อย่างที่เขาพูดกันนั่นละมั้ง อะไรๆมันไม่มีทางเป็นไปดังที่ใจเราหวังได้ตลอดหรอก
“ อ๊ะ……!? ”
และช่วงเวลานั้นมันก็มาถึงอย่างกะทันหันซะเหลือเกิน
เข่าทรุดลงมา ความเจ็บแสบขั้นรุนแรงและความอ่อนเพลียอย่างหนักหน่วงแล่นกระจายห่อหุ้มไปทั่วกาย
หัวที่ชัดเจนใสกระจ่างกลับมาทึบเหมือนมีม่านหมอกปกคลุมดังเช่นปกติ หนำซ้ำยังลามไปถึงขั้นชวนให้รู้สึกง่วงด้วยเลยอีกต่างหาก
“ โกหกใช่มั้ยเฮ้ย……! ”
อีกแค่ทีเดียว ขออีกแค่ทีเดียวเท่านั้นเองแท้ๆ
ทว่าอำนาจของบูสต์จุดกายิกสุขมันก็หมดลง ทำให้ฉันไม่อาจขยับเขยื้อนไปจากที่แห่งนั้นได้แม้แต่ก้าวเดียว
——แกร๊ง
แต่ในอีกฝั่งนึง
——แกร๊ง แกร๊ง
ความมืดมิดดั่งกับทะเลลึกไร้ก้นบึ้งในยามราตรี
โลลิค่อนสเลเยอร์ที่เผยร่างกายซึ่งสานประกอบขึ้นจากเอ็กโทพลาซึมที่ไม่อาจบรรยายเป็นอะไรอื่นได้นอกเหนือจากนั้น พลันก้าวเท้าอย่างอ้อยอิ่งเข้ามาหาโดยที่กำดาบยาวขนาดใหญ่ยักษ์เอาไว้ภายในกำมือ
มันไม่ได้รับความเสียหายเลยซักนิด ซึ่งก็แหงอยู่แล้ว เพราะฉันแค่กระชากถอดชุดเกราะมันออกเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรที่ถือเป็นการสร้างความเสียหายให้เลย
ซู่มเปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยง! ปร้าง! เปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยง!
เหล่ามืออาชีพต่างพากันเริ่มต้นโจมตีจากระยะไกลเข้ามาอีกครั้งด้วยการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม แต่คาดว่าต่อให้มีหรือไม่มีชุดเกราะ ระดับมันก็คงต่างชั้นกันเกินไปอยู่ดี โลลิค่อนสเลเยอร์ที่เป็นไคอิ สเกล 5 มันตรงปรี่เข้ามาหาฉันได้โดยแทบจะไม่มีผงะต่อการระเบิดเลย
“ บัดซบ ถ้าบูสต์ซ้ำใหม่อีกรอบซะ……! ”
ท้ายที่สุดแล้ว ร่างกายนี้จะทานทนเทคโนเบรคเกอร์อย่างต่อเนื่องสองครั้งติดได้รึเปล่านะ
ไม่มีตัวรับรอง แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้จะต้องเสร็จมันอย่างแน่นอนเลย แถมที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือจะทำให้ช่วยซากุระไม่ได้ด้วย
ฉันกวาดสายตามองไปรอบตัวสุดชีวิต
แต่ต่อให้จะเพ่งสายตามากขนาดไหน ก็มองไม่เห็นโพรงเสน่ห์กายิกสุขที่อยู่บนร่างกายของตัวเองเลย
[ต้องฆ่า……โลลิค่อน……]
โลลิค่อนสเลเยอร์บิดตัวราวกับปกป้องซากุระจากเพลิงระเบิดไปพลาง กระชั้นชิดเข้ามาอยู่ใกล้ๆนี่แล้ว
(ให้ชิกิงามิของโซยะช่วยยืมไหล่พยุงตัว แล้วพุ่งจิ้มเข้าใส่แบบไปตายเอาดาบหน้าเลยดีมั้ย!? ไม่สิ ต่อให้โลลิค่อนสเลเยอร์มันจะงุ่มง่ามยังไง แต่ก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น……)
ใช้หัวที่มัวหมองไปหมดคิดหาแผนการ โดยกะเอาไว้ล่วงหน้าเลยว่าขยับร่างกายไม่ได้แน่นอน
แต่หัวที่อยู่ในสภาพแบบนี้ก็ไม่มีทางจะคิดหาแผนดีๆได้แหงอยู่แล้ว เป็นในฉับพลันที่ฉันมืดแปดด้านอยู่นั่นเลย
[……อูวว ลงแบบนี้ก็ต้องลองเสี่ยงเดิมพันดูเท่านั้นแล้ว! ฟุรุยะคุง! ซากุระจัง! ขอโทษด้วยนะทั้งสองคนเลย!]
