ตอนที่ 276 ระบาย / ตอนที่ 277 หยุนเฟยไป๋มาเยือนยามดึก
ตอนที่ 276 ระบาย
คืนนี้ เขากับกู่หนานเฟิงได้แฝงตัวเข้าไปในโรงเตี๊ยมหลิงเฟิงเพื่อสืบหา และในที่สุดก็พบกับชิวหรูสุ่ยที่ชั้นบนสุด
เหตุที่เห็นแวบแรกก็รู้เลยว่าเป็นนาง ทั้งหมดเป็นเพราะภาพวาดของชิวหรูสุ่ยที่ซือมิ่งนำกลับมาก่อนหน้านี้
เขาครุ่นคิด การที่ชิวหรูสุ่ยเข้ามายังแคว้นตงหลินตัวคนเดียวแบบนี้ จะต้องมาเพื่อตัดรากถอนโคนแน่นอน
เพียงแต่เขาใจแข็งไม่พอที่จะเล่าเรื่องโหดร้ายแบบนี้ให้นางฟัง
บนเตียง เฟิงอู๋โยวพลิกตัวนอนตะแคงไปมา พยายามอยู่สักพักแต่ก็ยังนอนไม่หลับ
นางแอบหันศีรษะและใช้หางตาแอบมองจวินมั่วหรันที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น
“จวินมั่วหรัน เจ้าหนาวหรือไม่” เฟิงอู๋โยวถามเขาเสียงแผ่ว
เดิมทีเขาจะตอบ แต่อยู่ๆ กลับนึกสนุกขึ้นมาและอยากเห็นว่านางจะทำอะไรต่อ ครั้นจึงหายใจเป็นปกติและแกล้งหลับต่อ
เมื่อไร้สัญญาณตอบรับ เฟิงอู๋โยวก็นอนขยุกขยิกอยู่บนเตียงสักพัก
อาจเป็นเพราะรู้สึกผิดที่ทำให้อีกฝ่ายลำบาก จึงค่อยๆ หย่อนเท้าลงเตียง หอบเอาผ้าห่มที่เตรียมอยู่บนตู้ทรงต่ำอย่างเบามือ จากนั้นก็ห่มผ้าให้จวินมั่วหรัน
มุมปากของจวินมั่วหรันรั้งขึ้นเล็กน้อย ภายในใจแอบครึ้มใจ
นึกไม่ถึงว่านางจะรู้จักดูแลผู้อื่น
แต่ที่ทำให้เขาคาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นก็คือ เฟิงอู๋โยวยังไม่ขึ้นเตียงแต่กลับนอนตะแคงลงข้างๆ เขาและซบไหล่เขาอย่างเป็นธรรมชาติ
“คำพูดบางคำอาจจะไม่เหมาะกับนิสัยข้านัก แต่ข้าอยากจะแบ่งปันกับเจ้าเหลือเกิน”
แล้วอยู่ๆ เฟิงอู๋โยวก็เลื่อนมือมาหยิกแก้มจวินมั่วหรันเบาๆ “เจ้าขี้โรค ไฉนเจ้าถึงเกิดมาดูดีเช่นนี้ ตรงตามรสนิยมของข้าพอดี”
จวินมั่วหรันพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เมื่อครู่เขาคิดว่าเฟิงอู๋โยวจะระบายความลับบางเรื่องให้เขาฟัง แต่นึกไม่ถึงว่านางจะหยิกแก้มของเขาและเอาแต่ชมเขาว่าดูดี
“ยังมีอีกเรื่อง ไม่รู้ว่าเจ้าอยากฟังหรือไม่”
เฟิงอู๋โยวแตะใบหน้าของอย่างเบามือและประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากอันเรียวบางของเขา
จวินมั่วหรันหลับตาทั้งสองข้างลงแน่น พยายามข่มใจจนเหงื่อเย็นผุดชุ่ม
แต่ว่าเขาไม่กล้าขยับ จึงได้แต่แกล้งหลับและรอเฟิงอู๋โยวเล่าความลับที่ไม่อาจบอกใครให้เขาฟัง
