ตอนที่ 74 : เดินทางไปยังจุดแรก
วันที่ 3 – เวลา 05.40 นาฬิกา, ถนน Meadowwood, Panapaan VIII, เมืองบาตัวร์, คาวิท, ฟิลิปปินส์
ช่าาา!
แอ่งน้ําฝนย้อมสีเลือดอันสกปรกส่งเสียงกระเซ็นขณะที่วงล้อของรถหุ้มเกราะ MB Sprinter ได้เคลื่อนที่เข้าไป ชิ้นส่วนที่ประกอบติดไปกับยานพาหนะก็มีรอยเปื้อนเปอะสีแดงอยู่ทั่ว โดยเฉพาะเครื่องยนตร์ที่อยู่ด้านหน้ารถ
ภายในรถนั้นมาร์คได้นั่งอยู่เบาะหลังคนขับในขณะที่มองผ่านหน้าต่างที่เปอะเปื้อน สไป เขายังสามารถเห็นซากของการระบาดได้จากทางด้านนี้ ทั้งๆที่ความจริงแล้วน้ําฝนได้ชําละล้างซากส่วนใหญ่ไปแล้ว มาร์คยังคงสามารถมองเห็นเลือดที่กระเซ็นออกมาที่ผนังและถนนได้อย่างชัดเจน
ในวันแรกนั้น มาร์คคาดไว้แล้วว่าฝนจะตก ดูเหมือนว่าฝนจะเริ่มตกเมื่อตอนที่มาร์ค นั้นหมดสติและไม่ได้สังเกตมัน พวกเขานอนอยู่ในห้างสรรพสินค้าเพื่อเตรียมการทั้งหมดเมื่อวานนี้ ฝนยังคงตกจนถึงเที่ยงคืนของคืนที่ผ่านมา เขาสังเกตเห็นเพียงว่าฝนได้ตกก็เมื่อตอนที่หน่วยกู้ภัยทหารเข้ามาถึงในที่จอดรถชั้นใต้ดินพร้อมกับเครื่องแต่งกายและยานพาหนะที่เปียก
ในช่วงเวลาที่พวกเขาออกจากห้างสรรพสินค้า มันก็เป็นเรื่องง่ายเนื่องจากจํานวนผู้ติดเชื้อที่ปิดกั้นทางเดินรถของพวกเขานั้นลดลงอย่างมาก เหตุเพราะผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ที่รวมตัวกันอยู่รอบๆห้างสรรพสินค้าถูกจัดการไปแล้ว โดยขบวนรถกองทัพทหารที่ได้ออกไปก่อนพวกเขา
อย่างไรก็ตามมันไม่ง่ายสําหรับพวกเขาที่จะออกไปบริเวณเส้นทางหลวง การจราจรติดขัดในช่วงเริ่มต้นของการระบาดทําให้พวกเขาถึงกับหัวปั้น พวกเขาต้องชะลอการเคลื่อนไหวยานพาหนะและขับไปด้านข้างของเลนส์ถนน ในขณะที่พวกเขาต้องลัดเลาะไปตามถนนสี่เลนของรถที่เรียงรายกันทุกขนาด ยานพาหนะขนาดใหญ่บางคันเช่นรถประจําทางและรถบรรทุกนั้น ก็จอดกีดขวางรถคันอื่นและพวกเขาก็ต้องขับหลบหลีกรถเหล่านี้ไปให้ได้
ช่วงระหว่างเวลาเหล่านี้ พวกเขาจําเป็นต้องชะลอการเคลื่อนไหวและแน่นอน พวกเขาถูกรอบล้อมไปด้วยผู้ติดเชื้อมากกว่าสิบตัว แม้ว่ามันจะเป็นจํานวนที่เล็กน้อยมากกว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่มันก็ยังคงเป็นจํานวนที่เยอะอยู่ดี ในตอนนั้นมาร์คได้มีการฝึกซ้อมกับปืนไรเฟิล M16 ที่มอบให้กับพวกเขา และคู่หูใหม่ของเขามีดด้ามยาวขนาดใหญ่และทนทานกว่าซึ่งเขาได้เอามาจากห้องเก็บของในห้างสรรพสินค้า มีดที่เขาได้ ฉกมาจากพวกอันธพาลก็เริ่มสึกหรอลงแล้ว และเขาก็ได้ทิ้งไว้ที่ห้างสรรพสินค้า มีดนั้นมีขนาดเล็กกว่าและใบมีดเต็มไปด้วยรอยแตกเนื่องจากการใช้งานมากเกินไป
