โรงเรียนปราบมารมหานคร
นั่นล่ะคือหน่วยงานฝึกฝนให้ความรู้กับผู้ปราบมาร ที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อรับมือกับภัยพิบัติเชิงวิญญาณที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
แม้จะมีหน่วยงานฝึกฝนผู้ปราบมารอยู่หลากหลายแห่งทั่วญี่ปุ่น แต่ก็มีที่นี่แหละมีระดับคุณภาพของนักเรียนโดดเด่นขึ้นมาเหนือกว่าที่ไหน แถมผู้ที่จบการศึกษาไปส่วนมากก็สร้างชื่อให้กับตนเองได้อย่างยิ่งใหญ่ในฐานะมืออาชีพตัวท็อปเลยอีกด้วย
แต่ก็ใช่ว่าที่ได้เฉิดฉายโลดแล่นจะมีเพียงผู้จบการศึกษาไปแล้วเพียงอย่างเดียว
เหล่านักเรียนที่ได้รับการฝึกครบถ้วนแล้ว จะทำการตั้งทีมภายในโรงเรียนพร้อมกับมุ่งหน้าออกไปผจญงานในสถานที่จริง คอยแก้ไขคลี่คลายปรากฎการณ์เชิงวิญญาณที่หาญคิดร้ายต่อผู้คนเพื่อลับคมฝีมือให้สูงส่งเชี่ยวชาญมากขึ้น
กล่าวคือ นอกจากเหล่านักเรียนที่สังกัดอยู่ในที่นี่จะเป็นหนุ่มสาวอนาคตไกลที่จะขึ้นมาแบกรับวงการผู้ปราบมารในอนาคตแล้ว ยังจะเป็นวีรบุรุษฝึกหัดที่จะพัฒนาไปช่วยเหลือเหล่าผู้คนเอาไว้จากภัยพิบัติเชิงวิญญาณอย่างวิญญาณร้ายและไคอิด้วย
แต่ก็นะ ต่อให้เป็นโรงเรียนดังที่ไหนแต่มันก็ย่อมต้องมีไอ้พวกไม่เอาอ่าวอยู่เหมือนๆกัน……..ผ่านไปแล้วสองอาทิตย์หลังจากที่คลี่คลายเหตุป่วนของสาวนมหลีกลงได้ และพวกฉันที่ทำภารกิจที่รับมอบหมายมาล่มเหลวเละตุ้มเป๊ะซะเกือบทั้งหมดนี่ ก็เป็นเหมือนตัวแทนดาวเด่นของไอ้พวกห่วยแตกไม่ได้ความนั่นดีๆนี่เอง
“ กุนุนุนุนุนุนุ! ”
ยามบ่ายเริ่มต้นวันแรกของสัปดาห์หลังจากจบโกลเด้นวีค
ฉัน——ฟุรุยะ ฮารุฮิสะ กับคาราสึมะ อาโอย แล้วก็โซยะ มิซากิ เราสามคนกำลังเอามือกุมหัวเครียดหนักอยู่ภายในห้องเรียนโล่งใกล้ๆกับห้องพักครู โดยเฉพาะโซยะนี่คืออาการหนักถึงกับเบี้ยวหน้าซะหงิกงอไม่สมเป็นสาวงามแล้วไม่พอ ยังจะปล่อยเสียงครวญครางดัง “กุนุนุ” ที่ไม่เหมาะสมกับเด็กผู้หญิงเอาซะเลยออกมาอีก ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า แต่เหมือนว่าริบบ้อนที่เป็นเทรดมาร์คเฉพาะตัวยัยนั่นมันจะดูเหี่ยวเฉาแปลกๆด้วยนะ
ขนาดคาราสึมะที่มักจะจ้อเรื่องหุ่นผู้หญิงอย่างแข็งขันร่าเริงอยู่เสมอก็ยังพึมพำ “ความทะเยอทะยานที่จะเป็นใหญ่เป็นโตให้มีหญิงมารักหญิงมาหลงของฉัน…” อยู่ด้วยสีหน้าเศร้าหมองเลยเฮ้ยนั่น
ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้งั้นเรอะ สาเหตุมันก็คือเศษกระดาษหนึ่งใบที่ถูกวางไว้อยู่เหนือโต๊ะยังไงล่ะ
