“ เอ้ย เดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยว! ช่วยรอเดี๋ยววววววววว! ”
โดนโลลิค่อนสเลเยอร์บุกเข้าทำร้ายแล้วยังจะเจอการพิจารณาคดีโลลิค่อนอัดใส่อีก เป็นตรงนี้เองที่ตัวฉันซึ่งสูญเสียความสงบนิ่งไปโดยบริบูรณ์พลันสังเกตขึ้นมาได้ซะที ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปละก็ถูกฆ่าแน่ ดวงตาที่เย็นสุดขั้วหัวใจของคาเอเดะนั่น มันคือดวงตาที่โคตรอันตรายเลย ดวงตาที่หยั่งกับว่าถ้าเพื่อบำบัดดัดสันดานโลลิค่อนแล้ว ก็พร้อมจะตัดลูกป๋องแป๋งฉันทิ้งให้เป็ดกินได้เลยนั่น
ตัวฉันที่ถูกครอบงำโดยความกลัวเช่นนั้น จึงพยายามร้องแก้ต่างอย่างสุดชีวิต
กล่าวความเป็นไปได้ที่สังเกตผ่านคำว่า “คำสาป” ของซากุระ ก่อนหน้าที่จะถูกโลลิค่อนสเลเยอร์มันทำร้าย…..สิ่งที่น่าจะเป็นเหตุผลทำให้ฉันกลายเป็นโลลิค่อนอย่างกะทันหันนั่น
“ ช่วยฟังทีเหอะ! ฉันแปลกๆไปหลังจากที่ถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนนั้นแตะเข้าน่ะ! ”
นั่นคือสมมติฐานที่ขนาดตัวฉันเองก็ยังคิดเลยว่าเพี้ยนรึเปล่า
แต่ไอ้การแปลงสภาพกลายเป็นโลลิค่อนที่รวดเร็วและไม่อาจเข้าใจได้นี่ มันไม่อาจอธิบายได้ด้วยเหตุผลอื่นใดแล้วจริงๆ
“ ตอนอยู่ในฮารุงาฮาระเมื่อวานซืน ฉันเผอิญเจอกับเด็กแปลกๆเข้าไง! เป็นเด็กที่สวมชุดวันพีชสีแดง แล้วก็ถามเข้ามาทำนอง [พี่ชายเป็นโลลิค่อนรึเปล่าคะ?] ด้วยน่ะ พอถูกเด็กคนนั้นแตะตัวปุ๊บหัวกับระหว่างขามันก็รู้สึกแปลกๆ—— ”
พอพูดไปได้ถึงตรงนั้น ฉันก็สังเกตเห็นว่าซากุระกับคาเอเดะนี่คือกำลังทำสีหน้าเหมือนรังเกียจขยะแขยงสุดขั้วหัวใจเลยทีเดียวเชียวว่ะเฮ้ย
“ หรือก็คือนาย ”
“ เกิดคลั่งโลลิขึ้นมาเพราะการได้สัมผัสแตะต้องตัวเด็กคนนั้นงั้นสินะ ”
“ ไม่ใช่นะไม่ใช่! เออยอมรับก็ได้ว่าบรรยายออกมาได้แปลกๆไปหน่อยแต่ไม่ใช่แบบนั้น! ”
ฉันปรับลมหายใจดีๆ ก่อนจะพูดออกมาอย่างช้าๆ
“ คิดว่าเด็กคนนั้น น่าจะเป็นผู้ถือครองคำสาปอะไรซักอย่าง หรือไม่ก็เป็นไคอิน่ะ อย่างทำให้คนที่ถูกแตะกลายเป็นโลลิค่อนหรืออะไรทำนองนั้นไง ฉะนั้นถ้าใช้ตรวจสอบเชิงวิญญาณใส่ฉันซะ ก็น่าจะคลายข้อสงสัยที่ว่าฉันเป็นโลลิค่อนได้แล้วล่ะ ”
““ ……… ””
“ เฮ้ย! อย่าเงียบกริบแล้วเริ่มตระเตรียมการทรมานแบบนั้นเด้! ยะ อย่านะ! หยุดเอาของไปอุดหน้าต่างกับประตูเพื่อไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกไปข้างนอกแบบนั้นแล้วฟังกันก่อนทีเถอะ! ”
เพื่อนสมัยเด็กทั้งสองคนของฉันตระเตรียมการทรมานได้ลื่นไหลเร็วไวจัดๆจนกลัวฉี่จะเล็ดอยู่แล้วเนี่ย
