ตอนที่ 1.1
Saijo no Osewa Takane no Hana-darakena Meimon-kou de, Gakuin Ichi no Ojou-sama (Seikatsu Nouryoku Kaimu) wo Kagenagara Osewa suru Koto ni Narimashita
才女のお世話 高嶺の花だらけな名門校で、学院一のお嬢様(生活能力皆無)を陰ながらお世話することになりました
(**ทำการแก้ไขสำนวนแปลกๆและคำที่แปลผิด)
[ตอนที่ 1.1 ผมถูกพ่อแม่ทิ้งแถมยังถูกลักพาตัวไปอีก!!]
[ขอให้โชคดีนะ~]
ผมไม่ได้คาดหวังเลยว่าคำพวกนี้จะออกมาจากปากพ่อแม่ของผม
ในตอนบ่ายโมงครึ่ง พ่อแม่ของผมได้ออกไปจากอพาร์ทเมนต์เก่าๆราคาสองหมื่นเยนหลังจากที่พูดประโยคที่คล้ายๆกับในหนังหรือมังงะแบบนั้น“พวกเขาคงจะไปผับอะไรประมาณนั้นล่ะมั้ง พอตกเย็นพวกเขาคงจะกลับ..”ผมได้คิดแบบนี้ในใจ
แต่ว่าหลังจากนั้นสองสามวันพวกเขาก็ไม่ได้กลับมาที่อพาร์ทเมนต์อีกเลย
เห็นได้ชัดว่าผมคงจะถูกทิ้งแล้วแหงๆ
[….นี่ต้องเป็นเรื่องล้อเล่นแน่ๆ]
ถ้าจะให้พูดว่าโดนทิ้งก็คงไม่ผิดหรอกเพราะพวกเขาแอบหนีออกไปในตอนกลางคืน
เดิมทีแล้วครอบครัวของผมก็มีปัญหากับเรื่องการเงินอยู่แล้วส่วนใหญ่ก็เกิดจากพ่อที่ติดเหล้างอมแงมและแม่ที่คลั่งการพนันและชื่อเสียงของครอบครัวผมก็เป็นที่รู้จักกันในบริเวณหมู่บ้านและทางเพื่อนบ้านก็เห็นพ่อแม่ของผมหนีออกไปในช่วงกลางดึกผมได้เข้าใจเรื่องทั้งหมดหลังจากที่เพื่อนบ้านมาบอกเรื่องพวกนี้กับผมว่าพ่อแม่ของผมนั้นได้หนีออกไปที่ไหนสักแห่งด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
[ทั้งที่วันพรุ่งนี้เป็นชีวิตวันแรกในรั้วโรงเรียนของฉันแท้ๆ]
พอมองย้อนกลับไปนี่มันก็เป็นปฏิหาริย์ชัดๆที่ผมยังสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายได้อีก
ในขณะที่ต้องดูแลพ่อแม่ผมก็ต้องหาเงินค่าเล่าเรียนเองเพราะงั้นผมจึงต้องทำงานพาร์ทไทม์ทุกวันและในที่สุดผมก็สามารถเข้าเรียน ม.ปลายปี2ได้….แต่ผมก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะไปได้อีกสักกี่น้ำเพราะไหนจะค่าเช่าบ้างล่ะ ค่าโดยสารบ้างล่ะและค่าอาหารบ้างล่ะเรื่องพวกนี้ผมก็ใช้เงินส่วนตัวของผมทั้งนั้นแต่อย่างน้อยพ่อแม่ของผมก็ยังจ่ายค่าเช้าให้บางส่วนเลยพอรับไหวแต่ว่าตอนนี้น่ะมันไม่ใช่เลย
….ไปซื้อข้าวเที่ยงดีมั้ยนะ
ไม่ดีกว่าทิ้งความคิดแบบนั้นไปซะ
ในตอนนี้ก็เป็นช่วงบ่ายโมงและผมก็ไม่ได้กินอะไรเลยมาตั้งแต่เช้าแล้วผมได้ลองค้นหาทั่วอพาร์ทเมนต์แต่ก็ไม่เจอเงินสักกะนิดเดียวแต่ผมก็พอมีเงินเหลือสองร้อยเยนในกระเป๋า
แจ้งตำรวจดีไหม? หรือจะปรึกษาเพื่อนดีนะ? ไม่สิผมคงทำตัวไม่ถูกและสับสนมากแน่ถ้าได้บอกเรื่องพวกนี้กับใครไป
แสงแดดที่เจิดจ้าของดวงอาทิตย์ทำให้ผมรู้สึกหดหู่มากยิ่งขึ้น
เมื่อผมเดินผ่านถนนที่เดินเป็นประจำผมก็ได้ยินเสียงพูดจากที่ไหนสักแห่ง
