ตอนที่ 2.5: ชีวิตในโรงเรียนเริ่มเปลี่ยนไป
ทั้งสองนอนอาบแดดด้วยกันอยู่พักหนึ่ง
เสียงระฆังดังขึ้น ทำให้ผมที่หลับอยู่กลับมามีสติ
ฮึ่ม~ ผมตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีที่เฉื่อยชา ตามมาด้วยเซย์ล่า ที่กําลังทําเหมือนกัน
ผมรู้สึกปวดหลัง ทําให้รู้สึกอยากบ่นออกไป
“ถ้าครั้งหน้ามีอีก เดี่ยวผมคงต้องเอาผ้ามารองด้วยแล้วละ ”
เซย์ล่าลุกขึ้นอย่างเอื่อยเฉื่อยพร้อมกับผม
“เอาละ ผมเดาว่าคุณซิราเสะซังจะต้องเลิกใช้ชื่อเล่นอันศักดิ์สิทธิ์แล้วละ คุณซิราเสะซังโดดเรียนสะแบบนี้”
“อืม..ฉันว่าเรากลับบ้านกันเถอะ”
“Ding-pong, ding-pong…”
“นักเรียน คุรากิ ยามาโตะ จาก Class 2 B และ ชิราเสะ เซย์ล่า จาก Class 2 B.เช่นกัน กรุณามาที่ห้องเจ้าหน้าที่ทันที… ขอยํ้าครับ…”
ใบหน้าของผมซีดเมื่อได้ยินการออกอากาศจากโรงเรียน จากนั้นผมก็หันไปมองเซย์ล่า
จากนั้นเซย์ล่าก็ถอนหายใจ ขณะที่เธอกอดอกด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
“……”
“คงไม่ต้องคิดแล้วละครับ ว่าจะเกิดอะไร..”
“ฉันขอโทษนะ ที่ฉันลากยามาโตะคุงเข้ามา แฮะ แฮะ”
เธอแลบลิ้นโดยไม่สำนึกผิด
ท่าทางน่ารักและน่าเอ็นดูมาก จนผมเริ่มรู้สึกไม่สนใจอีกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ก็แอบคิดไม่ได้อยู่ดี
“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมโดนเรื่องแบบนี้เลย คุณก็ด้วยนะซิราเสะซัง”
การออกอากาศครั้งนี้จะทำให้ผมเป็นที่รู้จักในโรงเรียน ในทางที่ไม่ดีอยู่แล้วละนะ
ท้ายที่สุดผมถูกเรียกตัวไปพร้อมกับเซย์ล่า นี่ไม่ใช่เวลามากังวลเกี่ยวกับบรรยากาศรอบตัวผมอีกต่อไป
เมื่อผมเริ่มคิดเกี่ยวกับอนาคต คอผมก็ค่อยๆตกลง
ขณะที่เซย์ล่าหัวเราะ แก้มของผมก็แดงขึ้นมาและเธอก็ตบไหล่เขา
“ไม่เป็นไรน่า เดี่ยวมันก็ผ่านไป”
ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ เซย์ล่าปลอบผมและดูเหมือนจะไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้เลย
“คุณไว้ใจได้มากชิราเสะซัง ผมสามารถไว้ใจคุณได้แม้ในเวลาเช่นนี้… หวังว่าคุณจะแก้ปัญหาให้เราได้นะ”
“วางใจได้เลย”
เธอกล่าวออกมาสั้นๆ ทําให้ความกังวลของผมหายไป
จากนั้นเราทั้งสองก็ออกมาจากช่องระบายอากาศ และเดินไปห้องเจ้าหน้าที่
เมื่อมาถึงห้องเจ้าหน้าที่ ดูเหมือนว่าครูเองจะได้ไม่ได้ดุอะไรผมมากนัก