“ ซากุระ! นั่นไง เธอยังพูดกันฉันอยู่เลยไม่ใช่เรอะ!? ว่าถ้าโดนสาปแล้วจะช่วยน่ะ! ตอนนี้แหละถึงเวลานั้นแล้ว! ”
“ หาา? ไปตายซะไปไอ้โลลิค่อน ”
ไม่มีเมตตากรุณากันเลย……
[……ก็จริงอยู่นะ พอพูดแบบนั้นแล้วมันก็แปลกจริงๆนั่นแหละ]
“ โสะ โซยะ! ”
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เพื่อนสมัยเด็กทั้งสองทำการตระเตรียมการให้พร้อมทรมานอย่างเงียบกริบ ก็พลันมีเสียงสวรรค์ดังออกมาจากสมาร์ทโฟนที่ถูกตั้งเอาไว้อยู่เหนือโต๊ะ
[ฉันเองก็เห็นหน้าของฟุรุยะคุงอยู่ทุกวัน แต่กลับไม่พบเศษเสี้ยววี่แววของโลลิค่อนเลยซักนิดเดียวด้วย……]
โซยะที่อยู่ในหน้าจอทำการจับจ้องฉันด้วยดวงตาที่มีเครื่องหมายหัวใจปรากฎขึ้นมา พร้อมกับเอียงหัวอย่างสับสน
[เท่าที่มองเห็นตอนนี้ ก็ไม่ได้มีเอาเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆไปจิ้นเสียวเลยซักนิดด้วย……แถมยังไม่ได้ “ใช้” รูปภาพที่สะสมมานั่นเลยอีก แต่ก็มีสายตานี่แหละเอาแต่จ้องมองไปยังเด็กผู้หญิงตัวเล็กอยู่นั่น……จะว่ายังไงดีล่ะ สติกับการกระทำมันดูขัดแย้งกันน่ะนะ ถ้าบอกว่ากลายเป็นแบบนี้เพราะไคอินี่…ก็อาจจะพอเป็นไปได้อยู่นะ]
พอได้ยินที่โซยะซึ่งมองเห็นข้อมูลกามๆของผู้คนมามากมายพูดขึ้นแล้ว คาเอเดะกับซากุระก็หันมามองหน้ากัน
“ เห็นมะ!? มันแปลกจริงๆนั่นแหละการกลายเป็นโลลิค่อนของฉันน่ะ! ”
ไม่ใช่ว่าหัวกับระหว่างขาของฉันมันแปลกซะหน่อยนะ!
พอเป็นแบบนี้ก็ชักคิดเข้าไปใหญ่ว่าตัวเองมันโง่จริงๆที่หลบเลี่ยงจากโซยะซะขนาดนั้น แต่มาจนป่านนี้แล้วเรื่องพรรค์นั้นช่างหัวมันเหอะ
“ ……ช่วยไม่ได้นะ เป็นสมมติฐานที่งี่เง่าสิ้นดีก็จริง แต่ถ้าเกิดว่านอกจากโลลิค่อนสเลเยอร์แล้ว ยังมีไคอิที่ทำให้คนกลายเป็นโลลิค่อนอยู่อีกละก็……จะไม่อาจประมาณได้เลยว่าความเสียหายจะแผ่กระจายไปมากถึงขนาดไหน ”
คาเอเดะก้าวมาจากทิศทางที่จะไม่ทำให้ตัวเองถูกฉายเข้าไปอยู่ในสมาร์ทโฟน เดินเข้ามาใกล้ฉันอย่างไม่ค่อยเต็มใจ ก่อนจะผายมืออยู่ต่อหน้าฉันพร้อมหลับตา
เท่านี้ก็สะสางข้อสงสัยเรื่องที่ฉันเป็นโลลิค่อนได้ซะทีนึง……พอโล่งอกอยู่แบบนั้นเท่านั้นแหละ
“ …………ไม่พบความผิดปกติเลยซักนิด ”
“ เอ๊ะ? ”
“ ร่างกายเป็นปกติดีดังเดิมไม่พบอะไรแปลกประหลาดเลย จะผลกระทบของไคอิ หรือร่องรอยของคำสาปก็ไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว ”
“ ห้ะ!? เอ้ยแต่มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงกัน!? ตรวจผิดแล้วตรวจผิด! ”
