“ นางุโมะ! ไปฮารุงาฮาระที! ”
“ อ๊า!? ”
“ ช่วยแบกพาฉันไปส่งให้ถึงฮารุงาฮาระทีได้มั้ย!? ”
“ ……งี้นี่เอง จัดไปเว้ยอย่าให้เสีย! ถ้าแค่คนหรือสองคนละก็ ฉันไปส่งให้ถึงได้เร็วยิ่งกว่าขึ้นรถยนต์หรือรถไฟไปซะอีกนะ! ”
นางุโมะที่เข้าใจถึงเจตนาของฉันได้อย่างเร็วไว พลันเอามือทุบอกที่พองขึ้นมาเพราะฟองน้ำเสริมอึ๋ม
“ ถ้างั้นก็ ช่วยพาฉันกับคาเอเดะไปส่งที่ฮารุงาฮาระเดี๋ยวนี้เลยที—– ”
“ ไม่ล่ะ เธอน่ะนำหน้าไปฮารุงาฮาระด้วยตัวคนเดียวก่อนเลยเถอะ ”
คาเอเดะที่พูดดังฉึบออกมาห้วนๆด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบพลันเดินผ่านข้างตัวฉันไป ก่อนจะก้มตัวคุกเข่าลงตรงบริเวณที่ซากุระเคยอยู่เมื่อกี้นี้
“ ฉันมีสิ่งที่จำเป็นต้องทำอยู่ที่นี่น่ะ ”
ฟุ่บ…คาเอเดะรับอะไรคล้ายๆปากกามาจากเพื่อนร่วมทีมสองคนที่ยืนขนาบเคียงข้างซ้ายขวา พร้อมกับเริ่มต้นวาดวงแหวนสกัดมารให้ล้อมรอบไอพิษที่จวนเจียนจะสูญหายไปเอาไว้
“ ให้ฉันไปก่อนคนเดียวนี่……มันควรจะต้องเอากำลังรบไปให้ได้เยอะๆไม่ใช่เรอะ!? ”
“ เธอก็สัมผัสได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ไอพิษที่ปัดการโจมตีของพวกเราได้โดยสมบูรณ์นั่น ”
มีเหงื่อหนึ่งหยด ไหลรินลงมาตามแก้มของคาเอเดะ
ทั้งเสียงทั้งสีหน้าต่างก็เย็นชายิ่งกว่าปกติ แต่บรรยากาศที่ห่อหุ้มร่างนั่นเอาไว้กลับดูตึงเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเลย
“ ไม่ใช่แค่ระดับ สเกล 5 หรือ สเกล 6 แล้ว….นั่นน่ะมันคือ เค้าลางของเผ่ามารล่ะ ”
“ ห้ะ……!? ”
พอฉันอึ้งกับนามของตัวตนเชิงวิญญาณระดับสูงที่โผล่ออกมาอย่างกะทันหันไม่ให้ทันได้ตั้งตัวอยู่ คาเอเดะก็ทำการพูดเร็วๆออกมาราวกับกล่าวให้ตัวเองและผู้คนโดยรอบรับฟัง ไปพร้อมกับที่มือข้างนั้นขยับเขยื้อนวาดวงแหวนสกัดมารอย่างรวดเร็วมากยิ่งกว่า
“ แถมยังน่าจะเป็นตัวใหญ่ขนาดที่ต่อให้โดนตั้งค่าหัวระดับประเทศขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยด้วย ในฐานะคนของคุซึโนะฮะแล้ว จะทำเมินมองข้ามเค้าลางนั่นไปไม่ได้เด็ดขาดเลย มีหน้าที่ต้องเก็บไอพิษนี้เอาไว้เพื่อให้ใช้ไล่ตามตัวเผ่ามารที่เป็นต้นเหตุได้น่ะ—–คินโกะ! (จิ้งจอกทอง) กินโกะ! (จิ้งจอกเงิน) ”
““ เจ้าค่ะ ””
คาเอเดะสั่งการอย่างเด็ดขาดให้กับเพื่อนร่วมทีมสองคนที่กำลังซัพพอร์ตการสร้างวงแหวนสกัดมารอยู่
“ รีบทำเรื่องส่งคำร้องฉุกเฉินให้ 12 เซียนอัมพรออกปฎิบัติหน้าที่เดี๋ยวนี้เลย เน้นความเร็วเอาไว้ก่อน จะใครก็ได้ขอให้มาถึงได้เร็วขึ้นซักวินาทีเดียวก็ยังดี…อาจจะขอพึ่งพาในฐานะกำลังรบลำบากอยู่หน่อยก็จริง แต่คุณนางิสะจะต้องยังอยู่ที่สมาคมแน่ๆ อย่างน้อยที่สุดก็ไปลากตัวเค้ามาช่วยให้ได้ซะ ”
