ฉันตามเขาไปติดๆ มือฉันก็ถูกเขาจับอยู่ตลอด เป็นเพียงเวลาสั้นๆ เเต่ฉันอยากเดินแบบนี้ไปเรื่อยๆ
ฉันคิดว่าตัวเองต้องบ้าไปแล้วเเน่ๆ ถึงได้มีความรู้สึกดีกับผู้ชายคนนึงได้ในเวลาอันสั้นแบบนี้
บางทีมันอาจจะเป็นไปตามประโยคนั้นจริงๆ ในใจของผู้หญิงเซ็กส์และความรักเป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน ตอนที่ฉันมอบร่างกายให้เขา ฉันก็เผลอให้ใจเขาไปอย่างไม่ระวัง
แต่สุดท้ายแล้ว ความรักแบบนี้ก็เหมือนอัญมณีที่ถูกขโมยไป ทำได้เพียงถูกเก็บไว้ในห้องมืดและถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น บางครั้งในยามค่ำคืนตัวเองก็จะเอามันออกมาชื่นชมคนเดียว เเต่สุดท้ายทั้งหมดนี้กลับไม่สามารถแสดงออกได้อย่างตรงไปตรงมา
พอเดินมาถึงหน้าประตูห้อง ฉันก็อดไม่ได้ที่จะเกี่ยวฝ่ามือเขาด้วยนิ้วของฉัน
เซิ่งซื่อหาวหันกลับมาเเละเลิกคิ้วถามฉัน: " เป็นอะไรหรือเปล่า? "
ฉันรีบส่ายหน้าเเละยิ้มออกมาบางๆ: " ไม่มีอะไร ฉันแค่คิดว่าหลังจากที่นายไปเเล้ว ฉันก็อาจจะไม่พบใครที่สามารถแก้ปัญหาของฉันได้อีก "
เซิ่งซื่อหาวยกยิ้ม เขาใช้มือข้างหนึ่งผลักประตูห้อง มืออีกข้างก็อุ้มฉันขึ้นมา
ฉันร้องอย่างตกใจเบาๆ หลังจากนั้นก็รีบเกี่ยวคอเขาไว้ทันที
" งั้นวันนี้ผมจะช่วยคลายความกังวลกับความกดดันให้คุณอย่างเต็มที่เลย "
เซิ่งซื่อหาวยิ้มร้าย ผสมด้วยเสน่ห์ที่ชวนให้คนถลำลึกเข้าไป เเละฉันก็จมดิ่งลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยดวงดาวของเขา
ในคืนนี้ เราทั้งสองต่างบ้าคลั่ง ฉันบอกไม่ถูกว่าใครเกาะใครไม่ปล่อยกันเเน่ ต่างคนต่างใช้ความชำนาญของตัวเองมาพิชิตฝ่ายตรงข้าม
หลังจากที่สบายอกสบายใจเเล้ว ฉันก็พิงอยู่ในอ้อมกอดของเซิ่งซื่อหาว เเละเสพความสงบหลังจากความบ้าคลั่งครั้งนี้
เซิ่งซื่อหาวพิงหัวเตียงเเละจุดบุหรี่สูบ ควันบุหรี่สีเทาปกปิดอารมณ์ที่อยู่ในดวงตาของเขา หลังจากนั้นเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ติดแหบเล็กน้อย: " หลังจากที่ผมไปแล้ว ตอนอยู่ที่บริษัทคุณก็ระวังตัวด้วย โดยเฉพาะหลินหลิง ผู้หญิงคนนั้นเล่ห์เหลี่ยมเยอะ ไม่แน่เธออาจเล่นงานคุณเข้าสักวัน "
" ฉันรู้ จังเฉิงกับหลินหลิงไม่อยากให้ฉันทำงานที่บริษัท พวกเขากลัวว่าฉันจะส่งผลต่ออนาคตของพวกเขา "
ฉันไม่ได้โง่สักหน่อย ต่อให้เป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านมาสามปี เเละขี้เกียจใช้สมองจนชิน เเต่ตอนที่ฉันลุกขึ้นยืนจริงๆ ฉันเชื่อว่าพวกเขาจะต้องหนีไม่พ้นกำมือของฉันอย่างแน่นอน
ฉันรู้สึกว่าระหว่างฉันกับเซิ่งซื่อหาวก็พอจะมีความคืบหน้าอยู่บ้าง อย่างน้อยเราก็สามารถพูดคุยกันอย่างสันติ นอกเหนือจากเรื่องเซ็กส์
เพียงแต่ความสงบอันอบอุ่นนั้นอยู่ได้ไม่นาน เซิ่งซื่อหาวก็หันมาถามฉัน: " พักพอเเล้วหรือยัง? "
" หา? " ฉันไม่ตอบสนองไปชั่วขณะ
เซิ่งซื่อหาวพลิกตัวฉันเเละกดลงเตียงอีกครั้ง: " ถ้าพักพอเเล้ว เราก็มาทำกันต่อเถอะ "
ฉันถูกเซิ่งซื่อหาวทรมานจนสลบไป ฉันไม่รู้ว่าเขาออกไปตอนไหนด้วยซ้ำ พอตื่นขึ้นมาก็เป็นตอนกลางคืนเเล้ว ภายในห้องไม่ได้เปิดไฟ เเต่มีเเสงส่องเข้ามาจากด้านนอก จึงทำให้ไม่ค่อยมืดสักเท่าไหร่
ฉันกดเปิดไฟหัวเตียง หลังจากนั้นก็ลงจากเตียงด้วยเท้าเปล่า บนโต๊ะมีแก้วน้ำกับกล่องยาวางอยู่ เเละด้านข้างก็มีกระดาษโน้ตแปะอยู่หนึ่งใบ
วันนี้ฉันอยู่ในช่วงปลอดภัยพอดี จึงไม่ต้องเป็นกังวล ฉันมองข้ามกล่องยานั้นเเล้วดึงกระดาษโน้ตใบนั้นออกมา
" เครื่องตอนห้าทุ่ม ผมต้องไปก่อน ห้องนี้ผมเหมาไว้เเล้ว ถ้าคุณไม่อยากกลับบ้านก็พักอยู่ที่นี่ อีกอย่าง ถ้าเกิดเรื่องอะไรที่บริษัทก็อย่าลืมโทรหาผม "
ฉันหาโทรศัพท์เจอ พอเปิดดูก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนเเล้ว เซิ่งซื่อหาวคงจะขึ้นเครื่องไปตั้งนานเเล้ว
ในโทรศัพท์ของฉันยังมีหมายเลขผู้โทรหลายสาย นอกจากเบอร์ของจังเฉิงเเล้ว ก็ยังมีเบอร์ของเริ่นเสี่ยวด้วย
ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้โทรศัพท์ของฉันไม่ได้ปิดเสียง คงเป็นเซิ่งซื่อหาวที่มาทำให้ ถึงเเม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ เเต่ในใจของฉันก็ยังคงรู้สึกอบอุ่นอยู่ดี
ฉันโทรไปหาเริ่นเสี่ยวก่อน รอไม่นานฝั่งนั้นก็รับสาย
น้ำเสียงของเธอติดหอบนิดหน่อย: " เสี่ยวหลง จังเฉิงโทรมาถามเธอกับฉัน "
MANGA DISCUSSION