น่าจะเพราะว่าครูใจดีกับเซย์ล่าเป็นพิเศษ เธออธิบายว่าอาการป่วยของเธอเป็นเหตุให้โดดเรียน
ทําให้เรารอดมาได้ ผมคิดว่าเธอคงเป็นเด็กเส้นแล้วละ แต่ก็นั้นละเธอแก้ปัญหาได้จริงๆ
ผมค่อนข้างหนักใจเมื่อคิดว่าผมต้องไปที่ห้องเรียน เพื่อไปเอากระเป๋า
อย่างที่คาดไว้ ผมถูกรุมจากเพื่อนร่วมห้อง และนักเรียนจากห้องอื่นที่อยู่ข้างๆ
คำถามทั้งหมดค่อนข้างเป็นคําถามในรูปแบบเดียวกัน”เธอสองคนกำลังคบกันอยู่หรือเปล่า”
ซึ่งผมตอบว่า “เราเป็นเพื่อนกัน”
การที่เซย์ล่ามีเพื่อนดูเหมือนจะเป็นข่าวใหญ่ และทุกคนรอบตัวเธอก็เหมือนจะตกใจอย่างมาก
ผมอธิบายกับทุกคนว่าโดดเรียนอย่างไร ตามที่เธอบอกกับครู และสถานการณ์ก็คลี่คลายลง
ผมรู้สึกดีใจที่ไม่ค่อยมีใครสังเกตจําผมได้ ว่าผมเป็นคนที่อยู่ในข่าวลือเมือปีที่แล้ว แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่ายังไงก็ต้องมีสักคนที่จําผมได้ อย่างเด็กผู้หญิงเมื่อตอนเช้า ที่โดนอิตะตักเตือน ผมพยายามไม่คิดแล้วปล่อยผ่านไปเพื่อจะเริ่มต้นใหม่กับเพื่อนของผม ซิราเสะ เซย์ล่า-
วันรุ่งขึ้นที่โรงเรียน สายตาของคนรอบข้างก็จ้องมองที่ผม รู้สึกอึดอัดเป็นบ้าเลย
อย่างที่คาดไว้ เหตุการณ์ที่ผมโดดเรียนกับเซย์ล่าทำให้ผมป็นคนดังในโรงเรียน ในชั่วข้ามคืน
ปฏิกิริยาของผู้คนรอบตัวผม ทําให้ผมรู้สึกอยู่ไม่เป็นสุขเลย
นักเรียนจากชั้นเรียนอื่นซึ่งผมไม่เคยพบมาก่อน มาคุยกับเพื่อนในชั้นผมบ่อยๆ ผมมองเขาจากระยะไกลเห็นว่ากําลังกระซิบคุยกัน
แน่นอน หลายคนเข้าหาผมและถามผมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผมกับเซย์ล่า แต่ผมก็บอกไปแค่ว่า “แค่เป็นเพื่อนกันเท่านั้นนะ”
เป็นที่เข้าใจได้ว่าการพูดคุยกับผมนั้นง่ายกว่าจะไปพูดคุยกับเซย์ล่า ที่ไม่ค่อยมีใครเข้าเข้าหา ถึงอย่างนั้นผมโดนถามคำถามเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันเหนื่อยจริงๆ
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ผมก็หมดแรงลง เหนื่อยจริงๆ….
“คราคริคุง”
เมื่อดูเหมือนว่าโรงเรียนจะเลิกแล้ว เอตะก็สะกิดไหล่ของผมอย่างเหมือนอยากจะมีอะไรคุยด้วย
ผมซึ่งถูกเรียกโดยชื่อเล่นแปลกๆ รู้สึกรำคาญแต่ช่วยไม่ได้และยิ้ม
“หยุดเรียกผมแบบนั้นได้มั้ย? พูดกับผมตามปกติเถอะครับ คุณหัวหน้าห้อง”
“จริงๆ? ผมคิดว่ามันฟังดูดีนะ คราคริคุง เนี่ย”
“ไม่ แค่เรียกผมว่า…”
“โอเคร คุรากิคุง!”