“เจ้าบุรุษคนนี้ รูปงามหวานแหววน่ารักจะตาย”
เฟิงอู๋โยวประกบริมฝีปากของเขาอยู่พักหนึ่งก่อนผละออกอย่างพอใจ
มุมปากของจวินมั่วหรันเกร็งกระตุก เขาไม่คิดว่าจะสามารถใช้คำว่ารูปงามหวานแหววมาพรรณนาส่วนหนึ่งส่วนใดบนร่างกายเขาได้
“ไป๋หลี่เหอเจ๋อบอกกับข้าว่า ก่อนหน้านี้ ตอนที่ข้าสลบไป เขาแค่พาข้ากลับไปที่เรือนจื่อหยางเฉยๆ โดยที่ไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่ากับข้า”
เฟิงอู๋โยวพูดเสียงเบายิ่งนัก นางกล้าพูดเรื่องพวกนี้เฉพาะตอนที่จวินมั่วหรันหลับเท่านั้น
เปลือกตาของจวินมั่วหรันกระตุกเล็กน้อย เขารู้สึกเหนือความคาดหมายที่ไป๋หลี่เหอเจ๋อโกหกกับนาง แต่ที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่าก็คือวิธีที่เฟิงอู๋โยวใช้บอกความจริงกับเขา
ดูเหมือนว่าในหัวใจของนางจะไม่มีพื้นให้ไป๋หลี่เหอเจ๋อแล้ว
เมื่อตระหนักเรื่องนี้ขึ้นมาได้ จวินมั่วหรันก็ยกแขนขึ้น แล้วคว้านางมาไว้อ้มอกอดและแกล้งหลับต่อ
เฟิงอู๋โยวใจเต้นระรัวดั่งลั่นกลอง ในหัวพลันนึกข้ออ้างมากมายเตรียมพูดใส่เขา
โชคดีที่เขาแค่พลิกตัวเฉยๆ
หลังจากนิ่งเงียบไป เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตื่นก็เคลิ้มลับไปในอ้อมกอดเขา
มือของนางล้วงเข้าไปหมายจะลูบพุงเขาอย่างไม่รู้ตัว แต่กลับสัมผัสเข้ากับเส้นเลือดที่นูนขึ้นมา มือเย็นๆ สัมผัสกับไรเส้นเลือดนุ่มๆ บริเวณท้องน้อยของเขาเป็นสัมผัสที่ดีเหลือเกิน
จวินมั่วหรันแอบหลุบตามองเสื้อคลุมตัวใหญ่ของตัวเองอย่างจนปัญญาเป็นที่สุด
เจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดเขาชอบทำตัวไม่มีเหตุผล
นางมักจะกระทำตามอำเภอใจกับเขามาตลอด ลูบ คลำ หยิก บีบทุกอย่าง
ส่วนเขาได้แต่ปฏิบัติตามกฎของนางอย่างเคร่งครัด
มือของเขาอยู่ได้แค่บริเวณเอวเท่านั้น ห้ามเลื่อนขึ้นสูง ห้ามเลื่อนลงต่ำ ห้ามนวด ห้ามหยิก
“ก๊อกๆๆ
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังแผ่วมาจากด้านนอก
จุยเฟิงพูดสอดแทรกเข้ามาตามซอกประตู “ท่านใต้เท้าอยู่ด้านในหรือไม่ขอรับ หลังจากท่านหญิงจวินฝูตื่นขึ้นมาและทราบว่าท่านยกนางให้รัชทายาทแห่งแคว้นหยุนฉิน ก็เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดอยู่ที่เรือนฟางฮวา เสียงดังจนไก่ สุนัข ทั้งตำหนักอยู่ไม่เป็นสุข ครั้งนี้ นางเอาแต่ร้องไห้โวยวายว่าจะผูกคอตายจนกว่าท่านจะถอนคำพูด”
