภ้ตัวจริงของตระกูลเฉิน ย่าจะไม่ยอมให้เป่ยชวนทำเรื่องแบบนี้กับเธอเป็นอันขาด”
"แม่ เป่ยชวนโตแล้ว แม่ตัดสินเรื่องทั้งหมดแทนเขาไม่ได้หรอก อีกอย่างการที่ผู้ชายจะไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยบ้างก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ เฉี่ยนเฉียน ถ้าเธออยากจะอยู่กับเป่ยชวนต่อไป ก็ควรจะยอมรับความเป็นจริงให้ได้นะ "
เว่ยชูหรงกล่าว ให้เธอรอจนถึงช่วงเวลาแห่งความสุข
"หุบปาก นี่ไม่ใช่ธุระของเธอ กลับไปห้องนอนซะ! "
ใบหน้าของท่านผู้หญิงสงบนิ่ง ดูเย็นชามากกว่าเวลาปกติ เกิดเรื่องแบบนี้ ยังจะมาพูดอะไรแบบนี้อีก
“แม่ พูดอย่างนี้กับหนูได้ยังไง หนูหวังดีกับเฉี่ยนเฉียนนะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เดี๋ยวมันก็ผ่านไป อย่างน้อยก็ยังอยู่ในตระกูลเฉินต่อไปได้ไม่ใช่เหรอ?”
เว่ยชูหรงดูเสียใจ แต่ก็มีรอยยิ้มแห่งชัยชนะอยู่ในดวงตาของเธอ
ท่านผู้หญิงจับมือเฉียวชูเฉี่ยนทันที "ยายหนู ย่าจะจัดการให้เอง ถ้าเป่ยชวนไม่มาขอโทษและให้คำมั่นสัญญาว่าจะเลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้น ย่าจะฆ่าเขาทิ้งเสียเลยในวันนี้”
"คุณย่า ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ หนูตั้งใจจะบอกกับคุณย่าตั้งแต่เช้าแล้วแต่ยังไม่มีโอกาส หนูกับจิ่งเหยียนจะไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้วนะคะ"
เธอไม่สงสัยในสิ่งที่คุณย่าพูดสักนิด แต่กลับไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น วันนี้เมื่อเห็นเขาทั้งสองคนมาด้วยกัน ศักดิ์ศรีของเธอก็บอกเลยว่าเธอไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป
“เธอจะออกไปกับจิ่งเหยียน ไม่ได้นะ ที่นี่คือบ้านของพวกเธอ”
ท่านผู้หญิงรู้สึกกังวลทันทีเมื่อเธอได้ยินเช่นนั้น แม้ว่าเธอจะต้องเข้าโรงพยาบาลในวันนี้เธอก็ไม่สามารถปล่อยเฉี่ยนเฉียนไปได้
“คุณย่าครับ พวกเรากลับมาแล้ว”
ในขณะที่พยายามยื้อสองแม่ลูกอยู่นั้น ก็มีเสียงของเฉินเป่ยชวนดังขึ้นที่หน้าประตู สีหน้าของท่านผู้หญิงดีใจขึ้นมาทันที “เป่ยชวน แกกลับมาพอดีเลย รีบมาขอโทษยายหนู…”
ความสุขบนใบหน้าของเธอกลายเป็นความโกรธ "เป่ยชวน แกรู้ไหมว่าแกกำลังทำอะไรอยู่! "
ดวงตาที่ไม่พอใจกวาดมองผู้หญิงกลับมาด้วยกัน เขาพาดาราคนนั้นกลับมาจริงๆ
"คุณย่า ฉันชื่อหลินเฟยเอ๋อร์ ตอนเจอท่านครั้งแรกไม่ได้เตรียมตัวทักทาย ฉันผิดเองค่ะ "
หลินเฟยเอ๋อร์ ยอมรับความผิดพลาดของเธอทันทีอย่างเชื่อฟัง
"เป่ยชวน รีบพาผู้หญิงคนนี้กลับไปซะ ตระกูลเฉินของเราไม่ต้อนรับคนแบบนี้"
หลินเฟยเอ๋อร์รู้สึกอับอาย แม้ว่าเธอเตรียมใจมา แต่ก็ไม่คาดคิดว่าท่านผู้หญิงตระกูลเฉินจะไม่ไว้หน้าเธอแม้แต่น้อย
"เป่ยชวนให้ฉันไปก่อนดีไหมคะ"
"ไม่ต้อง"
เฉินเป่ยชวนเอื้อมมือมาโอบรอบเอวของเธอและมองไปยังเฉียวชูเฉี่ยนที่อยู่ไม่ไกลอย่างเย็นชา “คุณย่า วันนี้ผมพาหลินเฟยเอ๋อร์มา เพราะอยากจะประกาศเรื่องเรื่องหนึ่ง ผมจะหมั้นกับเฟยเอ๋อร์”
หมั้น?
