ครั้งนี้หล่อนตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าจริงๆ จันทร์เจ้าขาทะลึ่งตัวลุกขึ้นนั่งแต่แล้วก็ต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บลึกในบางส่วนของร่างกายที่ถูกคนตัวโตพร่าผลาญอย่างป่าเถื่อน เขาดื่มกิน ดูดเม้ม บี้คลึงถูไถ กระแทกกระทั้นอย่างไร้ซึ่งความปรานี แต่หล่อนก็ยินยอม ยินยอมให้มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หล่อนไม่กล้านับ… ไม่กล้านับจำนวนครั้งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้จริงๆ ว่าตัวเองยอมใจง่ายให้ไทเลอร์ดื่มกินอย่างบ้าคลั่งไปแล้วกี่ครั้ง แต่ที่แน่ๆ คือมันมหาศาลสำหรับอดีตสาวพรหมจรรย์อย่างหล่อนทีเดียว
แก้มนวลแดงระเรื่อก่อนจะซีดเผือดเมื่อความร่านร้อนของตัวเองระเบิดขึ้นในสมอง ภาพที่หล่อนร้องครวญคราง ภาพที่หล่อนวิงวอนขอให้เขาฝากฝังกายเข้ามาหา ภาพที่หล่อนเป็นฝ่ายขึ้นไปควบขี่เขาอย่างลืมตัวราวกับตัวเองกำลังขี่ม้าออกศึก ทุกสิ่งทุกอย่างตอกย้ำให้หล่อนน้ำตาทะลักทลาย มันน่าสมเพชยิ่งนัก เพราะอย่างนี้ไง เพราะอย่างนี้ไงทุกคนถึงได้มองว่าหล่อนเป็นอีตัว เพราะความร่านร้อนที่มันติดตราอยู่บนหน้าผากของหล่อนนี่ไง
แค่เขาจับ เขาจูบ เขาดูดอม แค่นั้นหล่อนก็กลายร่างเป็นของเหลวได้อย่างง่ายดาย ไม่ขัดเคือง และแสนจะเต็มอกเต็มใจให้เขาย่ำยี และเป็นไง เป็นไงล่ะ เขาหายหัวไปตั้งแต่ยังไม่เช้าหลังจากจบเซ็กซ์ร้อนๆ เมื่อตอนตีสาม เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาน่ะรู้สึกรู้สากับเรื่องที่เกิดขึ้นน้อยแค่ไหน
หล่อนไม่มีค่าในสายตาของไทเลอร์เลย เขาก็แค่ต้องการเซ็กซ์และหล่อนก็ตอบสนองเขาได้ตามที่เขาต้องการเท่านั้นเอง ซึ่งตอนนี้แน่ใจเลยว่าผู้ชายบ้าอำนาจคนนั้นอิ่มเอมร่างกายของหล่อนจนแทบจะอาเจียนออกมาอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาไม่หายไปอย่างนี้หรอก
มือบางยกขึ้นป้ายน้ำตาทิ้ง กัดปากแน่นเพื่อข่มความรู้สึกทรมานเอาไว้ แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งทำไม่ได้ หล่อนเจ็บปวด ชอกช้ำและไม่สามารถหยุดร้องไห้ได้เลย จันทร์เจ้าขาคิดอย่างเจ็บปวด ขณะกัดฟันก้าวลงจากเตียงใหญ่ เพื่อมุ่งตรงไปยังเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่เต็มห้อง เสื้อผ้าที่พ่อคนใจร้อยฉีกทึ้งมันออกอย่างเอาแต่ใจ
“คนใจร้าย… คนใจร้าย…”