จวินมั่วหรันขมวดคิ้วแน่นพลางพูดเสียงเบา “ปล่อยให้นางโวยวายไป ไม่แต่งก็ช่างมัน”
จวินมั่วหรันหมดความรู้สึกดีๆ ต่อจวินฝู แต่ถึงอย่างนั้นนางก็เป็นน้องสาวแท้ๆ ของเขาอยู่ดี
ดังนั้น มีอยู่หลายเรื่องที่เขาไม่สามารถบีบบังคับให้นางจนมุมได้
หากนางยอมแต่ง เขาจะใช้ไม้แข็งบีบบังคับให้หยุนเฟยไป๋แต่งตั้งนางเป็นพระชายาเอกเพื่อมีชีวิตอย่างมั่นคงหรูหรา
หากนางไม่อยากแต่งงานกับหยุนเฟยไป๋ ตำหนักเซ่อเจิ้งหวางก็ใช่ว่าจะเลี้ยงดูนางกับเด็กในครรภ์นางไม่ได้
ตอนที่ 277 หยุนเฟยไป๋มาเยือนยามดึก
ณ ตำหนักเซ่อเจิ้งหวาง เรือนฟางฮวา
จวินฝูซบอยู่ในอ้อมกอดแม่นมหวาง คิ้วเรียวบางทั้งสองครั้งกึ่งย่นกึ่งคลาย เรือนร่างเปราะบางดูอิดโรย น้ำตาหลั่งริน ร้องไห้เจียนขาดใจ
“แม่นมหวาง ข้าควรทำเยี่ยงไรดี”
เหงื่อเย็นผุดขึ้นกลางฝ่ามือจวินฝู เดิมทีนางต้องการแสดงศักยภาพเวลามีการแสดงของสภาบุหงา แต่นึกไม่ถึงว่าจะถูกนางองค์หญิงแคว้นเป่ยหลีนั่นวางยาจนสติหลุดและทำเรื่องน่าอายครั้งใหญ่ลงไป
ที่สำคัญ ผู้คนทั่วเมืองหลวงต่างรู้แล้วว่านางตั้งครรภ์กับหยุนเฟยไป๋ ต่อให้ไม่แต่งงานกับเขาก็แต่งกับคนอื่นไม่ได้แล้ว
แม่นมหวางปลอบใจอย่างอ่อนโยน “ท่านหญิงอย่าได้กลัวไปเลยเจ้าค่ะ เซ่อเจิ้งหวางจะต้องหาวิธีจัดการเรื่องนี้อย่างเหมาะสมแน่นอน”
เมื่อพูดถึงจวินมั่วหรัน จวินฝูก็พยุงร่างการในสภาพลมปราณบกพร่องลุกขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาชุ่มน้ำตาของทั้งสองข้างจ้องมองทิวทัศน์อันมืดมิดด้านนอกหน้าต่าง
ครั้นจุยเฟิงกลับมา ดวงตาของจวินฝูเบิกกว้างและวิ่งเข้าหาเขาอย่างเร็วพลัน “จุยเฟิง ท่านพี่ล่ะ”
“ท่านใต้เท้ากำชับให้กระหม่อมมาเรียนท่านหญิงว่า ให้รักษาตัวอยู่ที่เรือยฟางฮวาดีๆ หากไม่ปรารถนาจะแต่งงานกับรัชทายาทแห่งแคว้นหยุนฉิน ตำหนักเซ่อเจิ้งหวางก็สามารถเลี้ยงดูท่านหญิงได้ทั้งชีวิต” จุยเฟิงพูดขึ้น
ได้ยินเช่นนั้น แม่นมหวางก็ยิ้มร่าออกมาทั่วใบหน้า “เซ่อเจิ้งหวางปฏิบัติกับท่านหญิงดีเหลือเกินเจ้าค่ะ”
จวินฝูได้แต่มองไปยังด้านหลังจุยเฟิง รอคอยสักพัก แต่จวินมั่วหรันก็ไม่ตามมา ดวงตาพลันฉายแววคมกริบและถามจุยเฟิงด้วยน้ำเสียงดุดัน “จงบอกมาตามความจริง ท่านพี่อยู่กับเฟิงอู๋โยวที่เรือนแพทย์พยากรณ์ใช่หรือไม่”