[อืม–หืมมม]
[อ๊ะ ค่ะ]
เสียงพึมพำในตอนแรกช่างเป็นเสียงที่ไพเราะจริงๆ
ผมได้หันไปดูที่ต้นทางของเสียงและได้เห็นเด็กผู้หญิงสองคนที่สวมเครื่องแบบนักเรียนที่ดูดีกำลังเดินลงมาจากบนเขา
ผมได้ข่าวเกี่ยวกับเนินเขาแห่งนี้มาว่ามีโรงเรียนชื่อดังที่อยู่หนึ่งในสามอันดับแรกของประเทศตั้งอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ถ้าจะให้พูดแบบเข้าใจง่ายๆละก็มันคือโรงเรียนสำหรับคนรวยนั่นเอง
เห็นว่ากันว่าในโรงเรียนก็มีแต่พวกลูกคุณหนูที่มาจากครอบครัวร่ำรวยกันทั้งนั้น ค่าt-scoreก็สูงเอาเรื่องด้วยส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกก็มีแต่ของดีๆทั้งนั้นและเนื้อหาก็ละเอียดเจาะลึกมากจนไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่เป็นโรงเรียนมัธยมปลายและดูเหมือนว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างหรูหราในหลายๆด้าน โรงเรียนของผมนั้นจะเปิดพรุ่งนี้แต่ดูเหมือนว่าโรงเรียนที่พวกเขาเรียนอาจจะเปิดแล้วน่าจะเป็นเพราะว่าโรงเรียนดังมีช่วงเวลาปิดเทอมที่สั้น
[พวกเราทั้งคู่เหมือนอยู่คนละโลกเลย….เฮ้อหัวเราะไม่ออกเลยล่ะ]
แค่กิริยาท่าทางในตอนที่เดินอยู่ก็บ่งบอกได้เลยว่าพวกเธอต้องได้รับการอบรบสั่งสอนมาอย่างดีแน่ๆพอมองมาที่ตัวเองก็รู้สึกหดหู่เลยแฮะ
ยังไงก็ตามการที่พวกเธออยู่แถวนี้ก็แสดงว่าพวกเธออยู่โรงเรียนนั่นแน่ๆ
ตอนนี้ก็น่าจะเป็นเวลาเลิกเรียนของพวกเธอแล้วละมั้งค่อนข้างหายากเลยนะเนี่ยที่จะเห็นพวกเธอมาเดินอยู่แถวนี้เพราะว่าปกติคนที่อยู่โรงเรียนนั้นมักจะถูกรับส่งโดยรถยนต์
[…หืม?]
ในระหว่างที่จะเดินไปร้านสะดวกซื้อผมก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่คล้ายๆกับบัตรประจำตัวอยู่บนพื้น
จากนั้นผมก็ได้หยิบขึ้นมาดูนี่น่ะมันคงจะเป็นบัตรประจำตัวนักเรียนแน่ๆ
นี่น่าจะเป็นของผู้หญิงคนใดคนหนึ่งจากสองคนที่เดินผ่านไปเมื่อกี้ได้ทำหล่นเอาไว้
[โคโนฮานะ ฮินาโกะ อ๊ะ….ไม่สิ นี่ไม่ใช่เวลามาอ่านชื่อ]
คนที่ทำหล่นเอาไว้ก็คงไปได้ไม่ไกลมากนักเพราะงั้นผมไม่ควรที่จะอ่านข้อมูลส่วนตัวของเธอ
ถ้าผมวิ่งไปในตอนนี้ก็คงจะตามผู้หญิงคนนั้นทันจากนั้นผมก็ได้สงสัยว่าเพื่อนอีกคนของเธอไปไหนแล้วเพราะตอนนี้ผมเห็นแค่ผู้หญิงที่เดินอยู่คนเดียว
[เอ่อ ขอโทษนะครับ!]
พอผมส่งเสียงเรียกผู้หญิงคนนั้นก็ได้หันหน้ามา
ผมสีเหลืองอำพันที่เปล่งประกายของเธอได้แกว่งไปมาในอากาศและแสงแดดจากดวงอาทิตย์ก็ส่องมาที่เธอเผยให้เห็นถึงใบหน้าที่สง่างามเข้ารูปของเธอเมื่อผมได้มองไปก็ทำเอาผมคิดว่า “เหมือนหลุดออกมาจากรูปภาพเลย”(**見返り美人 สวยย้อนวัย-เป็นงานศิลปะของญี่ปุ่นอีกทั้งยังเป็นวลีที่ไว้พูดชมผู้หญิง)
[-คะ?]
