ตอนที่ 13 คุณหนูเมญ่าอยากไปด้วย
ยามเช้าของวัน
เป็นช่วงเวลา 6 โมงเช้า เขาสวมรองเท้าออกจากห้องของตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูออกไปนอกห้อง พร้อมกับกระเป๋าผ้าหนึ่งใบสำหรับใส่ของแทนถุงพลาสติก หลังจากตรวจสอบเรียบร้อย
ว่าไม่มีอะไรเขาก็เดินมุ่งหน้าไปที่ลิฟต์ทันที
“…”
เนื่องจากเขาอยู่ชั้น 5 ชั้นบนสุดของตึก
เขาเลยมีเหลือบมองเมืองยามเช้านิดหน่อย สัมผัสกับฉากภาพยามเช้าที่ไม่ได้เห็นบ่อยครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในลิฟท์ ไม่มีสุ้มเสียงไม่มียุ่งเกี่ยวกับใครหน้าไหนทั้งสิ้น
มาคนเดียวไปคนเดียวเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน
“…”
ในลิฟต์ตอนนี้มีเพียงเขาคนเดียวไม่มีใครคนอื่น
ในขณะที่บรรยากาศนิ่งเงียบปราศจากสุ้มเสียง ด้วยความไม่มีอะไรทำ เขาเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ขึ้นมาตรวจเช็คดูว่ามีบางสิ่งอย่างเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่าในขณะที่เขาหันไปสนใจเรื่องอื่น
แน่นอนว่าสิ่งแรกเลยที่เขาตรวจเช็คก็คือแชทกลุ่ม
…
[ นักเรียนชายรุ่น 105 ] ( ไม่ได้อ่าน 99+ )
…
เขามองนิ่งค้างอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะทอดถอนหายใจเหนื่อยอ่อน
ไม่มีความจำเป็นต้องเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องโทรม
ทราเวียร์เลือกปิดหน้าจอโทรศัพท์พร้อมยัดมันกลับเข้าไปในกระเป๋าตามเดิม ช่วงจังหวะเวลานี้เขามีเรื่องอื่นอีกเพียบให้ครุ่นคิดใช้หัวสมอง มากกว่าจะเอามาใช้กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ประตูลิฟต์เปิดออกบ่งบอกว่าถึงชั้นล่างเรียบร้อย
“…”
—
หน้าประตูลิฟท์เปิดออก
ก่อนชายหนุ่มร่างสูงจะก้าวเท้าเดินออกมา เดินออกมาพร้อมกับกระเป๋าผ้าหนึ่งใบ เขายังออกเดินหน้าต่อจนพ้นออกจากตัวอาคาร ออกสู่โลกภายนอกในที่สุด อากาศค่อนข้างเย็นอยู่พอสมควร
ทราเวียร์เงยหน้ามองท้องฟ้าก่อนกล่าวออกมาแผ่วเบา
“…”
“หนาวแฮะ”
“…”
เขากระชับเสื้อผ้าตัวเองหวังให้ร่างกายของตัวเองอุ่นขึ้น
แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเท้าไปไหน รถหรูหราคันหนึ่งก็มาจอดเบื้องหน้าเขา ทราเวียร์ขมวดคิ้วก้มหน้ามอง แต่กระจกมันเป็นสีดำจนมองอะไรไม่เห็น แต่เขาก็พอคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
พอคิดได้หน้าผากก็ปรากฎเส้นเลือดปูดขึ้นมาทันที
“…”
“เฮ้อ!~”
“…”
…‘อีกแล้วเหรอ?’
“…”
กระจกสีดำมืดเริ่มลดลง
เปิดเผยให้เห็นสภาพภายในรถ แต่หนึ่งสิ่งอย่างที่ดึงดูดสายตาของเขามากที่สุด หาใช่ความหรูหราภายใน หากแต่เป็นสุ้มเสียงหวานและใบหน้าอันคุ้นเคยต่างหาก คุณหนูสาวยิ้มหวาน
พร้อมกล่าวหยอกล้อส่งมอบให้ทราเวียร์
“…”
“ให้ไปส่งไหมคะ?”
“…”
“ไม่ดีกว่าครับ”
“ผมเกรงใจ”
“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ”
“…”
“ขึ้นมาเลย”
คุณหนูสาวส่งสายตาเป็นประกายให้
ขอเพียงชายหนุ่มร่างสูงเบื้องหน้าพยักหน้ายินยอมตอบตกลง ประตูรถหรูก็พร้อมเปิดให้เสมอ ใช่ ขอเพียงอีกฝ่ายยินยอมพยักหน้าเท่านั้นละนะ พอเห็นทราเวียร์ยืนนิ่งเงียบไม่มีตอบสนอง
เธอเลยเปลี่ยนมาถามจุดหมายปลายทางของเขาแทน
“ว่าแต่จะไปไหนเหรอคะ?”
“…”
“ซื้อของ”
“ซื้อของ?”
“วัตถุดิบทำอาหารหมด”
“เลยอยากจะไปซื้อเพิ่ม”
“…”
“ซื้อทำไมคะ?”
