ตอนที่ 1.3
Saijo no Osewa Takane no Hana-darakena Meimon-kou de, Gakuin Ichi no Ojou-sama (Seikatsu Nouryoku Kaimu) wo Kagenagara Osewa suru Koto ni Narimashita
才女のお世話 高嶺の花だらけな名門校で、学院一のお嬢様(生活能力皆無)を陰ながらお世話することになりました
[ตอนที่ 1.3 ผมถูกพ่อแม่ทิ้งแถมยังถูกลักพาตัวไปอีก!!]
[ผมรู้ว่าตัวเองถูกช่วยเอาไว้และมันอาจจะดูไร้ยางอายถ้าจะถามอะไรแบบนี้ แต่ว่า…ผมจะได้รับเงินจากเรื่องนี้มั้ยครับ?]
[แน่นอนว่านายจะได้ทั้งที่พักและอาหารสามมื้อ]
นะ-นี่มันเป็นข้อเสนอที่วิเศษเป็นอย่างมาก
นี่คือสิ่งที่เขาเรียกกันว่าโชคดีสินะสำหรับผมที่ไม่มีบ้านอยู่แล้วนี่น่ะเป็นข้อเสนอที่สุดแสนจะวิเศษเลยล่ะ…หรือว่าที่พวกเขาเสนออะไรแบบนี้มาให้ผมจะเป็นเพราะว่าพวกเขารู้ถึงสถานการณ์ของผมในปัจจุบัน
[ส่วนเรื่องเงินเดือนก็….2หมื่นเยนต่อวันล่ะเป็นไง?]
[ห๊ะ? 2หมื่น]
[เอ๊ะ? ไม่พองั้นเหรอ อืมมันคงไม่สมเหตุสมผลถ้าจะให้เงินเดือนเท่ากับพ่อบ้านแม่บ้านที่เป็นมืออาชีพ…ถ้างั้น 5หมื่นเยนต่อวันล่ะ?]
[ตรงกันข้ามเลยครับ!! มันมากเกินไปต่างหาก]
แล้วไหงมันถึงได้เพิ่มขึ้นละเฮ้ย
[ถ้างั้นเอาตามที่นายว่าละกัน อยากได้เท่าไหร่ล่ะ?]
ตามราคาที่ผมต้องการงั้นเหรอ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้ยินอะไรพวกนี้จากโลกความเป็นจริง
[เอาเป็นว่าแค่ 8พันเยนต่อวันก็พอแล้วครับ]
ถ้าแค่จะทำเป็นงานพาร์ทไทม์แค่8พันเยนก็พอแล้วมั้ง
และอีกอย่างราคาแบบนี้ก็เป็นราคาตลาดทั่วไป…แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างคุณเคกอนก็ได้ขมวดคิ้ว
[อิสิกิคุง งานผู้ดูแลต้องใช้ความรับผิดชอบมากกว่าที่นายคิดนะ]
เขาได้พูดออกมาพร้อมกับออร่าที่ลึกลับรอบตัวเขา
[ก็อย่างที่นายเห็นว่าช่วงนี้ประสิทธิภาพของโคโนฮานะกรุ๊ปเริ่มลดลงนั่นก็เป็นเพราะเรื่องเศรษฐกิจส่วนหนึ่งแต่หลักๆก็เป็นเพราะความขัดแย้งกันเองในบริษัทและรวมถึงพวกคู่แข่งด้วยเพราะงั้นสิ่งต่างๆเลยไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้แน่นอนว่าปัญหาแค่นี้ไม่มีทางที่จะทำให้เราล้มละลายได้หรอกแต่ถึงอย่างงั้นก็ใช่ว่าจะสามารถละเลยได้นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการแต่งงานของลูกสาวของฉันถึงสำคัญ]
[การแต่งงานของลูกสาวคุณงั้นเหรอ?]