เอตะ ยิ้มให้ผมและสัญญาณโอเคร
ผมไม่ค่อยชอบนิสัยง่ายๆเออิตะ… และผมเบื่อหน่ายมัน แต่ผมพยายามไม่แสดงสีหน้าออกมาตรงๆ
เอตะรู้สึกสนใจในตัวผม หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ต่างจากนักเรียนคนอื่นๆ ที่ชอบนินทา เขาคงต้องการเป็นเพื่อนกับผม
อย่างไรก็ตาม มันยากเกินคาดที่ผมจะตามให้ทันไปกับนิสัยสบายๆของเอตะ ผมรู้สึกผิดนิดนึ่งที่เขาคุยกับผมอย่างยิ้มแย้ม แต่ผมรู้สึกค่อนข้างไม่ชอบเท่าไรเลย
“นี่คุรากิคุงยังไม่มีชมรมอยู่ใช่ไหม? อยากมาอยู่ชมรมฟุตซอลกับเราไหม”
“โทษทีนะ ผมเล่นกีฬาไม่เก่ง ขอผ่าน”
“อ้อ อย่างงี้เอง เข้าใจละ แต่หัวหน้าชมรมเราน่ารักมากนะ”
ไหล่ของเอตะทรุดลงด้วยความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง
เช่นเดียวกับผมที่ตอบปฎิเสธไป แต่ก็สนใจหัวข้อเรื่องผู้หญิงน่ารักอยู่เหมือนกัน
แต่สำหรับผมที่ไม่เคยมีเพื่อนสักคนเลย จนกระทั่งเมื่อไม่นานนี้ การหาเพื่อนผู้หญิงเพิ่มขึ้นมันคงเป็นปัญหาซะเอง
พอมาคิดเรื่องผู้หญิงดูแล้ว วันนี้ผมไม่ได้คุยอะไรกับ เซย์ล่าเลย
ผมแน่ใจว่าเธอพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยในที่สาธารณะ แต่เมื่อเห็นเธอรีบออกจากห้องเรียนโดยไม่ได้ทักทายเลยทำให้ผมรู้สึกเหงาขึ้นมานิดนึง
“เฮ้ วันนี้นายไม่กลับบ้านกับเซนต์หรอ?”
เอตะถามผมมาแบบตรงๆ แต่ก็เป็นคำถามที่จริงใจ
“วันนี้ผมไม่ได้สัญญาอะไรกับเธอนะ…”
เมื่อวานเราไม่ได้กลับบ้านด้วยกันด้วยซ้ำ
“งั้น ไว้เจอกันนะ”
ขณะที่เอตะกำลังจะออกจากห้องเรียน เขาได้บอกลาผมอย่างเป็นมิตร
“อืม พรุ่งนี้เจอกัน”
หลังจากตอบ ผมก็ออกจากห้องเรียนและรีบเดิน
เนื่องจากผมสามารถเป็นเพื่อนกับเซย์ล่าได้ การบอกลาเธอจึงเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกันกับที่ผมบอกลา เอตะ
(หวังว่าคงเจอเธอนะ)
หลังจากเปลี่ยนรองเท้าที่ตู้ล็อกเกอร์ ผมก็เริ่มวิ่งทันที
ผมวิ่งไปทางย่านกลางเมืองเพื่อจะไปพบเธอ
ผมคิดว่าจะเดินเล่นในเมืองกับเซย์ล่าได้หลังเลิกเรียน ดังนั้นผมจึงตัดสินใจที่จะเดินไปโรงเรียนแทนที่จะปั่นจักยาน
เส้นทางแตกต่างไปจากทิศทางของบ้านผมเล็กน้อย แต่ผมตั้งใจแน่วแน่ที่จะพบเธอ ทีแรกผมคิดว่าเธอน่าจะรอผม แต่ผมคงหวังสูงไปนั้นละ เราไม่ได้สัญญาอะไรกันแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่แปลกที่เธอจะไม่รอผม
หากถามว่าผมจะทำอะไรหลังจากพบเธอ ผมไม่ได้ตัดสินใจอะไรเป็นพิเศษ
ผมแค่อยากจะคุยกับเธอ แค่นั้นเอง
ทันทีที่ผมเข้าไปในย่านใจกลางเมือง ผมก็พบเซย์ล่าทันที
ดูเหมือนว่ารอบๆตัวเธอดูเหมือนจะไม่ดีเท่าไร
ผมเห็นได้จากระยะไกลว่าเซย์ล่ากำลังถูกกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งตามตื้ออยู่
เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วผมจงจะรีบพาเธอออกมา
“ชิราเสะซัง!”