ชิกิงามิสาวงามไซส์ใหญ่ 8 หัวที่โซยะควบคุมอยู่ พลันเข้ามาอยู่ข้างๆฉันนี่ ก่อนจะ
[เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินไงล่ะ! เพราะงั้นนี่มันจึงเป็นสิ่งที่จำต้องทำอย่างไม่มีทางเลือกละนะ!]
ร้องลั่นออกมาหยั่งกับเป็นข้ออ้าง แล้วเอามือเข้ามาจับกางเกงฉันเฉย
“ ……เอ๊ะ? ”
แกร๊กแกร๊ก
สาวงามไซส์ใหญ่ 8 หัวทำการควบคุมนิ้วมือสีขาวนวลนั่นอย่างติดขัดไม่ชิน เพื่อปลดเข็มขัดกางเกงฉันออก
“ ห้ะ? ”
พอสับสนงงงวยไม่อาจทำความเข้าใจสถานการณ์ได้อยู่—-รูด
ชิกิงามิ = โซยะก็พลันใช้มือที่สั่นหงึกๆรูดซิปกางเกงลงมา……เอ้ย
“ นั่นเธอทำบ้าอะไรเอาในสถานการณ์แบบนี้น่ะเฮ้ย!? ”
สังเกตได้ในทันทีว่าโซยะคิดจะกระชากถอดกางเกงฉันออก จึงรีบต่อต้านขัดขืนอย่างแตกตื่นโดยพลันเลย
[ฟุรุยะคุงที่ใช้ความสามารถช่วยตัว……เล่นสนุกตัวคนเดียวในระหว่างขับไล่ผีนี่ไม่มีสิทธิจะมาว่าอะไรฉันได้หรอกนะ!]
อ๊าาความแตกซะแล้ว! ……เอ้ยแต่เรื่องนั้นน่ะช่างมันไปทำอะไรไม่ได้แล้วเว้ย!
“ แล้วจะถอดเอากางเกงฉันไปหาพระแสงของ้าวอะไรฟะ!? ”
[ไม่ใช่ซะหน่อยอ้ะ! ที่อยากได้ไม่ใช่กางเกง แต่เป็นกางเกงในต่างหากนะ!]
“ ยัยบ้าอย่าพูดอะไรบวมๆสิว้อยยยยย! ”
ทำให้คนหลักหลายร้อยน้ำแตกกระจาย ช่วยตัวเองแบบเจียนตายอัดหน้าศัตรู แล้วนี่ยังจะให้ล่อนจ้อนท่อนล่างโชว์ช้างน้อยอีกเรอะ!? จะต้องให้ฉันตายหมดจุดยืนในสังคมซักกี่ครั้งถึงจะพอใจฟะ! เป็นแมวที่ตายได้ล้านครั้งเรอะเฮ้ย!?
[เอาเถอะน่ารีบๆถอดมาได้แล้ว! ฉันเองก็อายเป็นเหมือนกันนะ!]
“ ถ้าอายก็หยุดซะ—–อ๊ายยยยยยย! ”
ววบ!
การขัดขืนด้วยร่างกายที่แทบไม่ขยับนั่นมันใช้ถ่วงเวลาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ฉันถูกกระชากถอดกางเกงและกางเกงในออกอย่างง่ายดายเลยทีเดียว
ท่อนล่างที่เหนียวหนืดพลันต้องเข้ากับอากาศภายนอก ชวนให้รู้สึกหนาวผิวชอบกล
[อุว๊าาา! ม่ายยน้าาาา! มันหนักๆไงไม่รู้! ตรงเป้ามันหน่วงๆยังไงไม่รู้ววว!]
