ทะเลตรงหน้าสีฟ้าครามสวยจัดจริงๆ สายลมเย็นฉ่ำที่พัดผ่านมาแต้มผิวกายนั้นยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูงดงามปานสวรรค์บนดิน ยาหยีถอนใจออกมาเบาๆ เมื่อนึกถึงความสุขที่คอร์เนลมอบให้มาตลอดทั้งคืน
หล่อนสอบเสร็จตั้งแต่เมื่อวานนี้ตอนบ่ายสอง คอร์เนลขับรถไปรับหล่อนที่หน้าตึกสอบ จากนั้นก็พาหล่อนนั่งกินลมชมวิวมาจนถึงทะเลที่หาดพัทยา หล่อนกับเขานั่งดูท้องทะเลด้วยกัน นั่งนับดาวบนท้องฟ้าด้วยกันอยู่นานจนท้องเริ่มหิว จากนั้นเขาก็พาหล่อนไปนั่งดินเนอร์หรูในห้องอาหารส่วนตัวกลางโรงแรมชื่อดังที่สุดในเมืองพัทยา และจากนั้นก็…
สาวน้อยแก้มแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงฉากรักเร่าร้อนยาวนานตลอดทั้งคืนของเขากับตัวเอง คอร์เนลพร่ำบอกกับผิวกายของหล่อนตลอดเวลาว่าต้องการหล่อน ขาดหล่อนไม่ได้ แต่หล่อนรู้ดีว่ามันไม่เป็นความจริงหรอก คอร์เนลคงพูดอย่างนี้กับผู้หญิงทุกคนที่อยู่ใต้ร่างของเขานั่นแหละ
ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องรู้สึกเกลียดชังผู้หญิงพวกนั้นที่คอร์เนลเคยผ่านมาด้วย ทำไมหล่อนต้องรู้สึกหึงหวงเขามากมายขนาดนี้นะ ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าหล่อนไม่ใช่ตัวจริงสำหรับเขาสักหน่อย แต่ก็ยังอดน้อยใจ เสียใจไม่ได้
‘เธอต้องหยุดรักเขาได้แล้ว หยุดสักทีเถอะ เพราะต่อให้รักให้ตายยังไง เธอก็ไม่มีวันได้รับความรู้สึกเดียวกันกลับคืนมาหรอกยาหยี หยุดซะเถอะนะ หยุดรักคอร์เนลได้แล้ว’ หญิงสาวร้องสั่งตัวเองน้ำตาซึม
“หนีลงมาเดินอยู่นี่เอง ไม่คิดจะปลุกผมให้ลงมาเดินเป็นเพื่อนเลยหรือไง” เสียงคนตัวโตแสนคุ้นหูดังโต้คลื่นอยู่ด้านหลัง ยาหยีกะพริบตาเร็วๆ เพื่อไล่น้ำตาที่คลอเบ้าอยู่ให้ไหลกลับเข้าไปข้างใน จากนั้นก็ฝืนยิ้มและหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ผู้ชายที่หล่อนคิดถึงทุกลมหายใจ และก็เป็นผู้ชายที่หล่อนจะต้องเดินหนีไปในวันนี้ด้วย
“คอร์เนล…”
“ก็ผมน่ะสิ รู้ไหมว่าตกใจแทบแย่ที่ตื่นมาแล้วไม่เจอคุณ” อ้อมแขนของเขายังให้ความรู้สึกดีเช่นเดิม ยาหยีกอดตอบคนตัวโตด้วยความรู้สึกรักหมดใจ
‘ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอ้อมกอดของคนที่ไม่ได้รักกันจะอบอุ่นได้ถึงเพียงนี้’
“ฉันเห็นคุณพึ่งจะได้นอน” อู้อี้ตอบออกไปหน้าแดงก่ำ แล้วยิ่งเห็นสายตาที่คอร์เนลมองมาด้วยแล้วก็ยิ่งขัดเขิน เขาจ้องเอาๆ แบบไม่เกรงอกเกรงใจกันเลยสักนิด นี่ถ้าฉีกทึ้งเสื้อผ้าของหล่อนทางสายตาได้ เขาคงทำไปแล้วล่ะ
ยาหยีร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งตัว เลือดในกายทุกหยาดหยดเดือดพล่านร้อนฉ่า คอร์เนลใช้สายตาแบบนี้มองหล่อนทุกครั้งยามที่ร่วมรักกัน มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและหวงแหน แบบที่บุรุษเพศมีต่อสตรีที่เขายังไม่เบื่อหน่าย
“ก็ใครกันล่ะทำให้ผมแทบไม่ได้นอน”
ริมฝีปากร้อนผ่าวกดลงมาบนหน้าผากมนของหล่อนหนักหน่วง คอร์เนลพรมจูบไปทั่วทั้งใบหน้าก่อนจะมาอ้อยอิ่งอยู่ที่กลีบปากอิ่มของหล่อนเนิ่นนาน
“คุณน่ารักมากรู้ไหมเมื่อคืน น่ารักจนผมคิดว่าตัวเองคงปล่อยคุณไปง่ายๆ ไม่ได้เสียแล้วล่ะ”
‘แต่ฉันต้องไป’
ยาหยีร้องบอกกับตัวเองในใจแต่ไม่ได้พูดออกไปให้ผู้ชายหล่อระเบิดตรงหน้าได้ยิน หล่อนยังคงปั้นยิ้มหวานๆ ให้กับเขาเช่นเดิม
“เราคงต้องอยู่ด้วยกันอีกนานทีเดียว จนกว่า…”
“จนกว่าคุณจะเบื่อใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่ผมจะเบื่อ จนกว่าเราจะหมดความปรารถนาในตัวของกันและกันต่างหาก เมื่อถึงวันนั้นเราก็จะจากกันด้วยดี”
