Sign in Buddha’s palm 354 เข้าสู่ระบบ! เมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกา!
ฝ่ามือยูไลมเก้ารูปแบบ
โดยพื้นฐานแล้วรูปแบบทั้งเก้าไม่มีความแตกต่างว่าสิ่งใดสูงส่งหรือต่ําชั้นกว่ากัน แต่เป็นการมุ่งเน้นไปที่แง่มุมที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น เพียงตัวตถาคตประเสริฐสุดรูปแบบแรกของฝ่ามือยไลเป็นฝ่ามือจู่โจมโดยเนื้อแท้
ส่วนรูปแบบที่สองฝ่ามือแดนพิสุทธิ์” นั้นเป็นฝ่ามือยไลที่ใช้เพื่อผนึกและปราบปราม
น่าเสียดายที่ประตูหินโบราณขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าซูฉินบานนี้พิเศษจนเกินไป แค่ยืนอยู่ใกล้ๆ เท่านั้น ก็รู้สึกได้ถึงพลังทําลายที่สั่นคลอนโลกได้ทั้งใบ หากซูฉินลงมือทําอะไรกับมัน จะต้องถูกพลังตีกลับอย่างแน่นอน
“นายท่าน ท่านเป็นอะไรหรือไม่?” เมื่อเห็นซูฉินจ้องมองไปที่ประตูเซียนอย่างต่อเนื่อง นักพราหมื่นกําเนิดที่อยู่ด้านข้างก็อดที่จะเข้ามาปลอบใจไม่ได้เมื่อเห็นความกังวลของซูฉิน “ความแข็งแกร่งของนายท่าน แม้แต่ภายในประตูเซียนก็นับได้ว่าเรื่องอ่านาจไม่น้อยต่อให้เหล่าเจ้าลัทธิมาด้วยตนเอง พวกเขาก็อาจจะทําอะไรท่านไม่ได้……”
แม้ว่าเจ้าลัทธิทั้งหลายจะอยู่ในจุดสูงสุดขั้นสถิตเทพและถือครองสมบัติล้ําค่าโดยกําเนิด แต่หากซฉันต้องการซ่อนตัวนับประสาอะไรกับคนเหล่านั้น ด้วยอาณาเขตที่ไม่รู้ว่าคืออะไรนี้ยังสามารถหลบซ่อนจากดวงตาเทพเจ้าปีศาจได้เลย เพียงพอที่จะทําให้เหล่าเจ้าลัทธิดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องปวดหัวกันเป็นทิวแถว
เป็นธรรมดาที่นักพรตหมื่นกําเนิดจะไม่ทราบความคิดของซูฉันว่ามันกลับกลายเป็นจะทําลาย หรือสะกดประตูหินบานนี้ดีหากนักพรตหมื่นกําเนิดล่วงรู้ความคิดของซูฉินเขาจะต้องตกตะลึงเป็นแน่
ประตูหินนี้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษโดยผู้ทรงพลังถึงขีดสุด เพื่อตั้งพิกัดบนโลกมนุษย์ให้เชื่อมไปยังโลกภายในประตูเซียน ผ่านเวลายาวนานมานับหมื่นปี ไม่รู้ว่าพายุมิติกระแทกเข้าใส่ประตูหินบานนี้ไปมากมายเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ได้หวาดหวั่นเกรงว่าประตูหินบานนี้จะเหนือล้ำเกินกว่าสมบัติล้ําค่าโดยกําเนิดไปเสียแล้ว
แม้แต่ฝีมือของผู้ทรงพลังถึงขีดสุดก็อาจจะไม่สามารถทําลายประตูหินบานนี้ได้
ซูฉินเพิกเฉยต่อความกังวลใจของนักพรตหมื่นกําเนิด ความสนใจส่วนใหญ่ของเขาตอนนี้มุ่งเน้นไปที่ประตูหินโบราณขนาดใหญ่บานนี้
“ประตูหินบานนี้…..