ปืนหลายอันที่เขาได้มาจากหัวหน้าธีโอนั้นล้วนเป็นปืนเก็บเสียงซึ่งเหมาะที่สุดสําหรับการใช้งานในช่วงเวลาโลกาวินาศนี้ มาร์คแค่อยากให้พวกเขามีอาวุธที่หลากหลายกว่านี้หรืออย่างน้อยก็รุ่นใหม่ขึ้น ปืนไรเฟิล m16 เหล่านี้มีปัญหาในเรื่องของมาตรฐานสําหรับการใช้งานในกองทัพ มันถูกใช้มากเกินไปในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ในขณะที่ประเทศอื่นนั้นก็ได้มีลู่ทางในการพัฒนาอาวุธส่วนตัวและยานพาหนะสงคราม ประเทศพวกเขายังคงใช้อาวุธรูปแบบเก่าๆและเต็มใจที่จะรับอาวุธต่อจากประเทศที่มีอานาจกว่า มาร์คค้นพบว่าเรื่องแบบนี้มันช่างน่าหงุดหงิดจริงๆ
มาร์คยังหวังไว้อีกว่าคนในเครื่องแบบจะมอบอุปกรณ์ทางทหารอื่นๆให้กับพวกเขาเช่นแว่นตาสําหรับมองกลางคืนและเสื้อเกราะเคฟลาร์ แม้ว่าเสื้อเกราะเคฟลาร์นั้นจะใช้ต่อต้านผู้ติดเชื้อไม่ได้ผลมากนัก อย่างน้อยก็ยังสามารถลดภัยคุกคามที่พวกเขาจะได้รับจากผู้รอดชีวิตคนอื่นๆที่มีเจตนาร้ายต่อพวกเขาได้ สิ่งเดียวที่พวกเขาได้รับจากกองทักทหารคือปืนและกระสุน ดูเหมือนว่ากองทัพทหารนั้นไม่ได้ขาดแคลนแค่กําลังพลแต่รวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆด้วย สิ่งเดียวที่พวกเขามีมากกว่าก็คืออาวุธ
หลังจากผ่านปัญหาเล็กน้อยและฝึกฝนการยิงปืน ในที่สุดพวกเขาก็ได้ออกจากถนนทางหลวงและเข้าไปสู่ทางแยกของถนนก่อนถึงสานักงานไฟฟ้าที่มาร์คได้ไปมา เมื่อวันก่อน ในเวลาตอนนั้นที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยผู้คน แต่ตอนนี้นั้นท่าแพงกระจกด้านหน้าของสํานักงานถูกทุบและเห็นได้ชัดว่ามีคาบเลือดและเนื้อสดๆจากขอบกระจกที่แตกละเอียดไปแล้ว
ย้อนภาพกลับไปเมื่อตอนที่ยานพาหนะนั้นได้ขับผ่านที่ต่างๆไปตามท้องถนนสัญญานแห่งการระบาดของเชื้อไวรัสก็ยังมีปรากฏให้เห็นอยู่เยอะ มีบ้านร้างหลายแห่งและบ้านร่างเหล่านั้นซึ่งหน้าต่างของบ้านได้ปราศจากที่กั้นก็ได้แตกพังทลายลงมา ชิ้นส่วนของร่างกายที่ขาดเป็นตอนๆและซากศพที่หัวขาดก็เกลื่อนไปทั่วท้องถนนนอกจากนี้ยังมีขยะจํานวนมากเทกระจัดกระจายบนถนน
ในขณะที่มาร์คมองไปที่หน้าต่างรถ มีหลายครั้งที่เขาสามารถตรวจพบผู้คนในบ้าน บางหลังขณะที่พวกเขาขับรถผ่านไปตามถนน คนเหล่านี้บางคนถึงกับมองลงมาจากหน้าต่างชั้นสองของพวกเขาเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงยานพาหนะเครื่องยนต์ขับผ่าน ดูเหมือนว่าพวกเขาบางคนมีความคิดที่จะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ต้องอดกลันเอาไว้เพื่อที่จะไม่ดึงดูดความสนใจจากผู้ติดเชื้อ