ชิกิงามิของโซยะใช้ปลายนิ้วหนีบกางเกงในฉัน ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่โลลิค่อนสเลเยอร์ไปพลางแผดร้องเสียงหลง ยัยบ้านั่นเกิดสติแตกอะไรขึ้นมาน่ะ……จะโหดร้ายเกินไปแล้ว……
พอฉันขดตัวกลมใช้สองมือปกปิดท่อนล่างเอาไว้อยู่
[ถ้าเป็นของสำหรับใช้ประกอบการเล่นสนุกด้วยตัวคนเดียวของซากุระจังละก็ ถ้าเป็นของที่ซากุระจังเอาไว้ใช้จิ้นเพียงหนึ่งเดียวและไร้สิ่งใดอื่นจะมาทัดเทียมได้นี่แล้วละก็——ขอร้องล่ะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของเค้าให้ทีเถอะนะ!]
โซยะแผดร้องโวยวายอะไรก็ไม่รู้ออกมาต่อเนื่อง ก่อนจะปากางเกงในไอ้ฉันลอยไป
กางเกงในที่หนักอึ้งขึ้นมาเนื่องจากของเหลวลึกลับนั่นไม่ได้ลดความเร็วลงระหว่างทางแต่อย่างใด มันพุ่งตรงแหน่วไปยังโลลิค่อนสเลเยอร์ หรือถ้าให้พูดอย่างละเอียดก็คือ ยังกลางหน้าของซากุระน่ะนะ
แผละ!
เสียงสุดระยำสุดเฮงซวยพลันกังวาน พร้อมกับที่กางเกงในของฉันโปะเข้าไปกลางใบหน้าอันไร้เรี่ยวแรงของซากุระ
เนื่องจากความหนืดอันเป็นปริศนา ทำให้กางเกงในมันติดแหมะอยู่กับหน้าซากุระทั้งๆอย่างนั้นไม่ยอมหลุด
(ยัยบ้านั่น……คิดอะไรถึงเอากางเกงในฉันไปโปะใส่ซากุระเฉย……)
เรื่องมันเดินไปแบบโคตรระยำเกินเหลือรับ จนฉันเกือบๆจะเข้าสู่สภาวะมึนหัวหยุดทำงาน ทว่าเป็นในฉับพลันนั้นเอง
“ ……อุ……อะ……? ”
“ ห้ะ? ”
หัวของซากุระที่ถูกกักขังอยู่ตรงบริเวณกึ่งกลางของโลลิค่อนสเลเยอร์ พลันขยับนิดๆ
และพอเห็นเหมือนกับว่าจมูกของซากุระที่ถูกโปะไปด้วยกางเกงในมันขยับฟุดฟิดปุ๊บ
“ พี่……จ๋า……? ”
ไหงงั้นวะ!
ไหงถึงรู้ว่าไอ้กางเกงในเหนียวหนืดนั่นมันเป็นของฉันได้เฉยเลยฟะ!
ซากุระคิดว่าฉันมันเป็นตัวอะไรกันน่ะ!?
พอฉันช็อคจนเกือบจะนิ่งค้างตาตั้งปุ๊บ สิ่งที่ยากจะเชื่อมากยิ่งกว่าก็พลันบังเกิดขึ้น
[…………………………ขึก!?]
การเคลื่อนไหวของโลลิค่อนสเลเยอร์ที่เป็นกลุ่มก้อนของอารมณ์แง่ลบพลันเชื่องช้าราวกับกำลังสับสนงงงวยอยู่กับเรื่องอะไรซักอย่าง แถมยังถึงกับทำดาบยาวหลุดออกจากมือเลยอีกด้วย
ก็ยังคงไม่เห็นว่ายันต์กัมปนาทพิฆาตมารมันจะใช้สร้างความเสียหายอะไรได้อยู่เหมือนเดิม
แต่การเคลื่อนไหวนั่นมันกลับดูงุ่มง่ามเก้งก้าง ราวกับเป็นเครื่องจักรที่ทำงานผิดพลาดเลยก็ไม่ปาน
[สำเร็จแล้ว! ได้ผลดีกว่าที่คาดไว้เยอะเลยล่ะ!]
มันดูแหม่งๆ มันดูโคตรจะแหม่งๆเลยก็จริงหรอก
[ฟุรุยะคุง! ตอนนี้แหละนะ!]