“ เธอที่ผลการเรียนเป็นที่โหล่ตลอดชาติตลอดศก บังอาจมาสงสัยในการตรวจสอบเชิงวิญญาณของฉันงั้นเหรอ? ”
ผะ ผลการเรียนของฉันเกี่ยวอะไรด้วยฟะ! ไม่ดิให้ว่าแล้ว
“ ไอ้นั่นไง เพราะไม่ได้สัมผัสตัวกันตรงๆเหมือนตอนตรวจวินิจฉัยตามวาระแบบทุกที ความแม่นยำมันก็เลยตกลงจ๊าาาากกก!? ”
“ เงียบปากไปซะ ”
ทะ ทำไมกันเล่า!? ก็ตอนตรวจวินิจฉัยตามวาระนั่นเธอพูดเองเลยไม่ใช่เรอะว่าถ้าสัมผัสตัวตรงๆแล้วความแม่นยำจะสูงขึ้นน่ะ……
“ นั่นมันคือวิธีตรวจสอบเชิงวิญญาณแบบพิเศษที่มีไว้ใช้เฉพาะในตอนตรวจวินิจฉัยตามวาระฉะนั้นถ้าได้สัมผัสตัวตรงๆก็เลยจะให้ผลดีกว่าแต่มันไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกับการตรวจสอบเชิงวิญญาณแบบปกติสามัญที่เราทำกันอยู่ในตอนนี้เลยซักนิดเดียวดังนั้นห้ามพูดถึงมากไปกว่านี้อีกเชียวนะเดี๋ยวปั๊ดเผาให้ตายซะหรอก ”
คาเอเดะกระซิบข้างหูภายในรวดเดียวไม่พักหายใจว่าอย่างนั้น เพราะแรงกดดันอันท่วมท้นทำเอาฉันต้องยอมพยักหน้าให้อย่างว่าง่ายเลยทีเดียว
“ ถ้าเชื่อใจการตรวจสอบเชิงวิญญาณของนังจิ้งจอกไม่ได้ งั้นฉันจะช่วยตรวจเป็นความเห็นที่สองให้เองก็แล้วกัน ”
ซากุระผายมือมายังหัวของฉันด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ ทว่าคาเอเดะกลับคว้ามือข้างนั้นเอาไว้
“ ห้ะ? ทำอะไรน่ะนังจิ้งจอก ”
“ ก็เปล่าหรอก แค่อยากรู้ว่าคนของกรมตรวจสอบจะใช้ศาสตร์วิชาแบบไหนในการตรวจสอบเชิงวิญญาณน่ะนะ ”
“ หาา? แบบไหนนี่ มันก็มีแค่ประเภทตรวจผ่านฝ่ามือแบบสามัญสำหรับใช้วินัจฉัยโรคเชิงวิญญาณ กับแบบสั่นพ้องดวงวิญญาณเพื่อเช็คการกลายเป็นไคอิแค่สองแบบเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอยะ ”
“ นั่นสินะ งั้นก็ดี ฉันแค่สงสัยว่าสตอล์คเกอร์จะแอบฉวยโอกาสผสมโรงทำการตรวจสอบเชิงวิญญาณแบบไหนเท่านั้นแหละ อย่าได้ใส่ใจไปเลย ”
“ ก็บอกว่า! อย่ามาทำหยั่งกับฉันเป็นสตอล์คเกอร์นะยะนังผู้หญิงต่ำช้า! ”
หลังจากคุยอะไรก็ไม่รู้กันแล้ว ซากุระก็ช่วยตรวจสอบเชิงวิญญาณให้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ทว่า
“ ……อือ ไม่พบความผิดปกติจริงๆนั่นแหละ หมายความว่าอาการโลลิค่อนของนายมันเป็นของที่เกิดเองโดยธรรมชาติงั้นสินะ ”
ซากุระพลันประกาศผลการวินิจฉัยด้วยสายตาเหมือนมองสิ่งปฏิกูลโดยสมบูรณ์
“ จะไปเป็นแบบนั้นได้ไง……! ”
ถ้างั้นฉัน ก็กลายเป็นโลลิค่อนของแท้แน่นอนไปจริงๆเลยงั้นเรอะ……? บ้าน่า……บ้าน่าเป็นไปไม่ได้……
[……หื~ม?]