ซูฉันมองไปยังประตูหินโบราณขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลออกไปนัก จู่ๆ จิตใจก็กระตุก “ประตูหินบานนี้อย่างน้อยก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับหมื่นปี ตัวประตูเองก็คงสร้างมาจากวัตถุดิบหายาก บางทีอาจจะมีเต่สะสมอยู่เป็นจํานวนมาก?”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซูฉันก็เดินวนรอบประตูหินขนาดใหญ่ หลังจากยืนยันได้แล้วว่าไม่ได้พลาดอะไรไป จึงพูดอยู่ในใจเงียบๆว่า “ระบบ ลงชื่อเข้าใช้ให้แก่ข้า”
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์ลงชื่อเข้าใช้สําเร็จ ได้รับเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกา]
เสียงจักรกลเย็นชาดังขึ้นในโสตประสาทของซูฉิน
“เมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกา?”
ซูฉันลืมตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
แม้เขาจะไม่รู้ว่าเมล็ดพันธุ์ต้นไม้โลกาคืออะไร แต่ก็สามารถตระหนักได้ว่าสมบัติที่เขาได้รับในการลงชื่อเข้าใช้ครั้งนี้มีความพิเศษมาก เพียงได้ฟังว่าชื่อของมันมีคําว่าโลกา
ชั่วอึดใจ จิตใจของซูฉินก็จมลงไปในพื้นที่ของระบบ ในไม่ช้าก็พบเข้ากับเมล็ดพันธุ์ขนาดเท่ากําปั้นอยู่ตรงมุมหนึ่ง
เมล็ดพันธุ์นี้เต็มไปด้วยพลังอันสับสนวุ่นวาย ซูฉินหมุนมันไปมาช้าๆ พลังของมันดูโดดเด่นเป็นประกายและลึกล้ำเหมือนกับพลังของพื้นที่มิติ เพียงแค่มองเข้าไปซูฉันก็เหมือนจะได้เห็นโลกทั้งใบเติบโตอยู่ภายในเมล็ด
“เมล็ดพันธุ์ของต้นไม่โลก ที่งอกรากแตกหน่อ จะเติบโตขึ้นเป็นต้นไม่โลกาและเปิดโลกอันกว้างใหญ่ขึ้นมาได้อย่างแท้จริง” ซูฉันคิดในใจเงียบๆ
ทันทีที่ได้เห็นเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลการะบบก็ได้ฝังข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์เม็ดนี้ไว้ในห้วงจิตของซูฉินเรียบร้อยแล้ว
เพราะเหตุนี้เองซูฉินจึงตระหนักดีว่าเมล็ดพันธุ์ต้นไม้โลกานั้นน่ากลัวเพียงใด
เปิดโลกอันกว้างใหญ่ที่แท้จริงขึ้นมาได้!
ขนาดเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน ตอนที่ผู้ทรงพลังถึงขีดสุดรวมพลังกันบุกเข้าไปในความว่างเปล่าสิ่งที่พวกเขาทะลวงเปิดได้นั้นไม่ใช่อะไรนอกจากโลกใบเล็กที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งการที่ดํารงอยู่มาได้จนถึงวันนี้เป็นเพราะปล้นเอาจิตวิญญาณปราณฉีและเศษเสี้ยวกฎเกณฑ์มาจากโลกมนุษย์
แต่เมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกานี้กลับอ้างว่าสามารถเปิดโลกอันกว้างใหญ่ขึ้นมาได้จริงๆ อย่างนั้นหรือ?