“ โอ้ว! ”
แต่นี่ล่ะคือโอกาสสุดท้ายแล้ว
ชิกิงามิของโซยะที่พลิกตัวหันหลังกลับในทันทีที่ปากางเกงในไปนั่น พลันเข้ามาจับมือของฉันเอาไว้
ส่งไหล่ให้ช่วยประคอง แล้วจากนั้นฉันก็พุ่งทะยานตรงไปด้วยกันกับชิกิงามิของโซยะ
แน่นอนว่าในสภาพล่อนจ้อนท่อนล่าง
[……จะว่าไปแล้วนะฟุรุยะคุง]
เป็นตรงนั้นเอง ที่โซยะพึมพำออกมาด้วยเสียงค่อย
[ถ้าคลี่คลายเหตุการณ์นี้ลงได้ด้วยดีแล้ว เราไปซื้อตู้เซฟสำหรับใช้เก็บเสื้อผ้าเตรียมซักกันนะ……]
ตู้เซฟสำหรับใช้เก็บเสื้อผ้าเตรียมซักนี่มันอิหยังวะ!?
แต่ตอนนี้มันก็ไม่ใช่เวลาจะมาสนใจคำพูดเพ้อเจ้อของโซยะอยู่
[กุ โอ้ววววววววววววว!]
“ [……ขึก!] ”
คงจะสัมผัสได้ถึงเค้าลางของพวกเราที่ใกล้เข้ามาละมั้ง โลลิค่อนสเลเยอร์จึงใช้สองมือที่ผสานเข้าด้วยกันฟาดอัดลงมาใส่ แต่การเคลื่อนไหวนั่นมันช่างเชื่องช้าเหลือเกิน อืดอาดสิ้นดี!
[ไปเล้ยยยยยยยยยย! ฟุรุยะคุง!]
“ โอริย้าาาาาาาาาาาาา! ”
ตัวฉันที่เร่งความเร็วราวกับถูกชิกิงามิผลักตัวลอยนั่น พลันเค้นแรงเฮือกสุดท้ายถีบผืนดิน ก่อนจะ
“ เท่านี้ก็ จบสิ้นกันแล้วว้อยยยยยยยยยยยยย! ”
จิ้มจึ๊กสุดแรงเกิด ลงไปกลางโพรงเสน่ห์กายิกสุขที่ส่องแสงอยู่ตรงสะดือของซากุระ
“ ——-ฮ๊าวว!? ”
พลั่ก
พอฉันฟุบหมอบลงแทบเท้าของโลลิค่อนสเลเยอร์ปุ๊บ
ซากุระที่อยู่เหนือหัวก็พลันสั่นหงึก ปล่อยเสียงอันแสนบอบบางออกมา
เรือนร่างที่สวยมีน้ำมีนวลเริ่มที่จะสั่นเครือไม่หยุดนิ่งขึ้นมา
“ มะ…อั๊ง…นี่มัน…อะ…ไร……❤ ฮุกู๊วววววววว❤ ”
กั่กกั่กกั่กกั่ก!