ฉันที่จิตใจแหลกสลายเพราะความสิ้นหวัง กับโซยะที่จนตอนนี้ก็ยังคงเอียงหัวอยู่อย่างฉงนนั้นถูกเมินสนิท การตระเตรียมการเพื่อเปิดฉากทารุณทรมานในนามการดัดสันดานโลลิค่อนได้เปิดฉากขึ้นใหม่อีกครั้ง
“ นี่ไง แบบนี้ล่ะเป็นยังไงบ้าง!? ”
“ …… ”
ซากุระที่แดงแจ๋ลงไปยันคอ ทำการปลดกระดุมเสื้อสองเม็ดพร้อมรุกเข้ามาใส่
ผลไม้ที่งอกงามอย่างอวบอิ่มสองลูกก่อประสานสร้างขึ้นเป็นเนินเขาแสนสง่า ถูกจ่อตรงดิ่งเข้ามาอยู่ตรงปลายจมูก และท่ามกลางสถานการณ์ที่กลิ่นหวานหอมหวนของเด็กผู้หญิงลอยโชยเข้ามาอย่างเข้มข้นนั่นเอง ที่ฉันพูดขึ้นกับซากุระด้วยหน้าตานิ่งเฉย
“ เด็กผู้หญิงไม่ควรทำอะไรแบบนั้นนา พี่ชายคนนี้ขอเตือนไว้เลย ”
“ อย่ามาทำเหมือนฉันเป็นเด็กๆน้าาาาาาาาา! แล้วก็หน้าตานิ่งเฉยนั่นมันกวนโมโหสุดๆเลย! ”
ซากุระว่าพร้อมเอาน้ำตาลก้อนยัดเข้าเต็มปากไอ้ฉันนี่ โคตรหวานจ๋อย
“ ถ้าอย่างนั้นต่อไปก็ฉันสินะ ”
ผู้ที่ก้าวเข้ามาใกล้ก็คือคาเอเดะในสภาพตอน 9 ขวบ
ก็ไม่ได้ปลดกระดุมเสื้อรุกเข้ามาใส่แบบซากุระซะหน่อยแท้ๆ แต่แววตาของฉันมันกลับเบิกกว้างถูกดูดตรงดิ่งเต็มที่เต็มเหนี่ยวไปอย่างไม่อาจละ……เพี๊ยะ! คาเอเดะฟาดมือตบฉันหน้าหันเต็มแรง เพราะโดนมัดตัวติดอยู่กับเก้าอี้ก็เลยผ่อนแรงกระแทกให้เบาลงไม่ได้อีก เล่นเอาแสบจี๊ดไปถึงจุดลึกสุดของหัวเลยเนี่ย
[……อื~ม ไม่มีความเปลี่ยนแปลงเป็นพิเศษเลยล่ะ]
และโซยะก็ทำการเฝ้าสังเกตฉันผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน ทำการตรวจเช็คอยู่ว่าอาการโลลิค่อนผ่อนทุเลาลงบ้างแล้วรึยัง
การดัดสันดานโลลิค่อนที่ไม่ได้ผลลัพธ์ห่าเหวอะไรเลยดำเนินต่อไปอย่างยืดเยื้อ จนเวลาตอนนี้ปาเข้าไปเย็นตะวันใกล้ตกดินแล้ว
โซยะจ้องมองหน้าฉันที่ปูดพองไปหมด ก่อนจะเอ่ยเสียงออกมาอย่างกังวลใจ
[ถ้าทำแบบนี้ต่อไปมีหวังได้ตื่นเป็นเฟติชใหม่ก่อนที่จะหายจากโลลิค่อนแน่เลยล่ะ อย่างเช่นมาโซน่ะนะ]
“ โลลิค่อนกับมาโซคิสม์……เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เลวร้ายที่สุดเลยนะ ”