หล่อนคร่ำครวญด้วยความทุกข์ทรมาน ปลายเท้าบอบบางขาวสะอาดแตะลงบนพื้นเย็นเฉียบแต่กระนั้นหัวใจสาวของหล่อนกลับเย็นยิ่งกว่า มันทุกข์ทรมาน ปานถูกเชือดถูกเฉือนหัวใจออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วทาด้วยเกลือ ทั้งเจ็บทั้งแสบ เมื่อทั้งแลกความหวังทั้งหมดกับเรือนร่างที่ตัวเองทะนุถนอมมาตลอดทั้งชีวิตกับมัจจุราชไม่มีหัวใจ
หญิงสาวสะอื้นไห้ สุดท้ายก็เดินไปทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หยิบเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมากอดแนบอก เสื้อกระโปรงอยู่ตรงนี้ บราเซียอยู่ไกลออกไปไม่มาก หล่อนเอื้อมไปหยิบในนาทีต่อมา แต่กางเกงในของหล่อนนี้สิ หล่อนจำได้ดีว่ามันถูกเขาฉีกจนขาดวิ่น แล้วมันไปตกอยู่ที่ไหนกันนะ จันทร์เจ้าขาพยายามมองหา สุดท้ายก็เจอมันอยู่ที่ปลายเตียง ซึ่งไม่ห่างจากประตูห้องนอนเลย หล่อนไม่สามารถยืนได้เพราะขาสั่นเทา ทำได้แค่เพียงคลานไปเท่านั้น แต่ยังไม่ทันจะถึงเจ้าเศษผ้าชิ้นน้อยนั้น ประตูห้องนอนก็เปิดออกมาเสียก่อนด้วยฝีมือของ…
“อาจารย์ไทเลอร์”
เรือนร่างของเขายังอยู่ในชุดเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม ในขณะที่มือหนามีถาดอาหารอยู่ในนั้น เขาหรี่ตาสีเขียวมรกตมายังหล่อน จากนั้นก็ก้าวยาวๆ ผ่านหน้าหล่อนเดินตรงไปยังโต๊ะริมหน้าต่าง วางถาดที่มีอาหารกลิ่นหอมกรุ่นลง และหันมาท้าวสะเอวจ้องหน้าหล่อนเขม็ง
“ลงไปคลานกับพื้นทำบ้าอะไร”
คนถูกถามกัดปากแน่น น้ำตายังไหลไม่หยุด แต่เพราะไม่ต้องการให้เขาเห็นความอ่อนแอของตัวเอง จึงทำให้หล่อนต้องรีบเช็ดมันออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เชิดหน้าสูงมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ภายในอกจะสั่นไหวจนแทบจะเป็นลมก็ตาม
“ฉันก็กำลังหาเสื้อผ้าของตัวเองที่คนบ้าเลือดอย่างคุณขว้างมันทิ้งเมื่อคืนน่ะสิ”
เขาแสยะยิ้มหยัน เดินมาหยุดตรงหน้าหล่อน และนั่นสายตาของเขาก็ทำให้ร่างของหล่อนร้อนผ่าวราวกับถูกสุมด้วยไฟ มือบางรีบเอาเสื้อผ้าในมือปิดสัดส่วนอวบอัดของตัวเองเท่าที่จะทำได้ด้วยมือไม้อันสั่นระริกลนลาน
“อย่ามามองฉันแบบนี้นะ”
“ทำไมจะมองไม่ได้ เมื่อคืนทำมากกว่ามองเสียอีก หรือลืมไปแล้ว”
“ว๊าย… นี่ปล่อยฉันนะ”
หล่อนตวาดแว๊ดแล้วก็ทุบตีอกกว้างของคนตัวโตพัลวันเมื่อถูกเขากระชากเข้ามากอดรัด ปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขากดลงบนแก้มนวลฟอดใหญ่ จากนั้นก็ตามด้วยจุมพิตเดือดที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน หิวกระหายและต้องการไปต่อ