ร่างกายที่ถูกตรึงกางเขนของซากุระ ในบรรดานั่นก็มีเอวที่เติบโตอย่างดีและคอดกิ่วสวยงามนี่แหละกำลังสั่นกั่กกั่กเป็นการเต้นรำแสนยั่วยุเร้าอารมณ์ ราวกับให้ท่าผู้ชาย
“ มะ ไม่น๊างง อะไรมันจะมาแล้ว……❤ มันจะมาแอ้ววววววว❤❤!?!? ”
นมที่ขนาดมองผ่านชุดนักเรียนก็ยังเห็นได้เต็มตาว่าเติบใหญ่ขึ้นมาก และบริเวณหัวปลายนั่นก็กำลังตั้งเด่อย่างรุนแรง พอสั่นกระตุกเบาๆเข้าทีนึงแล้วสงสัยปลายนั่นมันจะรูดเสียดสีเข้ากับเสื้อละมั้ง เลยยิ่งทำเอาร่างกายกระตุกหนักเข้าไปใหญ่ส่งผลให้ตัวซากุระดีดดิ้นไปมา
“ มะ นี่…อะไรน่ะ……อ่ก❤ อิ ฮี๊❤!!? ……อั๋วมันจะ……ไม่……หัวมัน……จะบ้า……อ๊า อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ……อ๊าววว❤❤❤ พะ พี่จ๋าาา❤❤❤ ปี๊จ๋าาาาาาาอ๊านนน❤❤❤ ”
เปล่งคำพูดอย่างเร่าร้อนออกมาด้วยลิ้นที่ขยับพูดชัดๆไม่ได้ ดวงตานั้นเหลือกชี้ไปยังคนละทิศพร้อมสั่นเทิ้มไปด้วยความเสียวซ่าน
กิ้วววววววว แม้ร่างกายของซากุระจะพยายามขดทำตัวให้กลมเหมือนกลั้นอดทนอะไรบางอย่าง แต่แล้วในฉับพลันถัดมากายนั้นก็สั่นอย่างรุนแรงราวกับเกิดการระเบิด
“ อ๊าาาาฮี๊ววววววว❤❤!!? ไม่นะเสร็จแล้ววววววววววววววววววววว❤❤❤!!! ”
ซี๊ดดซี๊ดด! ซี๊ดด!
ปิ้วววววว! ปิ้ววววว! ซู่มซ่าาาาาาาาาาาา!
ซากุระที่ง้างหลังอย่างยิ่งใหญ่ให้งอเป็นดั่งสะพาน พลันแลบลิ้นสีชมพูให้พุ่งชูชันแข็งเป๊กออกมาจากช่องปาก หลั่งน้ำลายที่เหนียวหนืดให้ย้อยไหลเยิ้มพร้อมสั่นหงึกหงึก
ผสานเข้ากับจังหวะการสั่นกระตุกของเอวที่กระเด้งขึ้นลง มีของเหลวอันร้อนรุ่มขนาดที่ทำให้สัมผัสได้ถึงไอร้อนถูกพ่นปลดปล่อยดัง ปิ้วว! ปิ้วปิ้วว! ออกมาจากระหว่างขาของซากุระไม่หมดไม่สิ้น แถมยังราดเทลงมาอาบทั่วร่างฉันนี่
“ ……แฮ่ก❤ ……แฮ่ก❤ ……โอะ❤ ……โฮะ❤ ”
เป็นในฉับพลันที่ซากุระซึ่งน้ำแตกจนถึงใจปล่อยลมหายใจอันร้อนผ่าว สั่นเบาๆราวกับจมปลักอยู่กับความเสียวนั่นเอง
——-ฝุ่บ
โลลิค่อนสเลเยอร์สลายหายไปกลางอากาศ ทำให้ซากุระที่ถูกจองจำอยู่ภายในร่วงหล่นลงมา
“ ! หวิดไปแล้วไง! ”
ฉันเค้นแรงเฮือกสุดท้ายของแท้รับร่างนั้นเอาไว้—–ได้ก็จริงหรอก แต่ก็ล้มหงายลงกับพื้นหยั่งกับโดนซากุระที่อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้นพรวดจับกดเลยงั้นแหละ
“ ค่อยยังชั่ว! ซากุระเธอ มีบาดแผลหรือรู้สึกไม่ดีตรงไหน—– ”
ว่าจะถามไปแบบนั้น แต่ฉันก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก
“ ……แฮ่ก❤ อึ้น❤ ”
“ ……ขึก ”
ลมหายใจอันร้อนแรงของซากุระที่ตัวร้อนผ่าว พลันซึมเข้ามารดต้นคอ
เนินเขาสองลูกแสนอ่อนนุ่มมันบีบชนเข้ากับตัว และปลายหัวนั่นก็ถูไถเสียดสีเข้ากับอกของฉันหรอก ประเด็นคือพอเป็นแบบนั้นทีนึงซากุระก็จะร้อง “ฮิ๊❤❤!?” แล้วสะดุ้งยกเอวขึ้นสูง ตามด้วยกระแทกเน้นๆดังพลั่ก! ลงมายังท่อนล่างของไอ้ฉันที่ล่อนจ้อนอยู่นี่
ร่างกายอันอวบอัดของซากุระที่ถึงโดยสมบูรณ์นั่นมันคือเนื้อที่ร้อนและหนืดได้ที่ดีๆนี่เอง ถึงกับมีอะไรคล้ายๆฟีโรโมนอันแสนเข้มข้นลอยโชยออกมาจากทั่วตัวเลยด้วยอีกต่างหาก
ขนาดตัวฉันที่ปกติแล้วจะไม่ค่อยมีอารมณ์ทางเพศเท่าไหร่ หนำซ้ำยังเพิ่งจะใช้บูสต์จุดกายิกสุขทำตัวเองให้แตกไปแหม่บๆเมื่อตะกี้ ก็ยังเกือบจะทานทนมนตร์เสน่ห์นั่นไม่ไหว—–
(ไม่ได้ไม่ได้ไม่ได้ไม่ได้! นี่ตรูจะขึ้นกับน้องสาวตัวเองได้ไง……)
ตัวฉันที่พลุ่งพล่านไปด้วยใจคิดปรามติเตียนตัวเองแบบนั้น เพิ่งจะทันได้สังเกตเอาตรงนี้เอง
นี่ฉัน กำลังใจเต้นกับซากุระที่ไม่ใช่โลลิ……?