คุณเคกอนพยักหน้าและมองไปที่ฮินาโกะที่กำลังยืนหลับอยู่ข้างหลังผม
[เหตุผลที่ฮินาโกะต้องทำตัวเป็นคุณหนูผู้สมบูรณ์แบบในที่สาธารณะนั่นก็เพื่อที่จะหาสุดยอดเจ้าบ่าวไงล่ะและเพื่อให้มั่นใจว่าจะเป็นไปตามนั้น…ผู้ดูแลจึงมีความสำคัญในการช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือผู้ดูแลมีหน้าที่สำคัญในการปกป้องชื่อเสียงของตระกูลโคโนฮานะไงล่ะ]
เมื่อผมได้รับคำอธิบายเหล่านี้ผมก็ได้กลับมาไตร่ตรองอีกครั้ง
นี่พวกเราอาศัยอยู่ในโลกที่แตกต่างกันจริงๆด้วยเพราะว่าทุกวันนี้ผมเองก็ไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานหรือชื่อเสียงเลย
[ฉันจะถามนายอีกครั้งนะ นายต้องการเงินเท่าไหร่?]
ผมกลืนน้ำลายของตัวเองเมื่อถูกสายตาของคุณเคกอนจ้องเขม็ง
ผมได้เข้าใจจุดประสงค์ของคำถามนี้อย่างแจ่มแจ้งแล้วเพราะงั้นผมจึงต้องตอบอย่างระมัดระวัง
อย่างกับว่ากำลังถูกทดสอบความระเอียดอ่อนอยู่เลย
สิ่งที่คุณเคกอนได้ถามผมมานั้นก็เหมือนกับว่ากำลังพิสูจน์คุณค่าในตัวผม
ถ้าผมขอค่าจ้างในราคาเท่าเดิมผมก็จะถูกมองด้วยสายตาที่ผิดหวังแต่ในทางกลับกันถ้าผมขอค่าจ้างที่ไม่สมกับความสามารถของตัวเองผมก็คงจะถูกหัวเราะเยาะแน่ๆ
และในที่สุดผมก็ตัดสินใจได้ คำตอบที่ผมเลือกก็คือ…..
[…ผมขอ 2หมื่นเยนครับ]
[หืมมม…ราคาปกติงั้นเหรอ เอาเถอะไม่เป็นไร ต่อจากนี้ฉันคาดหวังในความสามารถของนายอยู่นะ]
ด้วยเหตุนี้คุณเคกอนก็ได้หยิบเอกสารจากลิ้นชักใต้โต๊ะขึ้นมาเขียน
ในขณะที่เขากำลังกรอกอะไรบางอย่างลงในเอกสารคุณเคกอนก็ได้เปิดปากพูดอีกครั้ง
[ถ้างั้น นายก็เริ่มทำงานตั้งแต่พรุ่งนี้เลยนะ]
[เริ่มพรุ่งนี้เลยเหรอ?]
[นายก็เห็นในวิดีโอแล้วหนิว่าเธอเป็นยังไงแค่บ้านของตัวเองเธอยังหลงทางเลยเพราะงั้นเราจึงต้องการใครสักคนที่จะมาช่วยเธอในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด]
ไม่แปลกหรอกที่จะหลงก็ดูขนาดของคฤหาสน์ดิ
[ก่อนอื่นฉันจะต้องเตรียมเสื้อผ้าให้นายก่อนสินะเดี๋ยวฉันจะเรียกช่างตัดเสื้อมาให้]
[เอ๊ะ?…คุณจะเตรียมชุดทำงานให้กับผมด้วยเหรอ?]
[มันก็ไม่เชิงว่าเป็นชุดทำงานหรอก เพราะต่อจากนี้นายจะต้องไปเรียนที่โรงเรียนสุเมรากิ]
[…ห๊ะ!!?]