““ รับทราบแล้วเจ้าค่ะ ””
พอมองเพื่อนร่วมทีมทั้งสองคนวิ่งแยกย้ายกันไปคนละทางแล้ว คาเอเดะก็หันกลับมาหาฉัน
“ ฉะนั้นแหละรีบไปเร็วเข้าเถอะ แค่เธอคนเดียวก็ยังดีรีบไล่ตามไปหานังหนูนั่นซะ! ไปสิ! ”
“ ……ขึก เข้าใจแล้ว ”
ฉันจับมือของนางุโมะเอาไว้ ราวกับถูกคาเอเดะที่ขึ้นเสียงอย่างไม่สมเป็นตัวเองผลักหลังให้ก้าวออกไป
“ ฝากด้วยนะนางุโมะ! ”
“ โอ้ว! จับเอาไว้ให้ดีๆนะเว้ย! ”
ฉันระวังไม่ให้มือเผลอไปจิ้มโดนโพรงเสน่ห์กายิกสุขของนางุโมะที่ส่องสว่างอยู่ภายในการมองเห็นโหมดอมนุษย์
ก่อนจะทุ่มน้ำหนักพิงตัวลงไปกับหลังอันอ่อนนุ่มของนางุโมะ ที่ยังคงสวมชุดโดกิชุ่มไปด้วยเหงื่ออยู่แบบนั้น
“ เอ…ฮารุงาฮาระนี่ถ้าจำไม่ผิดอยู่ตรงฝั่งทิศนี้สินะ……ไปเว้ย! ”
“ โอ้วววววววววววว!? ”
ที่ฉันสัมผัสอยู่ในตอนนี้ มันคือความรู้สึกระดับที่ทำเอาเจ็ตโคสเตอร์กลายเป็นของเล่นเด็กไปเลย
การเร่งความเร็วในฉับพลัน
ความรู้สึกตัวลอยที่หยั่งกับว่าเครื่องในมันจะกลิ้งกลับหัวหมดยังไงยังงั้น
ภาพวิวทิวทัศน์ที่แล่นผ่านไปวู่มๆ
ถึงนางุโมะจะเป็นคนรับมันเอาไว้ให้เกือบทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้น แรงกระแทกในตอนที่ลงกระทบพื้นมันก็ยังแล่นทะลวงเข้ามาในร่างอย่างหนักหน่วง
เจอการเคลื่อนไหวของนางุโมะที่แล่นทะยานข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆนาๆ เช่นหลังคาบ้าน แม่น้ำ หรือถนนหลักได้ด้วยสมรรถภาพร่างกายอันเหนือมนุษย์เข้าไป ฉันก็ถึงกับเมามึนหัวขึ้นมาในเวลาไม่กี่นาทีเลย
“ ว่าก็ว่าเหอะเว้ย ไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่เลยแฮะ ”
ระหว่างเคลื่อนไหว นางุโมะก็พลันพึมพำออกมาโดยใช้สมาร์ทโฟนตรวจสอบทิศทางไปพลาง
“ ไม่ใช่ว่าฟุมิโดริ ซากุระคือโลลิค่อนเมกเกอร์หรอกเรอะเฮ้ย คนเราเนี่ยมันมีไคอิสองตัวอยู่ในร่างเดียวกันได้ด้วยเรอะ? ”
สำหรับนางุโมะที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาในโลกของผู้ปราบมาร—กล่าวคือโลกที่ข้องเกี่ยวกับพลังวิญญาณได้ไม่นานแล้ว นั่นมันก็คงจะเป็นข้อสงสัยที่สมควรอยู่หรอก
“ ……ฉันเองก็ไม่ค่อยได้สนใจเรียน เลยไม่มีปัญญาจะพูดลงลึกได้หรอกนะ แต่คิดว่าโลลิค่อนสเลเยอร์เนี่ยมันน่าจะไม่ใช่ไคอิประเภทลอบทำร้ายคนมั่วๆหรอก มันน่าจะเป็นไคอิประเภททำเครื่องหมายแล้วเล่นงานมากกว่าน่ะ ”
“ ประเภททำเครื่องหมาย? ”