ทันใดนั้นก็มีรถสีดำเงามาจอดอยู่ข้างๆเธอ
ประตูรถได้เปิดออกและมีผู้ชายที่ดูกำยำสองคนโผล่ออกมา
จากนั้นพวกผู้ชายก็ได้ลากผู้หญิงคนนั้นเข้าไปในรถ
-นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ฉากที่เห็นในตอนนี้เหมือนกับในมังงะหรือหนังเลยแต่ว่าสิ่งที่ผมเห็นในตอนนี้น่ะมันไม่ใช่การแสดงแน่ๆนั่นจึงทำให้ผมรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก
แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาตกใจสิ
เกิดการลักพาตัวต่อหน้าต่อตาผม
[ด-เดียวก่อน!!]
ผมไม่สามารถที่จะเมินผ่านไปได้ผมเลยตัดสินใจที่จะตะโกนออกไป
[อะไรวะ]
[คนรู้จักของผู้หญิงคนนี้งั้นเหรอ]
ผู้ชายสองคนนั้นที่ดูเหมือนจะเป็นโจรลักพาตัวก็ได้ตะโกนกลับมาที่ผม
แต่ก็น่าเสียดายนะที่ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยที่ผมตะโกนออกไปก็เพื่อที่จะปั่นหัวพวกนั้น
[เฮ้ย พวกเราปล่อยคนที่รู้เห็นเรื่องนี้ไปไม่ได้ แก!! มากับฉันซะ!!]
[อะเอ๊ะ!?]
ผู้ชายคนนั้นได้มาคว้าแขนของผมและลากขึ้นไปบนรถ
เพราะงั้นผมจึกถูกลักพาตัวไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น
✰✰✰✰✰✰
[เอาล่ะ ด้วยสิ่งนี้ต่อให้พยายามแค่ไหนพวกนายก็ขยับไม่ได้หรอก เพราะงั้นจงอยู่นิ่งๆซะ]
ชายร่างเล็กได้พูดออกมาและดูเหมือนว่าเขาก็จะเป็นหนึ่งในสองจากพวกโจรลักพาตัว
ในตอนนี้ผมอยู่ในโรงงานร้างแห่งหนึ่งดูเหมือนว่าการลักพาตัวในครั้งนี้จะถูกวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดีและผมกับหญิงสาวก็ถูกใส่กุญแจมือพร้อมกับโซ่หนาไว้ที่เท้าและมือ
[…คือว่าพ่อแม่ของฉันคงจะจ่ายค่าไถ่ให้ไม่ได้หรอก]
[หุบปาก แกน่ะมันก็แค่ของแถม]
โจรลักพาตัวพูดในขณะที่ถ่มน้ำลายออกมาด้วย
ผมได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาถูกพ่อแม่ทิ้งไม่พอแถมตอนนี้ก็ยังถูกลักพาตัวอีกนี่ตูไปทำเวรทำกรรมอะไรมาวะเนี่ยถึงกับต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้
จิตใจของผมได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ยังไงก็มืดแปดด้านอยู่แล้วหนิต่อให้ว่าการลักพักตัวนี่จะจบลงยังไงซะอนาคตของผมก็ไม่มีอะไรรออยู่แล้ว
[ลูกพี่คุณเนี่ยช่างโชคดีจริงๆเลยนะผู้หญิงคนนี้เป็นลูกสาวของตระกูลโคโนฮานะนี่มันตกได้ตัวเป้งเลยไม่ใช่เหรอ]
[ใช่แล้วล่ะ ถ้าพูดถึงตระกูลโคโนฮานะเห็นว่ารวยที่สุดในโรงเรียนนั่นแล้วนี่นาพวกเราจะจัดค่าไถ่ให้หนักๆเลย]
โจรลักพาตัวสองคนกำลังยืนคุยกันพร้อมกับยิ้มออกมา
หลังจากที่ฟังพวกเขาผมก็ได้หันไปมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆที่ถูกใส่กุญแจมือเช่นเดียวกันกับผม
เธออาจจะถูกลักพาตัวมาเพื่ออย่างอื่นด้วยที่ไม่ใช่แค่เรียกค่าไถ่เพราะตัวเธอนั้นมีรูปลักษณ์ที่ดีมากถึงดวงตาของเธอจะดูไม่มีชีวิตชีวาและไร้เดียงสาแต่ก็แฝงไปด้วยความเฉลียวฉลาดที่ปนเปไปกับความน่ารักสันจมูกที่โด่งของเธอก็ให้ความรู้สึกที่สง่างามและริมฝีปากสีแดงสดที่ให้ความรู้สึกชุ่มชื่นก็น่ารักเป็นอย่างมากส่วนผมสีเหลืองอำพันของเธอก็เปล่งประกายแวววาวและผิวก็ขาวราวกับหิมะแขนขาก็เรียวยาวได้สัดส่วนสุดๆ
[…นี่]
หญิงสาวได้เปล่งเสียงออกมา
ท่าทางของเธอในตอนนี้ดูแตกต่างจากที่ผมเห็นบนถนนในตอนนั้นเธอมีบรรยากาศที่เหมือนพวกลูกคุณหนูแต่ว่าตอนนี้เธอดูขี้เกียจและหดหู่
ใช่สิก็เธอถูกลักพาตัวมานี่นาเธอคงจะกลัวมากสินะก็ไม่แปลกหรอกที่เธอจะไม่สามารถทำตัวปกติได้เธอนั้นได้เข้าเรียนที่โรงเรียนชื่อดังเพราะงั้นต้องมีอนาคตอันสดใสรอเธออยู่ข้างหน้าแน่ๆซึ่งต่างจากผมลิบลับเลยถ้าให้เดาละก็ความกลัวของผมคงเทียบกับของเธอไม่ติดเป็นแน่แท้
ถึงอนาคตของผมจะมืดมนสักแค่ไหนแต่อย่างน้อยสิ่งที่ผมทำได้ในตอนนี้ก็คงจะเป็นการปลอบผู้หญิงคนนี้
ผมพยายามที่จะเลือกคำพูดที่ดีที่สุดเพื่อที่จะให้กำลังใจเธอ
[มันจะไม่เป็นไรแน่ครับ เท่าที่ฉันจำได้การเรียกค่าไถ่มีอัตราความสำเร็จที่ต่ำมาก]
[ห้องน้ำ]
[และนอกจากนี้ตำรวจญี่ปุ่นก็เก่งกันมากด้วยเพราะงั้นรอก่อนนะ….ห๊ะ?]