มันคือหนังสือเตือนที่ถูกส่งให้มากับมือตรงๆ ในตอนที่ถูกเรียกตัวไปยังห้องพักครูเมื่อตะกี้นี้น่ะ
และไอ้เจ้าเอกสารแสนหนักหน่วงกดดันที่เริ่มต้นขึ้นด้วยคำนำที่ว่า [โซยะ มิซากิ, ฟุรุยะ ฮารุฮิสะ, คาราสึมะ อาโอย—–ขอแจ้งเตือนถึงทีมฝึกงานที่ประกอบไปด้วยทั้งสามคนดังข้างต้น] นั่นมันก็มีเขียนแบบคร่าวๆเอาไว้ว่าอย่างงี้เว้ย
[เนื่องจากภายหลังเหตุการณ์สาวนมหลีกเป็นต้นมา เปอร์เซ็นต์เคลียร์ภารกิจของพวกเธอต่ำมาก ฉะนั้นหากพลาดล้มเหลวมากไปยิ่งกว่านี้จะขอทำการเพิกถอนใบอนุญาตชั่วคราวภายในเดือนนี้] แน่ะ
“ อุตส่าห์ได้ใบอนุญาตชั่วคราวอย่างงามๆมาในการประเมินครั้งแรกทั้งที! ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ละก็ได้สร้างสถิติถูกเพิกถอนใบอนุญาตชั่วคราวเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์แน่ๆเลยน้าา! ”
โซยะที่ตลอดจนถึงตอนนี้เอาแต่จ้องมองไปยังเอกสารอย่างห่อเหี่ยว พลันตบโต๊ะดัง เปรี้ยงเปรี้ยง! พร้อมลุกพรวดขึ้นยืน
“ เพราะมีใบอนุญาตชั่วคราวก็เลยได้ร่องรอยที่จะใช้สืบสาวไปยังคำสาปมาซะที ฉะนั้นถ้ามุ่งหน้าเอาการเอางานแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะได้ใบอนุญาตตัวจริงมาครองแล้วเฟ้ย! ….เนี่ยคิดว่าจะเป็นแบบนี้ซะอีกอ้ะ…….อูววว ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ”
“ ก็ไอ้นั่นไง เพราะเธอเล่นทะลึ่งรับคำร้องคดีพิลึกกึกกือรัวๆเอาอย่างเดียวนั่นน่ะ ”
ฉันหวนนึกถึงแนวทางนึง ที่โซยะโพล่งออกมาในวันที่เพิ่งจะได้ใบอนุญาตชั่วคราวมาหมาดๆเมื่อราวสองอาทิตย์ก่อนนั่น
ให้ว่าแล้วหากถามถึงเหตุผลที่ทำให่ฉันกับโซยะหมายมั่นคิดวางแผนที่จะเป็นใหญ่เป็นโตในฐานะผู้ปราบมาร ก็คงต้องตอบว่าทั้งหมดมันก็เพื่อคลายคำสาปที่ร่วงลงมาปักกลางหัวพวกเราอยู่นี่แหละ
แถมมันยังไม่ใช่คำสาปธรรมดาๆซะด้วยไง
เป็นคำสาปสุดห่วยแตกสุดเฮงซวยที่โคตรจะทะลึ่งทะเล้นหาดีไม่ได้สุดๆ
นามของคำสาปที่เข้าสิงสถิตในตัวโซยะก็คือ เนตรมารฝัน
เฟติชของคนที่มองเห็นหน้า ภาพที่จิ้น ตำแหน่งของเพศตรงข้ามที่ตามักจะเหล่มองไปเอง จำนวนคนที่เคยผ่านมา สิ่งที่ใช้เป็นเครื่องเคียงประกอบการชักว่าวเกี่ยวเบ็ด—-ฯลฯ ข้อมูลกามๆทุกแบบทุกประเภทมันจะลอยโผล่ขึ้นมาในการมองเห็น หนำซ้ำยังควบคุมไม่ได้อีกต่างหาก เป็นความสามารถที่โหดร้ายหยั่งกับนรกของแท้