โลลิคาเอเดะพึมพำด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าจับจิต แต่ที่น่วมสะบักสะบอมไปหมดทั้งกายใจมันคือฝั่งไอ้ผมนี่นะครับนะ……
“ ให้ว่าแล้ว ฉันยอมรับไม่ได้นะเนี่ย! ”
เป็นตอนนั้นเอง ที่ซากุระแผดเสียงร้องออกมาพร้อมเอามือปิดเนินอก
“ ทำไมนังจิ้งจอกนั่นถึงได้รับบทโลลิตลอด แล้วทำไมฉันถึงต้องรับบทถูกมองด้วยหน้าตานิ่งเฉยซะงั้นละยะ!? ไม่เห็นจะแฟร์เลยนี่นา! เปลี่ยนตัวเลยเปลี่ยนตัว! ถ้าทำแบบนั้นแล้วไม่แน่อาจจะได้ผลขึ้นมาบ้างก็ได้! ”
“ พูดอะไรน่ะ? หุ่นของเธอที่เติบโตขึ้นมามากเกินควรนั่นไม่มีทางเล่นบทโลลิได้หรอกนะ? เธอน่ะถูกฟุรุยะคุงมองด้วยสีหน้าเฉยเมยต่อไปให้ตลอดนั่นล่ะดีแล้ว ”
“ มีวิธีการตั้งหลายวิธีหรอก อย่างใช้รูปภาพโลลิ 2D หรือไม่ก็ใช้ยันต์แปลงร่างของคุซึโนะฮะไงล่ะ! เอาเป็นว่ามีฉันถูกมองด้วยสีหน้าเฉยเมยอยู่คนเดียวแบบนี้นี่ไม่ยอมนะ! ”
“ ไม่อนุมัติ เราไม่มีเวลามามัวทำอะไรไม่เข้าท่าอยู่นะ ต้องมีทักษะใช้งานคนให้สมบทบาทหน่อย ”
“ อูวววววววววว! ”
คาเอเดะให้คำขาดโดยไม่ยอมรับฟังข้อเสนอของซากุระที่น้ำตานองหน้าแม้แต่นิด ไม่มีปรานีเลยเว้ยเฮ้ย
“ ……ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้องงัดชุดว่ายน้ำ……ไม่สิชุดชั้นในเลย…… ”
สะ ซากุระ? ตาเธอดูล้าๆยังไงชอบกลนะ ไหวมั้ยนั่น?
คงจะเหนื่อยเพราะแรงกดดันกับความรับผิดชอบในฐานะผู้จับตาละมั้ง….เป็นในจังหวะที่ฉันกังวลอยู่แบบนั้นเอง
ตื๊ดตื๊ดตื๊ดตื๊ดตื๊ด
พลันมีสายเข้ามาในสมาร์ทโฟนที่แสดงร่างของโซยะอยู่ คาเอเดะหยิบมันขึ้นมา แล้วพอพูดอืมอืออยู่พักนึงแล้ว สีหน้าอันเหนื่อยล้าจับจิตของยัยนั่นก็ยิ่งทวีความตึงเครียดมากเข้าไปใหญ่
“ ……ต่อให้ผลาญเวลาทำการดัดสันดานโลลิค่อนไปนานยิ่งกว่านี้ แต่ก็คงไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอก ”
สายที่โทรเข้ามาเมื่อกี้มันบอกเรื่องอะไรซักอย่างรึไงหว่า
“ ฉันจะขอเปลี่ยนวิธีการก็แล้วกัน ที่เหลือขอฝากด้วยนะนังหนู ”
พอคาเอเดะคืนร่างกลับเป็นตอนอายุ 17 ปีดังเดิมแล้ว คุณหล่อนก็กระชากสิ่งที่อุดไว้กับบานประตูออก แล้วจึงก้าวออกไปจากห้องซะอย่างนั้น