นอกจากนี้จริงๆแล้วยังมีผู้คนที่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือแต่คนที่อยู่ข้างในรถตู้นั้นไม่ได้ยินเสียงตะโกนของพวกเขาเนื่องจากกระจกรถที่กันเสียง ภายในรถมีแค่เพียงมาร์คที่สามารถตรวจพบเจตนารมณ์ของพวกเขา แน่นอนว่าเขานั้นไม่สนใจค่าวิ่ง วอนของพวกเขาเหล่านี้หรอก เขาไม่ได้เลือกที่จะร่วมโลกที่อันตรายนี้ไปเพื่อพวกเขา แต่เพียงแค่เพื่อหาเพื่อนของเขาให้พบ ถ้าหากเขาเริ่มช่วยใครคนใดคนหนึ่ง เขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ําว่าจะมีคนเพิ่มขึ้นมามากแค่ไหนจนกระทั่งพวกเขานั้นถูกคนเหล่านั้นรุกราน และไม่สามารถควบคุมสถานาการณ์ได้อีกต่อไป
นั่นคือสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปเป็นก็เพียงเท่านั้น
แบละ!
ใบหน้าปรากฏตรงหน้ามาร์คก่อนที่จะได้เคลื่อนยานพาหนะออกไป มันไม่ใช่มนุษย์หรือหรือใครที่วางแผนที่ทําให้เกิดการหวาดกลัวอย่างจงใจ มันคือผู้ติดเชื้อที่ถูกกวาดไปด้านข้างโดยเครื่องยนต์ V shaped ที่อยู่ด้านหน้ารถ ผู้ติดเชื้อนั้นโดนรถกระแทกเข้าอย่างหนักจนร่างของมันกระเด็นออกจากรถที่พวกมันพุ่งผ่านไปและกระเด็นมาอยู่ตรงหน้ามาร์ค แน่นอนว่ามันยากที่จะทําให้มาร์คนั้นตกใจกลัว มาร์คไม่แม้แต่กระทั่งเก็บภาพนั้นไว้ในสายตาเปลือกตาของเขาก็แทบไม่กระตุก
ขณะที่ภาพฉากของบ้านที่พวกเขาขับผ่านไปนั้นเริ่มซ้ําซ้อนจาเจมาร์คเริ่มเบื่อที่จะมองวิวทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างแล้ว เมื่อเขาได้หันกลับเข้ามาภายในรถ เขาก็เห็นว่าพวกเขาทั้งหมดนั้นยกเว้นโอเดลินาที่ได้ขับรถอยู่นั้นก็ได้จ้องมองมาที่เขา
“พวกเธอเป็นอะไรกัน?”
ดวงตาของเขากวาดไปที่พวกเธอ เหมยที่ได้นั่งอยู่ด้านขวาของเขาในขณะที่แอ็บบีเกลไม่ยอมแพ้ที่จะให้นั่งที่ตักของมาร์ค ลูกๆของโอเดลินา โอเดทและซิกไฟลด์ก็ได้นั่งอยู่ตรงเบาะโซฟาตรงหน้าพวกเขา โอเดลินานั้นมีลูกแฝดทั้งคู่อายุเพียงเก้าขวบ มันไม่ใช่เรื่องยากที่โอเดลินาจะหาชื่อที่เหมาะสมให้ลูกของเธอ
“พี่คะ ก็เพราะว่าพี่เหม่อมองออกไปข้างนอกไงคะ”
“ฉันไม่ได้เหม่อ ฉันแค่มองวิวทิวทัศน์ที่อยู่ด้านนอก
“พี่คะ นั่นมันไม่ใช่วิวที่ดีสักเท่าไหร่เลย”
เหมยยิ้มออกมาอย่างบิดเบี้ยว สิ่งที่มาร์คมองออกไปนั้นไม่ใช่ภาพที่ดีแต่เป็นภาพที่สยดสยองทุกอย่างนั้นนองไปด้วยเลือด
มาร์คเบี่ยงประเด็นสิ่งที่เธอพูดออกมาโดยการลูบไปที่ศรีษะของเธอจึงทําให้เธอ นั้นหยุดพูด เด็กสาวคนนี้นั้นชอบการถูกลูบศรีษะมากกว่าการกอดเสียอีก จากนั้นเขาก็มองไปที่ลูกของโอเดลินา เขารู้สึกได้ว่าพวกเขานั้นก่าลังลังเลเกี่ยวกับอะไรบางอย่างอยู่
“พวกเธอสองคนต้องการอะไร? ก็พูดออกมาซะ”
ซิกไฟลด์และโอเดทต่างก็มองหน้ากันและกันและพยักหน้า จากนั้นซิกไฟลด์ก็เริ่มพูดออกมา
“พวกเราได้ถามแม่ว่าทําไมเธอถึงเรียกคุณว่า”เจ้านาย และเธอบอกว่าเป็นคุณนั้น แหละที่ช่วยเธอไว้ พวกเราอยากขอบคุณคุณน้าแต่คุณน้าจะไม่ทําให้แม่ต้องทําสิ่งที่ไม่ดีใช่มั้ย?”
