หลังจากตื่นขึ้นมาพบกับความจริงที่แสนอัปยศในตอนเช้าตรู่ จันทร์เจ้าขาก็รีบหนีออกมาจากห้องพักสุดหรูของไทเลอร์กลับมาที่บ้านของตัวเองทันที ตลอดทางที่นั่งรถโดยสารกลับมาบ้าน น้ำตาก็ยังคงนองท่วมใบหน้าเช่นเดิม หล่อนหยุดร้องไม่ได้ หยุดเสียใจกับความจริงทุกอย่างที่ต้องเผชิญหน้าไม่ได้ ไทเลอร์ใจร้ายกับหล่อนมาก เขาใช้ความช่ำชองบีบบังคับให้หล่อนยอมปรนเปรอให้กับเขา และหล่อนก็แสนจะน่ารังเกียจที่ยินยอมพร้อมใจไปกับเขาได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ถูกเขาปล้นจูบเอาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หล่อนมันทั้งแพศยา ทั้งร่านร้อนอย่างที่เขาว่าจริงๆ นั่นแหละ
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวรีบเงินทอนจากโชเฟอร์รถโดยสาร ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว หล่อนมองไปรอบๆ บ้านอย่างหวาดระแวง หล่อนไม่ต้องการให้มารดามาเห็นสภาพของหล่อนในยามนี้ สภาพของผู้หญิงที่แสนบอบช้ำ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมื่อคืนถูกรุมโทรมมาสาหัสสากรรจ์แค่ไหน จากผู้ชายเพียงคนเดียวนั่นก็คือไทเลอร์ อิสไมนอฟ มาร์คิเดฟ
เขาผู้ทำให้หล่อนร้อนเป็นไฟเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้น เขาผู้ที่ทำให้หล่อนยอมอ้าขาให้เสพสมอย่างเต็มใจเพียงแค่เขาตวัดปลายลิ้นลงกับกลีบสาวเท่านั้น น้ำตาแห่งความอดสูประดังประเดไหลลงมาไม่ขาดสาย และหล่อนก็พลาดอย่างแรงที่ร้องไห้จนไม่ทันเห็นร่างของมารดาที่ยืนรออยู่ที่หัวบันได
“ลูกหายไปไหนมาทั้งคืน เจ้าขา”
เสียงเศร้าหมองของมารดาทำให้จันทร์เจ้าขาต้องรีบป้ายน้ำตาทิ้ง และฝืนยิ้ม แต่หล่อนพอจะมองออกว่ามารดาคิดอะไรอยู่ แต่ท่านไม่พูดออกมาเท่านั้นแม่ที่ไม่เคยคิดจะซ้ำเติมลูกไม่ว่าลูกจะทำผิดมากแค่ไหนก็ตาม
“แม่…”
จันทรายิ้มบางๆ และดึงร่างสั่นระริกของบุตรสาวเข้าไปกอดปลอบประโลม
“แม่กับพ่อเป็นห่วงลูกมากนะ”
“หนู… คือว่าหนู…”
หล่อนพูดไม่ออก มองหน้ามารดาทั้งน้ำตา หล่อนไม่อยากโกหกท่าน แต่ก็ไม่อาจจะบอกความจริงออกไปได้เช่นกัน สิ่งที่ทำได้ก็คือนิ่งเงียบเพียงเท่านั้น และดูเหมือนแม่ก็จะเข้าใจหล่อนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะไม่ใช่แค่ท่านจะไม่คาดคั้นหาคำตอบจากหล่อนเท่านั้น แต่ท่านยังช่วยแก้ตัวให้กับหล่อนอีกต่างหาก ทุกสิ่งที่แม่ทำลงไป ทำให้หล่อนร้องไห้ไม่หยุด