ช่างน่าเหลือเชื่ออะไรเช่นนี้
แม้ม้วนบันทึกภาพเทพสงครามที่ซูฉินได้มาจากวิหารการสงครามจะฝึกฝนจนสามารถทําให้อาณาเขตสร้างโลกอีกใบขึ้นมาได้เมื่อไปถึงจุดสูงสุดของวิชา แต่ซูฉินเองก็ไม่รู้ว่าตัวเขาจะไปถึงจุดนั้นหรือไม่ จุดที่พัฒนาอาณาเขตเทพสงครามไปเป็นโลกอีกใบไม่มีอะไรมากไปกว่าทฤษฎีที่ระบุไว้ภายในม้วนบันทึกภาพเทพสงคราม
กระนั้น แม้แต่ผู้ทรงพลังถึงขีดสุดอย่างโหวเหยียนก็ยังไม่สามารถเข้าใจม้วนบันทึกภาพเท สงครามได้ แต่ตอนนี้เมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกากลับอ้างว่าตราบใดที่มีเวลาเพียงพอ ก็สามารถเติบโตเป็นต้นไม่โลกาได้ไม่ช้าก็เร็วจะสามารถเปิดโลกอันกว้างใหญ่ขึ้นมาได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเรื่อง ที่น่ากลัวอย่างมาก
หากยังมีผู้ทรงพลังถึงขีดสุดอยู่บนโลก แล้วรู้ว่าซูฉินมีเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกานี้อยู่ในมือ เกรงว่าพวกเขาคงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแย่งชิงมันไป
“แต่ว่า ทําไมข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกาอันนี้?” ซูฉันมองดูเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกา หมุนมันไปมาช้าๆ ภายในพื้นที่ของระบบทันใดนั้นก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ซฉินมั่นใจมากว่าตนไม่เคยพบเห็นสมบัติใดที่เกี่ยวข้องกับเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกามาก่อน แต่ยามนี้กลับคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
“โลกถปีศาจอย่างนั้นหรือ?”
ภาพซ้อนทับบางอย่างก็วาบเข้ามาในความคิดของซูฉิน ในฐานะที่ตัวเขาเป็นถึงเซียนเทพปฐพี่ขั้นกลับคืนต้นกําเนิด ความทรงจําของเขาย่อมยอดเยี่ยมยิ่ง แทบจะในทันทีซูฉินก็นึกไปถึงเคล็ดวิชาทุกอย่างตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่โลกถปีศาจ
พูดให้ถูกก็คือกิ่งก้านของต้นไม้ปีศาจโบราณที่ตั้งอยู่ในโลกถปีศาจ ทั้งในเมืองเมฆาปีศาจเมืองอินจี้และเมืองใหญ่แห่งอื่นๆภายในโลกปีศาจ
โลกถปีศาจนั้นไม่เหมือนกับโลกมนุษย์ที่มีดินแดนศักดิ์สิทธิ์และนิกายมากมายหลายแห่งโลกถปีศาจแบ่งออกจากกันด้วยดินแดน และภายในดินแดนใหญ่จะมีเมืองใหญ่อยู่นับร้อยนับพันเมือง
และภายในเมืองใหญ่ทุกแห่งก็จะมีกิ่งก้านของต้นไม้ปีศาจโบราณตั้งเอาไว้
และเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกานี้ก็ทําให้ซูฉันรู้สึกว่ามันช่างคล้ายคลึงกับกิ่งก้านของต้นไม้ปีศาจโบราณอย่างมาก
อันที่จริง ที่บอกว่าคล้ายคลึงนั้นไม่ใช่คล้ายคลึงในด้านกลิ่นอาย กิ่งก้านของต้นไม้ปีศาจโบราณบรรจุพลังมารเอาไว้อย่างมหาศาล ในขณะที่เมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกามีกลิ่นอายอันบริสุทธิ์บรรจุไว้ ไม่ต้องหาความคล้ายคลึงกันระหว่างทั้งสองอย่าง เพราะมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แต่ตามสัญชาตญาณ ซฉันเชื่อว่าเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกานั้นคล้ายคลึงกับกิ่งก้านของต้นไม่โบราณอย่างยิ่ง
