“““ อึ๊นอ๊างงงงงงงงงงงงง❤❤!?!?!? ”””
แก๊งสาวมหาลัยทรุดลงในสภาพยกก้นชูชันขึ้นสู่ท้องฟ้า หมอบสิ้นฤทธิ์ไปพร้อมปล่อยน้ำพุพุ่งทะลักไหลหลากออกมา
พอหันมองไปยังทิศที่น้ำพุถูกฉีดให้พุ่งกระจายไป ก็พบว่าพื้นที่บริเวณตรงนั้นมันเปิดอ้าออกอย่างกะทันหัน……
“ แฮ่ก……แฮ่ก……ในที่สุดเรอะ ”
หลังจากที่จิ้มแล้วจิ้มอีกจิ้มกระหน่ำรัวไม่ยั้ง ในที่สุดก็มาถึงได้ซะที
กว่าจะวิ่งมาสุดเส้นทางที่มีระยะเพียง 100 ไม่ก็ 200 เมตรแค่นี้ได้นั้น ไม่รู้เลยว่ากินเวลาไปนานซักกี่นาที
และ ณ บริเวณเปิดกว้างราวกับสนามประลองที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางของกลุ่มฝูงชนนั่นเอง
[โลลิค่อน……สมควรต้องพินาศ……]
ที่ไคอิชุดเกราะสีดำซึ่งมีขนาดตัวสูงถึงหลักหลายเมตรทำการเหวี่ยงดาบยาว ฟาดกระแทกทำให้ข่ายอาคมที่จองจำมันอยู่เกิดเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ได้อย่างแสนง่ายดาย
แต่อีกไม่นานรอยร้าวนั่นก็คงจะถูกรักษาให้คืนสภาพในทันที ข่ายอาคมจะต้องคอยทำหน้าที่ปกป้องเหล่าโลลิค่อนเอาไว้จากคมดาบอันน่าหวาดหวั่นของโลลิค่อนสเลเยอร์ได้อย่างแน่นอน—–มันควรจะเป็นเช่นนั้น ทว่า
“ ……หวิดไปแล้วไง มาทันฉิวเฉียดพอดีเลยงั้นเรอะ ”
รอยร้าวบนข่ายอาคม มันไม่ยอมคืนสภาพ
ในที่สุดพลังวิญญาณของผู้ใช้ศาสตร์ก็หมดเกลี้ยงลงไปจนได้
[โลลิค่อน……สมควรตาย……!]
——เพล้งงงงงงงง!
การโจมตีซ้ำเข้ามาของโลลิค่อนสเลเยอร์ พลันทำให้ข่ายอาคมแตกกระจายเสียงดังสนั่น
แสงสีแดงที่ส่องออกมาจากเฮลเมทราวดวงตาข้างเดียว ได้ถูกหันตรงเข้าไปหาเหล่าโลลิค่อนที่เล่นสนุกเฮฮาอยู่กับโลลิค่อนเมกเกอร์
ไม่มีกำแพงที่จะคอยปกป้องพวกเขาไว้จากคมดาบอันน่าหวาดหวั่นของโลลิค่อนสเลเยอร์อีกต่อไปแล้ว
ในสถานการณ์ที่คาดหวังกำลังเสริมแกร่งๆไม่ได้เลยเช่นในตอนนี้ การจะคลี่คลายเรื่องราวให้ได้โดยที่ไม่ยอมให้มีใครถูกทำร้ายบาดเจ็บเลยนี่ ก็มีแค่ทางเดียว
คือฉันต้องปราบโลลิค่อนสเลเยอร์ลงด้วยมือข้างนี้เท่านั้น
“ จะช่วยเดี๋ยวนี้ล่ะ……! ”
ฉันวิ่งทะยานเข้าไปเต็มกำลัง อัดตรงเข้าใส่โลลิค่อนสเลเยอร์ที่ขยายร่างให้ใหญ่ยักษ์ขึ้นมายิ่งกว่าตอนที่เจอครั้งแรกสุดนั่น
เพราะการฝึกกับนางุโมะ ทำให้ร่างกายมันเหนื่อยล้าอ่อนแรงสุดขีด
แถมยังต้องโค่นไอ้พวกโลลิค่อนให้ล้มหน้าคว่ำเพื่อวิ่งฝ่ามาจนถึงตรงนี้อีก ทำให้ทั่วร่างมันส่งเสียงกรีดร้องทรมานเหลือหลาย
ร่างกายบอบช้ำสะบักสะบอมไปโดยที่แม้ตนเองก็ไม่รู้ตัว ถ้าเกิดว่าเผลอล้มนั่งลงไปกับพื้นเข้าซักครั้งละก็คงจะเค้นแรงลุกกลับขึ้นมาไม่ได้แน่
แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ
“ ถ้าหาโลลิค่อนละก็มีอยู่ตรงนี้ไงว้อยยยยยยย! ”
ฉันแผดเสียงเข้าใส่โลลิค่อนสเลเยอร์ที่กำลังตั้งดาบยาวเตรียมจะเหวี่ยงลงมาฟาดเหล่าสามัญชน
[ต้องฆ่า……โลลิค่อน……!]
