นิโคไลเดินผิวปากเข้ามาภายในบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่แล้วอารมณ์ดีของเขาก็ต้องชะงักดับสูญไปในทันทีเมื่อร่างอรชรของอิงบุญพรวดพราดเข้ามาขวางหน้าเขาเอาไว้ เขาแทบหยุดเท้าไม่ทันเลยทีเดียว ชายหนุ่มกัดฟันแน่น มองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชัง
“ดึกดื่นขนาดนี้แล้วยังมายืนล่อเสือล่อตะเข้อยู่ได้ ทุเรศสิ้นดี!”
แม้จะสะทกสะท้านจนอกสาวระบมแต่อิงบุญก็จำต้องฝืนยิ้มและพูดออกไป
“ไม่ได้มายืนล่อเสือล่อตะเข้หรอกค่ะ”
หญิงสาวแสร้งยิ้มหวานแต่ก้าวเท้าเข้าไปหา ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดคือเขาถอยหลังออกห่างอย่างรังเกียจ หล่อนคงน่าขยะแขยงยิ่งกว่ากิ้งกือในสายตาของผู้ชายคนนี้สินะ
“งั้นเธอมายืนตรงนี้ทำพระแสงอะไร หรือว่านัดผู้ชายเอาไว้ คนไหนล่ะ คนสวน ลูกคนขับรถ หรือว่าลูกชายคนงานที่พึ่งเข้ามาอยู่ใหม่”
เขาชายตามองอย่างรังเกียจชิงชัง ดวงตาสีเขียวมรกตเต็มไปด้วยความเป็นอริร้าย แม้อิงบุญจะเจ็บปวดแต่ก็จำต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้ เพราะหลงรักเขาจนหัวปรักหัวปรำแล้วนี่
“ไม่ได้มารอใครทั้งนั้นแหละค่ะ แต่ฉันมารอคุณ”
“มารอฉัน?!”
สีหน้าและแววตาของนิโคไลเต็มไปด้วยความประหลาดใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยามจนคนถูกมองอย่างหล่อนหน้าชาดิกแต่กระนั้นก็ต้องจำทนเอาไว้ ฝืนยิ้มเข้าไว้ทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น
“ก็ใช่น่ะสิคะ ในเมื่อเรา… ก็ใกล้จะแต่งงานด้วยกันแล้ว คุณกับฉันก็ควรจะใกล้ชิดกันบ้าง”
อิงบุญแสร้งเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม จากนั้นก็วางมือบางเอาไว้บนแผงอกแผ่วเบา ดวงหน้างดงามไร้การแต่งแต้มเต็มไปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ
“ทุเรศ! แพศยา ถอยออกไปให้พ้นนะ”
นิโคไลผลักร่างอรชรเต็มแรง จากนั้นก้าวยาวๆ เดินหนี แต่อิงบุญไม่ลดละความพยายามหล่อนรีบวิ่งตามร่างสูงใหญ่นั้นเข้าไปในตัวตึกติดๆ ก่อนจะไปตามทันที่หน้าโถงบันไดกว้าง
“จะรีบไปไหนล่ะคะ ไม่อยู่คุยกับว่าที่ภรรยาก่อนหรือคะ”
คนตัวโตหันมา ตวัดสายตาชิงชังมองหญิงสาวเจ้าของคำพูด
“แพศยา! ตั้งแต่ฉันเกิดมายังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนแพศยา หน้าด้านได้แบบเธอเลยอิงบุญ อีตัวที่ฉันเคยลากขึ้นไปขย่มบนเตียงยังหน้ามียางมากกว่าเธอเลย แต่คงเป็นเพราะว่าเธอมันมีเลือดอีตัวอยู่เต็มตัวล่ะมั้งถึงได้ร่านได้แรดอยากมีผัวถึงขนาดนี้”
เจ็บลึกจนพูดไม่ออกแต่ก็จำต้องอดทนเอาไว้ ความหวังของหล่อนจะต้องคงอยู่ และหล่อนก็จะต้องพยายามให้ถึงที่สุด
“ก็ถ้าคุณนิคยอมเป็นผัวให้กับฉันง่ายๆ ฉันก็คงไม่ต้องมาวิ่งตามให้เหนื่อยแบบนี้หรอกค่ะ”