ไอ้เราก็นึกว่าจะเป็นชุดแนวๆพ่อบ้านแต่ดันเกินความคาดหมายซะงั้น
[ก็ถ้าฮินาโกะไปโรงเรียน ผู้ดูแลอย่างนายก็ต้องตามไปสิ]
[โรงเรียนสุเมรากิเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากไม่ใช่เหรอครับผมไม่ชินกับอะไรแบบนี้เลย…]
[ยังไงก็ตามนายก็ต้องปรับตัวให้ได้เพราะนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของงานในโรงเรียนเก่านายเองก็มีผลการเรียนที่ดีอยู่พอสมควรเลยหนิเพราะงั้นเรื่องการเรียนก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง]
ที่ผมพยายามทำให้ผลการเรียนดีนั่นก็เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสในการเข้าวิทยาลัย แต่เมื่อเทียบกับโรงเรียนท็อปๆแบบนี้แล้วมันคนละเรื่องกันเลย
จะไม่มีปัญหาอะไรแน่งั้นเหรอ?…ทั้งการเรียน กีฬา มารยาท รวมถึงทักษะการสื่อสารด้วย…ความกังวลของผมในตอนนี้กองเป็นเนินภูเขาเลย
[ก็ผู้ดูแลไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าโรงเรียนไปด้วยนี่นามันเลยก็มีแต่ต้องเข้าเรียนที่นั่นในฐานะนักเรียนธรรมดา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสถานะของนายจะถูกกำหนดให้เป็นสมาชิกของโคโนฮานะกรุ๊ปและเพื่อให้นายหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆนาๆประวัติของนายจะถูกเปลี่ยนให้เป็นทายาทของประธานสาขาในเครือแต่ว่านายไม่ไช่ผู้สืบทอดโดยตรงถึงแบบนั้นนายก็ไม่ย่อท้อและตั้งเป้าที่จะเป็นประธานในอนาคตแต่ว่าในตอนนี้นายยังเป็นแค่คนปกติธรรมดา]
[เป็นลูกของประธานนี่มันไม่ธรรมดาแล้วครับ!!…]
[แต่สำหรับที่นั่นมันปกติธรรมดานะ]
คุณเคกอนได้พูดออกมาอย่างเรียบเฉยดูเหมือนว่าโรงเรียนนั่นก็คงไม่ปกติเหมือนกันสินะ
[และอีกอย่างก็คือบริษัทของพ่อนายเป็นส่วนหนึ่งของโคโนฮานะกรุ๊ปเพราะงั้นนายจึงไม่สามารถที่จะขัดคำสั่งของฮินาโกะได้…แค่นี้ก็คงไม่มีใครสงสัยนายแล้วแหละ]
ก็จริงล่ะนะถ้าเป็นแบบนี้ก็มีโอกาสน้อยมากที่ผมจะถูกเปิดเผยตัวตน
ผมได้เหลือบไปมองฮินาโกะที่หลับอยู่ข้างหลังผม “เธอน้ำลายไหลอีกแล้วเหรอเนี่ย” จากนั้นผมก็ดันหน้าของเธอขึ้นเพื่อที่จะปิดปากของเธอเอาไว้ “พวกเราคงจะต้องเป็นเพื่อนกันอีกนานสินะ”
[แต่ว่าถ้านายเกิดทำอะไรกับลูกสาวของฉันแล้วล่ะก็..]
เมื่อผมสังเกตเห็นการจ้องมองจากคุณเคกอนผมจึงยืนหลังตรงในทันที
[เอ่อ..คุณจะตัดน้องชายของผมใช่มั้ยครับ?]
[ตัดน้องชาย? ฟุฮ่าๆๆ ไม่ ฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก!!]
คุณเคกอนได้หัวเราะออกมาอย่างขบขัน
[แต่ฉันจะฆ่านายซะ]
[อ๊ะ!!]