“เป็นไปได้ไหมว่าต้นไม้ปีศาจโบราณในส่วนลึกของโลกถปีศาจจะเป็นต้นไม่โลกา?” ดวงตาของซูฉินหลงเล็กน้อย
ร่างจําแลงของซูฉันอาศัยอยู่ภายในโลกปีศาจตลอดเวลา เป็นธรรมดาที่จะได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับต้นไม้ปีศาจโบราณ ว่ากันว่าต้นไม้ปีศาจโบราณนั้นสูงชะลูดทะลุท้องฟ้า มีคํากล่าวว่าโลกทั้งใบภายในโลกถปีศาจนั้นมีต้นไม้ปีศาจโบราณคอยค้ํายันเอาไว้ถ้าไม่ใช่เพราะต้นไม้ปีศาจโบราณ โลกปีศาจก็คงพังทลายลงไปเสียตั้งนานแล้ว
แม้แต่เทพเจ้าปีศาจ ตัวตนที่อยู่เหนือทุกสิ่ง พวกมันยังอาศัยอยู่บนลําต้นของต้นไม้ปีศาจโบราณตลอดเวลา นี่แสดงให้เห็นว่าต้นไม้ปีศาจโบราณนั้นช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
เดิมที่ ซูฉันคิดว่าต้นไม้ปีศาจโบราณควรจะเป็นสมบัติปีศาจที่เทพเจ้าปีศาจสร้างขึ้นมา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ถ้าต้นไม้ปีศาจโบราณภายในโลกถปีศาจนั้นคือต้นไม่โลกาความเกี่ยวพันกันระหว่างเทพเจ้าปีศาจกับต้นไม้ปีศาจโบราณอาจจะไม่เหมือนกับที่ซูฉินจินตนาการไว้
“เอาล่ะ”
“สิ่งเหล่านั้นยังเร็วเกินไปสําหรับข้าในตอนนี้”
ความคิดของซูฉินเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็สงบลงอย่างช้าๆ
แม้ว่าต้นไม้ปีศาจโบราณในส่วนลึกของโลกถปีศาจจะเป็นต้นไม่โลกาหรือไม่ มันก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับซูฉิน
สิ่งที่สําคัญที่สุดที่ซูฉันสามารถพิจารณาได้ในตอนนี้คือวิธีการใดที่จะทําให้เมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกาอันนี้หยั่งรากและเติบโตขึ้นได้
ต่อจากนั้น
ซูฉันก็รอคอยจนถึงวันรุ่งขึ้น เพื่อยืนยันว่าประตูหินโบราณขนาดใหญ่บานนี้ไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้ได้อีกต่อไปจากนั้นจึงวางแผนที่จะกลับไปยังเมืองฉางอัน
“น่าเสียดายนัก”
ซูฉันรู้สึกเสียใจเล็กน้อย
ในตอนแรกซฉินตั้งใจว่าควรจะได้รับสมบัติบางอย่าง แม้ว่าจะไม่ดีเท่ากับเมล็ดพันธุ์ต้นไม้โลกา แต่อย่างน้อยก็น่าจะได้รับสมบัติบางอย่างจากการลงชื่อเข้าใช้บ้าง
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกาอันนี้จะทําให้เต๋สะสมภายในประตูหินบานนี้ หมดลงซึ่งทําให้ความคิดที่จะลงชื่อเข้าใช้ต่อไปของซูฉันกลายเป็นสูญเปล่า
“เอาเถอะ”
“เมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกาอย่างเดียวก็เหนือกว่าสมบัติล้ําค่าโดยกําเนิดไปมากแล้ว”
แม้ว่าซูฉินจะเสียใจ แต่อีกใจหนึ่งก็พึงพอใจ รู้หรือไม่ว่าเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกาเมล็ดหนึ่งนั้นเปรียบได้กับโลกทั้งใบจะเอาสมบัติล้ําค่าโดยกําเนิดมาเทียบได้อย่างไร?