ส่วนคำสาปที่สถิตอยู่ในมือสองข้างของฉัน ก็คือเทคโนเบรคเกอร์ (ไล่ผีโดยทำให้ถึงจุดสุดยอด)
จะคนเป็นหรือคนตายก็ไม่เกี่ยง หากจิ้มจึ๊กไปยังโพรงเสน่ห์กายิกสุขที่จะปรากฎขึ้นมาเหนือที่ไหนซักแห่งบนร่างกายได้ ก็จะบีบบังคับทำให้อีกฝั่งน้ำแตกถึงจุดสุดยอด รวมทั้งยังมีผลลัพธ์พ่วงช่วยให้ทำการปราบไล่ผีไปได้….เป็นคำสาปที่สมควรบรรยายว่าเป็นความอับอายที่จะต้องตามติดขายหน้าเค้าไปยันชาติหน้าเลยทีเดียว
เพราะมีผนึก—-กำไลติดกางเขนที่พ่อซึ่งจากโลกไปแล้วช่วยทำให้ ยามปกติก็เลยสามารถคุมความสามารถได้อยู่หรอก แต่จู่ๆก็มีพลังบ้าๆบอๆที่ทำให้วัตถุน้ำแตกได้ถูกเพิ่มเข้ามาชั่วคราวมั่งได้ยินเสียงพิลึกมั่ง ต่อให้คิดยังไงคำสาปมันก็ส่อเค้าท่าจะอาการหนักขึ้นเรื่อยๆเลยเนี่ย
และที่น่าปวดหัวก็คือ ขนาดเหล่า 12 เซียนอัมพรซึ่งเป็นผู้ปราบมารที่แข็งแกร่งทรงพลังที่สุดภายในประเทศก็ยังไม่อาจคลายคำสาปนี่ได้เลย
บ้านของโซยะเป็นหนึ่งใน <<ตระกูลเก่าทั้ง 9>> ที่มีอิทธิพลอำนาจอยู่เหนือวงการผู้ปราบมารอย่างยิ่งใหญ่ หนำซ้ำยังเป็นตระกูลหลักที่ถูกเรียกขานว่าเป็น <<โซยะแห่งชิกิงามิ>> เลยด้วย ขนาดโซยะที่เป็นคนยศใหญ่โตระดับนั้นลองใช้วิธีการมากมายสารพัดดูแล้วแต่ก็ไม่อาจคลายคำสาปของเนตรมารฝันได้ ควบคุมก็ไม่ได้อีก เทคโนเบรคเกอร์ของฉันเองก็เช่นกัน แม้จะได้รับการช่วยเหลือจากพ่อที่มีความสามารถระดับ 12 เซียนอัมพร แต่ก็ทำได้มากสุดแค่วางผนึกให้พออุ่นใจได้นิดหน่อยเท่านั้นเอง
แน่นอน ฉันนั้นยอมแพ้กะจะทนอยู่กับไอ้คำสาปเฮงซวยนี่ไปตลอดชีวิตแล้วหรอก…..แต่โซยะกลับไม่ได้ยอมแพ้ตัดใจเลย เอาแต่วิ่งทะยานหยุดไม่อยู่ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้ามีเนตรมารฝันอยู่จะไม่อาจมีความรักได้ แล้วถึงกับใช้พลังของเนตรมารฝัน (ในทางที่ผิด) เพื่อบีบบังคับให้ฉันกับคาราสึมะยอมเข้ามาตั้งทีมด้วยอีกต่างหาก
หากเป็นใหญ่เป็นโตในฐานะผู้ปราบมารแล้วจะสามารถแอคเซสเข้าถึงข้อมูลลับที่สมาคมบริหารดูแลอยู่ได้ แล้วก็จะได้รับข้อมูลที่ข้องเกี่ยวกับคำสาปมา…….นั่นล่ะคือความคิดของโซยะ โดยคุณหล่อนเค้าอ้างหลักตรรกะโคตรปัญญานิ่มที่ว่า 12 เซียนอัมพรเค้าทึ่มซื่อบื้อ ถ้าตัวเองได้ข้อมูลมาอาจจะรู้วิธีการคลายคำสาปก็ได้อะไรทำนองนั้นอะนะ
และแล้วพวกเราที่ผ่านผจญเรื่องราวมากมายก็ได้รับ “ใบอนุญาตชั่วคราว” อันเป็นคุณวุฒิรองของผู้ปราบมารมาเมื่อราวสองสัปดาห์ก่อน ทำให้สามารถสัมผัสเข้ากับข้อมูลที่ข้องเกี่ยวกับคำสาปได้
