—–เนตรมารฝัน
โซยะกล่าวให้ฟังว่านั่นล่ะคือคำสาปที่ติดอยู่กับตาของตน
“ บริเวณโดยรอบของคนที่ถูกฉันเห็นหน้าน่ะนะ จะมีข้อมูลกามๆหลากหลายรูปแบบของคนคนนั้นปรากฎโผล่ขึ้นมาเองล่ะ คือว่า ออกจะพูดยากหน่อยก็จริง แต่ก็พวก….จำนวนคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์ด้วยเอย จำนวนครั้งที่มีเพศสัมพันธ์เอย นอกเหนือจากนี้ก็ ก็เช่น…..เวลาผ่านไปกี่ชั่วโมงกี่นาทีแล้วหลังจากที่ทำด้วยตัวเองคนเดียวครั้งล่าสุด รวมทั้งคลิปหรือภาพที่ถูกใช้ในระหว่างทำด้วย รู้ละเอียดลึกถึงรูขุมขนเลย ”
หนำซ้ำ อำนาจตรวจสอบเชิงวิญญาณของเนตรมารฝันนั้นก็ยังเป็นสิ่งที่โซยะไม่อาจสั่งปิดใช้งานได้ด้วยใจตัวเอง ทางเดียวที่จะควบคุมได้ก็ดันเป็นไปในเชิงเพิ่มปริมาณข้อมูลที่จะได้รับให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมผ่านการเพ่งพลังเข้าไปในดวงตาเท่านั้นอีก
และโซยะก็ได้รับข้อมูลกามๆของฉันและพวกเด็กผู้ชาย มาจากความสามารถตรวจสอบเชิงวิญญาณที่ถูกสาปนี่แหละ
กล่าวคือทั้งเรื่องฝันลามกที่ฉันเห็นครั้งแรกสุด หรือเฟติชทั้งหลายแหล่ของพวกเด็กผู้ชายที่มาสารภาพรักนั้น ต่างก็ได้ถูกพลังอำนาจของเมตรมารฝันนั่นล่ะทำให้เห็นทะลุปรุโปร่งได้เสมอทุกเมื่อเลยเมื่อมองผ่านดวงตาของโซยะแล้วแน่ะ เออเป็นความสามารถตรวจสอบเชิงวิญญาณที่โคตรจะผ่าเหล่าเลยจริงๆแหละ แต่ให้ว่าตามตรงแล้วก็เป็นพลังที่จะไม่ทำให้ใครมีความสุขได้เลยอีกเหมือนกัน คือคำสาปโดยแท้เลย
“ แถมเจ้าพลังนี่ ต่อให้อีกฝั่งจะประสานศาสตร์วิชาป้องกันแบบไหนอย่างไร หรือต่อให้ฉันจะพยายามวางมาตรการป้องกันยังไง แต่ถ้าเผอิญมองเห็นหน้าของอีกฝั่งเข้าขึ้นมาก็จบเห่กันเลยน่ะ หน้าของคุณพ่อกับคุณแม่ฉันก็ไม่ได้มองมาซักระยะใหญ่ๆแล้วล่ะ คือจะว่ายังไงดีล่ะ เพราะ “เห็น” ตัวเลขด้านเรื่องอย่างว่าเพิ่มขึ้นพรวดๆทุกวันอย่างสนิทสนมกลมเกลียวกันแล้วมันก็ชวนอึมครึมน่ะนะ……ขนาดมองผ่านจอก็ยังมีข้อมูลโผล่มาเลย……อย่างพวก TV นี่น่ะนะไม่ได้เปิดดูมานานมากแล้วล่ะ…….ข้อมูลมันสุดยอดเกินจะรับไหวมากเกินไป ”
โซยะถอนหายใจออกมาอย่างเหี่ยวเฉาเศร้าสร้อย
“ ต่อให้จะมีศาสตร์วิชาแบบไหนนี่……เดี๋ยวนะ บ้านเธอคือตระกูลโซยะไม่ใช่เรอะ? ”
“ ก็ใช่น่ะสิ ทำไมเหรอ? ”
“ ถ้างั้นก็น่าจะติดต่อขอพบหน้ากับผู้นำตระกูลโซยะคนปัจจุบันได้เลยไม่ใช่เรอะ เผลอๆแล้วอาจจะใช้เส้นสายทำเรื่องให้ได้รับการชำระล้างอย่างเร่งด่วนโดย 12 เซียนแห่งอัมพรได้เลยด้วยนี่ มีคนช่วยระดับนั้นแล้วแต่ก็ยังคลายไม่ได้อีกเรอะ? ”