“นังแพศยา ไปให้พ้นหน้าฉันเลยไป”
นิโคไลตวาดลั่น ก่อนจะก้าวยาวๆ วิ่งขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว
เมื่อสิ้นเงาของเขาแล้ว น้ำตาแห่งความอัปยศอดสูที่พยายามเก็บซ่อนเอาไว้ก็ทะลักลงมาอาบแก้ม ความเจ็บปวดทำให้หล่อนแทบอยากจะยอมถอดใจ แต่หล่อนก็ทำไม่ได้ หล่อนต้องอดทน จะต้องสู้ และจะต้องเดินตามเกม เกรกอรี่และยูริ อิสไมนอฟ มาร์คิเดฟให้สุดทาง เพื่อสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของหล่อนจะหวนคืนกลับมา
หญิงสาวเดินคอตกกลับไปยังห้องพักของตัวเอง ทรุดกายลงบนเตียงขนาดห้าฟุตด้วยหัวใจที่อ่อนล้า น้ำตาไหลพรากอาบแก้มตลอดเวลา ตั้งแต่จำความได้ชีวิตของหล่อนไม่เคยได้ลิ้มรสกับคำว่าสุขสบายมาก่อนเลย แม้ว่าจะเกิดในตระกูลผู้ดีมีอันจะกินของเมืองไทย แต่เพราะแม่ของหล่อนเลือกที่จะหนีตามคนรักแทนที่จะสมรสกับผู้ชายที่บิดามารดาหาให้ ทำให้ชีวิตที่แสนสะดวกสบายของแม่ต้องจบสิ้นลง แม่หนีมาใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับพ่อในประเทศรัสเซีย ตอนนั้นหล่อนอายุได้แค่ 5 ขวบส่วนน้องชายอีกคนพึ่งคลอดตามออกมา พ่อของหล่อนก็มาจบชีวิตลงด้วยการถูกรถสิบล้อทับตายกลางถนน แม่ของหล่อนเสียใจจนแทบบ้า กัดฟันทนเลี้ยงหล่อนกับน้องด้วยการรับจ้างทำความสะอาดบ้านอยู่นานก็ถูกหลอกให้ไปขายตัวในซ่อง หล่อนกับน้องถูกนำไปเลี้ยงในซ่อง แม้ว่าจะยังเด็กแต่หล่อนก็เห็นแม่ร้องไห้ทุกครั้งที่ไอ้ผู้ชายมักมากพวกนั้นมันออกไปจากห้องของแม่ หล่อนปวดใจ สงสารแม่เหลือเกิน แต่ด้วยความยังเด็กทำให้หล่อนช่วยได้แค่เพียงการทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ซึ่งแม่ของหล่อนก็กัดฟันทนทำงานแบบนั้นต่อมาอีกแปดปีก่อนจะเสียชีวิตไปด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ก่อนแม่จะสิ้นใจแม่ได้ทิ้งจดหมายฉบับหนึ่งเอาไว้ให้หล่อน ให้หล่อนเดินทางไปหาคนๆ หนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งคนๆ นั้นคือเกรกอรี่ อิสไมนอฟ มาร์คิเดฟนั่นเอง
ผู้ชายคนนี้ช่วยเหลือด้วยการซื้อหล่อนกับน้องออกมาจากซ่อง แต่ระหว่างทางน้องของหล่อนถูกจับตัวและหายไปอย่างไร้ร่องรอย หล่อนเฝ้าตามหาแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา เกรกอรี่ซึ่งหล่อนมารู้ทีหลังว่าแท้จริงแล้วเขาก็คืออดีตคู่หมั้นของแม่หล่อนนั่นเองรับปากว่าจะอุปการะหล่อน และจะตามหาน้องชายให้กับหล่อนให้พบจนได้ หากหล่อนรับปากว่าจะอยู่กับเขาที่ Demon’s หล่อนคิดว่าเกรกอรี่แสนดีมาตลอด จนเมื่อหล่อนอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์หล่อนก็ถูกเกรกอรี่เรียกเข้าไปพบ เขาบังคับให้หล่อนยอมรับปากแต่งงานกับนิโคไลลูกชายคนเล็กของเขา ทั้งๆ ที่รู้ว่าหล่อนกับนิโคไลคือไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด แม้ว่าแท้จริงแล้วหล่อนจะแอบหลงรักนิโคไลก็ตาม