“ห์นี้”
มาร์คเกือบจะหัวเราะ หนึ่งเพราะว่าเขาถูกเด็กสองคนนี้เรียกว่า “คุณน้า” เขาแก่ขนาดนั้นแล้วหรือ? แต่เขาคิดขึ้นมาอย่างฉับพลันและพบว่ามันสมเหตุสมผลจริงๆแล้ว แหละ เมื่อปีที่ผ่านๆมาคนรอบข้างของเขาส่วนใหญ่เริ่มมีครอบครัวและลูกๆกันหมดแล้ว ลูกของพวกเขาคงจะอายุราวๆเท่าเด็กสองคนนี้เสียแล้ว ก็มีแต่เพียงมาร์คที่ยังโสดอยู่ร่าไปและได้ตั้งเป้าอยากจะเป็นผู้วิเศษ
อีกประการหนึ่งคือเขาไม่ต้องการแม้แต่จะยอมรับการที่โอเดลินาประกาศตัวว่าเป็นคนรับใช้ของเขา แต่เธอก็ยังคงผลักดันตัวเองให้อยู่ภายใต้เขา ทําไมเขาจะต้องสั่งให้เธอทําสิ่งที่ไม่ดีนอกเหนือไปจากการฆ่าผู้ติดเชื้อและมนุษย์ที่มาคุกคามกลุ่มของพวกเขาในอนาคต? สุดท้ายแล้วมาร์คจึงบอกเด็กสองคนนั้นออกไป
“ฉันจะไม่ทํา”
“ถ้าอย่างงั้นต้องกราบขอบคุณคุณน้าเป็นอย่างสูง
เด็กสองคนนั้นก้มหัวให้กับมาร์คนั่นทําให้มาร์คและเหมยงนงง มาร์คมองไปที่โอเดลินาที่ซึ่งกําลังขับรถอยู่และพูดออกมา
“เธอเลี้ยงลูกสองคนนี้มายังไงนะ?”
โอเดลินาชําเลืองมองไปที่กระจกหลังเห็นก็ได้เห็นภาพนั้นเธอก็ได้หัวเราะคิกคักออกมา
“ฉันบอกเจ้านายแล้วค่ะว่าครอบครัวของฉันถูกเลี้ยงมาให้เป็นแบบนี้”
“พฤติกรรมที่เหมือนคนรับใช้งั้นหรอ?”