“ ฝากด้วยอะไรกันยะ……จู่ๆนังผู้หญิงนั่นเป็นอะไรของมัน ”
แม้ซากุระจะพึมพำออกมาอย่างฉงน แต่ก็ไม่มีใครสามารถตอบข้อสงสัยนั่นได้เลย
หลังจากนั้น
เพราะคาเอเดะไม่อยู่แล้ว โซยะที่บึ่งมาร่วมวงด้วยจึงร่วมมือกันสองคนกับซากุระ ดำเนินการดัดสันดานโลลิค่อนต่อเนื่องไป
“ เดี๋ยวก่อนสิซากุระจัง!? นั่นจะถอดชุดนักเรียนออกได้ยังไงกันน่ะ!? ”
“ ก็เป็นเพราะหล่อนไม่ยอมเปลี่ยนให้ฉันรับบทโลลิซะทีไม่ใช่รึไงยะ!? ทนไม่ได้แล้ว! ถ้าลงทุนทำถึงขนาดนี้ ต่อให้เจ้าหมอนี่จะเป็นโลลิค่อนเที่ยงแท้แต่ก็ต้องมีตอบสนองกันบ้างซักนิดนั่นแหละ! ”
“ ไม่ได้นะ! อะไรบัดสีแบบนั้นฉันจะไม่มีวันยอมเด็ดขาดเลยนะ! ”
“ ถ้าอย่างนั้นก็เก็บชิกิงามิตัวใหญ่ขนาดสองหัวที่แสนน่าหงุดหงิดนั่นกลับไป แล้วส่งหน้าที่รับบทโลลิมาให้ฉันซะสิยะ! ”
“ คุณคุซึโนะฮะก็พูดไปแล้วนี่ ต้องใช้งานคนให้สมบทบาทสิ? ซากุระจังน่ะถูกฟุรุยะคุงมองด้วยสีหน้าเฉยเมยไปตลอดนั่นแหละดีแล้วนะ? ”
“ อีนังสารเลวนี่……! ”
“ ว้ายยยยย! ซากุระจังเป็นผู้หญิงลามกล่ะ! ฟุรุยะคุงห้ามมองเด็ดขาดนะ! ”
แต่เพราะการหายไปของคาเอเดะซึ่งเป็นหอสั่งการผู้เยือกเย็น สถานที่แห่งนี้มันจึงพลิกผันบานปลายเป็นสถานการณ์สุดจะฉิบหายวายป่วงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ชิกิงามิของโซยะเอาตัวติดแนบหน้าของฉันอยู่โดยไม่ได้ผลลัพธ์ใดๆเลยแม้ซักนิดเดียว
ฉันไปก่อกรรมทำเข็ญอะไรไว้ฟะ……ตั้งแต่ไปช่วยจับมือเด็กผู้หญิงตัวน้อยชุดวันพีชสีแดงคนนั้นให้ลุกกลับขึ้นมา ทุกอย่างมันก็แปลกประหลาดไปหมด……เป็นในนาทีที่ฉันท้อแท้กับชีวิตอยู่นั่นเอง
“ ……อ้าว? ใครกันน่ะโทรมาเอาป่านนี้? ”
ถัดจากคาเอเดะ คราวนี้มีสายเข้ามาในสมาร์ทโฟนของซากุระบ้าง
ซากุระที่เหมือนจะใส่เสื้อกลับเหมือนเดิมแล้ว พลันยุติการขัดข้องบาดหมางกับโซยะ แล้วมุ่งตรงออกไปยังบริเวณหน้าประตู
“ ……นี่ฟุรุยะคุง ”
เป็นตอนนั้นเอง ที่โซยะชวนคุยเข้ามาโดยแสดงท่าทางเหมือนติดใจซากุระอยู่นิดๆ บริเวณโดยรอบมีชิกิงามิตัวใหญ่ขนาดไซส์สองหัว 4 ตัวลอยละล่องดึงดูดสายตาของฉันอยู่ ขุ่ก ฉันมันไม่น่าจะใช่โลลิค่อนแท้ๆนี่หว่า……!