โลลิค่อนสเลเยอร์พลันหันมองมายังทางนี้ ก่อนจะยกดาบขึ้นสูงอย่างยิ่งใหญ่ หมายมั่นกะจะฟาดหัวฉันให้แตกกระจุย
การโจมตีที่หากโดนเข้าไปทีเดียวก็เป็นอันจบเห่นั่น ทำให้ร่างกายเกือบจะผงะคาที่ ทว่า——
[จุดเด่นของอาวุธนี่จะเน้นหนักอยู่ที่ระยะโจมตีมากกว่าอานุภาพล่ะ ฉะนั้นการข่มใจให้ไม่กลัวเพื่อถลำเข้าไปยังสีข้างของศัตรูมันจึงสำคัญเอาเรื่องเลย]
“ โอ้ววววววววววววววววว!! ”
ฉันไม่มีลังเลแม้แต่นิด ยิ่งเร่งความเร็วเข้าไปอีกด้วยซ้ำ กระโจนเข้าไปยังสีข้างของโลลิค่อนสเลเยอร์อย่างลืมตาย
(การตั้งจิตเตรียมใจรับศึกปะทะคนถืออาวุธขั้นที่หนึ่งอย่างที่เธอสอนมาไง ซากุระ!)
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมม!
พื้นยางมะตอยข้างหลังฉันพลันระเบิดแหลกเละไม่เหลือซาก
การโจมตีสุดบ้าบอเพียงเปรี้ยงเดียวของโลลิค่อนสเลเยอร์มันป่นผืนดินกระจุย ส่งฝุ่นทรายให้ลอยคละคลุ้งขึ้นมา
อาศัยลมจากการระเบิดมาผลักดันหลังส่งร่างปลิวลอดระหว่างขาของโลลิค่อนสเลเยอร์ไป ทำให้ฉันโผล่มายังข้างหลังของโลลิค่อนสเลเยอร์ได้
คงเพราะกลืนซากุระที่เป็นร่างหลักเข้าไปจนตัวใหญ่ขึ้นละมั้ง อำนาจการโจมตีมันก็เลยพุ่งสูงขึ้นมาพอสมควร แต่กลับกันแล้วการเคลื่อนไหวนั่นก็ดูหน่วงๆ เหมือนว่าจะช้างุ่มง่ามขึ้นมาหน่อยนึงแล้วแฮะ
(เท่านี้ก็ขอแค่ให้มีโพรงเสน่ห์กายิกสุขอยู่ในจุดที่แตะโดนได้ง่ายๆเท่านั้น……!)
