เธอคบกับลู่หรงเยียนมาไม่ถึงเดือน แต่กลับเคยชินเสียจนกลัวว่าจะสูญเสียมันไป
ซูชิงเดินไปมาในห้อง เมื่อเธอกำลังจะออกไปหาลู่หรงเยียน กลับเจอว่านหยางเข้ามาพอดี
“คุณซู คุณจะไปไหนเหรอครับ?” ว่านหยางรู้จักสังเกตได้ดี “ทำไมสีหน้าดูไม่ดีเลยล่ะครับ”
“จะไปห้องน้ำน่ะ” ซูชิงโกหก “รู้สึกไม่สบายท้องนิดหน่อย”
เธอพยายามซ่อนมัน
พอได้โกหกไปแล้ว ก็จำเป็นต้องโกหกเพื่อปกปิดมันไปอีกนับไม่ถ้วน
เหมือนกับปั้นหิมะ ที่ยิ่งปั้นก็จะยิ่งใหญ่
มีว่านหยางอยู่ด้วย ซูชิงเลยทำได้แค่ไปเข้าห้องน้ำ เธอมองตัวเองในกระจก และสีหน้าเธอก็ดูไม่ดีจริงๆ
ซูชิงถอนหายใจและเตรียมใจเอาไว้
ถ้าลู่หรงเยียนรู้ว่าเธอเคยมีลูกแล้วรับไม่ได้ขึ้นมา เธอก็จะปล่อยไป
ซูชิงอยู่ในห้องน้ำสักพัก คิดเรื่องที่จะพูดได้ก็กลับเข้ามาในห้อง เห็นว่าลู่หรงเยียนกลับเข้ามาแล้วและกำลังเก็บข้าวของอยู่
หัวใจของซูชิงก็ชาวาบ ดูท่าเขาคงจะรู้แล้ว เลยเก็บของเพื่อเตรียมเลิกกับเธอเร็วขนาดนี้?
“ลู่หรงเยียน” ซูชิงรวบรวมความกล้าจ้องไปที่แผ่นหลังของลู่หรงเยียน “ฉันรู้ว่าหากเป็นคนอื่นก็ไม่มีใครรับได้ ถ้าคุณอยากจะเลิก…”
“เก็บของหมดแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะ” ลู่หรงเยียนหันกลับมาด้วยใบหน้าเปื้อยิ้ม “ชิงชิง คุณดูว่ายังมีอะไรลืมเก็บหรือเปล่า”
ซูชิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย “ลู่หรงเยียน นี่คุณ…”
หรือว่าจะไม่เลิก?
“หมอบอกว่าร่างกายคุณไม่มีปัญหาอะไรและออกจากโรงพยาบาลได้” ลู่หรงเยียนยิ้มก่อนเอ่ย “ผมทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้แล้ว เรากลับบ้านกัยเถอะ”
กลับบ้าน?
ซูชิงไม่มีบ้าน
เธอจะกลับบ้านที่ไหนกันล่ะ
บ้านตระกูลซู?
หรือบ้านเช่า?
“น่าจะเก็บหมดแล้วล่ะ” ลู่หรงเยียนเห็นซูชิงยืนอึ้งก็ยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาจูงมือเธอ “ไปกันเถอะ!”
ซูชิงมองเขา “ลู่หรงเยียน หมอได้พูดอะไรอีกไหม?”
“อะไรงั้นเหรอ?” ลู่หรงเยียนมองเธอด้วยรอยยิ้ม
หรือว่าลู่หรงเยียนยังไม่รู้?
หรือหมอไม่ได้พูด?
ซูชิงคิดว่าหมออาจจะเก็บความเป็นส่วนตัวของคนไข้ บางทีลู่หรงเยียนอาจไม่รู้จริงๆ
หลังจากผ่านเรื่องเมื่อกี้ ซูชิงก็รู้ว่าไม่มีความลับบนโลกนี้ ยังไงก็ต้องรู้ไม่ช้าก็เร็ว จะดีกว่าไหมหากปลีกตัวออกมาในตอนที่ความรู้สึกยังไม่หยั่งลึกไปมากกว่านี้
ซูชิงดึงมือออกด้วยหัวใจที่เต้นเร็ว เธอประหม่าแต่ใบหน้าก็ยังดูสงบ “ลู่หรงเยียน ฉันมีเรื่องอยากจะบอกคุณ เมื่อห้าปีก่อน…”
“เอาน่า” ลู่หรงเยียนขัดจังหวะก่อนจะยิ้มและเข้าโอบกอดเธอ “ต่อไปมีผมอยู่ด้วย รับรองว่าจะไม่ให้คุณต้องเข้าโรงพยาบาลอีก”
ลู่หรงเยียนลูบผมซูชิงอย่างรักใคร่ “ไปกัน”
ภายใต้สายตาที่อ่อนโยนของลู่หรงเยียน ซูชิงก็กลืนสิ่งที่เธอจะพูดลงคอ และเวลานั้นเองที่อาการดูถูกตัวเองก็ได้หยั่งรากลึก
เธอตระหนักได้ว่าระหว่างเธอกับลู่หรงเยียนมีรอยแยกกั้นอยู่ ซึ่งจะทำให้ทั้งสองแยกจากกันเมื่อไหร่ก็ได้
หลังจากขึ้นรถ ซูชิงก็ถาม “คุณว่านล่ะ?”