คอร์เนลก็ยังใจร้ายเหมือนเดิม ยาหยีคิดด้วยความเจ็บปวด งั้นก็คงไม่ผิดหากหล่อนจะหนีไปในวันนี้ ไปพร้อมๆ กับบิดาของตัวเอง ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไกลชนิดที่ว่าคอร์เนลไม่สามารถตามเจอได้เลย
แต่คอร์เนลจะตามหาหล่อนทำไมกันล่ะ ในเมื่อหล่อนมันก็แค่อีตัวคนหนึ่งที่บริการได้ถูกใจเขาเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรลึกซึ้งมากมายกว่านี้เลยสักนิด
“ค่ะ…”
ชายหนุ่มเปลี่ยนจากกอดรัดมาเป็นโอบประคองร่างอรชรแทน เขารั้งยาหยีให้เดินไปตามชายหาดสีขาวที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาช้าๆ อย่างสบายอารมณ์ เขากำลังอารมณ์ดีถึงขนาดฮัมเพลงเชียวแหละ ซึ่งตรงข้ามกับหล่อนโดยสิ้นเชิง
“ผมจะปล่อยพ่อของคุณให้เป็นอิสระในคืนพรุ่งนี้ และคุณก็ต้องไปจากนายน้อยในวันพรุ่งนี้ด้วยเช่นกัน อย่าผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับผมล่ะ ไม่อย่างนั้นผมจะเด็ดหัวพ่อของคุณด้วยมือของผมเองอย่างแน่นอน”
“ฉันจะทำตามที่รับปากไว้กับคุณแน่นอน…ฉันสัญญา”
คำพูดของหล่อนกับเซอร์เกที่สนทนากันในตอนเช้าของเมื่อวานนี้ยังดังก้องอยู่ในสมองชัดเจน และมันก็ทำให้หล่อนเจ็บจนแทบจะกระอักเลือดทีเดียวเมื่อรู้ว่าเวลาแห่งการพลัดพรากเดินทางเข้ามาใกล้ในทุกขณะ
“ผมไม่เคยเห็นพระอาทิตย์วันไหนสวยเท่าพระอาทิตย์วันนี้มาก่อนเลย ดูสิลูกหยี ที่ขอบฟ้านั่นน่ะ”
หญิงสาวมองตามนิ้วเรียวยาวสีแทนไป แล้วก็ได้เห็นดวงอาทิตย์ที่กำลังปีนป่ายขึ้นสู่ขอบฟ้า มันสวยงามจริงๆ นั่นแหละ สวยงามจนผู้ชายหัวใจกระด้างเอ่ยปากชมออกมา
“สวยไหม?”
“เอ่อ…สวยค่ะ สวยมาก…”
สาวน้อยตอบตะกุกตะกัก หัวใจถูกความโศกเศร้าบดบังจนมองไม่เห็นความสวยสดรอบๆ ตัวอย่างที่คอร์เนลเห็นเลยแม้แต่นิดเดียว
คอร์เนลหยุดเดินเอาดื้อ พร้อมๆ กับหันมาเผชิญหน้ากับหล่อน นัยน์ตาสีเขียวจัดจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของหล่อนนิ่ง ก่อนที่ริมฝีปากแสนวิเศษของเขาจะเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมา
“แต่ถึงพระอาทิตย์วันนี้จะสวยแค่ไหน แต่มันยังเทียบกับความงามแค่ครึ่งหนึ่งของคุณไม่ได้เลยนะลูกหยี ในสายตาของผม คุณสวยงามเหลือเกิน”
“คอร์เนล…” เมื่อเห็นสายตาเหลือเชื่อของยาหยี คอร์เนลจึงรีบย้ำความคิดของตัวเองออกไปอีก
“ผมไม่เคยโกหกหรอกนะ ไม่ชอบโกหกด้วย”
เขายกมือขึ้นปัดเส้นผมนุ่มออกจากใบหน้าให้หล่อนด้วยความอ่อนโยน อ่อนโยนซะจนหัวใจของหล่อนกระตุก
“แต่อาจจะมีบางเรื่องที่ผมจำเป็นต้องโกหก”
“เรื่องอะไรคะ บอกได้ไหม”
ศีรษะทุยได้รูปสวยของคอร์เนลส่ายน้อยๆ ก่อนที่เจ้าของจะฉีกยิ้มกว้างให้หล่อน
“ถึงเวลาแล้วจะบอก แต่ตอนนี้เราไปกินข้าวมื้อเช้ากันก่อนเถอะ เดี๋ยวบ่ายๆ ต้องกลับกรุงเทพฯ กันแล้ว”
คอร์เนลสังเกตเห็นใบหน้าของยาหยีสลดลงไปถนัดตา เขาคิดว่าหญิงสาวคงอยากอยู่เที่ยวต่อจึงพูดปลอบใจออกไป ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วยาหยีกำลังเสียใจที่จะต้องไปจากเขาตลอดกาลต่างหาก
“ผมสัญญานะว่าจะหาเวลาพาคุณมาเที่ยวแบบนี้อีกให้ได้ และเราจะต้องอยู่ดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติให้นานกว่านี้ เชื่อผมนะแม่ลูกหยีแสนหวาน”
ยาหยีฝืนยิ้มให้กับคอร์เนล ก่อนจะเดินเคียงคู่ไปกับคนตัวโตมุ่งหน้ากลับสู่โรงแรมสุดหรูที่เป็นที่พักของเขากับหล่อนมาตลอดทั้งคืนด้วยหัวใจที่ร้าวระทม
MANGA DISCUSSION