ผมได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่า?
รู้สึกเหมือนได้ยินถึงความต้องการอะไรบางอย่างออกมาเลย
[ห้องน้ำ จะราดแล้ว]
เธอได้แสดงถึงความต้องการออกมาอย่างแรงกล้า
ถึงเธอจะเป็นท่านหญิงผู้เพียบพร้อมยังไงแต่เธอก็ยังเป็นมนุษย์อยู่วันยันค่ำเพราะงั้นคงไม่แปลกหรอกที่เธออยากจะเข้าห้องน้ำ
แต่ว่าตอนนี้เนี่ยนะ?แล้วไอ้ท่าทางนิ่งๆแบบนั้นมันอะไรกัน?
[ฉันจะทำยังไงดี?]
[ดะเดี๋ยว เธออยากจะสื่ออะไรกัน..]
[จะออกแล้ว]
มันคงยากที่จะบอกเพราะตอนนี้น้ำเสียงของเธอตะกุกตะกักเป็นอย่างมากเธอคงจะมีปัญหาจริงๆนั่นแหละ
ผมได้เรียกชายร่างเล็กที่อยู่ด้านหน้าถึงจะรู้สึกอึดอัดหน่อยๆก็เถอะ
[คุณครับ! มานี่หน่อยท่านหญิงมีอะไรอยากจะพูดครับ]
[…อะไร?]
โจรลักพาตัวได้เอียงศีรษะจากนั้นเธอก็พูดกับเขาโดยไม่มีท่าทีที่กลัวเลย
[ห้องน้ำ]
[…ทำไมเหรอ?]
[จะราดแล้ว]
โจรลักพาตัวได้กลอกตาอาจจะเป็นเพราะท่าทีที่ไม่คาดคิดของเธอ
ผู้หญิงคนนี้ไม่กลัวเลยรึไง!!
[ถ้าจะราดก็ราดไปเถอะไอ้ท่าทางแปลกๆของเธอมันน่ารำคาญสุดๆเลยว่ะ]
โจรลักพาตัวพูดด้วยนำเสียงหงุดหงิด
ส่วนเธอนั้นก็ค่อยๆตอบกลับ
[ได้จริงเหรอ?]
ดวงตาของเธอใสเป็นประกายดูเหมือนว่าเธอจะไม่ลังเลที่จะปล่อยมันออกมาถึงจะเป็นคนที่ไม่ค่อยสนอะไรแต่ก็ทำท่าทางรู้สึกผิดบ้างสิ!!
[อย่านะ อดทนไว้หน่อยเถอะ ขอร้องล่ะ..นี่ก็เพื่อตัวฉันเองด้วย]
ผมได้ชี้ให้พวกโจรดูว่าเธอได้ทำจริงๆแน่
เพราะผมกับเธอถูกล่ามเอาไว้ด้วยกันถ้าเธอปล่อยออกมาแล้วละก็ผมได้รับผลกระทบเต็มๆแน่
[…พาเธอไป]
ชายร่างใหญ่ได้พูดออกมา
[ลูกพี่แต่ว่า..]