แต่ประเด็นคือข้อมูลที่ว่ามันมีแค่ “เนตรมารฝันคือหนึ่งในโบราณวัตถุแห่งตัณหาที่ราชันย์ซัคคิวบัสเหลือทิ้งเอาไว้” กับไอ้โบราณวัตถุแห่งตัณหาอะไรนี่นอกจากตาแล้วมันยังมีอย่างอื่นๆอยู่อีกเยอะเลยเท่านั้นเอง ส่วนเกี่ยวกับเทคโนเบรคเกอร์นี่ไม่ได้ข้อมูลใดๆ ไม่อาจทราบเลยว่าแค่ระดับใบอนุญาตชั่วคราวมันยังไม่สูงพอที่จะมีสิทธิรู้ หรือข้อมูลมันไม่ได้มีอยู่แต่แรกกันแน่
ฉะนั้นเพื่อจะให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น โซยะก็เลยกระเหี้ยนกระหือรือลั่น [ต่อไปต้องเอาใบอนุญาตตัวจริงมาให้ได้!] อะนะ และพอมาถึงขั้นที่ต้องรับคำร้องแบบชี้เฉพาะปุ๊บ คุณหล่อนแกก็พลันเสนอ “แนวทาง” พรรค์นี้ออกมาแหละ
[มาเน้นรับทำคำร้องแบบพิลึกกึกกือกันเถอะ]
อิหยังวะ…..พอฉันที่คิดเช่นนั้นขอฟังรายละเอียดอย่างลึกซึ้งปุ๊บ
[เพราะเรื่องคราวนี้ ทำให้เรารู้ขึ้นมาใช่มั้ยล่ะ? ว่ายังมีอะไรแบบอื่นที่คล้ายตาของฉัน กับมือของฟุรุยะคุงอยู่อีกน่ะ หากเราหาเจ้าพวกนั้นเจอซะ ไม่แน่อาจจะได้ข้อมูลเพื่อคลายคำสาปเร็วยิ่งกว่าค่อยๆหาทางยกระดับเป็นใหญ่เป็นโตก็ได้นะ และถ้าเป็นอะไรที่คล้ายๆกับคำสาปของพวกเราแล้วละก็ บริเวณโดยรอบนั่นก็จะต้องมีเหตุการณ์สุดโรคจิตวิตถารเกิดขึ้นแน่ๆเลยล่ะ!]
โซยะอัดคำพูดโน้มน้าวใส่ด้วยสีหน้าโคตรมั่น
[ก็งั้นแหละ มาเน้นรับคำร้องที่มีปรากฎการณ์สุดพิลึกสุดพิศวงแบบนั้นเกิดขึ้นเป็นหลักกันเถอะนะ! เป็นแนวทางที่นอกจากจะทำให้มุ่งเป็นใหญ่เป็นโตได้แล้ว ยังจะช่วยให้ตามหาโบราณวัตถุแห่งตัณหา? อะไรนั่นได้ด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวแท้ๆเลย!]
แค่นี้ทีมมันก็โรคจิตอยู่แล้วแท้ๆ นี่ยังจะเน้นรับเฉพาะงานแบบโรคจิตอีก…….แม้ฉันจะหงอยอยู่แบบนั้นมั่ง แต่สุดท้ายก็ต้านท่าทางอันเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจของโซยะไม่อยู่ โดนพัดไหลตามน้ำให้เลือกรับแต่คำร้องพิศดารที่ตรงกับไอ้แนวทางนั่นรัวๆ…….
“ และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือนี่….เรอะ ”
ฉันวางใบผลการเรียนที่ถูกส่งมาให้พร้อมกับหนังสือเตือนลงกับโต๊ะ