“ลุงต้องการให้หนูอิงแต่งงานกับนิโคไล”
“แต่… คุณนิคไม่มีทางยอมหรอกค่ะ”
“แล้วหนูยอมหรือเปล่าล่ะ อย่าคิดว่าฉันมองไม่ออกนะว่าหนูอิงคิดยังไงกับเจ้านิค”
“เอ่อ แต่ว่าหนู…”
“ไม่ต้องกังวลหรอกน่า เพราะฉันไม่ได้ต้องการจะให้หนูแต่งงานกับเจ้านิคนานนักหรอก ปีเดียวแค่คลอดสายเลือดของราชวรกุลมาให้ฉันก็พอแล้ว”
ตอนนั้นหล่อนตกใจกับสิ่งที่ได้ยินเป็นที่สุด เพราะใบหน้าของเกรกอรี่ที่หล่อนเห็นเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเจ็บแค้น
“คุณลุง… ทำไมคุณลุง…”
“เมื่อก่อนฉันพลาดกับแม่ของเธอครั้งหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนี้หลานของฉันจะต้องมีสายเลือดของราชวรกุลอยู่ในตัว ถึงแม้ว่ามันจะได้แค่เสี้ยวหนึ่งก็ตาม”
“คุณลุง…”
หล่อนอุทานด้วยความผิดหวัง
“ถ้าหนูอิงรับปากกับฉันว่าจะทำให้ทุกอย่างให้ตัวเองท้อง ไม่ว่าจะก่อนแต่งงานหรือหลังแต่งงานก็ได้ ฉันจะรีบตามหาน้องชายของหนูอิงให้พบโดยเร็วที่สุด”
“แต่หนู…”
“ไม่อยากเจอน้องชายแล้วหรือไง”
ไม่มีทางเลือก หล่อนไม่มีทางเลือก จึงต้องเดินหน้าตามอ่อยตามให้ท่านิโคไลเพื่อให้ความต้องการของเกรกอรี่สำเร็จ ถ้าหล่อนท้องและคลอดลูกออกมา ทุกอย่างก็จะจบลง จากนั้นหล่อนก็เดินจากไปพร้อมๆ กับน้องชาย ส่วนลูกก็คงไม่ต้องห่วงอะไรเพราะมั่นใจว่านิโคไลจะอุปการะเขาอย่างดี
หญิงสาวหวนกลับโลกปัจจุบันอันแสนระบมอีกครั้ง เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือดังกรีดร้องขึ้น มือบางยกป้ายน้ำตาทิ้ง ก่อนจะเอื้อมมือไปควานมันมากดรับสาย
“สวัสดีค่ะ อิงบุญค่ะ”
“เป็นยังไงบ้างหนูอิง ฉันหวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดีนะ”
เกรกอรี่หัวเราะอย่างอารมณ์ดีมาตามสาย เขาถูกแม่ของอิงบุญหักหน้าจนแหกยับเยิน และเขาก็เก็บความเจ็บแค้นนี้ไว้ภายในอกมานานหลายสิบปี จนสุดท้ายก็ถึงเวลาได้เอาคืนเล็กๆ น้อยๆ แล้ว เขาบอกยูริว่าที่ต้องการให้นิโคไลแต่งงานกับอิงบุญเพราะอิงบุญเป็นลูกสาวของเพื่อนรักของเขา ซึ่งนั่นก็ทำให้ยูริไม่คัดค้านอะไร เพราะยูริเองก็เอ็นดูอิงบุญอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
“เจ้านิคมันคงไม่ได้ทำอะไรให้หนูโกรธใช่ไหม”
“เอ่อ ไม่ค่ะ คุณนิค… คุณนิคใจดีกับอิงมากขึ้นแล้วค่ะคุณลุง”
หล่อนจำเป็นต้องโกหกออกไป เพราะไม่อยากให้เกรกอรี่ต้องเข้ามาวุ่นวายมากไปกว่านี้
“จริงหรือ”
“เอ่อ จริงค่ะคุณลุง… คุณนิคอ่อนลงเยอะแล้วค่ะ ยังไงซะงานแต่งงานก็ต้องเกิดขึ้นแน่ คุณลุงกับคุณป้าเตรียมงานเอาไว้ให้พร้อมเลยค่ะ ตามวันเวลาเดิม”