“ใช่ค่ะ พฤติกรรมที่เหมือนคนรับใช้
มาร์คและเหมยไม่รู้จะทําตัวอย่างไร ลูกของโอเดลินาก็ได้สับสนด้วย มันปกติอยู่แล้วที่พวกเขาจะแสดงท่าทางงุนงงออกมาและไม่เข้าใจในสิ่งที่มาร์คกําลังพูด
ในขณะที่แอ็บบเกลนั้นก็ได้ซุกอยู่ที่ร่างกายของมาร์ค และฟังบทสนทนาพวกเขาอย่างเงียบๆ มาร์คมองไปที่เธอ เธอนั้นดูเบื่อหน่ายพอสมควน
เพราะอย่างนั้นมาร์คจึงอุ้มเธอมาวางไว้ที่เบาะ
“รอนแปปนะ”
เหมยและเด็กๆก็มองไปที่เขาในขณะที่เขานั้นเดินไปข้างหลังของยานพาหนะและรื้อสิ่งของที่เอามาจากโซนขายสินค้าไอที ในที่สุดเขาก็ได้นําแล็ปท็อปออกมาและเปิดมันขึ้น จากนั้นเขาก็คัดลอกไฟล์หลายไฟล์บนโทรศัพท์ห้าเครื่องที่เขานํามา หลังจากนั้นเขาก็เสียบเราเตอร์แบบไร้สายที่เสียบปลั้กซึ่งเป็นที่ปลักตู้เย็นนั้นได้เสียบอยู่ และวางเราเตอร์ที่ด้านบนของตู้เย็น
เมื่อเขากลับมาเขาก็ได้นําโทรศัพท์ห้าเครื่องและยื่นไปที่เหมยและเด็กๆ โทรศัพท์มีเพียงเกมส์เดียวที่ได้โหลดเอาไว้และมันคือเกมส์ที่ถูกปล่อยออกมาในปี 2009 และยังคงได้อัพเดทแม้กระทั่งก่อนเกิดเหตุการณ์แพร่เชื่อ
ไม่นานก็มีเสียงหัวเราะและเสียงตะโกนอย่างสติแตกเกิดขึ้นภายในยานพาหนะ เมื่อกลุ่มของเขากําลังดื่มด่ากับการเล่นเกมส์ที่พวกเขาต้องการสร้างสิ่งต่างๆ โดยใช้ทรัพยากรที่พบในเกมและต่อสู้กับสัตว์ประหลาดระหว่างเวลากลางคืน
“ปะป๋าา! ช่วยด้วย!”
แอ็บบเกลตะโกนออกมาเมื่อตัวละครของเธอได้ถูกยิงโดยตัวกระดูกที่ใช้คันธนู พวกเขาส่งเสียงหัวเราะกันออกมา ตัวละครของซิกไฟลด์และโอเดทก็ได้เข้าไปช่วยเด็กสาว ในขณะที่มาร์คนั้นกําลังยิงตัวกระดูกอยู่ที่ฐานด้านบนที่พวกเขาได้สร้าง
โอเดลินาได้ชําเลืองมองผ่านกระจกหลังและรู้สึกอิจฉาขึ้นมา เธออยากเข้าไปร่วมสนุกด้วยแต่เธอนั้นต้องทําหน้าที่เป็นคนขับรถ เธอจึงไม่สามารถเข้าร่วมด้วยได้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์การระบาดเชื้อไวรัส เธอนั้นก็ไม่เคยเห็นลูกของเธอหัวเราะแบบนี้ออกมาอีกเลยซึ่งมันยิ่งทําให้เธออยากเข้าไปเล่นกับพวกเขามากกว่าเดิม
มาร์คคือผู้ซึ่งเป็นคนเริ่มเกมส์นั้นรู้ว่าเขานั้นจะประสบความสําเร็จในแผนการของเขา เหมือนกับฆ่านกสองตัว ไม่สิ ฆ่านกสี่ตัวด้วยกระสุนหนึ่งนัด อย่างแรกคือการบรรเทาความเบื่อหน่ายที่เกิดจากการเดินทางอย่างเชื่องช้า ประการที่สองกําจัดความ
หวาดระแวงของลูกของโอเดลินาที่มีต่อพวกเขา อย่างที่สามนั้นคือลดความเครียดที่เหตุการณ์หายนะนี้ได้นํามาให้ทุกคน และอย่างสุดท้ายเลยคือเพื่อให้พวกเขานั้นสนิทกลมเกลียวกัน
ใครบอกว่าการเล่นเกมส์นั้นจะทําให้เสียเวลา?