พอค่อยๆหันมองไปยังบริเวณโดยรอบด้วยร่างกายอันเหนื่อยล้า ก็พบว่ารอบๆตัวนั่นถึงกับเงียบกริบโดยสมบูรณ์เลยทีเดียว
เหล่าผู้คนที่เอาแต่เอะอะโหวกเหวกโวยวายโหยหาต้องการโลลิมาตลอดจนถึงเมื่อกี้ ต่างก็น็อคเป็นลมล้มพับกองสุมอยู่กันเป็นกลุ่มๆ เหล่าหนูน้อยที่เดินเตร็ดเตร่เปลี่ยนคนให้กลายเป็นโลลิค่อนนั่นก็หายลับไปกันหมด
แบบนี้คาราสึมะก็คงจะปลอดภัยเหมือนกันละมั้ง
“ ……ฟู่ เอ้อเอาเป็นว่า เท่านี้เหตุปั่นป่วนในฮารุงาฮาระก็เป็นอันคลี่คลายแล้วละมั้งนะ ”
เป็นในฉับพลันที่โล่งอกอยู่นั่นเอง
“ ……พี่……จ๋า……? ”
ที่ซากุระซึ่งโดนความเสียวอันหนักหน่วงรุมเร้าจนอยู่ในสภาวะกึ่งๆหมดสติ อ้าปากกล่าวขึ้นมาอย่างแหบแห้งด้วยดวงตาพร่าเลือน
“ ไม่เป็นไรแล้วนะซากุระ แต่ต้องนอนพักไปก่อน—— ”
“ พี่จ๋า…… ”
“ ฮึก!? ”
ซากุระที่น่าจะคงยังได้สติกลับคืนมาไม่สมบูรณ์ พลันกอดกึ๊ดเข้ามาด้วยท่าทางเหมือนกับเบลอๆ
หุ่นแสนอวบอิ่มที่สุกงอมพร้อมในหลายๆความหมายถูกดันให้ฝังเข้ามาดังกึ๊ดดด ไม่รู้อะไรยังไงหรอกนะแต่ว่าฉิบหายแล้ว
“ พี่จ๋า……มาช่วยเอาไว้……หนูกลัว……กลัวมากๆเลย……แต่พี่จ๋าก็มาช่วยเอาไว้……เหมือนกับเมื่อก่อนเลย……ช่วยหนูที่ไม่ได้ความแบบนี้……พี่จ๋า……พี่จ๋าา…… ”
“ ซา…กุระ แบบว่าคือ เอ่อ ”
“ ถึงจะมีความสามารถพิลึกแบบนี้……แต่พี่จ๋า ก็ยังเป็นพี่จ๋าจริงๆนั่นแหละ…… ”
“ ……จะบอกกับฉันแบบนั้นจริงๆน่ะเหรอ? ”
ฉันที่ทำให้คนหลักหลายร้อยน้ำแตกกระจาย ช่วยตัวเองอัดหน้าศัตรู แล้วก็จิ้มสะดือเธอในสภาพที่ล่อนจ้อนท่อนล่างนี่น่ะนะ?