ถึงจะดูเรียบง่ายแต่น่ากลัวสุดๆเลยวุ้ย
[ถ้างั้นก็เอาไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ]
พอคุณเคกอนพูดแบบนั้นออกมาคุณเมดก็เปิดประตูที่อยู่ด้านหลังอย่างช้าๆ
ก่อนที่ผมจะออกไปพร้อมกับฮินาโกะที่กำลังงัวเงียอยู่คุณเคกอนก็ได้พูดอะไรบางอย่างออกมา
[อ๊ะ และอีกอย่างฉันได้สืบเรื่องเกี่ยวกับเรื่องตระกูลของนายดูแล้ว]
เมื่อผมหันหลังกลับคุณเคกอนก็ได้พูดกับผมด้วยสีหน้าที่จริงจัง
[ดูเหมือนว่าลูกสาวของตระกูลมิยาโกจิมะจะเข้าเรียนที่สุเมรากิด้วย ฉันรู้ว่านายไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกับเธอเลย แต่ก็เผื่อเอาไว้ก่อน….เพราะงั้นนายก็พยายามอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเธอมากล่ะถ้ามันไม่จำเป็น]
[..ครับ]
อย่างนี้นี่เอง….เธอเองก็เรียนอยู่ที่นั่นด้วยเหรอ?
ยังไงซะเธอก็คงจะจำผมไม่ได้แล้วล่ะมั้งเพราะงั้นพวกเราก็คงไม่มีอะไรที่ให้ยุ่งเกี่ยวกันหรอก (**คำพูดพาซวยชัดๆ)
[ขออภัยนะคะ ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวกับคุณเลย ฉันมีชื่อว่า ซึรุมิ ชิสึเนะค่ะ และตอนนี้ฉันก็เป็นเมดที่รับใช้คุณหนูอยู่ค่ะและอีกอย่างฉันจะเป็นคนรับหน้าที่เกี่ยวกับการแนะนำเรื่องผู้ดูแลให้กับคุณเอง]
คุณเมดได้พูดออกมาในขณะที่เดินตามโถงของคฤหาสน์
[ในตอนที่คุณอยู่ข้างนอกสถานะของคุณคือทายาทของประธานบริษัทสาขาย่อยแต่ในตอนที่คุณอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้คุณก็คือผู้ดูแลของคุณหนูเพราะงั้นช่วยปรับเปลี่ยนวิธีการพูดกับคุณหนูด้วยค่ะ]
[…เข้าใจแล้วต้องเป็น ท่านฮินาโกะใช่มั้ย?]
ชิสึเนะพยักหน้า
[แต่ในทางกลับกันด้านนอกคฤหาสน์คุณกับคุณจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันเพราะงั้นค่อยเรียกชื่อตอนนั้นจะดีกว่าค่ะ]
แสดงว่าในโรงเรียนผมจะต้องเปลี่ยนจากท่านฮินาโกะเป็นฮินาโกะ“ซัง”สินะ
ผมจะต้องแยกแยะให้ออกจากนั้นผมก็ได้พยักหน้า
[และนี่ก็คือห้องของคุณค่ะอิสึกิซัง]
ชิสึเนะพูดในขณะที่เปิดประตูห้อง ภายในห้องนั้นมีขนาดเจ็ดเสื่อทาทามิส่วนเรื่องการตกแต่งก็เป็นแบบเรียบง่ายมีแค่เตียงและโต๊ะเรียนเท่านั้นนี่น่าจะเป็นห้องสำหรับพวกพ่อบ้านแม่บ้านมั้ง เดิมทีผมก็รู้สึกตกใจกับขนาดของคฤหาสน์แต่พอได้เห็นห้องของตัวเองก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาในทันทีเลยถ้าเป็นแบบนี้ก็คงใช้เวลาในการปรับตัวไม่นานแน่
[ถ้าหากอิสึกิซังอยากได้เฟอร์นิเจอร์แบบไหนพวกเราจะสั่งให้คุณในภายหลังค่ะและต่อจากนี้ไปห้องนี้ก็เป็นของคุณแล้วค่ะ]