12 เซียนแห่งอัมพร
นั่นก็คือสมญานามสำหรับใช้เรียกขานเหล่าสัตว์ประหลาดทั้ง 12 คนที่ถูกเลื่องลือกันว่ามีพลังอำนาจสูงส่งมากล้นที่สุด ในหมู่ผู้ปราบมารมืออาชีพทั้งหมดสองแสนคนที่สังกัดอยู่กับสมาคมผู้ปราบมาร
“ อือ ยังคลายไม่ได้เลย ”
โซยะพูดยอมรับโดยง่าย
“ อย่าว่าแต่จะคลายคำสาปเลย ขนาดจะผ่อนให้อาการเบาลงก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ นอกเหนือจากป้องกันไม่ให้พบสบหน้ากับใครแล้ว ก็ไม่มีมาตรการรับมือใดๆอย่างอื่นอีกเลยน่ะ แต่ก็ดูเหมือนว่าคุณพ่อคุณแม่ฉันเค้าจะเตรียมใจพร้อมรับแบบนั้นเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วเหมือนกัน…..ดวงตานี่น่ะนะ ตามเดิมแล้วมันคือเครื่องมือต้องสาปซึ่งไม่อาจชำระล้าง ที่ถูกผนึกเอาไว้อยู่ภายในบริเวณบ้านเกิดของฉันน่ะ ”
ฟังจากที่เล่าแล้ว ดูเหมือนว่าโซยะจะถูกเนตรมารฝันเข้าสิงเมื่อราว 2 ปีก่อน ตอนที่มีอายุได้ 14 ปีแน่ะ
เหมือนว่าในระหว่างช่วงที่ผู้นำตระกูลในตอนนั้นกำลังจะทำการซ่อมแซมศาสตร์ข่ายอาคมที่ผนึกเนตรมารฝันเอาไว้อย่างลับๆภายในบริเวณบ้าน เจ้าเนตรอาคมนั่นมันก็พลันเคลื่อนไหวออกมาเอง ก่อนจะกระโจนเข้าสิงร่างของโซยะที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยน่ะนะ
หลังจากนั้น โซยะก็หยุดเรียนไประยะนึงเพื่อพยายามเพ่งเน้นอยู่กับการชำระล้าง แต่ต่อให้รักษายังไงก็ไม่ได้ผลลัพธ์ใดๆเลยแม้แต่นิด
“ ……คล้ายกับฉันเลยนะ ”
“ เอ๊ะ? ”
พอได้รับฟังเรื่องของโซยะแล้ว ฉันก็เผลอตัวพึมพำขึ้นแบบนั้น เมื่อพบเห็นท่าทางตกใจของโซยะเข้า ฉันจึงเริ่มทำการเล่าเรื่องราวของแขนสองข้างอันน่าชิงชัง ที่ตลอดจนถึงตอนนี้ไม่เคยเล่าให้ใครอื่นฟังมาก่อนออกมา….เพราะสถานการณ์ที่โซยะกำลังเป็นอยู่นั่น มันดูไม่เหมือนเป็นเรื่องของคนอื่นเลยซักนิด
“ แต่ของฉันนี่โดนตอนเด็กยิ่งกว่าเธออีก น่าจะเป็นช่วงก่อนเข้ามัธยมต้นได้ละมั้ง ….โดนไอ้เจ้านี่มันสิงเข้า ในร้านขายของเก่าที่ทรุดโทรมเปลี่ยวผู้คนน่ะ ”
เป็นสมัยที่ฉันกับคาเอเดะยังเล็กๆอยู่เลย
ภายในร้านที่แวะเข้าไปด้วยใจอยากรู้อยากเห็นแค่นิดๆหน่อยๆ มันมีงานศิลป์รูปทรงแปลกประหลาดนั่นถูกวางตั้งเอาไว้อยู่
งานศิลป์ที่เหมือนกับหล่อได้ออกมาเป็นแขนสองข้างของสตรีที่รัดพันกัน ผสานเข้ากับเนื้อผิวที่ชวนให้นึกถึงมัมมี่