“ตามข้าออกไปจากที่นี่” ซูฉินเหลือบมองนักพรตหมื่นกําเนิด ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้คิดจะสังหารทิ้งแต่ประการใด
มันไม่ใช่เพราะซุฉินนั้นใจพระนักบุญ แต่นักพรตหมื่นกําเนิดนั้นอยู่ในขั้นกลับคืนต้นกําเนิดทั้งยังก้าวเดินในวิถีบ่มเพาะจิตวิญญาณแรกกําเนิด แค่บ่มเพาะในวิถีของจิตวิญญาณแรกกําเนิดก็หายากมากแล้วนับประสาอะไรกับผู้ที่ฝึกมาจนถึงขั้นกลับคืนต้นกําเนิด?
หากรักษาชีวิตนักพรตหมื่นกําเนิดเอาไว้ ก็อาจจะนํามาใช้งานได้ในอนาคต
นอกจากนี้ ซูฉินได้ฝังรังสีจิตวิญญาณแรกกําเนิดไว้ในหน้าผากส่วนลึกของนักพรตหมื่นกําเนิดผ่าน[เคล็ดหยังรากหัวใจมาร]แล้วซูฉันสามารถกําหนดความเป็นความตายของนักพรตหม็นกําเนิดได้เพียงความคิดวูบเดียว
“ขอรับ” นักพรตหมื่นกําเนิดไม่รู้ว่าตนได้เดินผ่านประตูนรกมาเรียบร้อย เขาเดินตามซูฉันอย่างระมัดระวังแล้วมุ่งหน้าสู่เมืองฉางอัน
หลายชั่วโมงต่อมา
ซูฉินและนักพรตหมื่นกําเนิดก็มาถึงวังหลวง
“ผู้อาวุโสหมื่นกําเนิด” เมื่อเทพธิดาไท่อนเห็นนักพรตหมื่นกําเนิด นางก็ตกตะลึงไม่อยากเชื่อ
แม้ว่าเทพธิดาไก่อินจะเป็นว่าที่เทพธิดาแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อิน แต่สถานะของนักพรตหมื่นกําเนิดก็ไม่ได้ต่ําต้อย
ในแง่สถานะนั้น ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเทพธิดาไก่อินเลย
“เป็นข้าเอง…” ใบหน้าของนักพรตหมื่นกําเนิดกลายเป็นซับซ้อนเล็กน้อย
“พวกเจ้ารู้จักกันอยู่แล้วงั้นรึ งั้นก็ไปพูดคุยรื้อฟื้นความหลังกันสักหน่อยเถอะ” ซูฉินเหลือบมองนักพรตหมื่นกําเนิดและเทพธิดาไก่อิน ไม่ได้หยุดทั้งคู่จากการสนทนา แต่ก้าวเดินหายตัวไปจากจุดเดิมแทน
ไม่ว่าจะเป็นนักพรตหมื่นกําเนิดหรือเทพธิดาไท่อิน ชีวิตความเป็นความตายของทั้งคู่ล้วนตกอยู่ในเงื้อมมือของซูจิน แม้แต่ความคิดที่อยู่ภายในใจ เขาก็ยังสังเกตเห็นได้รางๆผ่าน [เคล็ดหยังรากหัวใจมาร]
ซูฉินย่อมวางใจเป็นธรรมดา
ณ โถงใต้ดินอันสูงตระหง่านใต้เมืองฉางอัน
“ตอนนี้ข้าเพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นกลับคืนต้นกําเนิด มันค่อนข้างยากสําหรับข้าที่จะก้าวเดินต่อไปในเวลาอันสั้นนี้” ซูฉินนั่งขัดสมาธิ ครุ่นคิดในใจเงียบๆ
“ส่วนฝ่ามือยไลนั้น การจะพัฒนาไปถึงฝ่ามือรูปแบบที่สาม จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงด้านความแข็งแกร่งครั้งใหญ่อย่างเช่นเข้าสู่ขอบเขตของผู้ทรงพลังถึงขีดสุด”
“สําหรับม้วนบันทึกภาพเทพสงคราม ภาพดวงตะวันขนาดมหึมานั้น หากต้องการจะฝึกฝนต่อไป จะต้องใช้ทรัพยากรจํานวนมาก ทั้งผลึกหินมิติและโอสถวิเศษธาตุไฟซึ่งตอนนี้ข้ายังไม่สา มารถหามันมาได้