[ครับ]
เธอพูดออกมาว่าอยากได้อะไรก็บอกแต่สำหรับคนที่เพิ่งมาใหม่แบบผมแล้วผมจะไม่พูดอะไรแบบนั้นออกไปในตอนนี้แน่
เกี่ยวกับเรื่องนี้ผมค่อยเอาไปคิดทีหลังเมื่อสามารถทำงานได้ดีเหมือนกับคนอื่นๆ
[งืม~~]
ในขณะนั้นท่านฮินาโกะที่ยืนอยู่ข้างๆผมก็ได้ทำเสียงแปลกๆออกมาแล้วกระโดดลงบนเตียงในห้องของผม
[เออ…ท่านฮินาโกะนั่นมันเตียงของผมนะครับ]
[เตียงของผู้ดูแล…ก็คือเตียงของฉัน….zzzz]
ฮินาโกะได้ฝังใบหน้าของตัวเองไว้ในฟูกด้วยท่าทางน่ารักและมีความสุข
[…งั้นก็ช่วยไม่ได้ ให้คุณหนูนอนพักไปเถอะค่ะ]
ชิสึเนะพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมา
[อิสึกิซังคุณจะต้องเข้าเรียนในโรงเรียนสุเมรากิในวันพรุ่งนี้ในฐานะนักเรียนโอนย้าย…ก่อนหน้านั้นคุณจะต้องเรียนรู้ก่อนค่ะ]
[นี่ก็เกี่ยวกับงานผู้ดูแลเหรอ?]
[นั่นก็มีส่วนค่ะแต่มันเป็นอย่างอื่น]
ชิสึเนะได้อธิบายออกมาว่า
[โรงเรียนสุเมรากินั้นเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รวมตัวของเด็กที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยและมีอำนาจและอีกอย่างเนื้อหาของที่นั่นก็เป็นระดับสูงทั้งหมดเพราะงั้นคนที่เคยใช้ชีวิตปกติธรรมดาอย่างคุณคงยากที่จะตามทันดังนั้นตั้งแต่ตอนนี้จนถึงตอนเย็นฉันจะให้คุณศึกษาเนื้อหาของที่นั่นค่ะ]
[…ระดับสูงเลยงั้นเหรอ?]
[ค่ะ และอีกอย่างเนื่องจากว่าคุณอาจจะต้องทำงานร่วมกับคุณหนูเพราะงั้นเรื่องการเรียนคุณจะต้องทำได้พอๆกันค่ะ]
[…ไม่ค่อยมั่นใจเลยแฮะ]
[ไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการ แต่ฉันจะสอนเรื่องกิริยามารยาทและร่วมถึงศิลปะการป้องกันตัวค่ะ]
[ศิลปะการป้องกันตัว?]
[เผื่อเอาไว้ค่ะ]
ผมแสดงท่าทางตกใจส่วนทางชิสึเนะก็พูดออกมาอย่างเรียบเฉย
[เอ๊ะ หรือว่าคุณจะกลัวเหรอคะ?]
[ไม่…แบกหินแบกปูนผมก็ผ่านมาหมดแล้วเพราะงั้นผมเองก็ค่อนข้างมั่นใจในเรื่องพละกำลังของตัวเองอยู่พอสมควร]
[แบบนั้นเองเหรอ? ถ้าอย่างงั้นหลังจากที่คุณเตรียมตัวเสร็จแล้วเราก็จะมาลองดูกันว่าคุณจะได้สักแค่ไหนกันเชียว]
ผมได้ยิ้มแห้งๆออกมาหลังจากที่ชิสึเนะพูดอะไรแบบนั้นออกมา
เมื่อพิจารณาถึงบุคลิกของชิสึเนะแล้วละก็มันคงจะดีกว่าถ้าผมเป็นผ่ายเปิดก่อนถึงเธอจะเป็นคนสอนผมก็เถอะแต่ถ้าผมทำได้ไม่ดีแล้วละก็ผมอาจจะถูกจับไปฝึกอย่างโหดเหี้ยมแบบพวกสปาร์ตันทุกวันแน่
ผมจะเป็นคนสอนบทเรียนให้กับพวกเธอที่เอาแต่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและหรูหราในคฤหาสน์ไปวันๆแบบพวกเธอเอง!!