ความทรงจำมันเลือนรางก็เลยจำแน่ชัดไม่ได้หรอกนะ ทว่าตั้งแต่นาทีที่เข้าไปแตะงานศิลป์นั่นเพราะรู้สึกเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างกำลังร้องเรียก—-ไอ้เจ้านี่มันก็เข้ามาสถิตอยู่ภายในแขนของฉันต่อเนื่องมานับแต่นั้นเลย
“ แล้วหลังจากนั้นพ่อฉัน…….เอ้อถึงจะไม่ใช่พ่อจริงๆที่มีสายเลือดเดียวกัน เป็นแค่อารมณ์เหมือนพ่อที่คอยเลี้ยงดูขึ้นมาก็เหอะ………แต่ก็นั่นแหละ พ่อเค้าพยายามช่วยทดลองอะไรให้หลายอย่างอยู่ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้…….ขนาดพ่อที่มีพลังระดับ 12 เซียนแห่งอัมพร…ก็ยังถึงกับอับจนหมดหนทางเลย ”
ฉะนั้นฉันก็เลย ยอมแพ้ไปโดยสมบูรณ์แล้วน่ะนะ
ถึงแม้ว่าคาเอเดะกับคุณยายของคาเอเดะซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยที่ทราบเรื่องราวอย่างละเอียดจะพยายามบีบบังคับให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยตามวาระอยู่เรื่อยก็เหอะ แต่ก็ไม่ได้คิดวาดฝันถึงวันที่จะได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระจากไอ้เจ้าคำสาปนี่หรอก
เป็นแบบนั้นแท้ๆ
แต่ยัยนี่กลับ….โซยะกลับพูดออกมาว่าอะไรนะตะกี้?
[คิดจะมุ่งหน้าเป็นใหญ่เป็นโตเพื่อคลายคำสาป] งั้นเรอะ?
ทั้งที่ดำเนินชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สุขสบายอู้ฟู่ยิ่งกว่าฉันมากแท้ๆ ทั้งที่ได้รับการชำระล้างจาก 12 เซียนแห่งอัมพรตั้งไม่รู้กี่คนแต่ก็ยังไม่อาจคลายได้แท้ๆ
“ คิดว่าถ้าเป็นใหญ่เป็นโตแล้วจะหาทางทำอะไรได้จริงๆน่ะเรอะเฮ้ย ไอ้คำสาปที่แม้แต่ 12 เซียนแห่งอัมพรก็ยังคลายไม่ได้นั่นน่ะ ”
พอพูดอัดไปแบบเหน็บๆครึ่งนึงแล้ว โซยะก็พลันตอบ “อืม” พร้อมพยักหน้าอย่างง่ายๆเฉยเลยนั่น
“ สมาคมผู้ปราบมารเขาเก็บข้อมูลเอาไว้เป็นแบบลำดับขั้นน่ะ หรือก็คือถ้าไม่ยกระดับยศขึ้นมาก็จะไม่มีสิทธิเปิดอ่านหรือแชร์ข้อมูลได้เลย เรื่องนี้เธอเองก็รู้ใช่มั้ย? ”
“ เออ ”
เพิ่งจะได้คาเอเดะบอกให้รู้มาหมาดๆเมื่อวานนี่แหละ
“ ข้อมูลเกี่ยวกับเนตรมารฝันนี่ก็ถูกวางจำกัดการเข้าถึงเอาไว้ด้วยเหมือนกันน่ะ คุณพ่อคุณแม่ แล้วก็พวกคุณ 12 เซียนแห่งอัมพรเค้าเอาแต่บอกว่า “มันคือหนึ่งในเครื่องมือต้องสาปซึ่งไม่อาจชำระล้างน่ะ” แค่นั้นอยู่อย่างเดียวเอง ฉะนั้นฉันก็เลยกะจะยกระดับตัวเองนี่แหละให้มียศถาบรรดาศักดิ์ยิ่งใหญ่ จะได้เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจ้าเครื่องมือต้องสาปบ้าบอนี่ได้ยังไงล่ะ ”
