กู้เค่อหยิงมองการแสดงออกที่เย็นชาของเหลิ่งหมิงอันก่อนจะดึงจมูกของเขาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียที่โศกเศร้า : "แต่ฉันคิดถึงคุณนี่คะ เหลิ่งเซ่าถิงเย็นชามาก ฉันไม่รู้จะเข้าหาเขายังไงเลย เดทกับเขาก็ไม่ได้น่าสนใจอะไรเลยด้วย เขาเอาแต่อ่านหนังสือเช็คเอกสาร ฉันไม่อยากคบกันเขาเลยจริงๆนะคะ!"
แรกๆที่เธอพบเหลิ่งเซ่าถิงนั้น ความเย็นชาของเหลิ่งเซ่าถิงก็ดึงดูดเธอเหมือนกัน แต่เมื่อนานๆเข้าความเย็นชาของเหลิ่งเซ่าถิงก็ทำเอาเธอนั้นท้อทันที ถึงแม้ว่ากู้เค่อหยิงไม่ใช่คนขี้เล่นอะไรแต่เธอก็ทนไม่ได้ที่จะคบกับคนน่าเบื่ออย่างเหลิ่งเซ่าถิงได้หรอก ถ้าเทียบกันแล้ว เหลิ่งหมิงอันที่คบกับเธอตอนที่เธอเรียนอยู่ต่างประเทศนั้นเข้ากันกับเธอและเข้าใจเธอมากกว่าอีก
เหลิ่งหมิงอันหรี่ตามองกู้เค่อหยิงก่อนจะพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน : "แต่ผมไม่ใช่ว่าที่ทายาทตระกูลเหลิ่งนะครับ"
เหลิ่งหมิงอันพูดถึงตรงนั้นเขาก็ขมวดคิ้วแล้วมองไปที่กู้เค่อหยิง ก่อนจะถอนหายใจอย่างจนปัญญา : "นอกซะจากว่าคุณจะทำให้ผมกลาายเป็นทาญาติของตระกูลเหลิ่ง"
กู้เค่อหยิงมองหน้าเหลิ่งหมิงอัน ก่อนจะพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน "ถ้าฉันช่วยคุณ คุณจะแต่งงานกับฉันมั้ยคะ?"
เหลิ่งหมิงอันขยับเข้าใกล้กู้เค่อหยิง กอนจะพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ : "คุณเคยได้ยินที่โบราณเขาว่ามั้ย ที่ว่าน้องแต่งเมียมั้ย? หลังจากที่พี่ชายตาย น้องชายก็สามารถคบกับพี่สะใภ้ต่อได้ ถ้าตอนแรกๆผมยังไม่แต่งกับคุณ มันก็ไม่ผิดศิลธรรมนะในบางที่"
ในขณะที่เหลิ่งหมิงอันกำลังพูดอยู่นั้นเขาส่งสายตาพร้อมกับยกยิ้มให้เธอที่ทำเอาคนมองนั้นหลงไหล เขาใช้น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำของเขาพูดต่อ : "ผมอยากคบกับคุณจริงๆนะ แต่ผมต้งการความช่วยเหลือจากคุณ ดังนั้นคุณจะต้องอดทนนะครับ วันที่เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่ามีความสุขมันอีกไม่นานแล้ว"
กู้เค่อหยิงถูกคำพูดของเหลิ่งหมิงอันนั้นทำเอาเธอรู้สึกวูบวาบไปหมด สายตาของเธอพร่ามัวไปหมด จนเหลิ่งหมิงถังนั้นเดินจากไป เธอถึงได้สติกลับมา เธอนึกถึงตอนที่เธอกับเหลิ่งหมิงอันแอบเดทด้วยกัน ทั้งๆที่รู้ว่าเธอจะต้องแต่งงานกับคนในตระกูลเหลิ่ง แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาก็ไม่ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ทักษะการจูบของเหลิ่งหมิงอันนั้นดีมากๆ เพียงแค่จูบเดียวของเขาก็สามารถทำให้ร่างกายทั้งร่างของเธอนั้นอ่อนระทวยลงได้ กู้เค่อหยิงไม่อจจะคิดถึงมันเลยว่าถ้าเธอได้คบกันกับเหลิ่งหมิงอันอย่างเป็นทางการแล้วล่ะก็ เธอจะนั้นจะมีความสุขมากขนาดไหน