ซูฉันค้นพบในทันทีว่าจริงๆ แล้ว ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงคอขวด ยากนักที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า
“เฮ้อ”
“การฝึกฝนวิทยายุทธนั้นต้องค่อยเป็นค่อยไป ข้านึกไม่ออกจริงๆ ว่าผู้ทรงพลังถึงขีดสุดพวกนั้นฝึกฝนกันอย่างไร…” ซูฉินถอนหายใจภายในเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก
เขาคิดคํานวณความยากลําบากของขอบเขตเซียนเทพปฐพี่มาเนิ่นนานแล้ว แม้ว่าเซียนเทพปฐพี่จะมีเพียงสามขั้นเท่านั้น คือ ขั้นแบ่งจิต กลับคืนต้นกําเนิด และสถิตเทพ เมื่อเทียบกับขอบเขตตํานานยุทธที่มีระดับนภาถึงเก้าชั้นมันดูเหมือนง่ายกว่ามาก แต่หากพูดถึงความยากลําบากไม่รู้ว่ามันยากล่ามากกว่ากันตั้งกี่เท่า
การฝึกฝนในขอบเขตตํานานยุทธ สามารถฝึกฝนไปได้ทีละขั้น ตราบใดที่ค่อยๆ พัฒนาต่อไปบวกกับมีพรสวรรค์ที่เพียงพอและโอกาสที่มากมาย ไม่ช้าก็เร็วย่อมเดินไปถึงจุดสูงสุดของขอบเขตตํานานยุทธ
แต่ในขอบเขตเซียนเทพปฐพี…..
ขั้นแบ่งจิตและขั้นกลับคืนต้นกําเนิดนั้นไม่ต้องอธิบายอะไรมาก แต่ขั้นสถิตเทพจําเป็นต้องสัมผัสให้ได้ถึงพลังของพื้นที่มิติ ซึ่งมันไม่ได้ต่างไปจากภาพลวงตาเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าพลังของมิติความว่างเปล่าจะกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก แม้แต่มดตัวน้อยยังสามารถสัมผัสความว่างเปล่าได้ แต่ใครเล่าจะรู้วิธีการที่จะทําลายมัน?
“ลองดูเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกาดีกว่า”
ซูฉันสงบใจลงใช้จิตใจของตนบังคับควบคุม ฉับพลันก็เห็นเมล็ดพันธุ์ที่เต็มไปด้วยพลังอันสับสนวุ่นวายมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
นอกจากเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกาอันนี้แล้ว ซูฉันยังเก็บสมบัติล้ําค่ารูปทรงเหมือนหอคอยมาได้ด้วยสมบัติล้ําค่ารูปหอคอยนี้คือสมบัติล้ําค่าของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าฉือ และมีตราประทับที่เจ้าลัทธิต้าฉือทิ้งเอาไว้ หากซูฉันต้องการจะใช้ประโยชน์จากมันก็ต้องใช้ระยะเวลาเวลาที่นานมากเพื่อล้างตราประทับที่อยู่ภายใน
“เมล็ดพันธุ์นี้จะงอกรากออกมาได้อย่างไร?”
ซูฉินมองไปยังเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกาที่อยู่เบื้องหน้าเขา จู่ๆ ก็รู้สึกปวดหัวเหนื่อยใจ
เมล็ดพืชธรรมดาถ้าหากอยากให้มันงอกรากเติบโตขึ้นมา ก็เพียงหว่านเมล็ดลงในดินเพื่อให้มันดูดซับสารอาหารในผืนดิน แต่เมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกาที่สามารถเปิดโลกอันกว้างใหญ่ขึ้นมาได้จะเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ธรรมดาที่ดูดซับสารอาหารในดินได้อย่างไร?
“ลองใช้จิตวิญญาณปราณฉีดูดีไหม?”
