ว่านหยางนึกว่าตัวเองตาลาย จึงขยี้ตาเพื่อยืนยันให้แน่ใจอีกครั้ง
เป็นผู้คุมอำนาจตระกูลลู่จริงๆ
ผู้หญิงที่อยู่ตรงข้ามกับพี่ใหญ่คือใคร?
ในใจของว่านหยางมีทั้งความสงสัยและตื่นเต้น
ฤดูใบไม้ผลิของพี่ใหญ่กำลังจะมาแล้ว
ซูชิงกินเสร็จแล้ว เมื่อเธอเห็นว่าลู่หรงเยียนไม่ค่อยกิน แต่เธอกลับกินเยอะขนาดนี้ ก็เลยรู้สึกไม่ค่อยดี: "อาหารไม่ถูกปากเหรอ?"
ลู่หรงเยียนส่ายหน้า พร้อมพูดอย่างมีนัย: "เมื่อคืนกินอิ่มเกินไป"
ตอนแรกซูชิงก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แต่เมื่อเธอเข้าใจความหมายในคำพูดของลู่หรงเยียน ใบหน้าก็แดงเถือกขึ้นมาทันที
ระดับความบ้าคลั่งของเมื่อคืนไม่น้อยไปกว่าคืนก่อนเลย
เป็นอย่างที่คิด เธอได้ยินลู่หรงเยียนพูดด้วยรอยยิ้มหวาน: "อืม ดูท่าชิงชิงจะพอใจกับกำลังสู้รบของผมมาก"
คำว่าชิงชิงคำเดียวแทบจะเป็นไม้ตายเลย
"ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น" :ซูชิงแทบอยากจะเอาหน้ามุดดินหนีเลย
ทำไมยิ่งพูดยิ่งแย่ละ
แต่ก็ต้องยอมรับว่าลู่หรงเยียนแข็งแกร่งในเรื่องแบบนั้นมาก
เมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองถูกลากออกนอกทางแล้ว ซูชิงก็รีบตั้งสติ ขณะที่กำลังจะอ้าปากพูด ก็กลับเห็นผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามา
"พี่ใหญ่"
ว่านหยางอดไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงเข้ามาร่วมด้วย
ข้างกายของพี่ใหญ่มีผู้หญิงโผล่มา เมื่อถูกเขาเห็นแล้วจะจากไปแบบนี้เลยได้อย่างไรล่ะ?
ข่าวนี้ถ้าเกิดพี่น้องพวกนั้นรู้ขึ้นมา เดาว่าคงทำให้หลายคนล้มตาแตกเลย
ลู่หรงเยียนจ้องว่านหยางอย่างนิ่งๆ ส่วนซูชิงก็ถามด้วยความสงสัย: "เพื่อนคุณเหรอ?"
"ไม่สนิทมาก" น้ำเสียงของลู่หรงเยียนนั้นเมินเฉยมาก เขาทำท่าทีเรียบเฉยพร้อมส่งสายตาอย่าปากมากให้กับว่านหยาง
เมื่อว่านหยางได้ยินคำพูดนี้ก็ตาโตขึ้นมา
เป็นพี่น้องกันมาสิบกว่าปี ไม่สนิทมาก?
ช่างเถอะ เห็นแก่ที่พี่ใหญ่กำลังเดตกับสาวสวยอยู่ เขาก็เลยให้ความร่วมมืออย่างดี
"ใช่ ไม่สนิทมาก แค่เพื่อนธรรมดา" ว่านหยางสังเกตซูชิงนิดหน่อย พร้อมตะลึงในความสวย "เรียกผมว่านหยางก็พอ"
ว่านหยางเคยเห็นสาวสวยมาทุกแบบ แต่ในวินาทีที่เห็นซูชิง เขาก็ยังคงตกตะลึงไป
เมื่อได้ยินว่าเป็นเพื่อนของลู่หรงเยียน ซูชิงจึงยิ้มและทักทาย: "สวัสดีค่ะ ฉันซูชิง"
ซูชิง?
ทำไมชื่อนี้มันคุ้นขนาดนี้
ไม่ทันรอให้ว่านหยางนึกขึ้นมาได้ ลู่หรงเยียนก็เติมอีกประโยคขึ้นมา: "แฟนฉัน"
เพียงแค่สองคำง่ายๆ แต่กลับทำให้ว่านหยางตกใจอ้าปากกว้างจนยัดไข่เข้าไปได้ลูกหนึ่งเลย
"ฟ แฟน?"