“ ฉันเองก็ร่วมทำการดัดสันดานโลลิค่อนเพราะเห็นพ้องตรงกับผลตรวจสอบเชิงวิญญาณของพวกคุณคุซึโนะฮะหรอกนะ……แต่มันแปลกจริงๆนั่นแหละ ข้อมูลกามๆของฟุรุยะคุง ไม่มีกระดิกเปลี่ยนแปลงซักนิดหยั่งกับว่ามีอะไรซักอย่างกำลังยึดให้ติดกับที่อยู่เลยล่ะ แล้วก็ พอคิดดูดีๆแล้ว ที่มีโลลิค่อนเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างกะทันหันในฮารุงาฮาระนั่นก็—– ”
“ ห้ะ!? ”
สิ่งที่พลันขัดคำพูดของโซยะเข้ากลางคัน ก็คือเสียงอันเปี่ยมล้นไปด้วยความตื่นตระหนกของซากุระ
“ มะ ไม่สิคะช่วยรอเดี๋ยวก่อนนะ มันมีอะไรผิดพลาดรึเปล่า? ในตอนนี้เป้าหมายที่ต้องจับตามองยังไม่ได้ใช้พลังวิญญาณในทางที่ผิดเลย แล้วก็ยังไม่ได้ก่อเหตุที่จำเป็นต้องได้รับโทษเลยซักอย่าง……ไม่สิ ต่อให้ก่อเหตุที่ละเมิดกฎระเบียบขึ้นจริง แต่ถึงกับจะดำเนินการขนาดนั้น ต่อให้คิดยังไงมันก็เกินกว่าเหตุไปแล้วชัดๆนะคะ! ”
พอจะคาดเดาได้เลย ว่าตามเดิมในฐานะที่เป็นคนจากกรมตรวจสอบแล้ว นั่นเป็นใจความที่จะยอมปล่อยให้พวกเรารู้รับทราบไม่ได้เป็นอันขาดรึเปล่า ทว่าซากุระกลับกำลังแผดเสียงตอกกลับไปใส่อีกฝั่งของสายด้วยท่าทางที่หยั่งกับว่าไม่ใช่เวลามามัวสนอะไรพรรค์นั้นอยู่แล้ว
“ เอกสารผิดพลาดรึเปล่า ไม่ก็เข้าใจผิดกับเคสอื่น—–โอ้ยปัดโธ่เอ๊ย! คุยกับเจ้าหน้าที่ประสานงานไปก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย! ”
ซากุระระเบิดปลดปล่อยความหงุดหงิดคับข้องใจอย่างรุนแรง ก่อนจะกดวางสาย
แต่กลับกันกับบรรยากาศอันดูดุร้ายรุนแรงนั่น—-สีหน้าของซากุระกลับซีดเผือดเลยทีเดียว
“ ซากุระจัง? เอ่อ สายเมื่อกี้เขาบอกว่าอะไรมา….เหรอ? ”
ขนาดโซยะที่เถียงต่อปากต่อคำกับซากุระมาตลอดจนถึงเมื่อกี้ ก็ยังถึงกับต้องเอ่ยถามแบบเอาใจใส่เลยทีเดียว
“ …… ”
ซากุระแสดงท่าทางลังเลเหมือนไม่รู้ว่าควรจะบอกให้พวกเราทราบดีไหมอยู่ซักพักนึงก็จริง แต่ในท้ายที่สุด ริมฝีปากนั่นก็สั่นเทิ้มไปพลางแผดเสียงอันแห้งผากออกมา
“ ……เข้าใจเหตุผลแล้ว ว่าทำไมนังจิ้งจอกถึงพูดว่าจะเปลี่ยนวิธีการแล้วเดินออกไปซะเฉยๆ คิดว่านังนั่นคงจะทราบข้อมูลจากคนของคุซึโนะฮะที่สังกัดอยู่ภายในกรมตรวจสอบแน่ๆ ”
ซากุระปลดปล่อยความฉุนเฉียวราวกับปักใจยอมรับไม่ได้ ก่อนจะกล่าวต่อออกมา
“ กำลังจะมีจัดการประชุมรวมพลคนใหญ่คนโตแห่งกรมตรวจสอบขึ้นแล้ว โดยมีนายเป็นจำเลยน่ะ ”
“ เอ๊ะ? ที่พูดนั่นอย่าบอกนะว่า…… ”
ประชุมรวมพลคนใหญ่คนโตแห่งกรมตรวจสอบ หรือที่รู้จักกันในอีกนามคือ การพิจารณาคดีแท่นตัดคอประหาร
ตามเดิมแล้วนั่นคือ นามของการพิจารณาคดีภายในสมาคม ที่น่าจะถูกจัดขึ้นเพียงเพื่อยัดข้อหาและบทลงทัณฑ์แบบละเอียดถี่ถ้วน ให้กับอาชญากรพลังวิญญาณระดับพิเศษ ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงแล้วเท่านั้น
MANGA DISCUSSION