มีรายละเอียดของคำร้องที่รับทำในระยะนี้ กับผลลัพธ์ของงานดังกล่าวถูกพิมพ์เอาไว้อย่างง่ายๆอยู่บนนั้น คำร้องส่วนมากล้วนถูกมาร์คไว้ด้วยเครื่องหมายกากบาทสีแดงทั้งสิ้น ส่วนคำร้องเพียงหนึ่งเดียวที่ทำสำเร็จ ก็คือเปิดโปงได้ว่าสาเหตุที่ทำให้ขนข้างล่างของตุ๊กตาอิจิมัตสึยืดยาวออกมาเรื่อยๆทุกวันนั่นเป็นเพราะการกลั่นแกล้งเล่นสนุกของเด็กม.ต้นแค่นั้น โคตรจะเหนื่อยเปล่าสุดๆไปเลยไอ้เรื่องตอนนั้น……
“ ที่ทำงานล้มเหลวต่อเนื่องนี่มันไม่ได้เป็นเพราะแนวทางของฉันซะหน่อยนะ! ”
โซยะที่โดนยัดใบผลการเรียนอัดหน้า พลันส่ายมือติ้วๆไปมาพร้อมแผดเสียงคัดค้าน
“ อย่างตอนเหตุสัมภเวสีถ้ำมองก่อนหน้านี้ไง เพราะอาโอยจังเต็มๆเลยวิญญาณมันเลยหนีรอดพ้นลอยนวลไปได้น่ะ! ”
“ กะ ก็มันช่วยไม่ได้ไม่ใช่หรือ! เนื่องจากสัมภเวสีตัวการเป็นผู้ชาย ศาสตร์เหนี่ยวรั้งของฉันก็เลยใช้การด้วยไม่ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วสิ่งที่ฉันพอจะทำได้ก็คือการแอบส่องถ้ำมองบ่ออาบน้ำหญิงเพียงเท่านั้น! ”
คาราสึมะที่โดนโซยะชี้นิ้วอัดหน้า พลันอ้างอะไรของมันก็ไม่รู้ออกมา
ช่วยไม่ได้บ้านแป๊ะเอ็งดิเฮ้ย ไอ้โรคจิตนี่
“ ไม่สิให้ว่ากันแต่แรกเริ่มเดิมทีแล้ว ฟุรุยะ ฮารุฮิสะที่แยกระหว่างฉันซึ่งเป็นมนุษย์มีเลือดมีเนื้อกับสัมภเวสีไม่ออกนี่ก็มีส่วนผิดด้วยไม่ใช่หรือไร!? ถึงแม้จะใช้ศาสตร์ปราบมารอื่นใดนอกเหนือจากเทคโนเบรคเกอร์ไม่ได้เลยก็เถอะ แต่จะโง่เง่าเต่าตุ่นเกินไปแล้ว! ”
“ เอิ่มแบบว่า เกี่ยวกับไอ้ตรงนี้ฉันเองก็มีส่วนผิดจริงแหละ แต่…….คือถึงแม้คาราสึมะจะปัญญานิ่มขนาดไหน แต่ใครมันจะไปคิดฝันกันเล่าเฮ้ยว่าเอ็งจะทะลึ่งเล่นทำแบบเดียวกับวิญญาณร้ายกลางระหว่างงานเลยเนี่ยว้อย! ให้ว่าแล้วจะถ้ำมองทำแป๊ะอะไรฟะเดินเทิ่งๆเข้าไปแบบปกติซะสิเฮ้ย! เอ็งก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันนี่! ”
“ เสน่ห์อันสูงส่งที่สุดของการแอบส่องถ้ำมองก็คือความรู้สึกผิดศีลธรรมและสัมผัสที่ลิ้มรสไม่ได้ในชีวิตประจำวัน! หากเข้าไปด้วยกันมันก็จะไม่ได้ต่างอะไรกับหาดเปลือย เดี๋ยวเดียวก็ชินชาเบื่อหน่ายแล้วไม่ใช่หรือไร! เจ้าโง่! ”
นี่โง่มันคือเอ็งนั่นแหละว้อย!
“ แล้วก็อย่างที่เคยได้ว่าเอาไว้ก่อนหน้า หากเข้าไปแช่น้ำด้วยกันแล้วมันจะเปียกโฉกไปหมดเลยน่ะนะ มันก็แบบนั้นอย่างไรล่ะ ผิดมารยาทไม่ใช่หรือไร หากรู้ตัวว่าถ้าเข้าบ่อแช่น้ำรวมแล้วจะสะกดตนเองไม่อยู่องคชาติเชิดชูชันตั้งตุงเช่นนั้นแล้วแกจะกล้าเข้าไหมล่ะ? ไม่กล้าหรอกถูกไหม? ”
พอคุยกับไอ้หอกนี่แล้ว ก็ชักรู้สึกเหมือนสมองมันจะหายจริงๆแฮะ…….