เฉียวชูเฉี่ยนรู้สึกเจ็บปวดอีกครั้ง แต่กลับมีมือเล็กๆ ด้านข้างจับมือของเธอไว้
"หม่ามี๊ พวกเราไปกันเถอะครับ"
"ยายหนู พวกเธออย่าไปนะ เฉินเป่ยชวน…ฉันจะบอกแกให้นะ ถ้าแกยังคิดว่าฉันคือย่าของแกอยู่ ก็รีบพาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากที่นี่ซะ แล้วตัดความสัมพันธ์กันให้เด็ดขาด"
ท่านผู้หญิงรีบยื้อคนตัวใหญ่และตัวเล็กไว้ แล้วหันไปพูดกับเฉินเป่ยชวนอย่างร้อนใจ
"คุณย่า ผมตัดสินใจแล้วว่าจะหมั้นกับเฟยเอ๋อร์ และได้กำหนดวันไว้เรียบร้อยแล้วครับ อีกสามวันข้างหน้า"
ชุดสูททรงตรงและใบหน้าเย็นชา ไม่มีแม้แต่ความสุขในการหมั้นหมาย
"สารเลว! ใครอนุญาตให้แกอยู่กับผู้หญิงคนนี้! "
ท่านผู้หญิงไม่คาดคิดว่าหลานชายของเธอจะสับสนเช่นนี้ เธอรีบวิ่งไปยกไม้ค้ำยันของเธอและกวาดไปหาเขา
"ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันจะไม่ยอมให้แกอยู่กับผู้หญิงคนนี้! "
"คุณย่า นี่เป็นเรื่องของผม ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาอนุญาต ผมขอหมั้นเธอไว้แล้ว" เฉินเป่ยชวนดูเหมือนจะไม่รู้สึกเจ็บปวด น้ำเสียงของเขามั่นคง ใบหน้าของท่านผู้หญิงโกรธจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
"แกมันเลว แกอยากให้ฉันโกรธมากใช่ไหม? แกรู้ไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา นี่แกโดนผีเข้าหรือไง? "
ไม้ค้ำพุ่งเข้าใส่เขาในครั้งเดียวจนร่างของท่านผู้หญิงแทบจะทรงตัวไม่อยู่ คนสารเลวนี่ต้องการจะทำให้เธอโกรธ ทั้งๆ ที่ก็รักยายหนูอยู่เต็มหัวใจ แต่ทำไมต้องทำแบบนี้
ต้องให้ถึงจุดที่แก้ไขอะไรไม่ได้ใช่ไหม?
“แม่ เลิกทะเลาะกันเถอะค่ะ ถ้ายังตีต่อไป แม่จะไม่ไหวเอานะคะ”
เว่ยชูหรงพยายามเกลี้ยกล่อมเธอ แต่ร่างกายกลับยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว อีแก่…โกรธจนตายไปเลยได้ก็ดี ถ้าไม่โกรธจนตายก็เหนื่อยตายไปซะ
“คุณย่า เลิกตีเขาเถอะค่ะ”
เฉียวชูเฉี่ยนที่เงียบมาตลอด ในที่สุดก็เอ่ยปากขึ้น คุณย่าเองก็อายุมากแล้ว ถ้าขืนยังโกรธต่อไปจะไม่ดีกับสุขภาพ
"ยายหนู ย่ายอมรับเธอเป็นหลานสะใภ้เพียงแค่คนเดียว ไม่ว่าใคร ย่าจะไม่มีวันยอมรับ"
MANGA DISCUSSION