แม้จะไม่มั่นใจกับสิ่งที่พูดออกไปเลย แต่หล่อนก็ต้องพยายามทำมันให้ถึงที่สุด ต่อให้ต้องวางยาแล้วลากนิโคไลมาเข้าพิธีที่โบสถ์หล่อนก็ต้องทำเพื่ออินทัช
“ดีมาก หนูอิงทำได้ดีทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายหัวแข็งอย่างเจ้านิคจะยอมง่ายๆ แต่ก็ช่างเถอะ ในเมื่อหนูอิงบอกว่าดีแล้ว ฉันก็ว่าดีตามนั้น”
“ค่ะคุณลุง คุณลุงวางใจได้เลยค่ะ”
อิงบุญคิดว่าเกรกอรี่จะวางสายไปแค่นั้น แต่ชายวัยกลางคนก็ยังพูดต่อ แถมพูดในสิ่งที่ทำให้หล่อนรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัวเป็นที่สุด
“งั้นอาทิตย์หน้าฉันจะเรียกเจ้านิคมาหาที่บ้านสวน หนูอิงตามมาด้วยนะ เผื่อบางทีธรรมชาติสวยๆ ที่นี่จะทำให้หนูกับเจ้านิคให้กำเนิดทายาทขึ้นมาก่อนก็ได้ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นหนูก็จะได้ไม่ต้องแต่งงานกับเจ้านิคแล้วก็หย่าเหมือนแผนแรกที่ฉันเคยพูดเอาไว้”
น้ำตาแห่งความอัปยศอดสูไหลพรากลงมาอาบแก้ม แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ไปเรียกร้องหรือทัดทานใดๆ ได้จำต้องก้มหน้ารับคำสั่งด้วยความขมขื่นใจเพียงเท่านั้น
“หนู… จะพยายามค่ะคุณลุง”
“งั้นอาทิตย์หน้าเจอกันหนูอิง ราตรีสวัสดิ์”
เกรกอรี่จะตัดสายแต่อิงบุญเรียกเอาไว้เสียก่อน
“ดะ เดี๋ยวค่ะ คุณลุง…”
“มีอะไรหรือหนูอิง”
“เอ่อ… คือว่าหนูอยากรู้ความคืบหน้าของอินทัชน่ะค่ะ อยากจะรู้ว่าคุณลุงได้เบาะแสอะไรเกี่ยวกับน้องชายของหนูหรือยังคะ เพราะนี่… เอ่อ ก็ผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว”
คล้ายกับได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเกรกอรี่แต่พอตั้งใจฟังกับไม่ได้ยินมันอีกซะงั้น หล่อนคงหูแว่วไปเองนั่นแหละ
“เมื่อไหร่ที่ฉันรู้ว่าหนูอิงตั้งครรภ์ เชื่อเถอะว่าเมื่อนั้นหนูอิงจะได้พบกับน้องชายอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณค่ะ คุณลุง”
เกรกอรี่ไม่ได้ตอบอะไรมาตามสายโทรศัพท์อีก ก่อนจะตัดสายไปในวินาทีถัดมา
อิงบุญนั่งปล่อยน้ำตาให้ไหลพรากลงมาอาบแก้มนวล หัวใจเจ็บปวดราวกับถูกบีบถูกเค้นด้วยอุ้งมือของมัจจุราช
ห้าปีแล้วกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของอินทัชน้องชายของหล่อน น้องชายที่เป็นญาติสนิทเพียงคนเดียวที่หล่อนเหลืออยู่ในขณะนี้ ญาติที่หล่อนจะพึ่งพาและปรับทุกข์ได้ ไม่ใช่ญาติผู้ใหญ่ที่ผลักไสไล่ส่งเหมือนคุณตากับคุณยายที่ทำกับแม่ของหล่อนแบบนั้น
“อินทัช… ตอนนี้น้องไปอยู่ที่ไหนกันนะ ทำไมไม่กลับมาหาพี่ อินทัช…”
ลุกขึ้นไปเกาะขอบหน้าต่าง ดวงจันทร์กลมโตเบื้องหน้าห่างไกลเพียงใด ความหวังที่จะได้เจอน้องชายก็ห่างไกลมากขึ้นเท่านั้น หล่อนก็ได้แต่หวัง ได้แต่ภาวนาให้น้องชายของหล่อนยังมีชีวิตอยู่ และภาวนาให้ได้เจอกันอีกสักครั้งในชีวิตที่เหลืออยู่
MANGA DISCUSSION