“…”
“ดิฉันให้พ่อครัว”
คุณหนูเมญ่าเหลือบมองข้าวกล่องข้างกาย
ดูก็รู้ว่าจุดประสงค์การมาครั้งนี้ของหล่อน มาด้วยวัตถุประสงค์เฉกเช่นใด แต่ว่านะ ทราเวียร์เพียงเหลือบตามอง มองด้วยความราบเรียบเมินเฉยไม่มีห้วงอารมณ์อื่นเจือปน
ก่อนจะกล่าวขึ้นมาแผ่วเบา
“บอกเอาไว้ก่อน”
“…”
“บอกเอาไว้เลย”
“ว่าผมไม่ชอบทานอาหารของใครคนอื่น”
“อาหารที่เข้าปากผม”
“ต้องเป็นอาหารที่ผมทำเองเท่านั้น”
“…”
“นอกเหนือจากนั้นคือเลิกคุยครับ”
“…”
“แล้วถ้าคุณมาที่นี่”
“เพื่อเอาข้าวกล่องมาให้ผมละก็”
“เชิญครับ”
“…”
“เชิญกลับไปเลย”
“…”
“ผมไม่ต้องการ”
ทราเวียร์ก้าวเท้าถอยหลัง
สิ่งที่ต้องการบอกกล่าวก็บอกกล่าวเสร็จสิ้นเรียบร้อย ถึงเวลาที่เขาต้องแยกทางมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งมั่นเอาไว้ในตอนแรกเริ่ม แต่เหมือนจะมีใครบางคนไม่ละทิ้งง่ายดาย
คุณหนูสาวร้องตะโกนบอกให้เขารอก่อน
“ดะ เดี๋ยวก่อนสิค่ะ!”
“…”
“เปิดรถ!”
ประตูรถเปิดออกตามคำสั่ง
คุณหนูสาวแสนสวยละทิ้งท่วงท่าสง่างามละทิ้งท่วงท่าทุกสิ่งอย่าง ราวกับกลัวเกรงว่าอีกฝ่ายจะเดินหายจากไป เรียวขาทั้งสองข้างออกวิ่งเต็มเรี่ยวแรงพร้อมร้องออกปากร้องขอบอกให้หยุด
กล่าวตะโกนออกมาโดยไม่มีกลัวเกรงใครคนอื่นจะได้ยิน
“…”
“รอก่อนค่ะ!”
“…”
ทราเวียร์หยุดยืนมอง
สายตาราบเรียบที่เขาปลดปล่อยออกมา มันช่างเป็นอะไรที่เย็นชาจับจิตเหลือเกิน แม้กระทั่งกับเธอที่สวยงดงามปานเทพธิดาแบบนี้ยังไม่อยู่ในสายตาของเขา คุณหนูสาวขบริมฝีปากแน่น
หล่อนเงยหน้ามองสอดผสานเข้าไปในแววตา แรงกดดันมหาศาลทำให้คำพูดนับร้อยพันที่เตรียมการเอาไว้ล้วนเปล่าประโยชน์ไปในทันที พอเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่มีเปิดปาก
เขาก็เลยถามกลับถามโดยไม่มีอ้อมค้อมไม่มีนอกประเด็น
“…”
“อะไรอีก?”
“…”
“ไปด้วยค่ะ”
“ดิฉันจะไปด้วย”
“ไปด้วย?”
“…”
“ทำไมต้องไปกับผม”
“ไม่สิ”
“ทำไมถึงคิดว่าผมจะให้ไปด้วย”
“…”
“!!!”
คุณหนูสาวกะพริบตามองเลิ่กลั่ก
บอกกล่าวตามตรงเธอเตรียมเนื้อเตรียมตัวมาดักรอเขาตั้งแต่เช้าตรู่ และพอเขาลงมาแผนการที่เตรียมเอาไว้ก็เริ่มต้นทันที แต่ว่านะ ในแผนการที่วางเอาไว้ไม่ได้วางเผื่อกรณีโดนปฏิเสธ
อาจเพราะด้วยความตื่นเต้นต้องการดำเนินแผนการที่วางเอาไว้ หรืออาจจะเป็นเพราะไม่เคยวางแผนเข้าหาผู้ชายคนอื่น เรื่องราวพื้นฐานอย่างการโดนปฏิเสธไม่เห็นหัวจึงไม่อยู่ในสารบบ
ทราเวียร์จดจ้องมองด้วยสายตาเย็นชาจับจิต
“…”
มองและมองอีกจนคุณหนูเมญ่าเริ่มรู้สึกหวั่นไหว
เม็ดเหงื่อเริ่มปรากฏบนใบหน้า บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ ตึงเครียดจนคุณหนูสาวต้องลอบกลืนน้ำลายดับกระหาย ก่อนทุกสิ่งอย่างจะจางหายไปทั้งหมด
ด้วยเสียงเบื่อหน่ายรำคาญหัวจิตหัวใจขั้นสุด
“…”
“ให้ตายสิ”
“…”
กล่าวทิ้งท้ายเสร็จสิ้น
ร่างสูงก็พลันหันหลังเดินจากไป ปล่อยให้คุณหนูสาวแสนสวยอย่างหล่อนหยุดยืนโง่งมอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อฝีเท้าที่ก้าวนำมาตลอดเลือกหยุด
ก่อนทราเวียร์จะหันหน้ามากล่าวตัดรำคาญ
“…”
“ชักช้าผมทิ้งนะ”
“…”
ดวงตาคู่งามมึนงงสับสนในตอนแรกเริ่ม
ก่อนจะเปล่งประกายส่องสว่างขั้นสุด รอยยิ้มงดงามปานเทพธิดาผุดขึ้นมาบนใบหน้า ฝีเท้าที่เคยหยุดอยู่กับที่ไม่ไปไหน ออกเท้าก้าวตามอีกฝ่ายไปในทันที ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่ว่านะจบแบบนี้มันก็ถือว่าไม่เลว
“ค่ะ!”
MANGA DISCUSSION