แต่ก็ไม่มีคำตอบรับสำหรับคำถามนั่น
พอพูดพึมพำอะไรหยั่งกับเด็กๆซ้ำไปมาแล้ว ซากุระก็ผล๊อยหลับส่งเสียงดังฟี้ฟี้หมดสติไปทั้งๆอย่างนั้นเลย
ใบหน้านั้นช่างละมุนและสงบสุขอุ่นใจซะเหลือเกิน
มือที่กำเสื้อเชิ๊ตตรงบริเวณอกเอาไว้แน่นนั่นมันดูเล็กกระจ้อยร่อย ทำใจให้ปัดออกไปไม่ได้เลย
“ นี่เดี๋ยวสิ ”
“ ขึก!? ”
ก็ไม่ได้มีอะไรให้ต้องละอายหรือประหม่าซะหน่อยแท้ๆ แต่พอเจอะกับเสียงแสนหนาวเย็นยะเยือกที่ลอยลงมาอย่างกะทันหันไม่ให้ทันได้ตั้งตัวนั่นเข้าแล้ว ไม่รู้ทำไมแต่ฉันก็ถึงกับสะดุ้งตกใจกลัวสุดๆไปเลยทีเดียว
เจ้าของเสียงนั่นก็คือตัวโซยะ มิซากิเองเลย
เพราะเห็นว่าการขับไล่ผีเสร็จสิ้นไปแล้วก็เลยวิ่งสุดแรงมายันตรงนี้ละมั้ง คุณหล่อนก็เลยหอบหายใจใหญ่เลยนั่น
แต่ดวงตานั้นนอกจากจะเย็นเฉียบซะจนชวนให้นึกถึงคาเอเดะไม่พอ ยังจะแฝงเร้นไว้ด้วยประกายแสงอันน่าหวาดผวาอีกต่างหาก
“ เอาเป็นว่า ใส่ซะหน่อยมั้ยล่ะกางเกงในน่ะ? ”
“ คนที่ถอดกางเกงในฉันออกมันก็เธอนั่นแหละไม่ใช่เรอะเฮ้ย! ”
พอตะคอกกลับใส่โซยะแล้วก็ว่าจะตามหากางเกงในอยู่หรอก……แต่นิ้วมือมันก็ไม่ยอมขยับเลยแม้แต่นิด แถมสติของฉันที่โดนร่างกายอันสุกงอมโดยสมบูรณ์ของซากุระกดทับอยู่แบบนี้ ก็เริ่มที่จะพร่ามัวขึ้นมาแล้วด้วย
เท่านั้นแหละโซยะพลันทำปากจู๋เหมือนงอนตุ๊บป่อง ก่อนจะ
“ เฮ่อเฮ้อ ฟ้องกรมตรวจสอบซะเลยดีมั้ยน้า เรื่องที่ฟุรุยะคุงกอดตัวกลมดิ๊กแบบล่อนจ้อนท่อนล่างอยู่กับคนที่ฟาดเทคโนเบรคเกอร์เข้าใส่นี่น่ะ ”
“ เธอนี่น้า…… ”
ไม่มีเรี่ยวแรงจะแย้งอะไรกลับไปได้ด้วยซ้ำเลยปล่อยให้คุณหล่อนพล่ามไป แล้วทีนี้โซยะที่ยังคงทำหน้าตาไม่สบอารมณ์อยู่แบบนั้น ก็พลันปล่อยเสียงออกมาอย่างโล่งอก
“ แต่ก็ค่อยยังชั่ว เท่านี้ก็ถือว่าคลี่คลายเรื่องที่ข้องเกี่ยวกับโลลิค่อนสเลเยอร์ได้หมดแล้วเนอะ ”
“ ……ไม่ล่ะ ยังหรอก ”
“ เอ๊ะ? ”
เออ การขับไล่ผีของโลลิค่อนสเลเยอร์มันเสร็จสิ้นไปแล้ว และก็ช่วยซากุระเอาไว้ได้แล้ว
เท่านี้ก็ถือว่าคลี่คลายเรื่องราวได้กันซะที
หากไม่นับอีกจุดนึง เกี่ยวกับประเด็นของไอ้เจ้าเผ่ามารที่เข้ามาติดต่อกับพวกเราผ่านร่างของซากุระนั่นละก็นะ
“ ที่ว่านั่นหมายความว่ายังไง……อ้าว!? ฟุรุยะคุง ฟุรุยะคู~ง! หวาาา! ใครก็ได้! มีใครพกยันต์ปฐมพยาบาลฉุกเฉินบ้างมั้ยคะ! ”