เพราะงั้นก็อย่าได้ดูถูกนักเรียนที่พยายามดิ้นรนอย่างตูนะเฟ้ยย—–
[ยอมแล้วๆ ผมขอโทษ ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วยย]
และในตอนนั้นเองผมก็ได้ก้มอยู่ใต้แทบเท้าของชิสึเนะ ณ ที่โรงฝึกของคฤหาสน์
[เอาล่ะ สำหรับบทเรียนในเรื่องนี้ก็เอาแค่นี้ก่อนละกัน]
หลังจากที่ได้เรียนเรื่องมารยาทและวิชาการเสร็จแค่นี้ก็ทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยมากจนเหมือนกับว่าตัวเองกำลังจะสลบไปอยู่แล้ว
แต่พอมาเจอเรื่องการเรียนศิลปะการป้องกันตัวก็ทำเอาซะเหนื่อยทั้งกายและใจเลย ในตอนที่ผมได้อยู่ต่อหน้าชิสึเนะซังผมนั้นก็เหมือนกับเด็กอมมือไปเลยนี่เธอเป็นเทพเจ้าแห่งการต่อสู้รึไงกันเนี่ย
[ส่วนนี่ก็คือคู่มือเกี่ยวกับงานของผู้ดูแลค่ะ]
[….หนาเตอะ]
[นี่คือสิ่งสุดท้ายก่อนถึงช่วงอาหารเย็นค่ะแต่ถ้าคุณมีปัญหาอะไรก็ถามฉันได้หรือจะดูคู่มือนั่นก็ได้ค่ะ]
ชิสึเนะพูดออกมาหลังจากที่ผมรับคู่มือไปแล้ว
[เอ่อ…แล้วเรื่องที่ท่านฮินาโกะนอนอยู่ในห้องล่ะ]
[เวลาที่คุณหนูอยู่ในคฤหาสน์สิ่งที่คุณหนูจะทำก็คือนอนหลับค่ะเพราะงั้นก็ปล่อยเอาไว้เถอะ]
[เปล่าไม่ใช่แบบนั้น…คือว่าผมเองก็อยากนอนแล้วอ่ะ]
[งั้นคุณก็นอนแถวๆโถงทางเดินสิคะ เดี๋ยวฉันจะเอาฟูกมาปูให้ค่ะ]
[….]
[ล้อเล่นค่ะล้อเล่น คุณช่วยอดใจรอจนกว่าคุณหนูจะออกไปจากห้องก่อนนะคะ]
[…ได้ครับ]
[เอาล่ะ ขอโทษที่รั้งเอาไว้นานนะคะ ถ้าคุณต้องการอะไรอีกก็สามารถโทรหาฉันได้ทุกเมื่อเลยนะคะ]
พอพูดจบชิสึเนะก็ได้เดินออกจากโรงฝึกไป
หลังจากที่ผมรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลผมก็ได้รับมือถือที่จะมอบให้กับคนรับใช้ของตระกูลโคโนฮานะ ในมือถือเครื่องนี้มีเบอร์ของชิสึเนะบันทึกเอาไว้อยู่แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมเองก็ไม่อยากจะโทรหาเธอเลย
[ก็พอรู้อยู่หรอกว่าการที่จะเป็นผู้ดูแลนั้นต้องเป็นคนที่มีคุณสมบัติสูงพอสมควร…]
ผมพึมพำกับตัวเองในขณะที่เดินออกจากโรงฝึกและมุ่งหน้าไปที่ห้องของตัวเอง
เธอได้บอกผมมาว่าเธอจะสอนให้กับผมทุกวันถ้าผมยังเรียนต่อไปละก็ไม่แน่ว่าผมอาจจะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบทั้งในด้านวิชาการและศิลปะการป้องกันตัวแต่ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะทนได้รึเปล่า..หรือว่าจะตายกลางทางก่อนกันนะ
เมื่อผมมาถึงที่ห้องของตัวเองผมก็พบกับฮินาโกะที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงของผม
[งืมมม…เอเฮะ..]