เหลิ่งหมิงอันก้าวออกไปไม่กี่ก้าว เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความเบื่อหน่าย เขาเป็นคนเล้าโลมเก่ง แต่เขาก็เบื่อหน่ายพวกผู้หญิงที่ถูกเขาเล้าโลมเช่นกัน มีเพียงผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นที่เวลาที่เธอต้องเผชิญหน้ากับเขาเธอจะไม่หลงเล่ห์เหลี่ยมของเขา แต่เธอนั้นจะยิ่งเกลียดเขามากกว่าเดิม
"เจี่ยนอี๋นั่ว……." เหลิ่งหมิงอันขมวดคิ้วขึ้นก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆพร้อมกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายในของเขา
ตอนแรกเหลิ่งหมิงอันมีแผนที่จะพาเจี่ยนอี๋นั่วออกจากคุกในช่วงนี้ แต่เกิปัญปัญหาขึ้นกับเขาก่อน คุณนายเหลิ่งเอาแต่กลั่นแกล้งเขาอยู่อย่างนี้ จนทำให้เขารู้สึกหนักใจ จนไม่มีกำลังที่จะไปสนใจเรื่องของเจี่ยนอี๋นั่วเลย เหลิ่งหมิงอันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อไหร่เขาจะมีโอกาสได้เจอกันกับเจี่ยนอี๋นั่ว
และเจี่ยนอี๋นั่วที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆที่เกี่ยวข้องกันกับตระกูลเหลิ่งแล้วนั้นจะมีอิสระภาพที่จำกัด แต่มันก็ทำให้ชีวิตของเธอในแต่ละวันนั้นมากกว่าเมื่อก่อน เมื่อกลับมาอยู่ในเรือนจำอีกครั้ง ชีวิตในเรือนจำของเธอนั้นก็น่าเบื่อมากกว่าเดิม ถึงแม้ว่าเธอจะมีลูกน้อย แต่เจี่ยนซวงลูกสาวของเธอนั้นไม่ได้อยู่อย่างสุข ดังนั้นเจี่ยนซวงนั้นจะเป็นเหมือนของเล่นที่เหล่านักโทษหญิงคอยเล่นและหยอกล้อด้วย
เจี่ยนซวงนั้นไม่ได้แปลกไปจากเด็กทั่วไป นอกจากเธอจะร้องไห้ตอนที่หิวนั้น เวลาอื่นๆเด็กน้อยก็ไม่นอน เพราะนักโทษหญิงต่างก็มาหยอกล้อจนหัวเราะไม่หยุด อีกทั้งเจี่ยนซวงก็งอแงติดใครเป็นพิเศษ เพียงแค่ให้นมเธอ เธอก็ให้กอดทันที
เยี่ยหมิงจูกอดเด็กน้อยเจี่ยนซวง ก่อนที่จะหัวเราะขึ้นมาอย่างอดใจไม่ไหว : "ยัยหนูคนนี้นี่ตะกละเสียจริง ไม่โตแล้วมั้งเนี่ย เอาขนมมาล่อสักสอสามชิ้นก็น่าจะโดนหลอกอุ้มไปแล้วนะเนี่ย"
เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วขึ้นมองไปที่เจ้าเด็กอ้วนที่เป็นลูกสาวของเธอก่อนจะถอนหายใจ : "ฉันก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน ไม่ต้องถึงกับเอาขนมมาล่อหรอก แค่ลูกอมก็น่าจะโดนหลอกอุ้มไปได้แล้วล่ะ"
เจี่ยนอี๋นั่วไม่เคยคิดถึงหน้าตาของลูกเธอที่เกิดขึ้นจากตัวเธอและเหลิ่งเซ่าถิง แต่เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอกับเหลิ่งเซ่าถิงนั้นจะมีลูกด้วยกัน เพราะว่าเหลิ่งเซ่าถิงนั้นทั้งเย็นชาและมีนิสัยที่ไม่เหมือนคนอื่น ตัวเธอเองก็ไม่นับว่าเป็นคนที่ไม่แยแสใคร แต่บุคลิกของเธอก็ไม่ถือว่าดีมากมายอะไร เด็กที่เกิดมากจากพวกเขาทั้งสองคนน่าจะคนเก็บตัวนะ
