ตอนที่ 3
3 วันต่อมาหลังจากที่บุกไปชิงตัว Hotel
[ผู้พันครับ! ดูนี่สิครับ]
เคลเลนวิ่งเข้ามาในห้องโดยสีหน้าตกใจพร้อมกับถือเอกสารอะไรบางอย่างมาด้วย
[มีอะไร ไปโดนผีหลอกมาแล้วไง]
[คือว่า…ดูนี่สิครับ]
เคลเลนก็ได้วางเอกสารและรูปภาพต่างๆที่ได้จาก Drone ไว้บนโต๊ะของโจนาธาน
[นี่คือ…]
[…ดูนี่สิครับ นี่คือภาพที่เราถ่ายได้เมื่อประมาณ 8 ชั่วโมงที่แล้วบนภูเขาแถวทางเหนือของราชอาณาจักร]
เคลเลนได้เอานิ้วไปชี้ที่รูปนึง…โจนาธานที่ได้เห็นรูปก็ได้ตกใจเอามากๆ
[…ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน]
[ไม่ใช่แค่นั้นครับ…]
…เคลเลนได้เอารูปอื่นๆ มาเทียบด้วย
[นี่มันป้อมปราการชัดๆ]
[จำนวนมันเยอะเกินไป…เกินกว่าที่พวกมันจะหามาได้]
[เอาที่ผมคิดมาได้น่าจะเป็นฝีมือของพวก…]
[…ต่างโลกสินะ]
[ครับ…]
โจนาธานคิดอยู่สักแป๊บนึง แล้วได้บอกพวกเคลเลนไปว่า…
[…เรียกทุกคนมาจัดอาวุธให้พร้อมเดี๋ยวฉันโทรหาคุณคอเคซัสแป๊บนึง]
[ครับผม!]
2 ชั่วโมงต่อมา ห้องประชุม
[ประมาณ 3-4 ชั่วโมงที่แล้วโดน MQ-9 Reaper ของเราตรวจพบป้อมปราการขนาดใหญ่ของพวกองค์กรใต้ดินทางตอนเหนือของประเทศจากข้อมูลที่ได้มาจากโดรนจำนวนศัตรูในป้อมปราการเท่าที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 400-500 นายและอาจจะมีรถหุ้มเกราะไม่ก็รถถังที่อาจจะซ่อนไว้ใต้ดินเพราะเราเจอทางเข้าใต้ดินขนาดใหญ่ทางด้านหลังของภูเขาลูกนี้]
โจนาธานได้เรียกทุกคนมาและได้อธิบายสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นออกไป
[ผมมีคำถามครับผู้พัน 4 ถึง 500 นายนี้มันเยอะเกินไป ถ้าเราบุกเข้าไปแบบโง่ๆ เหมือนชีวิตที่แล้วอาจจะ…]
รัสเซลได้เอ่ยถามโจนาธานขึ้นมา
[ฉันรู้เรื่องนั้นดีถ้าเราบุกเข้าไปแบบโง่ๆอาจจะแตกเหมือนชีวิตที่แล้วก็ได้ ฉันก็เลยขอนำเสนอ…]
หลังจากที่โจนาธานพูดเสร็จเขาก็ได้โยนซองที่มีอะไรบางอย่างอยู่ด้านในให้กับไอแซคนักบินประจำทีม…
[…นี่คืออะไรเหรอครับผู้พัน]
[ลองเปิดซองดูสิเดี๋ยวก็รู้]
ไอแซคที่ยังเออๆ งงๆ อยู่ก็ได้ลองเปิดตองดูก็เพราะว่าด้านในเป็นคีย์การ์ดและบนคีย์การ์ดก็เขียนไว้ว่า…
[MH-60L DAP…อย่าบอกนะว่า]
[ไปดูด้านหลังโกดังเดี๋ยวก็รู้]
ทุกคนในห้องที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ลุกขึ้นและได้เดินไปที่หลังโกดัง…หลังจากที่ทุกคนเดินถึงหลังโกดังก็ได้ตกใจโดยเฉพาะไอแซคก็เพราะว่ามี Black Hawk รุ่นดัดแปลงพิเศษตั้งอยู่หลังโกดังกลางป่าโง่ๆ ที่ไม่น่าจะมีใครมาส่งให้พวกเราได้นอกซะจาก…