“ ………? ”
แล้วเรื่องก็จบลงอยู่แค่นั้น ไอ้ฉันนี่คือถึงกับเอียงหัวอย่างมึนๆเลย
“ อื๋อ? แล้วไงต่อ? ”
“ ก็อย่างที่บอกไปไง พอเก็บรวบรวมข้อมูลได้แล้ว ก็จะตามหาวิธีการเพื่อคลายคำสาปของเนตรมารฝันน่ะ ”
“ เอ้ยๆๆ เดี๋ยวนะช่วยหยุดแปปนึงนะ ”
ฉันค่อยๆขบประเด็นให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก่อนจะพูดออกมาเป็นการยืนยันกับโซยะ
“ เธอน่ะได้รับการชำระล้างจาก 12 เซียนแห่งอัมพรมาแล้วไม่ใช่เรอะ? และ 12 เซียนแห่งอัมพรเนี่ยก็คือกลุ่มคนที่เก่งมากที่สุดของสมาคมผู้ปราบมารเลย กล่าวคือคนพวกนั้นเค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สมาคมบริหารดูแลอยู่ได้ทั้งหมดเลยน่ะเอง ”
“ อือ ”
“ ขนาด 12 เซียนแห่งอัมพรเหล่านั้นลองชำระล้างดูแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ผลเลยนะ ฉะนั้นต่อให้เธอจะเป็นใหญ่เป็นโตเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าไหร่ยังไง แต่มันก็ไม่น่าจะมีความหมายอะไรอยู่ดีป่าว? ”
ลองพูดเหมือนอธิบายให้เด็กเล็กๆเข้าใจดู เท่านั้นแหละโซยะพลัน
“ ที่ไม่ได้ผลมันเป็นเพราะพวก 12 เซียนแห่งอัมพรเค้าทึ่มซื่อบื้อกันต่างหากล่ะ ถ้าฉันหาข้อมูลเองอาจจะเจอทางคลายคำสาปก็ได้ไม่ใช่เหรอ! ”
โพล่งแบบไม่อายปากออกมาได้หน้าตาเฉยเลยเว้ยเฮ้ย
อ่อ เข้าใจละ ยัยนี่มันปัญญานิ่มนี่เอง
ไม่งั้นละก็คนจากห้อง B จะคิดอะไรเมาๆพรรค์นี้ออกมาได้ยังไงกัน
พอไอ้ฉันเพลียจับจิตอยู่ โซยะก็พูดต่อออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุเดือดมากขึ้นกว่าเดิม
“ แล้วก็ ต่อให้รวบรวมข้อมูลไปแล้วไม่ได้อะไร แต่ถ้าเป็นใหญ่เป็นโตซะก็จะมีโอกาสได้พบปะเจอะเจอกับผู้มีอิทธิพลที่สังกัดอยู่ในขุมกำลังพลังเหนือธรรมชาติของต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นก็ได้ใช่มั้ยล่ะ? ดูเหมือนว่าคุณพ่อคุณแม่เค้าจะจงใจห้าม ไม่ยอมให้ผู้ปราบมารของต่างประเทศมาดูอาการของเนตรมารฝันด้วยนี่นะ…..ถ้าแบบนี้ก็ต้องยกระดับฐานะให้ใหญ่พ่อจะสามารถขอนัดด้วยตัวเองได้เท่านั้นแล้วเนอะ ”
ก็กล้าพูดเพ้อฝันแบบนั้นไปได้นะ ไม่มีแววว่าจะเป็นใหญ่ไปได้ถึงขนาดนั้นซะหน่อย แถมยังไม่มีตัวรองรับว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วจะคลายคำสาปได้อย่างแน่นอนซะหน่อยแท้ๆ
“ ดิ้นรนน่าดูเลยนี่หว่า ”