“คราวหน้าถ้าจะไปค้างบ้านเพื่อนอีก โทรบอกแม่มั่งนะเจ้าขา”
“แม่…”
หล่อนร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด รู้ดีว่าแม่คิดอะไรอยู่
“หนูขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ”
จันทรายกมือขึ้นลูบศีรษะของบุตรสาวเบาๆ และพูดออกมาเสียงนุ่มนวล
“อย่าร้องไห้นะคนดี ไปอาบน้ำอาบท่าเถอะ แล้วจะได้มากินข้าวกินปลากัน แม่ทำกับข้าวที่เจ้าขาชอบรอเอาไว้ด้วยนะ”
หญิงสาวยกมือขึ้นป้ายน้ำตา ขณะช้อนตาขึ้นมองหน้ามารดาอย่างขอบคุณ
“หนูรักแม่กับพ่อมากนะคะ”
“แม่รู้จ้ะ แม่กับพ่อก็รักหนูมากด้วยเช่นกัน ไปอาบน้ำเถอะ แล้วมากินข้าวกัน แม่รออยู่”
จันทร์เจ้าขาฝืนยิ้มทั้งๆ ที่ภายในอกเต็มไปด้วยความขมขื่น หล่อนรู้ดีว่าแม่รู้ทุกอย่าง มองออกทุกอย่าง แต่ท่านไม่พูดมันออกมาเท่านั้น
“งั้น… เดี๋ยวหนูมานะคะ”
จันทรายิ้มให้บุตรสาว มองบุตรสาวที่กำลังจะเดินหายเข้าไปในห้องพัก แต่เสียงรถยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านทำให้ต้องหันไปมอง แต่ไม่ใช่แค่จันทราคนเดียวหรอกที่หันไปมอง เพราะจันทร์เจ้าขาที่กำลังจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องอยู่แล้วก็หยุดและหันกลับมามองเช่นกัน
“ใครมากันนะแต่เช้าเลย”
แม่ของหล่อนมองรถสีดำคันงามนั้นด้วยความสงสัย ในขณะที่หล่อนมองมันด้วยความหวาดกลัวและปวดหัวใจ
“อาจารย์ไทเลอร์!”
“อาจารย์… ใครหรือเจ้าขา”
จันทราได้ยินเสียงอุทานของบุตรสาวจึงหันกลับมาถาม แต่ก็ไม่ได้คำตอบใดจากลูกสาวเลย เพราะเจ้าหล่อนมัวแต่ยืนนิ่งอ้าปากค้างเติ่งราวกับเห็นมัจจุราช
“เจ้าขา… หนูเป็นอะไรไปน่ะลูก เจ้าขา”
“ปละ เปล่าแม่… เปล่าค่ะ”
หญิงสาวได้สติเมื่อถูกมารดาเขย่าตัว และความหวาดกลัวก็แล่นเข้ามาจับขั้วหัวใจ เขาก้าวลงมาจากรถแล้วด้วยท่าทางเหี้ยมโหดอำมหิต จันทร์เจ้าขาตัวสั่น และละล่ำละลักบอกมารดาของตัวเองด้วยความตื่นตกใจ
“แม่… อย่าบอกนะว่าหนูกลับมาแล้ว อย่าบอกนะแม่…”
“เจ้าขา… นี่มันเกิดอะไรขึ้น เจ้าขา…”
จันทราร้องเรียกบุตรสาวแต่ก็ไม่ทันการแล้วเมื่อเจ้าหล่อนรีบกระโจนหายเข้าไปในห้องนอน เสียงลั่นกลอนประตูทำให้ผู้เป็นแม่อย่างหล่อนแสนจะประหลาดใจ ทำไมจันทร์เจ้าขาจะต้องแสดงท่าทางหวาดกลัวผู้ชายที่กำลังเดินขึ้นบันไดมากมายขนาดนี้นะ เพราะอะไร