ขนาดตัวต่างกันระดับนี้ ถ้าเกิดว่าโพรงเสน่ห์กายิกสุขมันไปโผล่อยู่ตรงหัวขึ้นมาละก็ บอกตามตรงเลยว่างานช้างเอาเรื่องแน่นอน……คิดแบบนั้นพลางส่งสายตามองไปรอบบริเวณแผ่นหลังของโลลิค่อนสเลเยอร์
(ถ้าไม่ผิดพลาด ตอนที่เจอครั้งก่อนนั่น ไม่มีโพรงเสน่ห์กายิกสุขอยู่ตรงฝั่งด้านหน้าหรือฝั่งด้านข้างเลย)
โพรงเสน่ห์กายิกสุขนั้นตราบเท่าที่ไม่ได้ถูกจิ้มมาก่อน ตำแหน่งของมันก็จะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ตอนที่เผชิญหน้ากันตรงๆเมื่อกี้ก็มองไม่เห็นโพรงเสน่ห์กายิกสุขเลยด้วย น่าจะต้องอยู่ตรงไหนซักแห่งของหลังนี่แหละ
“ ……อ๊า? ”
ฉันถึงกับเผลอเอามือขึ้นมาขยี้ตาตัวเองเลย
แต่ต่อให้จะตรวจสอบซักกี่ครั้ง ก็ไม่พบโพรงเสน่ห์กายิกสุขอยู่ตรงฝั่งด้านหลังของโลลิค่อนสเลเยอร์แม้แต่นิด—–
[โลลิค่อน……ไม่อาจให้อภัย……]
แม้จะลองสอดส่ายสายตาไปตามฝั่งด้านหน้าของโลลิค่อนสเลเยอร์ที่หันขวับเข้ามาหาดูอีกรอบ แต่ก็ไม่พบโพรงเสน่ห์กายิกสุขอีกนั่นแหละ
“ มันยังไงกันน่ะ!? ”
มันไม่มีโพรงเสน่ห์กายิกสุข!?
หรือว่าอยู่ตรงจุดที่มองเห็นได้ยาก เช่นใต้รักแร้หรือหลังเท้าอะไรแบบนั้นเรอะ!?
“ ……อย่าบอกนะว่า ”
ฉันที่ชักเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี พลันทำการเพ่งสายตาในทันใด
เทคโนเบรคเกอร์คือความสามารถที่จะทำให้อีกฝั่งน้ำแตกถึงจุดสุดยอด ผ่านการจิ้มโพรงเสน่ห์กายิกสุขที่จะลอยปรากฎขึ้นมา ณ ตรงไหนซักแห่งของร่างกายเป้าหมาย
ถึงจะมีเสื้อทับปิดอยู่แต่ก็สามารถมองเห็นโพรงเสน่ห์กายิกสุขได้ และต่อให้จิ้มใส่เหนือเสื้อก็ยังทำให้ถึงจุดสุดยอดได้ด้วยเช่นกัน
แต่ว่า
ถ้าเกิดสมมติว่าอีกฝ่าย หุ้มรอบกายไว้ด้วยเครื่องแต่งกายแบบชุดมาสคอต ที่หนาเตอะมากระดับที่นิ้วจิ้มไปไม่ถึงตัวล่ะ
ถ้าเกิดสมมติว่าอีกฝ่าย ถูกกลืนหายเข้าไปโดยไคอิที่มีร่างยักษ์ใหญ่สูงราว 3-4 เมตร แถมมันยังจะสวมชุดเกราะปิดทับอยู่เหนือนั่นอีกด้วยล่ะ
“ ……ขึก ”
พอฉันเพ่งสายตาปุ๊บ จำนวนโพรงเสน่ห์กายิกสุขที่ฉายเข้ามาในการมองเห็นก็พลันเพิ่มพูนขึ้นในชั่วอึดใจ
เพราะไม่ใช่แค่ของสิ่งมีชีวิตอย่างเดียว ตัวฉันในตอนนี้มองเห็นแม้กระทั่งโพรงเสน่ห์กายิกสุขของรถยนต์ โคมไฟถนน หรือตึกและผืนดินที่กองอยู่รอบตัวได้ทั้งหมดเลย
และภายในการมองเห็นอันแปลกประหลาดนั่นเอง
[โลลิค่อน……สมควรต้องพินาศ……]
ชุดเกราะของโลลิค่อนสเลเยอร์ มันกำลังส่องประกายแสงของโพรงเสน่ห์กายิกสุขอยู่มากมายนับไม่ถ้วนเลย
เฮลเมท แผ่นรองอก แผ่นรองข้อศอก ถุงมือ แผ่นรองต้นขา แผ่นรองเข่า แผ่นรองหน้าแข้ง——และก็น่าจะครอบคลุมไปถึงแผ่นรองหลังและแผ่นรองก้นเลยด้วย…เกราะทุกชิ้นทุกส่วนที่หุ้มกายของโลลิค่อนสเลเยอร์อยู่มันมีโพรงเสน่ห์กายิกสุขส่องแสงประกายทั้งหมดเลย