[ฉันไม่อยากให้ที่นี่สกปกน่ะเพราะไม่รู้ว่าต้องรออีกกี่วัน]
คำพูดของชายร่างใหญ่ได้ทำให้เขายอมทำจากนั้นเขาก็เดินเข้าใกล้หญิงสาวในขณะที่เกาหัวไปด้วย
[ฉันจะไม่ถอดโซ่ออกหรอกนะ]
โจรลักพาตัวได้ถอดกุญแจมือที่ตรึงพวกเราเอาไว้ด้วยกันออก
แต่ว่าผมกับหญิงสาวก็ยังคงถูกล่ามเอาไว้ด้วยโซ่จากนั้นพวกเราก็ได้ย้ายไปที่ห้องน้ำด้วยกันพอถึงห้องน้ำแล้วเธอก็เดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล
ผ่านไปครู่นึงผู้หญิงคนนั้นก็ได้ออกมาและล้างมืออย่างช้าๆจากนั้นก็หันมามองที่ผมและโจรลักพาตัว
[เสร็จแล้ว]
[[ ไม่ต้องบอกก็ได้เฟ้ย !!]]
ผมและโจรลักพาตัวตะโกนออกมาพร้อมกัน
พวกเราได้กลับไปที่เดิมด้วยความรู้สึกที่เหนื่อยแปลกๆจากนั้นก็ถูกตรึงเอาไว้เหมือนเดิม
[นี่]
หญิงสาวได้เรียกพวกโจรลักพาตัวอีกครั้ง
[…อะไรอีกล่ะ?]
[ชา]
แม่คุณณเอาจริงดิ!?
พวกโจรลักพาตัวทำท่าทางตกตะลึง
[นี่ ลูกพี่….เธอใช่ลูกสาวของตระกูลโคโนฮานะจริงดินี่มันดูไม่เหมือนเลยนะ…]
[ก็ว่า…เราจับคนผิดรึเปล่าวะ แต่ว่ามันไม่น่าจะเป็นแบบนั้นนะ..]
ชายร่างใหญ่ได้เดินมาหาเธออย่างสับสน
[นี่ เธอน่ะ ใช่ลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลโคโนฮานะรึเปล่า?]
[ใช่ แล้วไหนล่ะชา?]
โครตเอาแต่ใจเลยส่วนพวกโจรลักพาตัวก็รู้สึกตกใจที่เห็นท่าทางแบบนี้ของเธอ
[เอ่อได้ เดี๋ยวฉันเอาเครื่องดื่มให้ฉันเองก็ไม่อยากให้เธออดตายเหมือนกัน…แต่เธอต้องตอบแทนด้วยการให้ความร่วมมือแบบสุดซึ้งนะ]
โจรลักพาตัววางขวดพลาสติกไว้ข้างเธอ
แต่นี่เป็นเพียงแค่น้ำเกลือแร่เท่านั้น
[ฉันพูดว่าชาไม่ใช่เหรอ?]
[ห้ะ!! อย่าเรื่องมากดิวะ!! แค่น้ำก็พอแล้วโว้ย]
[ฉันอยากดื่มชา ขนมหวานและของว่างด้วย]
หญิงสาวได้พูดออกมาจากนั้นก็มีสัญลักษ์โกรธปรากฏขึ้นมาที่หน้าผากของผู้ชายคนนั้น
(**สัญลักษณ์โกรธ ? )
[เฮ้ย!! ไอ้คนตรงนั้นน่ะ ดูแลเธอด้วย!!]
[ทำไมต้องฉันล่ะ!?]
[ตอนนี้พวกตูไม่ว่าง!!]
โจรลักพาตัวได้ตะคอกออกมา
ทั้งมือทั้งเท้าถูกล็อกเอาไว้แบบนี้เราจะทำอะไรได้ล่ะ…จากนั้นผมก็ได้ส่ายหัวอย่างไม่พอใจ
[นี่ ไหนล่ะขนมหวาน?]
[…พวกเขาไม่มีงั้นเหรอ]
[…ใช่]
จากนั้นเธอก็หยิบขวดขึ้นมาดูอย่างไม่พอใจ
ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงน้ำหกจากข้างๆ
ผมหันไปทางผู้หญิงคนนั้นและได้เห็นเธอกำลังเปียกโชกอยู่
[เหวอออ? ทำไมถึงเปียกแบบนั้นได้ล่ะ…]
[…หืม?]
เธอได้เอียงศีรษะพร้อมกับย้ายขวดไปที่ปากแต่เนื่องจากขวดห่างจากริมฝีปากจึงทำให้น้ำไหลลงมาที่เสื้อผ้าของเธอแทน
[เธอทำอะไรเนี่ย!! น้ำลายไหลงั้นเหรอ]
[ฉันไม่ชินกับการดื่มน้ำจากขวดน่ะ..]
ไม่เคยดื่มน้ำจากขวดงั้นเหรอนี่เธออยู่โลกไหนกันเนี่ย
ผมสงสัยว่าพวกคนรวยเป็นแบบนี้กันหมดเลยเหรอและอีกอย่างนี่เธอจะไม่รู้สึกกังวลหน่อยเหรอหรือเธอเป็นแบบนี้อยู่แล้วทั้งๆที่ถูกลักพาตัวมาเนี่ยนะ
[เอาขวดมา…เดียวฉันช่วยเอง]
[….นายอยากได้เหรอ?]