“สวัสดีครับ ผมมาหาจันทร์เจ้าขา”
ไทเลอร์กล่าวทักทายสตรีตรงหน้าที่เขาคาดเดาได้ไม่ยากว่าเป็นใคร
แม้จะแปลกใจที่ฝรั่งตัวโตสามารถพูดภาษาไทยได้ถึงมันจะแปร่งๆ เพี้ยนๆ ก็ตาม แต่กระนั้นก็ยังอดประหม่าไม่ได้
“เอ่อ คือว่าเจ้าขา… ยังไม่กลับมาเลยจ้ะพ่อหนุ่ม”
ไทเลอร์ระบายยิ้มอย่างรู้ทัน ขณะปรายตาไปยังประตูห้องนอนที่จันทร์เจ้าขาวิ่งหายเข้าไป เขามั่นใจว่าตอนนี้เจ้าหล่อนจะต้องยืนแนบหูอยู่กับบานประตูระยำนั่นแหละ คงคิดสินะว่าเขาจะกลับไปเพียงเพราะว่าเขาสื่อสารกับแม่ของหล่อนไม่ได้ แต่เสียใจอย่างสุดซึ้งเพราะภาษาที่ห้าที่เขาสามารถฟังและพูดได้แม้ว่าจะเล็กน้อยที่สุดในสี่ภาษาก่อนหน้านี้ก็คือภาษาไทยนั่นเอง
“หรือครับ”
“เอ่อ ใช่จ้ะ”
“งั้น… ผมก็ฝากบอกลูกสาวของคุณน้าด้วยนะครับ ฝากบอกเธอว่าเมื่อคืน… เธอลืมกางเกงชั้นในเอาไว้ที่ห้องของผม ตอนนี้ผมให้แม่บ้านนำไปซักให้แล้ว อย่าลืมให้เธอไปเอาคืนด้วยนะครับ”
ไม่ใช่แค่จันทราคนเดียวหรอกที่แทบล้มลมจับ แต่จันทร์เจ้าขาที่แอบตะแคงหูฟังการสนทนาอยู่ภายในห้องก็หน้าแดงซ่านแทบมุดดินหนีเช่นกัน หล่อนอุตส่าห์คิดว่าเขาจะกลับไปหลังจากที่แม่ของหล่อนฟังภาษาของเขาไม่เข้าใจ แต่ผิดคาด… ไทเลอร์พูดภาษาไทยได้ นี่เขาจะทำทุกอย่างในโลกได้เพียงแค่นึกเลยใช่ไหม หญิงสาวคิดอย่างเจ็บใจ และก็กัดปากแน่นยืนตัวเกร็งอยู่ภายในห้องนอน
“เอ่อ… พ่อหนุ่ม… คงพูดเล่นใช่ไหมจ๊ะ”
ไทเลอร์หัวเราะและจงใจพูดเสียงดังให้คนในห้องได้ยิน
“เมื่อคืนลูกสาวของคุณน้าอยู่กับผมทั้งคืน เราสนุกกันจน… ลูกสาวของคุณน้าลืมใส่กางเกงในกลับบ้านน่ะครับ”
จันทราอึ้งไปพูดไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งอ้าปากค้าง
“นี่พ่อหนุ่มพูดจริงเหรอ”
“ไม่จริงค่ะ หนู… หนูไม่ได้เป็นอะไรกับผู้ชายคนนี้!”
ในที่สุดก็ต้องเปิดประตูออกมา เพราะถ้ายังคงหลบอยู่ด้านใน ไทเลอร์ก็คงประจานหล่อนกับแม่ของหล่อนจนหมดเปลือกแน่ เขามันไอ้ตัวร้าย ที่หล่อนไม่ควรตกหลุมรักเลยแม้แต่นิดเดียว
“อ้าว… ออกมาแล้วเหรอจ๊ะเมียจ๋า”
“ฉันไม่ใช่เมียใคร”
ไทเลอร์หัวเราะ ขณะกวาดตามองร่างอรชรที่สั่นเทิ้มไปด้วยความขุ่นเคืองด้วยสายตาหิวกระหายมากเช่นเดิม
“แล้วสิ่งที่เราทำกันเมื่อคืน และที่รัสเซียล่ะ เรียกว่าอะไร”
“หยุดพูดนะคนบ้า ไปให้พ้นหน้าฉันนะ!”