ดูจากที่ไม่อาจเปิดปิดได้แล้ว ก็ถือว่าน่าสงสารแล้วก็ท่าจะชวนปวดหัวมากยิ่งกว่าคำสาปของฉันหลายเท่าเลยก็จริงหรอก……แต่มันจะทำให้ถึงขั้นต้องทุ่มสุดตัวขนาดนี้เลยเชียวเรอะ ทั้งที่คู่มือคือคำสาปที่แม้แต่คนระดับท็อปของวงการก็ยังไม่มีปัญญาคลายได้เลยเนี่ยนะ แถมก็ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิตซะหน่อยแท้ๆ
“ ทำไมถึงได้ดิ้นรนมากขนาดนั้นล่ะ? ”
“ทำไม” ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของวันนี้
แต่มันก็ช่วยไม่ได้ไม่ใช่เรอะ
เพราะเด็กผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ น่าแปลกใจแล้วก็ไม่อาจเข้าใจได้มากยิ่งกว่าวิญญาณหรือไคอิใดๆเลยนี่นา
“ …….อะ เอ่อ ”
ได้ยินคำถามของฉันเข้าไปแล้ว โซยะก็ถึงกับอ้ำๆอึ้งๆอย่างเห็นได้ยาก
ความร่าเริงระดับที่เรียกเหล่า 12 เซียนแห่งอัมพรเป็นพวกทึ่มซื่อบื้อได้อย่างมั่นหน้าเมื่อครู่นี้พลันเลือนหาย ดวงตาเริ่มสับส่ายหนีออกห่าง ใบหน้าก็แดงแจ๋ตามไปหมด
“ เรื่องนั้นก็ แบบว่า กะ ก็มัน ”
โซยะกำชายเสื้อชุดนักเรียนแน่น ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงอันเบาจนแทบจะเลือนหายไปกับอากาศ
“ ก็ถ้ามีดวงตาแบบนี้อยู่ ฉันก็มีความรักกับใครดีๆไม่ได้ซักทีน่ะสิ…….. ”
“ ……….ห้ะ? ”
คำตอบที่เหนือความคาดหมายสุดกู่นั่นเล่นทำเอาไอ้ฉันส่งเสียงสุดจะเซ่อซ่าออกมาเลย
“ ……….ขึก! ”
เท่านั้นแหละไม่รู้ว่าโซยะรู้สึกว่าตัวเองโดนล้อหรือไง คุณเธอจึงพลันโพล่งออกมาด้วยหน้าอันแดงมากระดับเดียวกับในตอนที่เห็นเทคโนเบรคเกอร์เลย
“ ปฎิกิริยาแบบนั้นมันอะไรกันน่ะ! กะ ก็ลองคิดดูหน่อยสิ! เธอก็น่าจะเข้าใจไม่ใช่เหรอ!? เจอคนโน้นคนนี้เข้าแล้วจะมองเห็นข้อมูลเรื่องอย่างว่าของทุกคนหมดเลยนะ!? โอ้ย ความประทับใจแรกที่มีต่อเด็กผู้ชายเนี่ยกลายเป็น [อ๊ะ คนคนนี้น่าขยะแขยงชะมัด] ซะหมดทุกคนเลยเนี่ย! อย่าว่าแต่จะชอบใครเลย ตลอดชีวิตนี้ยังไม่เจอคนที่ทำให้คิดสนใจอยากรู้จักได้ซักครั้งเลยด้วยซ้ำ…….แต่ถ้าจะต้องถึงกับขอร้องว่าให้คุยกันผ่านจอคอมพิวเตอร์แบบไม่ให้เห็นหน้ากันแบบนั้น ฉันก็ไม่อยากด้วย……อะ เอาเป็นว่า! เอาเป็นว่านะ! ”
พอโซยะพูดแบบรัวปืนกลออกมาอยู่ฝ่ายเดียวปุ๊บ คุณหล่อนแกก็พุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อไอ้ฉันเอาไว้ พร้อม