“ เออ ก็นั่นไง มีอยู่บ่อยๆไม่ใช่เรอะในพวกเรื่องเล่าสยองขวัญน่ะ ตัวแบบที่ถ้าเผลอไปเห็นเข้าแล้วจะต้องตายภายในไม่กี่วันเอย หรือไม่ก็จะถูกมันลักพาตัวหายไปเอย ไอ้พวกที่ต้องมีเว้นช่วงเวลาซักระยะนึงก่อนจะเข้ามาทำร้ายนั่น ”
“ อ่อ เออก็มีจริงๆนั่นแหละแฮะ ไอ้พวกผีนิสัยเสียแบบนั้น ”
ถ้าในยุคเก่าก็คืออัศวินไร้หัวดูลาฮานที่ว่ากันว่าเป็นผู้พยากรณ์ความตาย ส่วนในสมัยนี้ก็เช่นฮัชชาคุซามะ (ท่านแปดศอก) ที่โผล่ขึ้นมาจากแถบชนบทที่ไหนซักแห่งนั่นละมั้ง เออไอ้เจ้าไคอิโชตะค่อนที่ชอบลักพาตัวเด็กผู้ชายนั่นแหละ
“ โลลิค่อนสเลเยอร์มันไม่ได้เข้าทำร้ายโลลิค่อนหรอก มันเข้าทำร้ายคนที่ถูกทำเครื่องหมายว่ากลายเป็นโลลิค่อนเอาไว้ต่างหาก เพราะใช้วิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนแบบนี้ มันก็เลยกลายเป็นไคอิที่ทรงพลังยากรับมือเหนือกว่าตัวอื่นในระดับสเกลเดียวกันไงล่ะ ”
สงสัยจะเพราะถูกล่วงรู้ตัวตนละมั้ง ตัวซากุระก็เลยกลายเป็นโลลิค่อนสเลเยอร์ไปซะเอง……แต่คาดว่าตลอดมาจนถึงตอนนี้ โลลิค่อนสเลเยอร์ก็คงจะมีระบบเหมือนกับโลลิค่อนเมกเกอร์ คือจะแยกตัวห่างจากซากุระที่เป็นโฮสต์เจ้าของร่างออกไปทำร้ายผู้คนนั่นแหละ ในฐานะไคอิแบบควบคุมระยะไกลที่หาเจอได้ยากยิ่งสุดขั้วน่ะนะ
เพราะลักษณะอันน่าปวดหัวนี่เองทำให้สมาคมโดนวิพากษ์วิจารณ์มั่งล่ะ วางมาตรการรับมือได้ล่าช้ามั่งล่ะ……ดูราวกับว่ามันคือไคอิที่ถูกดีไซน์ออกแบบขึ้นมาเพื่อปั่นป่วนสถานการณ์ให้เป็นแบบนั้นเลย
แล้วก็
หากเป็นในกรณีปกติแล้ว คนที่ถูกไคอิกลืนกินก็จะมีใช้คำพูดหรือออกอาการแบบสติแตกเหมือนคราวนางุโมะอยู่เหมือนกัน แต่ซากุระกลับไม่มีท่าทางแบบนั้นเลยซักนิดเดียว ยังไม่นับเจ้าตัวเผ่ามารที่คาเอเดะพูดถึงนั่นอีก จะยังไงก็ตามแต่มันต้องไม่ใช่ไคอิธรรมดาแน่ๆ
คาเอเดะก็คงจะคิดแบบเดียวกันละมั้ง ถึงได้เร่งให้ฉันรีบมุ่งหน้าไปแบบนี้
ยิ่งคำนึงถึงสถานการณ์อย่างใจเย็นมากเข้าเท่าไหร่ ใจมันก็ยิ่งเป็นพะวงเกี่ยวกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับซากุระจนข่มตัวไว้ให้อยู่นิ่งไม่ได้
“ ต้องรออีกนานเท่าไหร่กว่าจะถึงฮารุงาฮาระน่ะ? ”
เพราะทำอะไรอื่นไม่ได้นอกจากอยู่นิ่งๆให้เค้าแบก ฉันที่ใจร้อนรุ่มไปหมดจึงเอ่ยถามเช่นนั้นกับนางุโมะ
เท่านั้นแหละ นางุโมะพลันแสดงรอยยิ้มอันแสนเด็ดเดี่ยวออกมา ก่อนจะ
“ อีกแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นแหละ ”
ชี้ตรงไปยังทิศเบื้องหน้าที่ฉายอยู่ในดวงตา
“ เริ่มจะมองเห็นได้แล้วเว้ย นั่นไงล่ะสถานีฮารุงาฮาระ ”
MANGA DISCUSSION