“ อาโอยจัง……ดูเหมือนว่าจะยังสำนึกผิดไม่พออีกสินะ…….? ”
“ ฮิ๊!? ”
โซยะควักเอาไม้แคะหูออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะไล่คาราสึมะไปชนติดกำแพง
“ มะ แม่หนูมิซากิ……? ขะ คือว่านะ เล่นพาลใส่ผู้อื่นนี่มันไม่ใช่สิ่งที่สมควรเลยไม่ใช่หรือ? จะว่าแม่หนูมิซากิรีบร้อนมากเกินควรไปหน่อยหรือว่าอย่างไรดี เอาแต่เลือกรับคำร้องที่มีระดับความยากสูงอยู่เรื่อยเลยไม่ใช่หรือไร? ถึงแม้แม่หนูมิซากิจะสามารถใช้ศาสตร์ได้หลากหลายรูปแบบ แต่ก็มีอานุภาพอยู่ในระดับเดียวกับห้อง D เลย ฉะนั้นช่วยเลือกคำร้องที่เสมอตัวกับพวกเราฮ๊าววววววววว!? ”
ไม้แคะหูของโซยะพลันถูกสอดเข้าไปในหูคาราสึมะ เท่านั้นแหละ เจ้าคาราสึมะที่ไม่ถูกกับการถูกรุกใส่พลันลั่นร้องเสียงหลงแล้วตัวสั่นกึกๆใหญ่เลยเชียว….สงสัยว่าจะเร่งอำนาจขึ้นมาเพื่อให้ทราบถึงจุดอ่อนไหวของคาราสึมะละมั้ง เครื่องหมายหัวใจที่บ่งชี้ถึงตัวตนของเนตรมารฝันมันเลยถึงกับทะลุคอนแทคเลนส์ขึ้นมาลอยอยู่เหนือดวงตาโซยะเลยนั่น
ถ้าเป็นแค่พวกห่วยแตกไม่เอาอ่าวก็ยังพอทำเนาหรอก แต่เป็นทีมสุดเฮงซวยที่เอาแต่ก่อเรื่องผิดศีลธรรมอันดีอยู่เรื่อยไม่เว้นเลยนะเนี่ย ช่วยทำตัวดีๆกันทีเห้อ…..เอ้อ ถึงฉันจะไม่มีสิทธิไปว่าใครเค้าได้เลยก็เหอะนะ
“ อูวว ที่ปราบสาวนมหลีกลงได้นั่นเป็นเพราะว่าศัตรูบังเอิญแพ้ทางเราพอดีหรอกเหรอเนี่ย ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ละก็ได้กลับไปจุดเริ่มต้นใหม่แน่เลยง่าา ทำยังไงดี…… ”
โซยะทำการลงทัณฑ์คาราสึมะอย่างโหดร้ายไร้ซึ่งปรานีไปพลาง พึมพำออกมาราวกับครวญครางเช่นนั้น
แต่เอ้อ เพราะแบบนั้นแหละวันเวลาจึงล่วงเลยมาได้สองอาทิตย์นิดๆแล้วหลังจากที่เหตุการณ์ของสาวนมหลีกจบสิ้นลง
ไม่ได้มีเหตุอลหม่านครั้งใหญ่ระดับสาวนมหลีกเกิดขึ้นอีกเลย และถึงความลับเรื่องเทคโนเบรคเกอร์จะแตกไปแล้ว แต่ฉันก็ไม่ได้ถูกลากเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งๆแต่อย่างใด
แม้จะกำลังประสบวิกฤติส่อเค้าจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตชั่วคราว แต่รอบๆตัวฉันก็ยังคงเป็นวันธรรมดาๆแสนผาสุขอยู่เช่นเดิม
ข่าวลือที่แพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางในโรงเรียนปราบมาร—–ที่ว่า เหมือนฟุรุยะ ฮารุฮิสะมันจะฉวยโอกาสตอนที่เค้ากำลังปราบผีเข้าไปลวนลามทางเพศแหละ——นั่นพอเจอเข้ากับวันวานอันแสนจะยุ่งหัวหมุนของโรงเรียนปราบมาร เรื่องมันก็ค่อยๆเงียบลงเรื่อยๆแล้วด้วย
ถ้าถูกเพิกถอนใบอนุญาต ก็จะโดนยันให้ห่างไกลออกจากการคลายคำสาปไปอีกก้าวนึง น่าเจ็บปวดอยู่หรอก แต่ถ้าดำเนินชีวิตแบบง่ายๆแบบนี้ได้เรื่อยๆมันก็คงไม่มีเหตุผลให้ต้องรีบร้อนไปหรอกละมั้ง ใจของฉันเริ่มที่จะเกิดความคิดอันแสนอ่อนหัดแบบนั้นขึ้นมา
แต่ก็นะ
ก็น่าจะรู้ๆอยู่ ว่ารอบตัวของพวกเราที่ถูกสิงอยู่โดยคำสาปพรรค์นี้ มันไม่มีทางจะสงบสุขไปได้ตลอดแหงอยู่แล้ว
MANGA DISCUSSION