ผมเรียกชื่อเธอออกมาดัง ๆ และ เซย์ล่าก็หันมาด้วยความประหลาดใจ
ผมวิ่งมาหยุดอยุ่ตรงหน้าเซย์ล่า และพวกที่ตามเธอมา
“นี่! แฟนนายหรอวะ”
ผู้ชายที่ตามเซย์ล่าเดินเข้ามาถามผม
ผมจึงตอบชายคนนั้นอย่างค่อนข้างกลัว
“ปล่าว เธอเป็นเพื่อนผม”
เพื่อนของชายดังกล่าว เริ่มหัวเราะ อาจเป็นเพราะพวกเขาเห็นผมที่ตัวสั่น
“นี่ ถ้าเป็นแค่เพื่อนก็อย่าเข้ามายุ่งสี้ คุณคงอยากมาเล่นกับเรามากกว่านะครับ คุณผู้หญิง”
ชายคนนั้นถาม แต่เซย์ล่าไม่ตอบราวกับว่าเธอไม่ได้ยินเสียงของชายผู้นั้น ชายคนนั้นจึงเข้ามาหาผมและตบไหล่
“นี่ ถ้าไม่อยากมีเรื่องก็รีบไม่สะนะ”
เขาพูดกับผม ราวกับว่ากําลังขู่ผมอยู่ ผมมองไปที่เซย์ล่าดูเหมือนว่าเธอจะดูผมอย่างใจเย็น
“เฮ้ได้ยินรึปล่าว..”
ผมต้องทำอะไรสักอย่าง แต่สถานีตำรวจอยู่ไกลพอสมควร
คนที่เดินผ่านไปมารอบตัวผมแสร้งทำเป็นไม่เห็น และผมคิดว่าคงไม่ได้ประโยชน์อะไร ถ้าผมตะโกนขอให้คนช่วย
ผมคิดได้ดังนั้นคงมีวิธีเดียวแล้วละ
ผมดึงมือชายคนนั้นออก แล้วรีบไปจับมือของเซย์ล่าไว้
“ไปกันเถอะ”.
“อืม”
ผมเริ่มรีบเดินอย่าง พร้อมกับเซย์ล่า แต่ขณะนั้นเอง (ให้ตายล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย!)
ชายคนนั้นคว้าไหล่ผมไว้ เขาเป็นคนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาพวกเขาทั้งหมด และไหล่ของผมก็ดังเอี๊ยดเมื่อเขาถูกคว้าไป
ผมหันไป พร้อมกับตัวที่สั่น
“ฮ่าๆๆๆๆ”
พวกนั้นหัวเราะอย่างสนุกสนานเมื่อพวกเขาเห็นใบหน้าของผมที่ซีดลงอย่างชัดเจน
“เฮ้ เฮ้ นายจะมาร้องไห้ต่อหน้าผู้หญิงเนี่ยนะ”
“มันไม่ดูสมเพชไปหน่อยหรอว-”
ทันใดนั้น เซย์ล่าบิดมือชายคนนั้น ดูเหมือนว่าจะเจ็บนะนั้น
“—โอ้ย!”
ขายคนนั้นปล่อยมือผมทันที เพราะความเจ็บปวด นี่เซย์ล่ามีแรงขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย!?