“เขามีธุระเลยไปก่อนน่ะ” ลู่หรงเยียนสตาร์ทรถ “ชิงชิง คุณหิวไหม ผมจะพาคุณไปทานข้าวก่อน”
“ไม่หิวเท่าไหร่ ฉันอยากกลับไปพักที่ห้องเช่าหน่อยน่ะ”
ซูชิงไม่ได้หิวจริงๆ ว่านหยางเองก็ส่งอาหารให้เธอแล้ว
“ได้สิ”
ลู่หรงเยียนเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
อาจจะเพราะกินยาเลยรู้สึกง่วง
นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่หรงเยียนมาที่บ้านเช่าของซูชิง เป็นอพาร์ตเมนต์แบบหนึ่งห้องนอน มีห้องนั่งเล่นเชื่อมกับห้องนอนและคั่นด้วยฉากกั้น ครัวก็อยู่ติดกัน บ้านทั้งหลังคงน้อยกว่า 30 ตร.ว.
ขนาดเล็กแต่กลับอบอุ่นมาก
อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน
ลู่หรงเยียนที่นั่งอยู่บนโซฟาเหลือบมองซูชิงผ่านช่องว่างฉากกั้น
เมื่อเห็นว่าซูชิงผล็อยหลับไป ลู่หรงเยียนก็ใจสั่นพร้อมเดินเข้าไปใกล้
ซูชิงนอนหลับยังไม่สนิท ได้ยินเสียงลู่หรงเยียนเดินเข้ามาใกล้และยังรู้สึกเตียงยุบตัวลง
ลู่หรงเยียนขึ้นเตียงและเมื่อเธอลืมตาขึ้น ใบหน้าของลู่หรงเยียนก็อยู่ใกล้เพียงเอื้อมแล้ว
หัวใจของซูชิงเต้นระรัว ใบหน้าก็ร้อนผ่าว “คุณ ทำอะไรน่ะ?”
ลู่หรงเยียนจ้องมองเธอลึกลงไป ยกมือขึ้นปัดผมปรกหน้าผากของเธอออกเบาๆพร้อมพูดด้วยเสียงที่นุ่มนวลและน่าหลงใหล “ชิงชิง มีลูกให้ผมเถอะนะ”
ก่อนหน้านี้ลู่หรงเยียนไม่เคยคิดจะมีลูกมาก่อน ผู้ชายที่ตัดสินใจที่จะมีลูกนั่นคือเป็นการตัดสินใจเลือกผู้หญิงคนนี้แล้ว
หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่เกือบสูญเสียซูชิงไป ลู่หรงเยียนถึงได้คิดเรื่องนี้ออก
บ้านที่อบอุ่นเหมือนจะขาดอะไรไป
ซูชิงตกตะลึงและมองไปที่ลู่หรงเยียนอย่างประหลาดใจ ในขณะเดียวกันความกลัวก็หลั่งไหลออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ทำไมจู่ๆลู่หรงเยียนถึงพูดถึงลูก?
“มี มีลูกเหรอ?”
มุมปากลู่หรงเยียนกระตุกยิ้มเล็กน้อยแถมยังฉายแววมาดร้าย “เรามีลูกสาวที่สวยและอ่อนโยนเหมือนคุณดีกว่า”
เธออ่อนโยนตรงไหนกัน?