“ ต่อให้ไม่อาจคลายคำสาปได้จริงๆ แต่จนกว่าจะรู้ซึ้งว่าอับจนหมดหนทางอย่างแท้จริงด้วยตัวเองแล้ว ฉันก็จะไม่ยอมปักใจยอมรับเด็ดขาดเลย! แล้วก็ ในระหว่างที่วิ่งวนไปทั่วญี่ปุ่นเพื่อหาทางเป็นใหญ่เป็นโตนั่น……คือว่า มะ ไม่แน่อาจจะตามหาคนที่ต่อให้มีตาแบบนี้อยู่แต่ก็ยังสามารถปล่อยใจให้หลงรักได้อยู่ดีเจอก็เป็นได้เหมือนกัน……. ฉะ ฉะนั้นแหละเอาเป็นว่านะ! จนกว่าที่ฉันจะยอมแพ้ด้วยตัวเองหรือพึงพอใจกับชีวิตในตอนนี้แล้ว ต่อให้เป็นอะไรก็จะทำทั้งหมดเลย! มีปัญหามั้ยล่ะ!? ”
แฮ่ก แฮ่ก
โซยะพูดอย่างเด็ดขาดพลางหอบหายใจฟืดฟาดอยู่ในระยะโคตรใกล้กับฉันเลยเนี่ยเฮ้ย
“ ฉะนั้นฉันจะไม่มีวันยอมตัดใจจากฟุรุยะคุงเด็ดขาดเลยล่ะนะ ”
หน้าที่แดงแจ๋ไปหมดด้วยความอับอาย ดวงตาที่มีเครื่องหมายหัวใจลอยขึ้นมานั่นเปียกชุ่มระดับที่น้ำตาพร้อมจะร่วงไหลรินลงมาได้ทุกเมื่อแล้ว
“ อุก ”
ไม่มีวี่แววว่าจะสามารถพูดโน้มน้าวใจได้ซักนิด
เป็นยัยบ้าที่เอาแต่วิ่งทะยานอย่างเต็มที่สุดกำลังเพื่อหาทางคลายคำสาปที่แม้แต่ 12 เซียนแห่งอัมพรก็ยังจนปัญญา
แต่ยัยนี่ก็ดันล้วงความลับจับจุดอ่อนของฉันอยู่ หนำซ้ำถ้าเพื่อเป้าหมายแล้วก็ไม่มีแยแสว่าตนเองจะถูกตีตราหาว่าเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณเพื่อก่อเหตุโรคจิตวิตถารอีกต่างหาก
และที่น่าหนักใจมากที่สุดเลยก็คือ
ความรู้สึกที่โดนรุมเร้าอยู่โดยคำสาปที่ไร้หนทางแก้ของยัยนี่นั่น ตัวฉันเองก็เข้าใจมันดีอย่างถ่องแท้เลยเช่นกันนี่แหละ
“ ……..เฮ่อ ”
ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ เข้าใจแล้วล่ะ เข้าใจแล้ว ยอมแล้ว ”
ฉันยกแขนสองข้างขึ้น ก่อนจะดันเอาหน้าของโซยะที่อยู่ใกล้เกินเหตุออกไปห่างๆ
“ ถ้าร่วมช่วยในแผนสุดจะบ้าบิ่นของเธอด้วยอีกแรง ไม่แน่อาจจะหาวิธีการคลายคำสาปของฉันเจอด้วยก็ได้เหมือนกันนี่นะ จะร่วมทีมด้วยก็ได้ ”
“ จริงเหรอ!? ”
โซยะพลันทำสีหน้าสดใสเป็นประกายขึ้นมาในทันใด ฉันจึงชิงกำชับไปก่อนว่า “แต่มีเงื่อนไข”
“ เงื่อนไข? ”
“ เออ ข้อแรกก็คือ ห้ามเธอเอาเรื่องความสามารถของฉันไปบอกใครเด็ดขาด ”
“ เรื่องนั้นก็ได้อยู่หรอก…..แต่เงื่อนไขนี่มีหลายข้อเหรอ? ”
“ เหอะน่าเงียบๆแล้วฟังไป ข้อสอง ในตอนที่ใช้พลังของฉันไล่ผี เธอจะต้องคอยจัดการไม่ให้ไอ้พวกที่อยู่รอบๆรู้เข้าว่าเป็นความสามารถที่โคตรจะสัปดนด้วย ”
ส่วนนึงเป็นเพราะฉันอายแหละนะ เอ้อ แต่ก็เพื่อรักษานโยบายสาธารณะอันดีด้วยไง เพราะไอ้พลังของฉันเนี่ยมันมีเสี่ยงว่าจะโดนรวบข้อหาก่อเหตุอนาจารในที่สาธารณะ หรือไม่ก็ใช้พลังวิญญาณก่อเหตุผิดกฎหมายได้เลยนี่นะ…….ก็ขนาดพวกแต๊ะอั๋งมันยังอยู่ยากเลยนี่นะสมัยนี้……..