แต่ดูแล้วเจี่ยนซวงนั้นจะเป็นเด็กโง่ที่ไม่คิดอะไรมากอย่างนั้นเลย ไม่เหมือนลูกสาวของเธอกับเหลิ่งเซ่าถิงเลยแม้แต่ครึ่งเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะดวงตาของเจี่ยนชวนที่นับวันยิ่งเหมือนเหลิ่งเซ่าถิง คางกับปากไม่เหมือนเธอล่ะก็ เจี่ยนอี๋นั่วคงคิดว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นเด็กที่ถูกสลับตัวกับลูกเธอแน่
ราวกับว่าเจี่ยนซวงนั้นจะเข้าใจในสิ่งที่เจี่ยนอี๋นั่วผู้เป็นแม่พูด ก่อนที่จะหันหน้ามาทางเจี่ยนอี๋นั่ว ก่อนจะพูดคำว่า "พี" ขึ้นมา พร้อมกับฟองน้ำลายน้อยๆที่ออกมาด้วย เพื่อแสดงออกว่าเด็กน้อยไม่เห็นด้วย
เยี่ยหมิงจูกอกเด็กน้อยเจี่ยนซวงแน่นมากขึ้น ก่อนจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม : "ดูสิ ลูกเธอไม่ยินดีที่จะฟังเลย"
เจี่ยนอี๋นั่วมองดวงตาของเด็กน้อยที่เหมือนเหลิ่งเซ่าถังเกือบทั้งหมด ก่อนจะยกยิ้มอยากอดใจไม่ได้ ถึงแม้ว่าดวงตาของเจี่ยนซวงนั้นจะกลมมากกว่าเหลิ่งเซ่าถิงมาเล็กน้อย แต่หางตาของกลับยกขึ้นเหมือนกัน พร้อมกับขนตาที่ยาวดกดำเป็นแพ และคิ้วที่ดกยาวนั้น
หลังจากที่เธอมีลูกแล้วนั้น ดูเหมือนว่าเวลามันผ่านไปไวเอามากๆ เจี่ยนอี๋นั่วเห็นลูกน้อยเจี่ยนซวงตั้งแต่พลิกตัวได้ เดินเองได้ ฟันน้ำนมขึ้น จนพูดได้และเรียกคนอื่นๆว่าแม่เพื่อขอของกิน เหมือนเวลามันผ่านไปเพียงไม่นานแต่จริงๆแล้วมันกลับผ่านมาเป็นระยะเวลากว่าสามปีแล้ว
ถึงแม้เด็กน้อยเจี่ยนซวงในวัยสามขวบที่ได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมมาจากพ่อแม่นั้น แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เจี่ยนอี๋นั่วคิดไว้เลยว่าลูกน้อยจะสวยน่ารัก เจี่ยนชวงนั้นเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมที่ได้รับมาจากพ่อกับแม่อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งสำหรับนักโทษนั้นจะมองเจี่ยนชวงเป็นเด็กที่น่ารักน่าชัง และเติบโตมาเป็นเด็กตัวอ้วนกลมอย่าที่พวกเขาคิดไว้ไม่มีผิด
"คุณแม่ผู้คุมคะ หนูขออะไรกินหน่อยได้มั้ยคะ วันนี้เป็นวันเกิดของซวงซวง ซวงซวงไม่มีแม้แต่เค้กสักก้อนเลยค่ะ ซวงซวงน่าสงสารมากๆ" เจี่ยนซวงพูดขึ้น ก่อนจะยู่ปากแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
ผู้คุมนักโทษมองดูเด็กน้อยเจี่ยนซวง ก่อนจะหันหลังหยิบเค้กมาวางไว้บนมือของเจี่ยนซวง แล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า : "เอาไปกินนะ อย่าให้แม่ของหนูเห็นล่ะ ไม่อย่างนั้นแม่ต้องโดนดุอีกแน่"
เจี่ยนซวงรับเค้กมาด้วยความเศร้าใจก่อนจะพยักหน้าลง ก่อนจะแทะที่มุมเค้กไปคำนึง พร้อมกับทำหน้ามุ่ย : "คุณแม่ผู้คุมมีนมมั้ยคะ? ซวงซวงอยากดื่มค่ะ"