[…นี่เป็นของที่คุณคอเคซัสให้มาหลังจากทำภารกิจแรกเสร็จน่ะ]
โจนาธานได้บอกพวกลูกน้องไป
[ผมขอจับได้ไหม…]
[…ได้สิก็มันเป็นของนายแล้วนี่]
ไอแซคได้ถามโจนาธานก็สามารถจัดมันได้ไหม…หลังจากที่สิ้นคำพูดของโจนาธาน ไอแซคไม่รอช้าที่จะเข้าไปนั่งในห้องคนขับ
[ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอุตส่าห์โชคดีได้เกิดใหม่ไม่พอยังได้ขับเฮลิคอปเตอร์ของหน่วย Night Stalkers ชีวิตฉันมันจะโชคดีเกินไปแล้ว]
ไอแซคพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
มาอธิบายกันก่อนดีกว่า MH-60L DAP เป็นรุ่นแก้ไขมาจากหน่วยอันเลื่องชื่อของกองทัพสหรัฐ กรมบินปฏิบัติการพิเศษที่ 160 ไนท์สตอล์คเกอร์ MH-60L DAP มีอุปกรณ์ในการทำลายภาคพื้นที่ครบครันกว่า แบล็กฮอว์ก รุ่นปกติ แต่แลกมาด้วยการที่ไม่สามารถขนส่งบุคคลได้ อาวุธที่ติดจะติดตามความเหมาะสมของภารกิจ ตามนั้นคือจบ
หลังจากที่พวกเขาดูเฮลิคอปเตอร์กันเสร็จก็กลับเข้ามาประชุมกันต่อ
[ทุกคนช่วยกันดูรูปนี้หน่อยแล้วคิดว่ายังไงบ้าง]
โจนาธานได้พูดออกมาด้วยทำสีหน้าที่ตึงเครียดพร้อมกับมีรูปนึงที่ขึ้นมากลางโปรเจคเตอร์
[นั่นมันอย่าบอกนะว่า…]
ทุกคนในห้องที่ได้เห็นรูปนั้นได้ลุกขึ้นขึ้นมาทันทีพร้อมกับความตื่นตระหนก
[มันคือ ขีปนาวุธพิสัยใกล้ SS-1b สกั๊ด ไม่สามารถระบุรุ่นได้ จำนวน 4 หัวรบและอาจจะมีมากกว่านี้ด้วย เท่าที่ดูแล้วในปัจจุบันเรายังไม่รู้ว่ามันจะใช้มิสไซล์เพื่อทำอะไร]
ขณะที่ทุกคนในห้องกำลังตกตะลึงอยู่นั้น…
[ฉันว่าทุกคนในห้องนี้เคยเห็นมันบ้างแล้วสินะในสงครามอ่าว]
เคลเลนพูดเสร็จปุ๊บ รัสเซลก็ยกมือขึ้นทันที
[ผมเคยเห็นมันยิงนะตอนนี้พวกเรากำลังยกพลขึ้นบก รู้สึกว่าตอนนั้นผมยังประจำการใน Coast Guard อยู่เลย แต่ตอนนั้นเหมือนจะรู้สึกจะสกัดกั้นโดยเรือพิฆาต…แต่ประเด็นคือตอนที่มันระเบิดกลางอากาศนั่นแหละ ขนาดผมอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร ผมยังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอยู่เลย](Coast Guard ยามชายฝั่ง)
รัสเซลได้เล่าประสบการณ์ในสงครามอ่าวให้ฟัง…
[นั่นแหละเหตุผลที่เราควรจะเข้าไปจัดการมัน…โอเคมาเริ่มกันดีกว่า ภารกิจหลักของพวกเรามี 4 อย่าง]
1.หัวหน้าของฝั่งต่อต้าน (จะเป็นหรือตายก็ได้แล้วแต่)
2.เก็บข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
3.กู้และเก็บ SS-1b สกั๊ด และอาวุธอื่นๆ ที่จำเป็น (ถ้ามันจำเป็นก็ต้องทำลาย)
4.Kill all of them (ฆ่าพวกมันให้หมด)