ทันทีหลังจากนั้น เซย์ล่าโบกมือของเธอไปทางด้านหลังของพวกผู้ชาย และพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ตั้งใจว่า “ตํารวจกําลังมาแล้วนะ”
ตามที่เสียงพูด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังมุ่งหน้าทางมา จากอีกทาง
ขายกลุ่มนั้นรีบวิ่งไป กระจัดกระจายคนละทิศละทาง อย่างหน้าสมเพศ
ผมรู้สึกโล่งใจทันทีที่เห็นตํารวจกําลังมา และยืนอย่างไร้สติ
ภาพของเซย์ล่าบิดมือชายคนนั้น พร้อมกับหน้าที่โกรธ ทําเอาผมรู้สึกกลัวเธออยู่เหมือนกัน
แต่ในตอนนี้ธอไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ
ขณะเดียวกันนั้นเซย์ล่าก็จับมือขวาของผม และทําท่าทีที่จะวิ่ง
“วิ่ง!”
“เอ๊ะ?”
ทันทีที่เธอพูด เซย์ล่าดึงมือผมแล้วเริ่มวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเราถึงต้องหนีด้วย ผมแค่ขยับเท้าไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้เซย์ล่าซึ่งที่นําทางอยู่ทิ้งผมไว้ข้างหลัง
พวกเรายังคงวิ่งต่อไป และแม้ออกจากย่านใจกลางเมืองแล้ว พวกเราก็ยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ
ผู้คนมองมาที่เราอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเร็วของเราช้าลง
(ปกติจะกลับกัน……)
ในสถานการณ์ปัจจุบัน เซย์ล่าเป็นคนที่วิ่งไปข้างหน้า ขณะที่ผมวิ่งตามหลังเธอ จับมือผมราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย พอคิดได้อย่างนั้นแล้วผมกลับรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาที่อ่อนแอ อันที่จริงผมควรจะเป็นคนจับมือเธอ ไม่ใช่เธอที่จับมือผม
แล้วนี่ผมโดนเธอช่วยมากี่รอบแล้วเนี่ย ผมหยุดคิดแล้วมองสถานการณ์ในปัจจุบัน
“นี่เราจะไปไหนกัน ชิราเสะซัง”
ผมถามเธอเมื่อเราอยู่ไกลจากตัวเมืองและริมฝั่งแม่น้ำที่ว่างเปล่า เมื่อถึงจุดนี้ผมก็ถึงขีดจำกัดแล้ว
จากนั้น เซย์ล่าก็หยุดและหันกลับมาอย่างช้าๆ
“ฮ่าฮ่าฮ่า… โทษทียามาโตะคุง”
วิธีที่เซย์ล่าปาดเหงื่อออกจากหน้าผากของเธอโดยใช้หลังมือ พร้อมกับแสงอาทิตย์ยามเย็น
ผมอดยิ้มไม่ได้ในขณะที่คิดได้ว่าเราอยู่กันตามลําพัง
เซย์ล่าซึ่งดูเหมือนจะตัดสินใจพักที่นี่ ถอดเสื้อคลุมนักเรียนของเธอ รีดแขนเสื้อของเธอ และทรุดตัวลงบนพื้นหญ้า
เห็นอย่างนั้นแล้วผมจึงนั่งลงข้างๆเธอ ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ปอดของผมได้รับออกซิเจน และกลิ่นของหญ้าเขียวขจีก็เต็มจมูกของผม
“ว้าว เราวิ่งมาไกลแล้ว… แล้วเราอยู่ที่ไหน”
“ไม่รู้สิ”
“นี่คุณซิราเสะซังไม่ดูทางเลยหรอ แค่วิ่งไปข้างหน้าจริงๆด้วยสินะ”
จากนั้น เซย์ล่าก็หันมามองหน้าผม
“ฉันแค่คิดว่าต้องวิ่งหนีมาให้พ้นนะ”
เธอพูดด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยเหมือนว่าเธอจะไม่รู้สึกผิดแต่อย่างไร
“อันนี้คงไม่ใช่ละครับคุณซิราเสะซัง คุณไปที่อาร์เคดและร้องคาราโอเกะบ่อยใช่ไหม? แต่คุณต้องเปิดดูแอปแผนที่ทุกครั้งที่หลงทาง”
“แต่ นายไม่เห็นหรอ ที่นั้นนะมีแต่คนพลุกพล่าน แถมตอนนั้นคนก็เยอะเลยด้วย”
“และแม้กระทั่งตอนนี้ คุณต้องเปิดแอปแผนที่เพื่อหาทางกลับใช่ไหม ผมค่อนข้างแปลกใจที่คุณชิราเสะซังเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน”
หลังจากพูดอย่างนั้น ผมก็คิดได้ว่าผมพูดเกินไป
บางทีนั่นอาจเป็นสาเหตุที่เซย์ล่าที่อยู่ข้างๆ หันหลังให้ผมก่อนที่ผมจะรู้ตัว
“ยามาโตะคุง ปากเสียจัง”
เซย์ล่าพูดออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจ พร้อมกับทําหน้ามุ่ย
“…ผมข้ามเส้นไปแล้ว ขอโทษครับ!”