ถึงอย่างไรถ้คนอื่นเห็นพวกเขาในลักษณะแบบนี้ พวกเขาคงคิดว่ากําลังมองไปที่กลุ่มคนบ้าซึ่งกลุ่มนี้กาลังได้สนุกสนาน ในขณะที่คนอื่นๆพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้
วันที่ 3 – เวลา 06.30 นาฬิกา – ถนน Niog, Mambog IV, เมืองบาควร์, คาวิท
ยานพาหนะของมาร์คได้จอดอยู่ข้างถนน
ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์โรคระบาด การได้ออกมาจากตัวเมืองนั้นใช้เวลาเพียงแค่สิบห้านาที ตอนนี้อย่างไรก็ตามพวกเขาได้ใช้เวลาเป็นชั่วโมง เนื่องจากน้ําท่วมบางส่วนของถนน สิ่งกีดขวางระหว่างทางและพวกเขาต้องหาทางอื่นที่จะไปได้ เนื่องจากมีการปิดกั้นถนนอย่างหนัก
มาร์คได้ลงมาจากยานพาหนะและระวังผู้ติดเชื้อที่ได้อยู่รอบๆ จํานวนผู้ติดเชื้อที่อยู่ตามส่วนของถนนเส้นนี้นั้นก็มีจํานวนน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆ เนื่องจากบริเวณนี้ล้อมรอบด้วยที่ดินเปล่าเพื่อใช้ในการทําการเกษตรและเลี้ยงสัตว์
หลังจากที่ได้จัดการกับผู้ติดเชื้อ ในที่สุดเขาก็ได้มองไปรอบๆ เขานั้นก็สามารถเห็นว่าโลกใบนี้นั้นเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนหลังจากเกิดเหตุการณ์หายนะครั้งนี้ เช่นเดียวกับสิ่งที่กองทัพทหารเปิดเผย แม้แต่พืชก็ได้รับผลกระทบจากการกลายพันธุ์ และได้มีการเจริญเติบโตอย่างเชื่องช้า ต้นไม้เขียวชะอุ่มในที่ดินเปล่าเป็นหลักฐานที่ชัดเจน ย้อนกลับไปก่อนการระบาดซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสองวันที่แล้ว มาร์คได้เห็นที่ดินแปลงนี้จากถนนอีกด้านหนึ่งของที่ดิน เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะที่เขาใช้บริการไปสํานักงานไฟฟ้านั้นผ่านไปที่บนถนนสายนี้ ก่อนหน้านี้พืชในแปลงเหล่านี้เพิ่งถูกเก็บเกี่ยว แต่ตอนนี้หญ้าและพืชป่าตอนนี้สูงถึงเข่าของเขาแล้ว
มาร์คมองผ่านที่ดินไปยังทางถนนกว้างมุ่งออกไปทางทิศตะวันออก ผ่านถนนเส้นนั้นไปไม่ไกลมีอาคารขนาดใหญ่หลายหลังมองเห็นไม่ชัด มันคือจุดหมายแรกของพวกเขา ศาลากลางประจําเมืองบาควร์ซึ่งคือสถานที่ที่ใกล้ที่สุดซึ่งหนึ่งในบุคคลที่อยู่ในใบรายชื่อของมาร์คน่าจะอยู่ในบริเวณนั้น
อย่างไรก็ตาม มาร์ครู้สึกว่ามันอันตรายที่จะเข้าไปในบริเวณนั้นอย่างหน้ามืดตามัว นั่นคือเหตุผลที่ทําไมพวกเขาถึงหยุดรถไว้ที่นี่ รอบนอกของศาลากลางถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ที่รกครึมและตรงที่สร้างอาคารหลักของศาลากลางมีต้นไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เหนืออาคาร รากและกิ่งก้านของทั้งสามติดอยู่นอกผนังอาคาร
ศาลากลางเป็นอาคารสี่ชั้นและต้นไม้นั้นสูงขึ้นไปถึงหนึ่งหรือสองชั้นหรืออาจจะมา กกว่านั้น
“นี่จะต้องเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเอาการแน่ๆ ฉันแค่ขอให้เธอนั้นยังมีชีวิตอยู่ในนั้นนะ”
มาร์คพูดพึมพําออกมาในขณะที่เขากําลังใช้กล้องส่องทางไกลคู่หนึ่งส่องดูสถาน
MANGA DISCUSSION