[ภารกิจหลักๆ ต้องมีแค่นี้ต่อไปเป็นแผนในการเข้าโจมตี]
โจนาธานได้อธิบายภารกิจหลักๆ 4 อย่างที่ต้องจำไว้ในสมองทุกคนก็เริ่มเอาสมุดพกขึ้นมาจด…
[พวกเราจะใช้แผนเก่าๆ เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว…เมื่อก่อนที่หมายถึงก็คือโลกที่แล้วนะ…ซึ่งปัจจุบันเรายังไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับภูเขาลูกนี้ เรามีแค่แบบแปลนที่ได้มาจากภารกิจที่แล้ว…]
…โจนาธานได้เปลี่ยนภาพโปรเจคเตอร์ให้เป็นแบบแปลนตั้งในบังเกอร์…
[…นี่คือด้านในของบังเกอร์สมัยพระเจ้าเหา ถูกสร้างครั้งแรกในปี 1220 ด้านในบังเกอร์มี 4 ชั้น ประวัติคร่าวๆของบังเกอร์มีไว้เพื่อราชวงศ์และชนชั้นสูงมาหลบภัยในช่วงสงครามแต่ว่าก็ไม่เคยถูกใช้เลยและได้ขายให้กับ ดยุก อาเธอร์ เจมส์ รูสเวลต์ที่ 2 แห่งดินแดนโอไรออน ในปี 1430 ผู้ดูแลในปัจจุบันก็คือหลานของเขา ดยุก เฟอร์ดินานด์ จอร์จ รูสเวลต์ที่ 4 แต่ปัจจุบันตระกูลก็ได้เงียบหายออกไป ประวัติคร่าวๆ ของมันก็มีแค่นี้…ต่อไปคือวิธีการจะบุกเข้าไปเฮลิคอปเตอร์หรืออากาศยานต่างๆ ไม่สามารถบินผ่านได้เพราะมีระบบป้องกันภัยทางอากาศ SA-8 Gecko จำนวน 4 ระบบอยู่ล้อมรอบภูเขา แล้วจะมีปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานระยะใกล้ ZSU-23-4 ซิลกา จำนวน 4 ระบบและอาจจะมีมากกว่านี้ด้วย…ส่วนวิธีการที่จะเข้าไปคือเราใช้รถ สไตรเกอร์ ของพวกเราในการบุกเข้าไปด้านในแบบตรงๆ เลยแต่เราจะตัดกำลังของพวกมันโดยการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดใส่พวกมันให้พวกมันสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นพอเครื่องบินทิ้งระเบิดเสร็จระบบป้องกันภัยทางอากาศของพวกมันน่าจะอ่อนแอลงมากๆ และให้ ไอแซค ขับแบล็กฮอว์กที่พึ่งได้มาเมื่อเช้านี้ยิงถล่มทางเข้าเพื่อเราเข้าไปได้…แผนก็มีแค่นี้มีใครคัดค้านหรือมีคำถามอะไรไหม…]
…โจนาธานได้อธิบายแผนที่เพิ่งคิดได้เมื่อกี้นี้ให้กับลูกทีมฟัง หลังจากที่โจนาธานอธิบายแผนการให้ลูกทีมฟังเสร็จแล้วเขาก็เลยขอความเห็นจากลูกที…
[…ผู้พันครับเครื่องบินทิ้งระเบิดนี้หมายความว่าไงหรอครับ]
รัสเซลได้ยกมือถามข้อสงสัยของตัวเอง
[…อ๋อนี่หรอเป็นของที่ฉันขอมาจากคุณคอเคซัสน่ะ…มีใครจะถามอะไรไหม]
ทรูแมนได้ยกมือขึ้นถามโจนาธาน
[…ปฏิบัติการนี้มีชื่อว่าอะไรเหรอครับ]
[Operation Smash The Stone]ปฏิบัติการทุบหิน
ทุกคนมาหันมามองกันแป๊บนึงและได้พูดว่า…
[Has begun]ได้เริ่มขึ้นแล้ว
และทุกคนก็ได้ลุกขึ้นและออกจากห้องไป…
MANGA DISCUSSION