“ไม่ถือสาหรอก ถ้ารู้ตัวแล้ว~”
เมื่อผมสงสัยว่าควรหันไปมองดูหน้ามุ่ยของเซย์ล่าไหม เซย์ล่าก็หันมามองหน้าผมทันที
ดูเหมือนว่าเธอจะกลับคืนสู่สภาพปกติแล้วด้วยใบหน้าที่ปกติของเธอ
ผมกลัวว่าจะได้เห็นหน้ามุ่ยของเธอ แต่ผมก็โล่งใจที่เห็นว่าเธอไม่ได้อะไรขนาดนั้น
“เหงื่อเต็มตัวผมหมดเลย ผมคงต้องรีบอาบนํ้าแล้วละ”
“มีแม่นํ้าอยู่นี่ไง”
“อืม นํ้าคงเย็นน่าดูเลยนะครับ”
ผมคิดว่าเธอพูดเล่น แต่เธอตอบด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย ผมสังสัยว่าเธอเคยลงไปอาบนํ้าที่แม่นํ้าในช่วงหน้าร้อนไหมนะ
ตอนนั้นเองผมก็รู้ว่าเซย์กําลังหลับตาทั้งสองข้างและกำลังจะผลอยหลับ
ผมกลัวว่าเธอจะเป็นหวัด ผมจึงถามเธอว่าก่อนหน้านี้เป็นอะไรไป ขณะที่ผมปลุกเธอ
“นี่ ทำไมเราต้องวิ่งหนีด้วยละครับ? ผมหมายความว่ามันคงยากที่จะอธิบายให้ตํารวจฟัง แต่…”
“อืม… วันนี้เราอยู่ในเครื่องแบบนักเรียน ฉันคิดว่าคงจะเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นมาถ้าตํารวจจําหน้าเราได้”
“มีเหตุผล.”
สำหรับเซย์ล่า ดูเหมือนว่าตำรวจจะเป็นเป้าหมายที่ต้องระวังไว้มากกว่า
พอคิดถึงเรื่องที่โรงเรียนได้ ผมจึงถามเธอเกี่ยวกับอีกเรื่องอยากรู้
“แล้วทําไมวันนี้คุณซิราเสะซังไม่คุยกับผมที่โรงเรียน หรือคุณแค่ไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้น?”