ด้วยความโกรธทำให้จันทร์เจ้าขากระโจนมาหยุดตรงหน้าเขาอย่างลืมตัว มองเขาด้วยความเจ็บใจเป็นที่สุด
“อย่ามายุ่งกับครอบครัวฉันอีก”
“กล้าไล่ฉันหรือ ลืมไปแล้วหรือไงว่าเมื่อคืนเราแลกเปลี่ยนอะไรกัน”
จันทร์เจ้าขาหน้าซีดเผือด หันไปมองมารดาด้วยสายตาตื่นตระหนก แม่จะรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นแม่คงเสียใจมากแน่ๆ กับพฤติกรรมสิ้นคิดของหล่อน
“อย่า… อย่าพูดนะ”
ไทเลอร์แค่นยิ้ม ก้มลงจนปลายจมูกแทบชิดกับแก้มนวล
จันทร์เจ้าขารีบผลักไส แต่เขาก็กอดรัดเอวหล่อนเอาไว้แน่น
“อย่าสะดีดสะดิ้งไปหน่อยเลย มันอาชีพของเธอไม่ใช่หรือ ขายตัวแลกกับสิ่งที่ต้องการน่ะ”
“เจ้าขา… นี่ลูก…”
จันทราอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง มองบุตรสาวทั้งน้ำตา ก่อนจะวิ่งจากไปทันที
“แม่… แม่คะ ฟังหนูก่อน”
จันทร์เจ้าขาร้องเรียกมารดา แต่ท่านก็วิ่งหายไปแล้ว เพราะไทเลอร์เลยคนเดียว
“คนสารเลว!”
มือเล็กตวัดลงบนใบหน้าหล่อลากไส้ของไทเลอร์เต็มแรง ก่อนจะตวาดไล่เขาลั่น ให้หล่อนขาดใจตายคาความอัปยศยังดีเสียกว่าให้แม่ของหล่อนต้องมาเจ็บช้ำแบบนี้
“ออกไปจากชีวิตของฉันนะ ไปให้พ้น!”
ไทเลอร์อึ้งไปพักใหญ่ หน้าก็ยังชาดิกเพราะมือเล็กๆ ไม่จาง ขณะจ้องน้ำตาของสองแม่ลูกด้วยความคาดไม่ถึง เขาไม่คิดว่าคำพูดของตัวเองจะสร้างความเสียใจให้กับทั้งสองคนถึงขนาดนี้ จันทร์เจ้าขาเคยร้องไห้ให้เขาเห็นหลายต่อหลายครั้ง แต่เขาไม่เคยเห็นครั้งไหนที่หล่อนมีท่าทางเจ็บเจียนตายแบบนี้เลย หรือว่าเขาทำผิดไปจริงๆ
“เจ้าขา คือว่าฉัน…”
“ไสหัวไปเลยนะ กลับรัสเซียไปเลย ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณอีกต่อไปแล้ว!”