เธอไม่ใกล้กับคำว่าอ่อนโยนสักนิด
ซูชิงสบตาอย่างจริงจัง ใจก็เกิดรู้สึกผิด
เธอเบือนหน้าหนี ทั้งใบหน้าราบเรียบ “ยังเร็วไป ฉันยังไม่อยากมีลูก”
ลู่หรงเยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกผิดหวังแต่หลังจากที่นึกได้ว่าเพิ่งคบกันได้ไม่นานและซูชิงเองก็ยังไม่ได้เปิดใจให้เขาอย่างเต็มที่ด้วย
เขารีบร้อนไปเอง
“โอเค ผมตามใจคุณ” ลู่หรงเยียนโอบกอดซูชิงโดยไม่พูดอะไร
ซูชิงที่อยู่ในอ้อมแขนของลู่หรงเยียนมองออกไปนอกหน้าต่าง ความกังวลและอาการดูถูกตัวเองก็เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ในวันต่อมา ซูชิงพักฟื้นที่บ้าน
ทุกวันลู่หรงเยียนจะซื้ออาหารมาให้ ทานอาหารด้วยกันและเดินเล่นด้วยกันอีก เห็นทั้งสองเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามัน แต่ลู่หรงเยียนรู้สึกได้ถึงความคลุมเครือว่าซูชิงกำลังออกห่างเขาและรักษาระยะห่าง
พักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
ซูชิงกลับมาทำงานที่บริษัท เพราะเรื่องสร้อยข้อมือก่อนหน้านี้ เธอเลยทำให้ทั้งเจิ้งหมิงจูและหลิวตงเคือง
ความสัมพันธ์ของหลิวตงและเจิ้งหมิงจูมีปัญหาและความฝันของหลิวตงในการเป็นเจ้านายใหญ่และลูกเขยก็ใกล้พังทลาย
ตอนนี้หลิวตงเกลียดซูชิง คอยหาอุบายหาเรื่องซูชิงทุกวันอย่างการให้ซูชิงทำงานโอทีจนถึงดึกดื่น
สร้อยข้อมือราคา 8 ล้านทำให้เพื่อนร่วมงานในบริษัทแอบเดาว่าซูชิงมีแฟนที่รวยจริงหรือเปล่า
เพื่อนร่วมงานต่างก็เป็นผู้สังเกตการณ์ ไม่เข้าใกล้ซูชิงมากเกินไปแต่ก็ไม่เหินห่างเกินไปเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายไม่หาเรื่องกัน นี่เป็นวิธีเอาตัวรอดในที่ทำงาน
ไช่จิ้งเหมยพูดแนะ “ซูชิง ถ้าเธอไม่อ่อนข้อกับผู้จัดการหลี่ก่อน เธอจะกลายเป็นเป้าหมายทุกวัน มันจะใช้ชีวิตยากนะ”
“ไม่เอาด้วยหรอก” ซูชิงรู้ดีว่าต่อให้เธอจะอ่อนข้อก็ไร้ประโยชน์ แถมเธอก็ไม่ผิด ก็จะไม่อ่อนข้อแน่
ไช่จิ้งเหมยถอนหายใจก่อนเอ่ยถาม “ซูชิง แฟนเธอทำงานอะไรเหรอ?”
นี่ไม่ใช่คนแรกที่มาสอบสวนเรื่องแฟนของซูชิง ซูชิงเคยได้ยินข่าวลือของบริษัทหลายครั้งแล้ว
ซูชิงรู้ความคิดของไช่จิ้งเหมยก่อนจะยิ้ม “ก็แค่คนธรรมดาที่ขับแกร็บ”
ไช่จิ้งเหมยไม่เชื่อ “ซูชิง ไม่บอกความจริงแม้แต่กับฉันด้วยเหรอ ไม่คิดว่าฉันเป็นเพื่อนสินะ วันนั้นฉันก็อ้อนวอนเพื่อเธอนะ”
ซูชิงยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันไม่ได้โกหกเธอนะ นี่คือความจริง”
เธอเองก็เห็นไช่จิ้งเหมยพูดเพื่อเธอ เธอเลยบอกความจริง
ไช่จิ้งเหมยยู่ปาก “คนขับแกร็บจะซื้อสร้อยข้อมือราคา 8 ล้านได้เหรอ?”
“นั่นเป็นของเกรดดี ไม่ใช่ของจริงซะหน่อย” ซูชิงยิ้ม “อาจเพราะของฉันเลียนแบบได้ดีกว่าของเจิ้งหมิงจูก็เลยมองไม่ออกน่ะ”
ของปลอมเกรดดีโผล่มา ก็แสดงว่าต้องมีเกรดที่ดีกว่านั้น
ไช่จิ้งเหมยถามอย่างสงสัย “ถ้าอย่างนั้นแฟนเธอไปซื้อจากไหนแล้วราคาเท่าไรกัน?
“ฉันไม่รู้ว่าจะซื้อจากไหนหรอก ไว้ฉันจะถามให้ ไม่แพงแค่ไม่กี่ร้อยหยวน”
เมื่อเห็นว่าใกล้เวลาเลิกงาน ซูชิงก็ส่งงานที่ทำเสร็จแล้วใหไช่จิ้งเหมย “วันนี้ฉันมีธุระ ไปก่อนนะ ไม่งั้นเดี๋ยวโดนผู้จัดการหลี่รั้งให้ทำโอทีอีก รบกวนเธอช่วยส่งให้หน่อยนะ”
หลังจากอยู่ดึกมาหลายวัน ในที่สุดซูชิงก็คว้าโอกาสต่อกรกลับ
เธอได้บอกไว้แล้วว่าเธอจะได้คิดบัญชีฉินซู่ฉินคืน
ซูชิงออกจากบริษัทก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาซูเต๋ออาน “พ่อ คืนนี้ทานข้าวด้วยกันเถอะค่ะ ฉันมีวิธีที่จะแก้ปัญหาเรื่องทุนของบริษัท”
ประโยคหลังเป็นเรื่องที่ซูชิงพูดไร้สาระล้วนๆ
เธอจะไปหาวิธีจากไหนได้ ทั้งหมดที่เธอต้องการคือหลอกให้ซูเต๋ออานออกมาดูละครดีๆเท่านั้น
MANGA DISCUSSION