จุยเฟิงฝืนพยักหน้า “ใช่ขอรับ”
ตลอดหลายปีมานี้ ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าจวินฝูคิดอย่างไรกับจวินมั่วหรัน
เมื่อนึกถึงช่วงแรกๆ จวินมั่วหรันทะนุถนอมนางเอาไว้ในมือแท้ๆ แต่น่าเสียดายที่จวินฝูไม่รู้จักรักษาเอาไว้ดีๆ
นางกลับใช้ความรักอันลุ่มลึกที่คิดไปเองของตัวเองแผดเผาความรักของพี่น้องที่จวินมั่วหรันมีต่อนาง
จวินฝูคว่ำปาก น้ำตาคลอแวววาวในเบ้าตา เมื่อนึกถึงสิ่งที่นางทำลงไปวันนี้ผนวกกับท่าทีอันเฉยชาของจวินมั่วหรัน ก็รู้สึกน้อยใจเป็นที่สุด
“ท่านหญิง ไฉนถึงร้องไห้อีกแล้วเจ้าคะ”
แม่นมหวางเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของจวินฝูอย่างปวดใจพร้อมพูดเสียงนุ่ม “เซ่อเจิ้งหวางเป็นลูกผู้ชาย ในตำหนักไร้ซึ่งนางสนมและเรือนนาบำเรอ พักค้างแรมนอกตำหนักย่อมเป็นเรื่องปกติ ท่านหญิงเปิดใจให้กว้าง เซ่อเจิ้งหวางก็แค่เล่นสนุกไปเท่านั้น หากเขาชอบเฟิงอู๋โยวขึ้นมาจริงๆ ป่านนี้คงพาเขาเข้ามาอยู่ที่ตำหนักเซ่อเจิ้งหวางแล้วเจ้าค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้น จวินฝูก็ร้องครวญครางออกมาไม่หยุด
แต่จวินฝูกลับเป็นได้แค่สาวงามในตำหนักเซ่อเจิ้งหวางที่ไร้ห้องนางสนม นางบำเรอเท่านั้น
นางคิดไม่ตก ไฉนจวินมั่วหรันถึงไม่ต้องการนาง
จุยเฟิงย่นคิ้วหลุบตาพลางเอ่ยขึ้นเสียงต่ำ “ขอท่านหญิงจงพักผ่อนให้สบาย ข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ”
จวินฝูพลันพูดระรัวออก “จุยเฟิง เจ้าต้องถามท่านพี่ให้ข้า น้องสาวแท้ๆ ของตัวเองถูกรังแกราวกับไม่ใช่มนุษย์เยี่ยงนี้ เขายังมีอารมณ์เที่ยวเตร่อีกหรือ ข้าสงสัยเหลือเกินว่าคนที่ทำร้ายข้าจนทำเรื่องน่าอายแบบนี้จะต้องเป็นไอ้เลวเฟิงอู๋โยวแน่นอน”
เพื่อเป็นการปกป้องเจ้านายของตัวเอง หลังจากได้ยินเช่นนั้น จุยเฟิงก็ตอบกับไปด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “ท่านหญิงขอรับ ยาปลุกกำหนัดที่ท่านหญิงได้รับถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝีมือขององค์หญิงจากแคว้นเป่ยหลี หากท่านหญิงไม่มีเรื่องอื่นจะกำชับ เช่นนั้นขาน้อยต้องขอตัวขอรับ”