โซยะเข้ามาถามไถ่ขอคำอธิบายก็จริง…… แต่เหมือนว่าร่างกายฉันมันจะไม่ไหวจริงๆแล้วแฮะ
เพราะสติของฉัน มันพลันตัดฉึบไปราวกับถูกกดปิดสวิตซ์ไฟเลยทีเดียว
“ หื~ม นั่นน่ะเหรอคือสภาพยามตกอับของ ราชาของพวกเรา อ่าา ”
บริเวณจุดศูนย์รวมอาคารสูง ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากฮารุงาฮาระนิดหน่อย
ผู้ที่นั่งอยู่เหนือขอบระเบียงดาดฟ้าอาคารที่สูงเหนือล้ำเป็นพิเศษมากกว่าอื่นๆ ก็คือสาวมัธยมปลายผู้นึง
หญิงสาวเอานิ้วจิ้มหนุบๆไปยังแก้มที่ถูกเพนต์เป็นลายหัวใจของตนเอง พร้อมกับยิ้มใสออกมาอย่างสนุกสนานเริงร่า
“ งี้นี่เองนะ เจ้าหนูนั่นจะคิดอยากลองเดิมพันด้วยอนาคตของเผ่ามารดูก็ไม่แปลกเลยจริงๆนั่นล่ะ โอ๊ะ ”
เธอที่จ้องมองไปยังฮารุงาฮาระมาตลอดจนถึงเมื่อครู่พลันสะดุ้งยักไหล่เบาๆ ก่อนจะหันขวับไปยังทิศข้างหลัง
จับเค้าลางได้ว่ามีมนุษย์ฝีมือดีจำนวนหลายคน กำลังพุ่งกระชั้นชิดเข้ามาใกล้ทางนี้ด้วยความเร็วมหาศาล
“ สมาคมในช่วงนี้นี่เก่งกันจริงๆเลยน้าา โฮ้~ยเจ้ามนุษย์หมายเลข 3 มานี้ซิ ”
“ ขอรับ ”
ผู้ที่ปรากฎกายออกมาจากภายในเงามืด ก็คือชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
ชายผู้ที่ถูกรับเชิญมาเป็นนักวิชาการภายในรายการทีวี ที่ทำการกล่าวว่าร้ายเล่นงานสมาคมผู้ปราบมารอย่างเสียๆหายๆอยู่ฝ่ายเดียวคนนั้นเอง
“ ดูเหมือนว่าแค่ปล่อยนกต่อแบบครึ่งๆกลางๆไปสองตัวนี่มันจะยังไม่พอจะทำให้หนีรอดจากการไล่ตามของสมาคมได้น่ะนะ ฝากด้วยล่ะเจ้านกต่อตัวที่สาม❤ ”
“ รับทราบแล้วขอรับ ท่านอันโดรมาเลียส ”
พอเธอคนนั้นผายมือ ไอพิษอันดำมืดก็เข้าห่อหุ้มกายของชายวัยกลางคน กลับกันแล้วเค้าลางของอมนุษย์กลับเหือดหายไปจากตัวเธอ ส่งผลให้รูปโฉมนั่นกลายเป็นเพียง [สาวมัธยมปลายที่แค่น่ารักมากจนผิดปกติ] ไปโดยสมบูรณ์
“ เอ้าล่ะถ้างั้นก็ ชักจะเริ่มสนใจในชิ้นส่วนขึ้นมาแล้วด้วยนี่เนาะ เค้าเองก็ลองวางกลอุบายแบบนานน๊านนานๆทีดูมั่งดีกว่ามั้ง ”
พอหลีกหนีออกห่างไปจากดาดฟ้าโดยการก้าวลงบันไดเหมือนกับมนุษย์แล้ว เธอคนนั้น—–อันโดรมาเลียสก็พลันฉีกยิ้มหน้าบานขึ้นมา
“ กลอุบายแห่งความยุติธรรมน่ะนะ❤ ”
MANGA DISCUSSION