[ไม่โว้ยย โอ้ยยยอะไรของเธอเนี่ย!!]
เนื่องจากเสียงตะโกนของผมโจรลักพาตัวจึงหันมามอง
ผมก็นึกว่าพวกเขาจะอารมณ์เสียกัน..แต่ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลยพวกเขากลับมองมาที่ผมด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ หยุดเถอะครับหยุดมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักทีก็มันเป็นเพราะพวกคุณเองไม่ใช่เหรอที่พาพวกเรามาที่นี่ตั้งแต่แรก
[…แถวนี้เปียกหมดเลยต้องย้ายที่]
[ใช่]
หญิงสาวได้ลุกขึ้นมาแล้วย้ายไปพร้อมกับผม
วินาทีถัดมาเธอก็สะดุดล้มกลางทาง
[…เจ็บอ่ะ]
หญิงสาวลุกขึ้นยืนพร้อมกับน้ำตาคลอ
หน้าผากของเธอที่กระแทกพื้นก็ถูกย้อมไปด้วยสีแดงดูเหมือนว่าด้านกีฬาเธอจะไม่ได้เรื่องสินะ
[นี่ลูกพี่ เท่าที่ผมได้ข้อมูลมาลูกสาวของตระกูลโคโนฮานะถูกเรียกว่าเป็น ผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมเธอถึงเซ่อซ่าได้ขนาดนี้หรือเราเอามาผิดคน..]
[มะ-ไม่หรอกมั้งฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเธอมีพี่น้องคนอื่น…]
โจรลักพาตัวพูดกระซิบ
ในขณะเดียวกันหญิงสาวก็ได้เอามือมาจับหน้าผากที่กระแทกพื้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา
[เจ็บ..]
[…ไหนขอดูหน่อยสิ]
เธอดูน่าสงสารมากจนผมอดไม่ได้ที่จะเข้าไปดู
[มันเป็นแค่รอยขูดขีดมากกว่าที่จะเป็นแผลถลอก แต่ยังไงก็อย่าเอามือไปจับล่ะเดี๋ยวแผลจะติดเชื้อเอา]
[…อืออ]
เธอได้พยักหน้าและลดมือลง
[ว่าแต่…นายมาที่นี่ได้ไงกัน]
เธอได้ถามผมอย่างไร้ความกังวล
[..ก็ตอนนั้นฉันจะเอาบัตรนักเรียนที่เธอทำตกไปให้แต่ดันไปเห็นเรื่องแบบนั้นเข้าเลยโดยลากมาด้วยไง]
[อย่างนี้นี่เอง]
เธอทำท่าทางเข้าใจ
[แล้วมีไหนล่ะบัตรนักเรียนของฉัน]
[เอ๊ะ?…จริงสิอ่ะนี่]
ผมหยิบบัตรนักเรียนของเธอออกมาจากกระเป๋ากางเกง
หลังจากที่ได้บัตรเธอก็เอามือลูบไปที่มันหากลองสังเกตดูใกล้ๆก็จะเห็นส่วนที่นูนผิดปกติที่มุมล่างขวาดูเหมือนว่าจะมีปุ่มเล็กๆฝังอยู่ในนั้น
เธอได้เอาปลายนิ้วมือกดไปที่มัน
[เดี๋ยวความช่วยเหลือน่าจะมาถึงแล้วล่ะ]
จากนั้นเธอก็ปล่อยเสียง “ฮึบ”และหาวออกมา
[อยากนอน..]
เธอล้มตัวลงนอนที่พื้นข้างๆผมอย่างแรง
จากนั้นเธอก็จ้องมาที่ผม
[อยากนอน]
[…นอนหลับไม่สบายเหรอครับ?]
[หมอนหมอน~~]
เมื่อผมกำลังจะพูดออกไปว่า “ที่นี่ไม่มี” เธอก็ตบเข่าของผมเบาๆดูเหมือนว่าเธออยากจะใช้ตักของผมเป็นหมอนสินะ
การที่ต้องมาเอาอกเอาใจสาวสวยแบบนี้ทำให้ผมใจสั่นไม่น้อยเลยล่ะแต่พอผมนึกถึงท่าทางเซ่อซ่าของเธอก็ทำเอาผมคิดว่าทนๆหน่อยละกันและอีกอย่างพวกโจรก็บอกให้ผมดูแลเธอจากนั้นผมก็ถอนหายใจออกมาและให้เธอนอน
[อื้ม~…สูงกำลังดีเลย]
เธอได้พูดออกมาอย่างพึงพอใจ
[เพลงกล่อมเด็ก]
[..โทษทีแต่ฉันร้องไม่เป็นน่ะ]
[งั้นก็เล่าสิ่งที่น่าสนใจให้ฟังหน่อย]
เธอนี่มันเอาแต่ใจสุดๆ
แต่ว่ายังไงก็ตามความกล้าของเธอก็ได้พัดบรรยากาศที่มืดมนออกไปจนหมดโดยปกติแล้วถ้าเจอเรื่องแบบนี้ผมคงจะกลัวมากจนร้องไห้ไปแล้วล่ะแต่ต้องขอบคุณเธอที่ทำให้ผมสงบสติอารมณ์ได้
[เมื่อวันก่อนในตอนที่ฉันกับเพื่อนอยู่บนรถไฟ..]