สรรพนามที่หล่อนใช้เรียกเขาเปลี่ยนเป็นห่างเหินเหมือนคนไม่รู้จักกันจนคนฟังอย่างเขาแสนจะหวาดหวั่นใจ แต่กระนั้นเขาก็ยังคิดว่าเงินจะสามารถบีบบังคับจันทร์เจ้าขาให้กับมาอยู่กับตัวเองได้อีก ซึ่งมันก็ผิดคาดระเนระนาดมากมายเหลือเกิน
“ถ้าเธอไล่ฉันกลับไป เธอก็จะไม่มีสิทธิ์อยู่ที่บ้านหลังนี้อีก”
คิดว่าหล่อนจะวิงวอนเหมือนเมื่อคืน แต่ก็ผิดคาดไปถนัดตา เพราะเจ้าหล่อนหันขวับมามองเขาด้วยสายตาที่ทั้งเจ็บแค้นและเจ็บปวด
“ครอบครัวของฉันจะไปจากที่นี่ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณบังคับฉันไม่ได้อีกแล้ว”
และก็เหมือนว่าฟางอารมณ์เส้นสุดท้ายของจันทร์เจ้าขาจะขาดสะบั้นลงเสียแล้ว หล่อนเม้มปากแน่น จากนั้นก็จ้องหน้าเขาด้วยสายตาว่างเปล่าจนคนถูกจ้องมองหัวใจกระตุก ใจคอไม่ดี กลัวว่าหล่อนจะจากไปอีกครั้งจริงๆ
“เจ้าขา… คือว่าฉัน… ฉันอธิบายได้… ฉัน…”
“เราจะไม่รู้จักกันอีก นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป”
“อย่าพูดบ้าๆ น่า เธอจะต้องกลับไปรัสเซียกับฉันต่างหาก ไม่มีทางเดินจากฉันไปได้อีกแล้ว”
จันทร์เจ้าขาเจ็บจนหัวใจสะท้าน น้ำตาไหลออกมาอาบแก้มนวลซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ฉันจะไม่มีวันกลับไปอยู่ในนรกกับคุณอีก จำเอาไว้ให้ขึ้นใจนะ ฉันเกลียดคุณ! เกลียดคุณที่สุดในโลก ถ้าจะลากฉันกลับไปรัสเซีย คุณก็จะได้แค่ร่างกายที่ไร้วิญญาณของฉันเท่านั้น”
แล้วเจ้าของคำพูดเย็นชาและสายตาว่างเปล่านั้นก็วิ่งหายเข้าไปในห้องนอนที่หล่อนพึ่งก้าวออกมาทันที เสียงปิดประตูลงกลอนดังขึ้น เขย่าหัวใจกระด้างของเขาให้เต้นสะท้านรุนแรง เขากระโจนไปหยุดที่หน้าห้องนั้น และเคาะเรียกเจ้าของห้องอย่างบ้าคลั่ง
“เจ้าขา ออกมานะ ออกมาพูดกันให้รู้เรื่อง ฉันไม่มีทางกลับไปรัสเซีย ถ้าเธอไม่กลับไปกับฉัน ออกมาสิ อย่าให้ฉันต้องพังไอ้ประตูระยำนี้เข้าไปนะ”
“ถ้าคุณพังประตูเข้ามา ฉันจะฆ่าตัวตาย”
“จันทร์เจ้าขา…”
เป็นครั้งแรกที่ไทเลอร์สามารถให้ความหวาดกลัวสามารถเข้ามาทำร้ายหัวใจของเขาได้ นี่เขาจะต้องสูญเสียจันทร์เจ้าขาไปจริงๆ อย่างนั้นหรือ หล่อนเกลียดเขาจริงๆ อย่างนั้นหรือ ความเจ็บปวดสาดซัดเข้าใส่หัวใจอย่างไม่ปรานี สุดท้ายก็ไม่สามารถทนฝืนยืนต่อไปได้อีก ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ความเจ็บปวดบีบคั้นจนร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่คิดว่าไร้พิษสงอย่างจันทร์เจ้าขา ทั้งๆ ที่คิดว่าจะมาล้างแค้น แต่สุดท้ายกลับถูกหล่อนต่อยกลับจนหน้าหงาย ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วว่าขาดหล่อนไม่ได้ ขาดจันทร์เจ้าขาไม่ได้แล้วจริงๆ
‘นี่ฉันคงรักเธอเข้าแล้วจริงๆ สินะจันทร์เจ้าขา’
MANGA DISCUSSION