เมื่อคิดได้ดังนั้น พลังจิตวิญญาณปราณฉีก็เคลื่อนไหวในทันที รัศมีร้อยล้ํารอบตัวพลันเคลื่อนที่มารวมตัวกัน บีบอัดเข้ามาในฝ่ามือของซูฉิน จากนั้นซูฉินก็ควบคุมให้มันถ่ายเทเข้าไปที่เมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกา
น่าเสียดาย
ไม่ว่าพลังจิตวิญญาณปราณฉีจะแข็งแกร่งเพียงใด ภายในระยะสามฉือรอบเมล็ดพันธุ์ต้นไม้โลกา มันกลับระเหยหหายไปหมด ไม่สามารถเข้าใกลได้เลย
“พลังจิตวิญญาณปราณฉไร้ประโยชน์…”
ซูฉันคาดหวังเอาไว้อยู่แล้ว
ต่อมาซูฉินก็ได้ลองใช้วิธีต่างๆ นานัปการ แต่ก็ไม่ได้ผล
ท้ายที่สุด ซูฉินก็ใช้ร่างกายของตนโดยตรง บังคับให้หยดเลือดรดลงไปบนเมล็ดพันธุ์ต้นไม้โลกา
แต่คราวนี้ เมล็ดพันธุ์ต้นไม้โลกามีปฏิกิริยาตอบสนองที่เห็นได้อย่างชัดเจน เห็นเมล็ดพันธุ์ที่หมุนวนไปมาค่อยๆ กลืนกินเลือดของซูฉินเข้าไป
อย่างไรก็ตาม..
จากนั้นมันก็ไม่เกิดอะไรขึ้นอีก
แม้ซูฉินจะหยดเลือดลงไปมากขึ้น แต่ก็ไร้ประโยชน์
สิ่งเดียวที่ซูฉินได้รับมาก็คือ ดูเหมือนว่าเขาจะมีความรู้สึกเชื่อมโยงไปถึงเมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกานี้ได้ และสามารถสัมผัสถึงกระแสปราณฉีฟ้าดินที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในเมล็ด
“ถ้าข้ามีพลังชีวิตขนาดนี้ เกรงว่าจะมีชีวิตอยู่ได้เป็นแสนปี…” ซูฉันรู้สึกถึงในใจ
ขณะที่ซูฉินฝึกฝนไปพลาง ครุ่นคิดเกี่ยวกับการทําให้เมล็ดพันธุ์ต้นไม่โลกางอกรากไป
พลาง
เวลาก็ผ่านไปหนึ่งปีในชั่วพริบตา
ในปีนี้ กระแสปราณฉีที่ฟื้นคืนเริ่มปั่นป่วนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนัก ทะเลปราณอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดก็เริ่มสั่นคลอน กระแสปราณฉีบนโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในที่สุดก็ถึงจุดเปลี่ยนผ่านใน ทันที
หวิ่ง!!!
โลกทั้งใบพลันสั่นสะเทือน ถ้ามีผู้ใดยืนอยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งเก้า จะพบว่าในจุดที่เป็นดินแดนแห่งพลังยุทธอันยิ่งใหญ่ มันเสมือนกับเป็นสัตว์ร้าย คอยกลืนกินจิตวิญญาณปราณฉีเข้าไปอย่าง ไม่มีหยุดหย่อน
“นี่คือ?”
ภายในวังหลวง ที่น้ําพุด้านหน้าตําหนักชุนฝั่งขวาในพื้นที่พระราชวังตะวันออก เทพธิดาไท่อินมองขึ้นไปบนฟ้าแล้วกระซิบคําอยู่กับตนเอง “จุดเปลี่ยนผ่านครั้งที่สองกําลังฟื้นคืนกลับมางั้นหรือ?”
ในเวลาเดียวกัน
ภายในพระราชวังสีดําอันสูงตระหง่านใต้เมืองฉางอัน
ซูฉินที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็ลืมตาขึ้นและเงยหน้าขึ้นมอง
“ในที่สุดมันก็มาแล้ว”
MANGA DISCUSSION