กล่าวคือ
“ ถ้าไม่ถอดไอ้พวกนั้นออกให้หมด ก็จะไปไม่ถึงตัวซากุระงั้นเรอะ!? ”
[โลลิค่อน……สมควรต้องพินาศ……]
“ ขึก!? ”
เป็นในตอนที่หยุดผงะสับสนอยู่กับที่นั่นเอง ที่ดาบยาวพลันถูกเหวี่ยงสูงขึ้นมาอยู่เหนือหัวฉัน
“ บัดซบ! เอาเป็นว่าคงต้องลองดูก่อนเท่านั้น! ”
กระโจนเข้าไปใส่สีข้างของโลลิค่อนสเลเยอร์มันอีกรอบเพื่อหลบการโจมตี
และในพริบตาก่อนที่จะพุ่งข้ามข้างๆลำตัวมันไปนั่นเอง
“ โอร่าาาาาาาาาาาา! ”
เป็นระยะที่หากเอื้อมมือยืดแขนไปเต็มที่แล้วจะพอแตะต้องโดนได้พอดิบพอดี ทำการจิ้มจึ๊กใส่โพรงเสน่ห์กายิกสุขที่ส่องสว่างอยู่ตรงแผ่นรองต้นขาของโลลิค่อนสเลเยอร์ซะ
แต่การกระทำเล็กๆที่เพิ่มเข้าไปเพื่อให้จิ้มโดนโพรงเสน่ห์กายิกสุขได้นั่น มันกลับส่งผลเป็นภัยร้ายแรงถึงชีวิต
ตู้มมมมมมมมมมมมมมม!
“ เหวย!? ”
พื้นยางมะตอยระเบิดแหลกในจุดที่อยู่ใกล้ตัวกว่าเมื่อกี้นี้มาก ร่างกายฉันพลันถูกกลืนหายเข้าไปในฝุ่นทรายมหาศาลและลมจากการระเบิดในบัดดล
เท่านั้นแหละตัวถึงกับสูญเสียสมดุลเซกลิ้งลงไปกับพื้นทันที ลำพังแค่นี้ก็ถือเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อร่างกายที่ถึงขีดจำกัดแล้ว
“ ……ขุ่ก ”
ซื้ดซื้ดซี๊ดด! —–แคร๊ง!
และสิ่งที่ลอยมาเข้าหูของฉันที่แหงนหน้าเค้นแรงพยายามจะลุกขึ้น ก็คือเสียงการสั่นไหวอันไม่เป็นธรรมชาติที่คลับคล้ายการสั่นกระตุกของร่างกายมนุษย์
เป็นเสียงของแผ่นรองต้นขาโลลิค่อนสเลเยอร์ที่ถึงจุดสุดยอด (?) แล้วระเบิดปลิวไป ก่อนจะตกลงมากระทบพื้นนั่นเอง
และที่เผยปรากฎออกมาจากต้นขาของโลลิค่อนสเลเยอร์ที่สูญเสียแผ่นรองต้นขาไป—–ก็คือร่างกายของซากุระตั้งแต่บริเวณหน้าแข้งลงมา
“ เป็นจริงอย่างที่คิดซะด้วยเรอะ ระยำเอ๊ย……! ”
ขาของซากุระที่แนบชิดติดอยู่กับเอ็กโทพลาซึมสีดำที่ก่อร่างสร้างให้เกิดเป็นโลลิค่อนสเลเยอร์ขึ้นมานั่น—–มันไม่มีโพรงเสน่ห์กายิกสุขอยู่ให้เห็นได้เลย
แต่ถ้ากระชากเกราะตรงส่วนบริเวณอื่นออกไปเรื่อยๆ ก็จะต้องมีโพรงเสน่ห์กายิกสุขอยู่ตรงไหนซักแห่งแน่ๆล่ะ
ในกรณีเลวร้ายที่สุด ก็คือต้องกระชากชุดเกราะออกให้เกลี้ยงทั้งหมดเลย ถ้าทำแบบนั้นแล้วเดี๋ยวก็คงจะหาเจอได้ไม่นานหรอก แต่ว่า……
“ ……บัดซบ! ”
ร่างกายที่ฝืนลุกกลับขึ้นมาได้แบบหวุดหวิดนั่นมันสะบักสะบอมไปหมด
สัมผัสราวกับว่าสารเอ็นโดรฟินที่หลั่งออกมาเนื่องจากพุ่งทะยานลุยแบบนอนสต๊อปตลอดจนถึงตอนนี้ มันขาดห้วงหายไปเนื่องจากเผลอล้มลงมากองกับพื้นเข้าครั้งนึง
[โลลิค่อน……สมควรตาย……!]