“ยะ อย่า…”
“ตอนนี้น่ะไม่หรอก…”
เขาถอนปากออกอย่างเสียดาย จากนั้นก็อมยิ้มเมื่อลดสายตาลงไปเจอก้อนเนื้อนวลอวบอัดที่ปลายถันชูชันหน้าดูดดึง
“แม้ว่าฉันจะอยาก… ดูดมันอีกครั้ง…”
และก็เหมือนเขาจะอดใจไม่ไหว ก้มลงดูดอมปลายถันนั้นจนสาวน้อยเจ้าของร่างดิ้นเร่าๆ ด้วยความเสียวกระสันรุนแรง ซอกขาเต็มไปด้วยหยาดรักที่ทะลักออกมา มันน่าละอาย แต่หล่อนก็ไม่สามารถห้ามตัวเองได้เลย จันทร์เจ้าขาคิดอย่างท้อแท้และสิ้นหวัง
“คน… คนบ้ากาม”
ไทเลอร์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี จากนั้นก็ดันร่างอรชรเปลือยเปล่าให้เดินไปนั่งลงบนโซฟาตรงหน้าถาดอาหารที่ตัวเองเป็นคนลงมือทำ
“กินซะ จะได้มีแรงดีดแรงดิ้นยามที่ฉันเข้าไปในตัวของเธอ”
“คนลามก”
หญิงสาวหน้าแดงก่ำ ตอนนี้ไม่สามารถอธิบายได้เลยว่าความรู้สึกใดมีมากกว่ากันระหว่างขุ่นเคืองกับขัดเขิน
เขามองหล่อนด้วยสายตาหิวกระหายเช่นเดิม ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องหนึ่งที่อยู่ด้านในสุดไม่นานก็ออกมาพร้อมๆ กับเสื้อคลุมสีขาวสะอาด
“ใส่ซะ เพราะขืนเธอนั่งแก้ผ้าล่อตาล่อใจฉันอยู่แบบนี้ ฉันคงตบะแตกเอาง่ายๆ แน่”
หญิงสาวรีบรับเสื้อคลุมมาสวมใส่มือไม้สั่น และเมื่อตัวเองมีเกาะห่อหุ้มความอ่อนแอแล้ว ความขุ่นเคืองก็ระเบิดตูมตามในอก
“ฉันไม่หิว เชิญคุณทานไปคนเดียวเถอะ”
“จะไม่หิวได้ยังไง เมื่อคืนเธอออกศึกทั้งคืน”
คนฟังหน้าแดงก่ำ ด้วยความอับอาย
“ฉัน… จะกลับที่พัก”
หล่อนผุดลุกขึ้นยืน แต่คนตัวโตหาได้ยอมให้หล่อนขัดใจเขาได้ไม่
“กินให้หมดก่อน ส่วนเรื่องกลับห้องน่ะ เธอได้กลับแน่ ฉันไม่คิดจะเอานางบำเรอของตัวเองมาเก็บไว้ในสถานที่ส่วนตัวแบบนี้หรอก”
แม้จะเจ็บไปทั้งใจกับคำพูดที่ได้ยิน แต่จันทร์เจ้าขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา หล่อนไม่มีสิทธิ์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็แค่การแลกเปลี่ยน ไม่มีความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง จันทร์เจ้าขาพยายามบอกตัวเองเช่นนั้น บอกตัวเองซ้ำๆ อยู่ภายในอก แต่หัวใจเจ้ากรรมมันไม่ฟังเลย มันยังคงคาดหวัง เฝ้าหวังว่าผู้ชายสูงส่งอย่างไทเลอร์ อิสไมนอฟ มาร์คิเดฟ จะชายตามอง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่มีทางเป็นไปได้เลยแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว
“ฉันไม่กิน และจะกลับเดี๋ยวนี้”
หล่อนผลักอกกว้าง แต่เขากลับไม่กระเด็นอย่างที่หล่อนต้องการเลยสักทีเดียว ยังยืนจังก้าเป็นก้อนหินขวางหน้าหล่อนเช่นเดิมไม่สะทกสะท้าน
“หลีกไปนะ”
“อย่ามาขึ้นเสียงกับฉันจันทร์เจ้าขา หน้าที่ของเธอตอนนี้คือยอมรับฟังคำสั่งของฉันให้ได้โดยดี ไม่อย่างนั้นเธอจะเรียนไม่จบ จำเอาไว้”
หญิงสาวกัดฟันแน่น
แก้มนวลแดงก่ำ ความร้อนบาดลึกถูกส่งขึ้นมาจากลำคอจนมากระจุกรวมตัวกันอยู่ที่ใบหน้า หล่อนกำมือแน่นมองเขาตาเขม็ง
“คุณก็ได้… สิ่งแลกเปลี่ยนไปแล้ว”
นั่นก็คือพรหมจารีที่หล่อนหวงแหนนั่นเอง จันทร์เจ้าขาคิดอย่างเจ็บปวด ความอัปยศอดสูวิ่งเข้าใส่ร่างอย่างไม่ปรานี เขาไม่เห็นค่ามันเลย ไทเลอร์แสดงออกให้หล่อนเห็นเช่นนั้น
“พรหมจารีของเธอน่ะหรือ”
ไหล่กว้างบึกบึนที่หล่อนกอดเกี่ยวอยู่เมื่อคืนไหวน้อยๆ จากนั้นรอยยิ้มหยันเยาะก็แต้มที่ใบหน้าของเขามหาศาล
“ใช่…”
จันทร์เจ้าขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นระริก
ไทเลอร์ระบายยิ้มหยัน ตีสีหน้าไม่ใส่ใจ ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วภายในหัวใจกระด้างนั้นหลงใหลกับความสาวสดของหล่อนอยู่อย่างมากล้นเลยทีเดียว และจันทร์เจ้าขาไม่มีสิทธิ์จะได้รู้ เพราะสิ่งที่เขาจะบอกให้หล่อนรู้มีเพียงแค่ความเย็นชา และไม่รู้สึกรู้สาอะไรเท่านั้น
“เธอคิดว่าไอ้เยื่อบางๆ มันมีค่าขนาดนั้นเชียวหรือ”
“แต่คุณ… คุณบอกว่า… คุณบอกว่าถ้าฉันยกมันให้กับคุณ ฉันจะได้เรียนต่อจนจบ”
กระแสเสียงของจันทร์เจ้าขาเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานและผิดหวังเป็นที่สุด ทำไมไทเลอร์ถึงได้อำมหิตโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้นะ
“ใช่… ฉันพูดแบบนั้นเมื่อคืน แต่นั่นฉันคิดว่าเธอจะเก่งฉกาจกว่านี้ แต่นี่อะไร…”
สายตาของเขาที่ตวัดมองมาตลอดทั้งตัวนั้นทำให้หล่อนอับอายและอัปยศอดสูที่สุดในชีวิต
“จืดชืดยิ่งกว่าแกงจืดค้างคืนเสียอีก”
“คุณ…”
หญิงสาวพูดไม่ออก น้ำตาเอ่อล้น มันคงจะไหลออกมาอาบแก้มแล้วถ้าหล่อนไม่บังคับมันเอาไว้ด้วยความสามารถทั้งหมดที่มีอยู่ภายในกาย
“ฉันให้โอกาสเธอหลายครั้ง โดยคิดว่าเธอจะลีลาดีขึ้น แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งเธอก็ยังจืด… จืดเหมือนแกงจืดเช่นเดิม”
“คนเลว!”