ใช่ที่ว่าเธอไม่จําเป็นต้องพูดกับผมในห้องเรียน แต่ผมก็สงสัยว่าวันนี้ทําไมเธอไม่มาคุยกับผมเลย ทั้งที่ผมคิดว่ามีเวลาที่ไม่มีคนอื่น แล้วเราสามาคุยได้ตามปกติ
จากนั้น เซย์ก็กระพริบตาขณะที่มองมาที่ผม
“ที่จริงฉันก็อยากเข้าไปคุยกับ ยามาโตะคุงนะ แต่ฉันหาเวลานั้นไม่ได้นะ”
ได้ยินอย่างนี้ ความสงสัยของผมก็หายไปจนหมด และรู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย
“เอ่อ อีกอย่างที่ไม่ได้คุยกับนายตอนเลิกเรียน ฉันแค่รีบจะไปร้านซีดีนะ คิดว่านายคงจะไม่อยากไปด้วยนะ”
พูดอีกอย่างก็คือ ไม่ใช่ว่าเธอไม่สนใจผม เพียงแต่เธอมีอย่างอื่นในใจกว่า
“อ้อ เข้าใจแล้วละ”
พอผมพูดไปแบบนั้น ก็คิดได้ว่ายังไม่ได้ขอบคุณเธอเลยที่ช่วยผมไว้
“อะ อีกอย่าง ผมยังได้ได้ขอบคุณเลยนิ ขอบคุณนะครับซิราเสะซัง”
ผมหันกลับด้วยความเขินอายที่ต้องขอบคุณอย่างมีมารยาท
“ผมไม่ได้ทําตัวเป็นประโยชน์เลย ผมกลัว ผมคิดว่ากำลังจะไปช่วยคุณ แต่ชิราเสะซังกลับช่วยผมแทน”
ตอนนั้นเซย์ล่าดูน่ากลัว และดูเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน ขณะที่บิดมือของชายคนนั้น
เธอคงได้เรียนรู้เทคนิคการป้องกันตัวมาบ้างแล้วเพราะว่าเธอรับมือได้อย่างดี
ยังไงก็ตาม ผมมีความภาคภูมิใจของผู้ชายคนหนึ่งและไม่อยากยกย่องเธออย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าผมรู้สึกอย่างนั้น ผมก็ไม่อยากพูดว่า “เธอเท่สุดยอดไปเลย!”
เซย์ล่ายิ้มและพูดกับผมที่กำลังดิ้นรนอยู่ในใจ
“แต่ตอนนั้นยามาโตะคุงเท่จริงๆ ฉันดีใจมากที่นายมาช่วยนะ”
เธอพูดในสิ่งที่ผมต้องการจะพูดอย่างง่ายดาย
จากมุมมองของผม เป็นเรื่องน่าทึ่งสำหรับเธอที่จะพูดตรงไปตรงมาและไม่เสแสร้ง เธอไม่รู้สึกเขินอายที่พูดชมผมไปอย่างนั้น
“…ขอบคุณสำหรับตอนนั้นนะ”
ความจริงที่ว่าผมไม่ได้ทําอะไรเลย แต่ดันได้คําขอบคุณแบบนี้ ผมรู้สึกเกียจตัวเองจริงๆ
“อืม ฉันขอตัวก่อนดีกว่า”
จากนั้น เซย์ล่าก็ยืนขึ้น พร้อมกับเสื้อที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ผมสังเกตเห็นอะไรบางอย่างจากด้านหลังเธอที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
(—นั่นคือ อาจเป็น…)
ด้านหลังเสื้อของเธอโปร่งใส และมีเส้นสีดำบาง ๆ มองเห็นได้
…… ไม่ต้องสงสัยเลย มันคือชุดชั้นใน
( อย่ามอง ๆ ๆ ๆ )
ถึงอย่างนั้น ธรรมชาติของคนเราก็ถูกดึงดูดให้มองอยู่ดี
เป็นสีดํา… ดูเป็นผู้ใหญ่…
“อืม? ข้างหลังฉันมีอะไรหรือเปล่า”
จู่ๆ เซล่าก็หันกลับมาถามด้วยความสงสัย
นี่ไม่ดีแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะปกปิดความจริงที่ว่าตอนนี้ผมกำลังดูเสื้อชั้นในเธออยู่
“ป- เปล่า ไม่ ไม่มีอะไรหรอก……”
ผมควรตอบอย่างไร? ขณะที่ผมกำลังคิดที่จะชี้ให้เห็นความจริงที่ว่าชุดชั้นในของเธอกำลังโชว์อยู่ ดูเหมือนว่าเซย์ล่าจะตามทัน
“ข้างหลังฉัน นายเห็นแล้วใช่ไหม?”
“ฮะ? ไม่ ฉันหมายถึง เอ่อ……”
“ฉันมีเสื้อคลุม ฉันไม่ได้ใส่เสื้อชั้นใน มันเป็นชุดคามิโซลนะ”
จากนั้น เซย์ล่าก็สวมเสื้อคลุมนักเรียน
“เอ่อ ฮะ…”
“โอเค ไปกันเถอะ”
(จบแค่นี้!?)