ถึงมันจะไม่ค่อยน่าสนใจก็เถอะแต่เธอก็ยังเงียบและฟัง
ไม่กี่นาทีต่อมาผมก็ได้ยินเสียงหายใจเบาๆบนตักของผม
ดูเหมือนเธอจะหลับไปแล้วแฮะ
[…น้ำลายเธอไหลแล้วนะนั่น]
ผมเช็คน้ำลายที่ไหลออกจากปากด้วยชุดของเธอ
[…งื้อ]
[อ๊ะโทษที ฉันทำเธอตื่นงั้นเหรอ]
[อื้มไม่เป็นไร]
เธอได้ตอบในขณะที่หันมามอง
[ผมของฉันเสียอ่ะมันแข็งกระด้างไปหมดเลย]
[มานี่สิเดียวฉันมัดให้หันหลังมา]
[อื้อ]
ผมได้มัดผมของเธอเป็นหางม้า
[นายเก่งด้านนี้จังเลย]
[เอ่อ..ฉันเคยทำให้แม่บ่อยๆน่ะ]
[หืมมม]
แม่ของผมนั้นทำงานที่คาบาเรต์ระยะหนึ่งเพราะงั้นผมเลยมักจะได้สระผมให้แม่ก่อนที่จะออกไปทำงานนี่น่ะเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากนึกถึงเลยล่ะ
ในขณะนั้นโจรลักพาตัวคนหนึ่งได้เตะท่อนไม้ที่อยู่ใกล้ๆ
จากนั้นก็เกิดเสียงดังขึ้นทำเอาผมตกใจขึ้นมาในทันที
[พอแล้ว!!ถ้าแกยังจะยืดเยื้อชักช้าแบบนี้อยู่ละก็ฉันจะทุบลูกของแกให้ตายเลย!!]
โจรลักพาตัวเอามือถือแนบไว้ที่หูและในตอนนี้เขาก็หัวร้อนสุดๆ
[ในตอนนี้เธออย่าไปยั่วโมโหมันจะดีกว่านะเดี๋ยวอาจจะเกิดเรื่องเอาก็ได้]
ผมบอกผู้หญิงคนนั้น
[แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นจริงๆขึ้นมาฉันจะเป็นคนปกป้องเธอเอง]
ยังไงซะอนาคตของผมก็มืดมนอยู่แล้วหนิแต่อย่างน้อยก็ขอปกป้องเธอหน่อยละกัน
นี่น่ะมันก็แค่ความพึงพอใจส่วนตัวของผมเองและผมก็รู้สึกโล่งอกขึ้นเล็กน้อยในขณะที่พูดปลอบเธอ
[..ทำไมนายถึงต้องทำแบบนั้นล่ะ?]
[ฉันเองก็ไม่รู้]
ผมจะไม่พูดเรื่องน่าเบื่อของผมให้เธอฟังแน่
ผมทำได้แค่ยิ้มจางๆออกมาให้กับหญิงสาวที่อยากรู้อยากเห็น
[…นาย ฉันถูกใจนาย]
เธอได้พูดออกมาอย่างงั้น
[มันรู้สึกดีมากเลยล่ะตักของนายมันเหมือนกับฟูกที่เพิ่งตากแดดเสร็จให้ความรู้สึกที่สดชื่นมากเลย]
แต่ผมคิดว่ามันมีแต่กลิ่นเหงื่อเหม็นเน่านะ
ผมรู้สึกไม่พอใจเมื่อได้ยินแบบนั้น…
[ฉันมีผู้ดูแลอยู่หลายคน..แต่พวกเขาทำตัวเป็นทางการเกินไปอ่ะ]
[ห้ะ?]
[แต่นายทำตัวตามสบายเมื่ออยู่กับฉันนั่นทำให้ฉันพลอยสบายใจไปด้วย…ฉันดีใจนะ]
รอยยิ้มของเธอได้ทำให้ผมตกหลุมรักเธอไปครู่หนึ่ง
[นายชื่ออะไร?]