แม้โซยะจะพูดว่า “งู้…ท่าจะยากแฮะ” อยู่บ้าง แต่ก็เหมือนว่าจะไม่ได้ข้องใจอะไรเป็นพิเศษ ยัยนี่เองก็คงอยากจะเลี่ยงอะไรน่าอายๆให้ได้มากที่สุดเหมือนกันนั่นแหละมั้ง
“ หากทำผิดเงื่อนไขจะสลายทีมทันทีเลยนะเฟ้ย ถ้ายังโอเคอยู่อีกก็—— ”
“ โอเคสิ! เย้สำเร็จแล้ว! ”
โซยะยอมรับเงื่อนไขแบบเต็มเหนี่ยว ก่อนจะชูแขนสองข้างทำท่าบันไซหยั่งกะคนบ้า
เฮ้ยนี่รู้เรื่องจริงรึเปล่าเนี่ย?
ไอ้ฉันถอนหายใจออกมาอีกรอบก่อนจะพูด
“ ถึงเธอจะพูดซะใหญ่โตก็เหอะ แต่ฉันที่นอกจากพลังในแขนสองข้างแล้วก็ใช้ศาสตร์ใดๆไม่ได้ซักอย่างเลย กับเธอที่เป็นแค่ห้อง B เนี่ย มันก็ไม่น่าจะมีแววเป็นใหญ่เป็นโตได้มากขนาดนั้นหรอกมั้ง ”
ลองพูดออกมาโดยแฝงความหมายราว จะไม่รับงานที่บ้าระห่ำเกินเหตุหรอกนะเฟ้ย แบบนั้นเป็นนัยๆ
แต่ยัยโซยะกลับไม่ได้เข้าใจถึงความหมายแอบแฝงเลยแม้แต่นิด
“ พูดอะไรน่ะ เรามีทีมอยู่ก็เพื่อช่วยหนุนสร้างโอกาสให้ความสามารถที่เป็นเลิศอยู่แค่ด้านเดียวแบบนั้นได้เฉิดฉาย แล้วก็ช่วยถัวจุดอ่อนของกันและกันไม่ใช่เหรอ ”
ยิ้มร่า ก่อนจะกล่าวดังชัดเจนออกมาอย่างคิดบวก
“ ก็งั้นแหละ ถ้าไม่มีอย่างน้อยสามคนก็ตั้งทีมไม่ได้ด้วยนี่นะ ไปตามหาอีกหนึ่งคนที่เหลือกันเล้ย! ”
“ คร้าบๆ ”
ด้วยเหตุนี้เอง
ภารกิจในฐานะผู้ปราบมารอันสุดจะหาดีไม่เจอของฉันกับโซยะที่ต่างก็ถูกรุมเร้าลุ่มหลงอยู่โดยคำสาปที่หาดีไม่ได้ จึงเปิดฉากเริ่มต้นขึ้นโดยที่ไม่มีใครได้ตั้งตัว
MANGA DISCUSSION