ฮินาโกะเธอเนี่ยเป็นคนที่ชอบนอนจริงๆเลยนะ
ถึงแม้ว่าจะโดนลักพาตัวแต่ฮินาโกะก็ยังนอนได้อีกถ้ายังเป็นแบบนี้เธอได้หลับยันเช้าแน่
ผมได้ถอนหายใจออกมาแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงาน
อยากนอนจนใจจะขาดแล้วอ่ะเพราะวันนี้ผมโครตจะเหนื่อยเลยแต่ว่าฮินาโกะก็ยังคงนอนอยู่บนเตียงแล้วผมต้องทำยังไงเนี่ยยย
[อ๊ะจริงสิ เวลาแบบนี้ต้องดูคู่มือ]
จากนั้นผมก็ได้เปิดคู่มืออ่าน
[อืม นี่แหละ….สิ่งที่ควรระวังในขณะที่คุณหนูกำลังหลับ(ฉบับในคฤหาสน์)….เมื่ออยู่ที่คฤหาสน์ เธอมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนแต่ถ้าเผลอไปปลุกเธอเข้าแล้วละก็เธอจะอารมณ์เสียสุดๆดังนั้นต้องรีบพาเธอไปที่ห้องนอน….ก่อน….ที่….เธอ…จะ…หลับ..]
ถึงผมจะรู้ก็เถอะว่าห้องของเธออยู่ที่ไหนแต่มันจะไม่เป็นไรแน่เหรอถ้าไปอุ้มเธอโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต
ในขณะที่ผมพยายามค้นหาในคู่มือ..ทันใดนั้นก็มีเสียงจากมือถือของผมดังขึ้น
มีคนส่งข้อความมาเหรอ?
{ ยูริ : พรุ่งนี้เราไปโรงเรียนด้วยกันมั้ย? }
พอได้เห็นข้อความดังกล่าวก็ทำให้ผมนึกได้
[…อ๊ะเวรล่ะ ลือบอกไปเลย]
ผมได้ซิงค์ข้อมูลจากเครื่องเก่าที่ซื้อด้วยชื่อของพ่อแม่มายังเครื่องใหม่ที่เพิ่งได้มาเพราะงั้นผมจึงได้รับข้อความจากคนรู้จักในมือถือเครื่องนี้ด้วย
ผมควรจะอธิบายยังไงดี? ในขณะที่ผมกำลังคิดเรื่องนี้อยู่ ข้อความต่างๆก็ได้ถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ
{ ยูริ : ถ้าไม่อยากก็ไม่เป็นไร ฉันไปกับคนอื่นก็ได้ }
{ ยูริ : นี่? }
{ ยูริ : อย่าเมินฉันดิยะ }
ตูไม่ได้เมินเฟ้ย
เนื่องจากผมหาข้ออ้างไม่ได้ผมเลยตัดสินใจที่จะบอกเธอไปตรงๆ
{ อิสึกิ : พอดีมีบางอย่างเกิดขึ้นน่ะ ฉันเลยไปเรียนที่นั่นอีกไม่ได้แล้ว }
{ ยูริ : ห๊ะ? }
เธอส่งข้อความกลับมาในทันที
{ ยูริ : ฉันโทรหานานได้มั้ย? }
{ อิสึกิ : โทษทีตอนนี้ฉันเหนื่อยมากเลยเอาไว้ครั้งหน้านะ }
ขอบอกตรงๆเลยนะผมคิดอะไรไม่ออกเลยล่ะถ้าผมยังคงฝืนคิดอยู่ละก็ผมรู้สึกเหมือนว่าผมจะสูญเสียความรู้ทั้งหมดที่ชิสึเนะยัดเข้ามาในหัวผมเลย
มือถือของผมได้สั่นขึ้นมา
ก็ฉันบอกเธอไปแล้วนะนี่ก็ยังจะ….เฮ้อคุยไปก็เสียเวลาดังนั้นผมจึงเลือกที่จะไม่รับ
หลังจากทิ้งมือถือไปสักพักผมก็ได้รับข้อความมาอีก
{ ยูริ : ทำไมไม่รับล่ะ? }
{ ยูริ : นี่!! }
{ ยูริ : อยู่รึเปล่า~~? }
[นี่]
[เหวออ?!]