จุยเฟิงเพิ่งจากไป หรงชุ่ยก็เดินเข้ามาขว้างด้านหน้าและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ท่านหญิงอาจไม่รู้ หลังจากการแสดงของสภาบุหงาสิ้นสุดลง องค์หญิงจากแคว้นเป่ยหลีถูกวางยาปลุกกำหนัดเช่นกัน ว่ากันว่าแพทย์หลวงซูวินิจฉัยอาการให้นางด้วยตัวเอง เนื่องจากยังคงอับจนหนทาง สุดท้ายองค์หญิงแห่งแคว้นเป่ยหลีถูกส่งไปรักษาที่โถงน้ำแข็งในวังหลวง จึงสามารถรักษาชีวิตอันอิดโรยของนางไว้ได้”
“เป่ยถางหลีอินก็ถูกวางยาเช่นกันหรือ! ดูเหมือนว่าจะเป็นฝีมือของเฟิงอู๋โยวจริงๆ”
จวินฝูกัดฟันกรอด สองมือกำหมัดแน่น ถึงแม้นางไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเฟิงอู๋โยวเป็นตัวต้นเหตุ แต่สัญชาตญาณของนางบอกนางว่าเรื่องนี้หนีไม่พ้นเฟิงอู๋โยวแน่นอน
แม่นมหวางสังเกตเห็นว่าหรงชุ่ยจงใจกรตุ้นความเคียดแค้นของจวินฝูที่มีต่อเฟิงอู๋โยว ถลึงตาใส่หรงชุ่ย แล้วคว้าคทาหยกนำโชคบนเตียงมาฟาดใส่หรงชุ่ยอย่างแรง “นางหนูชั้นต่ำ ทั้งที่เจ้ารู้ว่าเซ่อเจิ้งหวางเข้าข้างปกป้องเฟิงอู๋โยวขนาดนั้น แล้วยังจงใจปลุกเร้าความเคียดแค้นของท่านหญิงที่มีต่อเฟิงอู๋โยวอีก เจ้าจงใจใช่หรือไม่”
“ขอแม่นมหวางโปรดไว้ชีวิต! หรงชุ่นแค่พูดความจริงเท่านั้น”
หรงชุ่ยข่มแววเกลียดชังในดวงตาลง แสร้งปั้นหน้าคล้ายจะร้องไห้พร้อมกับพูดขึ้นอย่างสำออย
เพี้ยะ!
มือที่ยังใส่ถุงมืออยู่ของจวินฝูยกขึ้นสูง แล้วตบใบหน้าตื่นตระหนกของหรงชุ่นอย่างแรง
เสียงตบหน้าดังลั่น บนใบหน้าของหรงชุ่นพลันปรากฏรอยฝ่ามือแดงครบห้านิ้วอย่างชัดเจน
“ขอท่านหญิงโปรดไว้ชีวิต! สิ่งที่ผู้ต้อยต่ำอย่างหม่อมฉันพูดไปไม่ใช่เรื่องโกหกแม้แต่น้อยเจ้าค่ะ” หรงชุ่ยคลานเข้ามาด้านหน้าจวินฝูพลางพูดเสียงเล็กปนเสียงสะอื้น
จวินฝูกวาดมองหรงชุ่ยอย่างเย็นชา นับวันนางยิ่งรู้สึกว่าหรงชุ่ยมีอคติกับนาง
“ออกไป”
นางปริปากเอ่ย สีหน้าเริ่มค่อยๆ สงบลง ภายในพลันครุ่นคิดขึ้นมา ต่อให้ฆ่าผิดเป็นหมื่น ก็ไม่ยอมปล่อยให้คนที่ทรยศนางรอดไปแม้แต่คนเดียว
หากมีโอกาส นางจะใช้หมากอย่างหรงชุ่ยเล่นงานเฟิงอู๋โยวให้ได้
แม่นมหวางแอบถอนหายใจ พลันกล่าวเตือนจวินฝูเสียงขรึม “ท่านหญิงเจ้าคะ ตอนนี้กำลังตั้งครรภ์เลือดเนื้อของรัชทายาทแห่งแคว้นหยุนฉินอยู่ หากสามารถรักษาทารกในครรภ์เอาไว้ได้ มารดาย่อมมั่งคั่งจากบุตร[1] นับจากนี้ต่อไป ท่านหญิงจะได้ขึ้นเป็นพระชายาเอกของรัชทายาทแห่งแคว้นหยุนฉิน เพลิดเพลินดื่มด่ำไปกับครึ่งชีวิตรุ่งโรจน์”
จวินฝูขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่มีความรู้สึกดีกับหยุนเฟยไป๋เลยแม้แต่น้อย
เพียงแต่นางตั้งครรภ์กับหยุนเฟยไป๋ จวินมั่วหรันจึงไม่ต้องการนางอย่างแน่นอน
เมื่อเทียบกับการกลายเป็นสตรีสำส่อนจากขี้ปากของชาวบ้าน มิสู้แต่งงานกับหยุนเฟยไป๋เสียดีกว่า
หากไม่ได้รับความรักความเอ็นดูจากจวินมั่วหรัน นางก็ไม่ต้องการมันจากหยุนเฟยไป๋ ดังนั้นนางมีแต่ต้องรักษาความมั่งคั่งในชีวิตตัวเองเอาไว้ก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องอื่น
แม่นมหวางเพิ่งจะแบกร่างหนักเทอะทะของออกจากเรือนฟางฮวาไปอย่างเหนื่อยล้า หยุนเฟยไป๋ในชุดสีม่วงที่ปกคลุมไปกลิ่นอายชั่วร้ายก็กระโดดเข้ามาจากด้านนอกหน้าต่าง
ริมหน้าต่างปรากฏร่างในชุดคลุมสีม่วงอ่อน อาภรณ์เครื่องประดับแวววาวสวยงามยิ่งสะท้อนแสงวิบวับยิ่งกว่าเดิมภายใต้แสงเทียนขยับไหว ขับให้หยุนเฟยไป๋ดูงดงามเปล่งปลั่งยิ่งกว่าเดิม
เขาเดินเข้ามาหาจวินฝูที่นอนตะแคงอยู่ตรงขอบเตียงอย่างไม่เร่งรีบ ดวงตาสีม่วงเข้มเจือแววยั่วยวนอันรุนแรง
“ร่างกายดีขึ้นบ้างหรือยัง” มุมปากของเขารั้งขึ้น สายตาค่อยๆ มองเรือนร่างที่สวมใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยชนิดที่ไม่แยกเพศ
สีหน้าของจวินฝูขาวซีดลงฉับพลันและรีบหดตัวไปที่มุมเตียงอย่างไม่รู้ตัว
หลังจากผ่านบทเรียนจากครั้งที่แล้วมา นางไม่กล้าระเบิดอารมณ์ใส่เขาอีกต่อไป
นางนางเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่าหยุนเฟยไป๋คือปีศาจ เขาไม่สามารถเข้าใจการรักหยก ถนอมบุหงา[2]
“หยุนเฟยไป๋ เหตุใดเจ้า เจ้าถึงมาที่นี่”
เมื่อเห็นเขาไร้แววให้เกียรติ ดวงตาสีม่วงคู่นั้นเอาแต่กวาดมองตัวเอง อยู่ๆ ก็เย็นสันหลังวาบและกลัวจนตัวสั่นไม่หยุด
หยุนเฟยไป๋โน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้สองนิ้วเชิดคางนางขึ้น พลันพูดเน้นทีละคำ “แน่นอนว่าต้องมาเยี่ยมชายาตัวน้อยที่ท้องก่อนแต่งของข้า”
[1]มารดาย่อมมั่งคั่งจากบุตร หมายถึงการที่ผู้หญิงในสังคมจีนสมัยก่อนมีลูกเพื่อสร้างความมั่นคงให้ตัวเอง ทำให้ตัวเองมีฐานะขึ้นมากกว่าเดิม เพราะสมัยก่อนผู้หญิงไม่ค่อยมีบทบาททางสังคม ดังนั้นถ้าอยากมั่นคงก็ต้องพึ่งการมีลูก
[2]รักหยก ถนอมบุหงา หมายถึงบุรุษควรทะนุถนอมอ่อนโยนต่อสตรี
MANGA DISCUSSION