หล่อนยกมือจะฟาดหน้าเขา แต่เขาห้ามเอาไว้ด้วยน้ำเสียงดุดันเสียก่อน
“อย่าคิดจะตบหน้าฉันเชียวนะ เพราะโทษของเธอจะรุนแรง จนเธอรับไม่ไหวเลยทีเดียว”
ไทเลอร์กัดฟัน ขืนตัวเอง ผลักร่างนุ่มนิ่ม หอมกรุ่นให้ออกห่างจากกาย จากนั้นก็บังคับด้วยมือหนาให้หล่อนนั่งลงบนโซฟาหน้าถาดอาหารเช่นเดิม
“กินซะ”
จันทร์เจ้าขาเชิดหน้า มองเขาอย่างเจ็บแค้น
“คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย คุณมันไม่รักษาคำพูด”
ไทเลอร์หัวเราะเบาๆ ด้วยความเยาะหยัน
“ฉันน่ะลูกผู้ชายทั้งแท่ง เธอได้ชิมแท่งฉันมาทั้งคืนแล้วยังจะกล้าพูดคำนี้อีกหรือจันทร์เจ้าขา และที่บอกว่าฉันไม่รักษาคำพูด มันก็ต้องโทษเธอล่ะนะที่ไม่ร้อนแรงอย่างที่ฉันต้องการ ดังนั้นถ้าไม่อยากถูกไล่ออกไปจากมหาวิทยาลัยทั้งๆ ที่จะจบในเดือนหน้านี่แล้ว เธอก็ต้องหัดพัฒนาฝีมือบนเตียงของตัวเองบ้าง”
หล่อนอยากจะฆ่าเขาให้ตายนัก จันทร์เจ้าขาคิดอย่างขุ่นเคือง
“ก็ได้… ฉันจะฝึกฝนตัวเองให้ฝีมือดีขึ้น กับผู้ชายสักคนในมหาวิทยาลัย”
คนตัวโตที่ยืนยิ้มกริ่มราวกับผู้ชนะอยู่เปลี่ยนท่าทีเป็นเดือดดาลทันควัน เขาแทบจะกระโจนมาหยุดตรงหน้าของหล่อน จากนั้นก็ตะปบบ่าบอบบางเต็มแรง
“ก็ลองสิ ลองไปร่านกับผู้ชายคนอื่นดูสิ ฉันได้ฆ่าทั้งเธอและทั้งมันแน่”
แม้จะเจ็บร้าวที่หัวไหล่มากแค่ไหน แต่จันทร์เจ้าขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบคนตัวโตจอมอำมหิตออกไป
“คุณบอกเองนี่ว่าต้องการให้ฉันพัฒนาฝีมือ… เรื่องเซ็กซ์”
หล่อนจงใจเน้นคำท้ายสุดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ประชดประชันเขาด้วยการเชิดหน้าสูง มองอย่างไม่หวั่นเกรง
“หรือว่าเปลี่ยนใจแล้วล่ะคะ”
“ฉันไม่เปลี่ยนใจหรอก แต่คนที่เธอจะซ้อมด้วยคือฉัน… ไม่ใช่ไอ้อีคนไหนทั้งนั้นจำเอาไว้ด้วยจันทร์เจ้าขา”
เขาผลักหล่อนแรงๆ ด้วยโทสะจนร่างอรชรกระแทกกับพนักโซฟา จากนั้นก็ท้าวสะเอวจ้องหน้าหล่อนเขม็งด้วยสายตาลุกเป็นไฟ
“และถ้าเธอขัดคำสั่งของฉันเมื่อไหร่ เธอได้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษาแน่ จันทร์เจ้าขา”
“คนเผด็จการ!”
เขายิ้มเยาะ ไม่สะทกสะท้านต่อคำต่อว่าของหล่อนแม้แต่นิดเดียว
“นั่นแหละคือฉัน กินซะ และถ้าฉันออกมาจากห้องน้ำแล้วเธอยังกินไม่หมดล่ะก็ ฉันจะให้เธอกินอย่างอื่นแทน จำเอาไว้!”
แล้วพ่อคนตัวโตก็ก้าวยาวๆ เดินหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างหัวเสียสุดขีด ในขณะที่หล่อนมองตามไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน
“คนใจร้าย ฉันไม่ฟังคำสั่งของคุณหรอก”
หญิงสาวกัดฟันแน่น ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืน เดินตามเก็บเสื้อผ้าของตัวเองจนครบจากนั้นก็รีบสวมใส่และเผ่นแนบออกไปจากเพนท์เฮ้าส์สุดหรูของไทเลอร์ อิสไมนอฟ มาร์คิเดฟ อย่างไม่คิดชีวิต เขาจะรู้สึกยังไงก็ช่าง จะโกรธก็ช่างหากไม่เห็นหล่อน แต่เขาก็คงไม่เก็บมันมาเป็นอารมณ์นานนักหรอก เพราะหล่อนไม่ใช่คนสำคัญที่ผู้ชายสูงส่งอย่างเขาจะมอง
MANGA DISCUSSION