เดิมทีว่านหยางนึกว่าพี่ใหญ่แค่เดตกับสาวสวยอยู่เฉยๆ คิดไม่ถึงว่าจะแนะนำอย่างเป็นทางการแบบนี้
ผู้คุมอำนาจตระกูลลู่มีแฟนแล้ว ในที่สุดต้นไม้เหล็กหมื่นปีก็ออกดอกแล้ว
ซูชิงก้มหน้าอย่างเขินอาย เธอยืนยันเรื่องความสัมพันธ์แบบแฟนกับลู่หรงเยียนแล้วจริงๆ จึงโต้แย้งไม่ได้
ในตอนนี้ อันรั่วบังเอิญโทรมาพอดี ซูชิงถึงนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อคืนเธอกลับไปและทิ้งอันรั่วไว้ในร้านเหล้าคนเดียว
เมื่อวางสาย ซูชิงก็พูด: "เอ่อ ฉันต้องไปหาเพื่อน พอดีเมื่อคืนทิ้งเธอไว้ที่ร้านเหล้า ตอนบ่ายคุณยังต้องไปวิ่งรับลูกค้าอีกใช่ไหม ฉันไม่ทำให้คุณเสียเวลาแล้ว"
พลังแฟนของลู่หรงเยียนเต็มเปี่ยม: "ผมไปส่งคุณ"
"ไม่ต้องหรอก ฉันไปเองได้" ซูชิงชี้ไปที่โทรศัพท์: "พวกเราคุยกันทางโทรศัพท์ได้"
เมื่อครู่ทั้งสองได้แลกวิธีการติดต่อกันเรียบร้อยแล้ว
"โอเค" ลู่หรงเยียนเองก็ไม่ได้ดึงดัน
ซูชิงเรียกรถออกไป เมื่อเธอไปแล้ว ว่านหยางถึงดึงสติกลับมาได้
"ผมคิดออกแล้ว คุณหนูใหญ่ตระกูลซูที่ถูกพี่ถอนหมั้นไม่ได้ชื่อซูชิงเหรอ คนเมื่อกี้นี้คือคุณหนูใหญ่ตระกูลซูเหรอ?"
ลู่หรงเยียน: "ใช่"
ว่านหยางพูดด้วยความตะลึง: "พี่ใหญ่ ก่อนหน้านี้พี่ให้คนไปถอนหมั้น แล้วตอนหลังกลับมาเดทกินข้าวกับเขา นี่มันอะไร?"
ลู่หรงเยียนยกมุมปากขึ้น: "เธอบอกว่าคุณชายลู่เสียโฉมและขาเป๋ เป็นคนอายุสั้น อยู่ได้แค่ไม่กี่ปี เลยสาบานว่าให้ตายก็ไม่ยอมแต่ง"
"นี่ก็เป็นข่าวลือที่พี่ให้คนไปกระจายไว้ด้านนอกนี่" ว่านหยางเตือนสติ: "พี่ใหญ่ พี่อย่าลืมนะ ภรรยาพี่'ตาย'ไปแล้วสามคนนะ ข่าวลือข้างนอกมีแต่คนบอกว่าถูกพี่ทรมานจนตาย ตอนนี้ทั้งเมืองหลวงก็มีผู้หญิงแค่ไม่กี่คนที่กล้าแต่งกับพี่แล้ว คุณท่านถึงได้ระบุว่าให้ขอผู้หญิงตระกูลซู"
"ลืมไปเถอะ" น้ำเสียงของลู่หรงเยียนนั้นล่องลอย พร้อมมองไปยังทางที่ซูชิงจากไป นัยน์ตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน: "แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน เมียตัวเอง จีบเองถึงจะมีความหมาย"
ว่านหยางตะลึงอย่างต่อเนื่อง: "พี่ใหญ่ ความหมายของพี่คือตอนนี้พี่กำลังจีบคุณหนูใหญ่ซูอยู่? นี่ไม่ใช่ทำเรื่องซ้ำซ้อนเหรอ? คุณซูไม่รู้ตัวตนของพี่?"
คนก็ได้แต่งไปแล้ว แต่กลับต้องการถอนหมั้นแล้วก็มาจีบอีก ถ้าไม่ใช่ซ้ำซ้อนจะเป็นอะไร?
"สนุกอยู่เหมือนกัน" นัยน์ตาของลู่หรงเยียนเต็มไปด้วยความสนใจอันรุนแรง: "คนโสดอย่างนายไม่เข้าใจ"
ว่านหยาง: "….."
ตกลงใครเป็นคนโสดตลอดกาลกันแน่?