จู่ก็มีเสียงเรียกจากด้านหลังนั่นทำให้ผมรู้สึกตกใจและกระโดดออกจากเก้าอี้
เมื่อผมหันหลังกลับก็เห็นฮินาโกะยืนอยู่ตรงนั้นด้วยดวงตาที่งัวเงีย
[อ๊ะ คุณตื่นแล้วเหรอครับ?]
[นั่นใครอ่ะ]
[เอ๊ะ?…อ๊ะเอิ่ม เธอเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โรงเรียนเก่าของผมน่ะ]
[..หืมมมมมมมมม]
ฮินาโกะได้ทำท่าทางเหมือนมีอะไรในใจและจากนั้นเธอก็แบมือมาทางมือถือของผม
เธอคงอยากจะค้นหาอะไรบางอย่างบนอินเทอร์เน็ตล่ะมั้ง ผมได้ยื่นมือถือไปให้เธอ
[…ขอเช็กอะไรสักแป๊บนะ]
[เอ่อ…]
ฮินาโกะคลานเข้าไปใต้ผ้าห่มพร้อมกับมือถือของผม
[ตอนนี้ฉันสบายใจแล้วล่ะ…]
[สบายใจ? ถ้างั้นท่านฮินาโกะครับผมขอคืนได้มั้ยครับ?]
[ไม่]
ฮินาโกะพูดพร้อมกับหันหลังให้ผม
[…ฉันเกลียดวิธีพูดแบบนั้น]
[หืม?]
หมายถึงอะไร..? อ่อหรือว่าคำพูดที่เป็นทางการแบบนี้งั้นเหรอ?
[กลับมาพูดเหมือนเดิมซะ]
[ไม่ได้ครับ คือว่า..]
[ถ้านายไม่ทำ ฉันจะไล่นายออก]
ให้ตายสินี่เธอเอาแต่ใจสุดๆ
[…อ่ะแบบนี้ใช่มั้ยที่เธอต้องการ?]
[อื้ม…แบบนี้แหละ]
[ก็ชิสึเนะซังบอกให้พูดแบบนั้นอ่ะ]
[เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปคุยกับชิสึเนะเอง]
แบบนั้นมันจะดีแน่เรอะ?
พรุ่งนี้ผมคงจะต้องไปถามชิสึเนะแล้วล่ะมั้ง
[อิสึกิ]
[..หืม?]
[ตั้งแต่พรุ่งนี้ ก็ขอฝากตัวด้วยนะ]
ฮินาโกะพูดด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
ผมอึ้งไปครู่นึงก่อนที่จะตอบกลับไป
[…อื้ม]
ดูเหมือนว่าเธอจะพอใจกับคำตอบของผมจากนั้นเธอก็ได้ขึ้นไปบนเตียงของผมอีกครั้ง
[เฮ้ยๆ ถ้าจะนอนก็ไปห้องของเธอสิ!!]
แต่ไม่ทันไรเธอก็หลับไปซะแล้ว
ผู้หญิงคนนี้นี่มัน…
******
แปลโดยเพจ Sakurai
Chapters
Comments
- ตอนที่ 2.3 มิถุนายน 25, 2022
- ตอนที่ 2.2 มิถุนายน 25, 2022
- ตอนที่ 2.1 มิถุนายน 25, 2022
- ตอนที่ 1.3 มิถุนายน 22, 2022
- ตอนที่ 1.2 มิถุนายน 19, 2022
- ตอนที่ 1.1 มิถุนายน 19, 2022
- ตอนที่ 0 มิถุนายน 19, 2022
MANGA DISCUSSION