แม้ว่าผมจะสับสน แต่เซย์ล่าก็เริ่มเดินราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เดี๋ยวก่อน ชิราเสะซัง”
เมื่อผมพูดหยุดเธอ เซย์ล่าก็มองกลับมาที่ผมอย่างสงสัย
“มีอะไรหรอ”
“ผมคิดว่าคุณชิราเสะซังควรมีความละอายมากกว่านี้? …ผมรู้ว่าผมไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดแบบนี้ได้ แต่…”
“ฉันไม่สนหรอกถ้าเป็นยามาโตะคุง”
เซย์ล่าพูดโดยไม่ลังเลและไม่หน้าแดง
หมายความว่าเธอไม่สนใจเพราะคิดว่าผมไม่ใช่คนรักหรือหมายความว่าเธอเชื่อใจผมมากขนาดนั้นเลยหรอ
ผมไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำพูดของเธอเลยและอ้าปากค้าง
เมื่อเธอเห็นผมทําอย่างนั้น เซย์ล่าก็พูดเสริม
“ฉันเป็นคนเดียวเองแหละที่ประมาท ดังนั้นไม่ต้องใส่ใจหรอก ที่สำคัญอากาศเริ่มหนาวแล้ว กลับบ้านกันเถอะ”
“ถ้านั้นคือสิ่งที่คุณซิราซังจะสื่อ… ผมก็เข้าใจ”
อากาศเริ่มเย็นลงเล็กน้อย เป็นเพราะพระอาทิตย์กำลังตกดิน ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ผมอาจจะเป็นหวัดได้
เมื่อพวกเราเริ่มเดินไปที่สถานี ผมก็ถามคำถามเธอ
“บ้านของชิราเสะซังอยู่ใกล้ที่นี่หรือเปล่า”
“อืม น่าจะใช้เวลาเดินประมาณสิบห้านาที แล้วยามาโตะคุงล่ะ?”
“เหมือนกัน…ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีนะ”
“วันนี้ยามาโตะคุงเดินมาหรอ เมื่อวานยังเห็นนายปั่นจักยานอยู่เลย”
“…ผมคิดว่าจะได้ไปเที่ยวกับชิราเสะวันนี้นะ ผมเลยไม่ได้ปั่นมา”
ผมพูดออกมาตรงๆ
หลังจากที่ผมพูดไป ผมก็พึ่งคิดได้ ผมรู้สึกอาย และหน้าแดงในเวลาเดียวกัน
“อา… ฉันเข้าใจแล้ว นั่นเป็นเหตุที่ยามาโตะคุงมาฉันในตอนเลิกเรียนสินะ”
เซย์ล่าพยักหน้าราวกับว่าเธอเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจึงพูดต่อ
“งั้นเอาเป็นวันพรุ่งนี้หลังเลิกเรียน ฉันจะไปรออยู่ที่ร้านซีดีนะ”
“โอเครครับ.”
หลังจากนั้นพวกเราก็เดินเงียบ ๆ และแยกทางกันเมื่อไปถึงสถานีที่ใกล้ที่สุด-
________________
ปล. ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ แค่คอมเม้นก็เป็นกําลังใจให้ผมแปลต่อไปครับ
Chapters
Comments
- ตอนที่ 5 พฤษภาคม 10, 2022
- ตอนที่ 4 พฤษภาคม 10, 2022
- ตอนที่ 3 พฤษภาคม 10, 2022
- ตอนที่ 2.5: ชีวิตในโรงเรียนเริ่มเปลี่ยนไป พฤษภาคม 3, 2022
- ตอนที่ 2 ชีวิตในโรงเรียนเริ่มเปลี่ยนไป พฤษภาคม 2, 2022
- ตอนที่ 1.5: เผชิญหน้ากับเซนต์ พฤษภาคม 2, 2022
- ตอนที่ 1 เผชิญหน้ากับเซนต์ พฤษภาคม 2, 2022
MANGA DISCUSSION