ไม่ใช่แค่มีแฟนอยู่สองวันเหรอ
มีแฟนแล้วเจ๋ง?
แต่มีแฟนก็เจ๋งจริงๆ
ผู้คุมอำนาจตระกูลลู่มีแฟน ก็ยิ่งเจ๋งกว่าเดิม
ว่านหยางพูดมากอีกประโยค: "พี่ใหญ่ พี่ให้คนไปถอนหมั้นก็เป็นเรื่องนอกแผนแล้ว ถ้าถูกคนพวกนั้นรู้ว่าพี่กับคุณซูอยู่ด้วยวกันอีกก็จะไม่ดีต่อแผนการนะ"
ลู่หรงเยียนหรี่ตาอย่างอันตราย: "ฉันมีขอบเขต"
"พี่ใหญ่ เอาจริงเหรอ?" ว่านหยางนึกว่าพี่ใหญ่แค่เล่นๆ แต่ดูแล้วเหมือนจะไม่ใช่: "ถ้าคนพวกนั้นรู้ว่าคุณซู…"
"ใครไม่อยากมีชีวิตแล้วก็เชิญมาหาที่ตายเลย" ในน้ำเสียงอันเยือกเย็นของลู่หรงเยียนมีความอาฆาตที่รุนแรงอยู่
ในใจว่านหยางรู้สึกช็อก
ลู่หรงเยียนไม่ควรมีจุดอ่อน
แล้วก็มีไม่ได้
ตกลงว่าคุณซูนี่มีเวทมนตร์อะไรกันแน่?
ว่านหยางอึ้งมาก แต่ก็ดีใจกับพี่ใหญ่มากเช่นกัน
หลายปีมาแล้ว นอกจากคนนั้น นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นพี่ใหญ่สนใจผู้หญิงขึ้นมา
บางทีนี่อาจจะไม่ใช่เรื่องแย่
ว่านหยางถอนหายใจ และจู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ถึงคำพูดเมื่อกี้ของซูชิง: "พี่ใหญ่ เมื่อกี้คุณหนูใหญ่ซูบอกว่าพี่ต้องไปวิ่งส่งลูกค้า?"
"อืม" ลู่หรงเยียนส่ายกุญแจรถในมือ: "ตอนนี้ฉันเป็นคนขับแกร็บ ฉันต้องไปหาเงินมาขอเมียแล้ว"
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นความรักกับความภาคภูมิใจที่มีแฟน
ขณะพูด ลู่หรงเยียนก็เดินไปทางรถที่ราคาประมาณแสนกว่าซึ่งจอดอยู่ริมทาง
ว่านหยางตกใจจนอ้าปากค้างอีกครั้ง
เพื่อจีบผู้หญิง พี่ใหญ่ก็โหดกับตัวเองพอตัวนะ
รถที่แม่บ้านของตระกูลลู่เอาไปซื้อผักยังเป็นล้านเลย
ตอนนี้คนรวยเขาเล่นแบบนี้กันเหรอ?
ก่อนหน้านี้ที่พี่ใหญ่ให้เขาหารถราคาถูก ก็เพื่อเอามาใช้จีบภรรยา?
ลู่หรงเยียนเปิดประตูรถออกพร้อมพูดอีกประโยค: "หลังจากนี้อยู่ต่อหน้าเธออย่าพูดมั่ว"
ความปรารถนาที่จะอยู่รอดของว่านหยางนั้นรุนแรงมาก
เขาทำท่าปิดปาก: "รับรองว่าปากปิดสนิทแน่นอน"
ลู่หรงเยียนขึ้นรถไป และเปิดสมุดรายชื่อ พร้อมตั้งชื่อเบอร์ของซูชิงว่า "แมวป่าตัวน้อย" จากนั้นก็ส่งข้อความให้คนชื่อเอมิลี่: "โอนเงินเข้าบัญชีฉันหมื่นสองทุกเดือน"
เมื่อเอมิลี่แผนกเลขาลู่ซื่อกรุ๊ปได้รับคำสั่งจากเบื้องบน ก็รู้สึกงงกับตัวเลขหมื่นสองนิดหน่อย
เถ้าแก่พิมพ์ศูนย์ขาดไปอีกหลายตัวหรือเปล่า?
ใช่ เถ้าแก่น่าจะพิมพ์ศูนย์ขาดไปอีกหลายตัว อย่างน้อยก็น่าจะสิบสองล้านถึงจะถูก
เอมิลี่รีบตอบกลับ: "ค่ะ เถ้าแก่"
MANGA DISCUSSION