[..โทโมนาริ อิสึกิ]
[อื้ม ฉันโคโนฮานะ ฮินาโกะ]
เธอได้ถามอย่างตรงไปตรงมา
[ในตอนนี้นายเป็นของฉันแล-]
หลังจากที่เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา
ก็มีสิ่งที่ดูเหมือนกระป๋องถูกโยนเข้ามาทางหน้าต่างของโรงงาน
กระป๋องอันนั้นได้ส่งเสียงดังและเวลาต่อมาก็มีควันสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่ว
[เข้าไปด้านใน-!!]
ผมได้ยินเสียงดังมาจากชั้นที่หนึ่งของโรงงาน
ในเวลาเดียวกันก็ได้ยินเสียงฝีเท้านับไม่ถ้วนจากรอบทิศ
[เชี่ยไรเนี่ย!! มองไม่เห็นอะไรเลย!!]
[ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!]
กลุ่มชายที่ดูเหมือนตำรวจได้ปรากฏตัวขึ้นและทำการปราบปรามโจรลักพาตัวอย่างรวดเร็ว
จากนั้นพวกเขาก็วิ่งเข้ามาทางผมและหญิงสาวในทันที
[อย่าขยับ!!]
[…เอ๊ะ?]
ดูเหมือนผมจะโดนตั้งตัวเป็นศัตรู
[เดี๋ยวก่อนครับ!! ผมก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายเหมือนกัน]
[หุบปาก!! แกไม่มีสิทธิ์พูด]
[เหวออ!?]
หัวของผมถูกผลักลงกระแทกเข้ากับพื้น
[ท่านชิสึเนะ!! ทำการรวบตัวทั้งสามเสร็จแล้วครับ!!]
[ไม่ใช่ว่ามีแค่สองคนงั้นเหรอ…หรือข้อมูลจากหน่วยสอดแนมจะผิด]
เมื่อม่านควันค่อยๆจางลงก็มีหญิงสาวที่มีเสียงฝีเท้ามั่นคงปรากฏตัวขึ้น
ผู้หญิงคนนั้นมีผมสีดำยาวถึงเอวโดยที่ไม่ได้รวบเอาไว้ส่วนชุดของเธอก็เป็นสีขาวดำหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าชุดเมด
[คุณหนู ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ?]
[อืมม]
คุณเมดได้เดินมาหาหญิงสาวที่อยู่บนพื้นจากนั้นก็ถอดกุญแจมือทั้งเท้าและมือออก
ถึงเสียงจะดังซะขนาดนั้นแต่เธอก็ไม่สะทกสะท้านเลยเหรอแถมเธอยังหาวออกมาเสียงดังอีกราวกับว่าเธอเพิ่งตื่นจากการนอนหลับ
[ขอโทษนะคะที่มาช่วยช้าแต่ว่า..คุณหนูคะฉันก็บอกอยู่เสมอหนิว่าจะออกไปไหนก็พาพวกเราไปด้วย]
[ก็มันน่ารำคาญอ่ะ]
[เพราะงั้นไงคะถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น…]
คุณเมดได้ถอนหายใจออกมา
[ปล่อยเขา ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่โจรลักพาตัว]
[…งั้นเองเหรอคะ?]
เธอชี้มาทางผมและเมดคนนั้นก็กลอกตามองตาม
จากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆปล่อยตัวผม
[อ่ะ โอ้..]
[ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ คือฉันคิดว่าคุณเป็นหนึ่งในโจรลักพาตัว]
[ก็พวกเราถูกจับเหมือนกัน จะเป็นโจรลักพาตัวได้ยังไง..]
[ถ้าพวกโจรหลุดรอดไปได้มันอาจจะเกิดเรื่องแบบนี้อีกก็ได้ค่ะ]
นั่นมัน..ก็จริง
ตัวผมนั้นพูดอะไรไม่ออกเลยได้แค่ปิดปากเงียบ
[ที่เหลือก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการเถอะส่วนพวกเราจะกลับบ้านคุณเองก็เช่นกันโปรดตามฉันมาด้วยค่ะ]
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพาผมออกไปด้วยผมจึงพยักหน้าเบาๆ
แต่ว่าหญิงสาวที่นั่งอยู่กับพื้นไม่ได้ลุกขึ้นและมองมาที่ผมด้วยแววตาเหม่อลอย
[นี่ ชิสึเนะ]
เธอคนนั้นได้ชี้มาทางผมและพูดออกมาว่า
[จะเอาคนนี้]
[ได้ค่ะฉันจะจัดการให้เร็วที่สุดค่ะ]
*****
>
Chapters
Comments
- ตอนที่ 2.3 มิถุนายน 25, 2022
- ตอนที่ 2.2 มิถุนายน 25, 2022
- ตอนที่ 2.1 มิถุนายน 25, 2022
- ตอนที่ 1.3 มิถุนายน 22, 2022
- ตอนที่ 1.2 มิถุนายน 19, 2022
- ตอนที่ 1.1 มิถุนายน 19, 2022
- ตอนที่ 0 มิถุนายน 19, 2022
MANGA DISCUSSION