โลลิค่อนสเลเยอร์ยกดาบยาวขึ้นสูง คราวนี้มันกะจะฟาดดาบเป็นแนวราบเข้ามาเพื่อปลิดฉากดับลมหายใจของฉัน
อย่าว่าแต่จะให้ถอดชุดเกราะออกทั้งหมดเลย จะหลบพ้นการโจมตีเปรี้ยงเดียวนี่ได้รึเปล่าก็ไม่รู้
มาจนถึงตรงนี้แล้ว น้องสาวที่กำลังร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตรงหน้านี่แล้ว
“ จะยอมแพ้ไม่ได้……เด็ดขาดเลยแท้ๆ……! ”
ท้าเสี่ยงดวงเลยก็แล้วกัน ฉันฝืนก้าวขาที่ไร้เรี่ยวแรงให้ตรงไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ถลำเข้าไปหาโลลิค่อนสเลเยอร์มันอีกครา——-ทว่าเป็นในฉับพลันนั้นเอง
“ หึฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!! ”
ที่เสียงหัวเราะแหลมสูงของไอ้บ้าที่ไม่น่าจะมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ พลันดังก้องมาจากจุดที่อยู่ห่างออกไป
“ ยอดเยี่ยมเหลือเกิน! น้องหนูกับเชือกเสียวสนุกนี่มันช่างยอดเยี่ยมมากมายเสียเหลือเกิน! จะบัดสีเกินไปแล้ว! ให้ตายเถอะ เด็กประถมนี่ช่างดีเลิศประเสริฐศรีอย่างยิ่งยวดจริงๆเลยนะ! ”
เสียงประหลาดที่น่าจะฉุดให้ตำรวจพุ่งปรี่เข้ามารวบตัวจับได้ภายใน 2 วินาที หนำซ้ำยังชวนให้ฉงนว่าคนพูดมันสติดีแน่หรือเปล่านั่น
“ ……เอ๊ะ? ”
และที่ทะยานลงมาจากฟากฟ้าในทันทีหลังจากนั้น ก็คือสตรีแห่งสวรรค์ทั้ง 4
เหล่าหญิงงามขนาดไซส์เรียง 8 หัวที่แต่ละตัวถูกออกแบบให้มีรูปร่างตามมังกรฟ้า หงส์แดง เสือขาว และเต่าดำ พลันปรากฎกายขึ้นมาเอาตัวหุ้มปกปิดการมองเห็นของโลลิค่อนสเลเยอร์เอาไว้
และหนึ่งในสตรีแห่งสวรรค์นั่นก็หันขวับมาหาฉัน ก่อนจะ
[โธ่! ฟุรุยะคุงจะบ้าระห่ำด้วยตัวคนเดียวเกินไปแล้วนะ! บ้าทำอะไรไม่ยั้งคิดสุดๆเลยล่ะ!]
ตะโกนก้องออกมา ด้วยเสียงของโซยะ
[พวกเราเป็นทีมเดียวกันนะ!?]
MANGA DISCUSSION