"โอ้ เกือบลืมไปเลย กินแค่เค้กได้ยังไงกัน เดี๋ยวคุณแม่คนคุมจะหยิบนมให้นะ!" เธอรีบหยิบเอานมก่อนจะยื่นให้เจี่ยนซวง
เจี่ยนซวงรับเค้กกับนมมาไว้ในอ้อมกอดตัวเอง เธอกระพริบตาก่อนจะเข้าไปในอ้อมอกของผู้ควบคุมนักโทษ : "คุณแม่ผู้คุมคือแม่ของซวงซวง ชีวินี้ซวงซวงจะไม่ลืมความเมตตาของคุณแม่นะคะ! ชาติหน้าซวงซวงจะเกิดมาเป็นลูกของคุณแม่ผู้คุมนะ"
ผู้คุมนักโทษยิ้มก่อนจะกอดเจี่ยนซวง ก่อนจะยิ้มแล้วพูดขึ้น "ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ยว่าซวงซวงจะมีมโนธรรมขนาดนี้"
"เจี่ยนซวง! หนูทานเค้กไปกี่ก้อนแล้วคะ? กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เจี่ยนอี๋นั่วที่เคยสัญญากับลูกว่จะเป็นแม่ที่ใจดีนั้นเมื่อเห็นว่าลูกน้อยขอของกินจากคนอื่นแบบนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะเสียงดังขึ้นมา
เจี่ยนอี๋นั่วนั้นประเมินความรับผิดชอบในการเป็นแม่ของเธอน้อยไป จะให้ยิ้มให้ลูกอย่างเดียวได้ยังไงกันล่ะ เด็กอย่างเจี่ยนซวงน่ะ ถ้าเอาแต่หยอกล้อยิ้มด้วยอย่างนั้นล่ะก็ เด็กน้อยจะได้ใจเกินไป
"ไอ้หย่า ไปว่าลูกแบบนั้นได้ยังไงกัน ซวงซวงเป็นเด็กดีจะตายไป ต้องตามใจสิ"
"ก็ใช่ไงคะ ซวงซวงมานี่เลยค่ะ หม่าม้าจะตามใจหนู ตรงนี้มีของกินอร่อยเยอะเลย กินเยอะๆนะคะ"
………….
ทุกครั้งที่เจี่ยนอี๋นั่วสอนลูกนั้นเหล่าแม่ๆทั้งหลายก็จะออกตัวปกป้องเจี่ยนซวงตลอด
เจี่ยนซวงมองไปที่คนเป็นแม่ที่ช่วยปกป้องเธอ ก่อนจะหันไปมองหน้าเจี่ยนอี๋นั่วผู้เป็นแม่แท้ๆที่เพิ่งดุเธอไป ถึงแม่ว่าเธอยังเด็ก แต่เจี่ยนซวงนั้นพบเจออะไรมากมายภายในเรือนจำก็แยกแยะสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เธอรีบโค้งคำนับผู้คุมนักโทษ ก่อนจะพูดขึ้นว่า "คุณแม่ผู้คุมคะ ดูเหมือนซวงซวงจะให้คุณแม่มาเป็นแม่แท้ๆของซวงซวงไม่ได้แล้ว แม่แท้ๆของหนูดุเกินไปค่ะ หนูต้องกลับไปแล้ว"
เพียงเจี่ยนซวงพูดจบก็เดินออกไปหาเจี่ยนอี๋นั่วทันที ก่อนจะมองหน้าเจี่ยนอี๋นั่วแล้วพูดขึ้นว่า : "หนูผิดไปแล้วค่ะหม่าม้า หม่าม้าอย่าโกรธนะคะ ถ้าหม่าม้าโกรธ หนูจะปวดใจมากๆ"
เป็นเพราะเจี่ยนซวงนั้นโตในเรือนจำ ได้พบเจอกับคนจำนวนมากจึงทำให้เธอพูดอย่างคล่องแคล่ว และพูดได้เร็ว ตอนนี้ปากเล็กของเธอนอกจากจะกินแล้วก็กินแล้ว ก็ยังพูดไม่หยุดอีกด้วย ตอนแรกที่เจี่ยนซวงออดอ้อนเจี่ยนอี๋นั่วนั้น เจี่ยนอี๋นั่วก็ใจอ่อนกับคำพูดของลูกสาว ไม่เพียงเท่านั้นใบหน้าของเธอก็แดงไปหมด เธอรู้สึกว่าถึงแม้ว่าลูกสาวจะกินเยอะแล้วก็ไม่สนใจเรื่องอะไรเท่าไหร่ แต่เด็กน้อยเจี่ยนซวงลูกสาวของเธอนั้นรู้เรื่องมากๆ แต่คำพูดเหล่านี้ที่ทำให้เธอใจอ่อนนั้น ฟังมาแล้วกี่สิบรอบเธอก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นคำพูดที่ลูกสาวเอาไว้เล้าโลมเธออยู่ดี!
เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วแล้วมองไปที่เจี่ยนซวง ก่อนที่จะถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม : "หม่าม้าถามหน่อยค่ะ วันนี้หนูกินเค้กไปกี่ชิ้นแล้ว?"
เจี่ยนซวงดึงเสื้อของตัวเองเพื่อปกปิดท้องน้อยที่นูนขึ้นของเธอ ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้น เมื่อเจี่ยนซวงเห็นการแสดงออกที่เคร่งขรึมของเจี่ยนอี๋นั่ว เจี่ยนซวงก็ยกนิ้วอ้วนๆของตัวเองขึ้นมาอีกหนึ่งนิ้ว สุดท้ายแล้วเจี่ยนชวงก็ถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะยกนิวขึ้นมาสี่นิ้วอย่างจำใจ จมูกของเธอแดงก่อนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วพูดว่า : "สี่ค่ะ หนูกินเค้กไปสี่ชิ้นแล้ว"
"จริงหรอคะซวงซวง?" เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วมองเจี่ยนซวง พร้อมกับถามเธอด้วยเสียงเข้ม
เจี่ยนซวงเม้มปากก่อนจะก้มหัวลง แล้วสูดจมูกพร้อมกับพูดขึ้นว่า : "หกชิ้นค่ะ แต่ว่าเป็นเค้กก้อนเล็กๆนะคะหม่าม้า เท่าฝ่ามือของหนูเองนะ"
เจี่ยนซวงพูดก่อนจะยกนิ้วอ้วนของเธอขึ้นมาก่อนจะทำท่าว่าเค้กที่เธอกินเข้าไปนั้นมันเล็กขนาดไหน แม้แต่ตัวเธอก็หดจนเหลือตัเท่าลูกชิ้นด้วย
จากนั้นเจี่ยนซวงก็เงยหน้าขึ้นมามองท่าทีของเจี่ยนอี๋นั่ว ก่อนจะรีบพูดขึ้นมาว่า : "หม่าม้าคะ หนูรักหม่าม้านะคะ"
เจี่ยนอี๋นั่วมองหน้าเจี่ยนชวงคนเป็นลูก ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเข้ม : "รู้ว่าตัวเองกินเยอะแบบนี้แล้วจะเป็นยังไง?"
"หนูจะมีความสุขค่ะ!" เจี่ยนซวงพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเอิ้กอ้าก
เจี่ยนอี๋นั่วถอนหายใจพร้อมกับระงับความโกรธของตัวเอง แล้วถามด้วยน้ำเสียงเข้มว่า : "แล้วยังไงต่อคะ……"
"แล้วหนูจะปวดท้องค่ะ…….." เจี่ยนซวงก้มหน้าลงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด
เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วขึ้น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ; "แต่หนูก็ยังกินอีก"
เจี่ยนซวงกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะพูดกับเจี่ยนอี๋นั่วด้วยเสียงเบาของเธอ : "วันนี้เป็นวันเกิดของซวงซวงนี่คะ เลยกินไปหลายชิ้น หนูยอมทนปวดท้องก็ได้ค่ะ ซวงซวงเป็นเด็กที่แข็งแกร่งมากๆ ไม่กลัวว่าจะปวดท้องหรอกค่ะ"
"เรื่องความแข็งแกร่งเขาไม่ได้วัดกันตรงนี้นะคะ!" เจี่ยนอี๋นั่วจนปัญญาจึงได้แต่ถอนหายใจ
MANGA DISCUSSION