เช้าวันต่อมา ก่อนจะออกไปทำงานมนตรีก็ถามความคืบหน้าจากลูกสาว แต่พอรู้ว่ายังไม่คืบหน้าไปไหนเลย มนตรีก็เครียดหนักและล้มลง
“พ่อ…เป็นอะไรไปคะ” หล่อนรีบประคองบิดานั่งบนเก้าอี้และถามอย่างเป็นห่วง
“นี่ข้าคงต้องติดคุกตอนแก่จริงๆ สินะ”
“พ่อ…ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก มัทจะพยายามให้มากขึ้น”
“มันไม่ทันแล้ว วันจันทร์หน้าคุณไบรอันก็ต้องเอาบัญชีของจริงไปให้คุณแมทธิวดูแล้ว ถ้าคุณแมทธิวรู้ว่าเงินหายไป ข้าไม่รอดแน่ๆ ข้าคงต้องตายในคุก…” มนตรีคร่ำครวญ
“ไม่พ่อ…มัทไม่ยอมให้พ่อติดคุกหรอก”
“แล้วแกจะทำยังไง จะยอมติดคุกแทนข้าหรือไง”
“มัท…มัทจะไปหาพี่ไมค์อีกครั้ง”
“ข้าว่าไปหาเสี่ยสมบูรณ์ดีกว่า ยังไงซะถ้าเอ็งยอมเป็นเมียเสี่ย เอ็งจะสบายไปทั้งชาติ พ่อก็จะสบายไปด้วย”
“มัททำแบบนั้นไม่ได้หรอกพ่อ”
คำปฏิเสธของหล่อนทำให้บิดาน้ำตาไหลออกมา ซึ่งหล่อนรู้สึกผิดบาปเหลือเกิน
“งั้นก็รอให้ข้าตายในคุกก็แล้วกัน”
“ไม่นะพ่อ…มัทจะทำให้สำเร็จ”
“แล้วเอ็งจะทำยังไง เห็นทำมาตั้งหลายครั้งแล้วก็เหลวทุกรอบ”
“มัทรู้มาจากลัลดาว่าพรุ่งนี้พี่ไมค์จะไปประชุมที่ต่างจังหวัด มัทจะตามไป แล้วก็จะรีบทำให้พี่ไมค์รักมัทให้เร็วที่สุด”
“จะสำเร็จเหรอ”
“ต้องสำเร็จสิพ่อ พี่ไมค์ไม่ได้เกลียดมัท ยังไงซะถ้ามัทสารภาพรักกับพี่ไมค์ตรงๆ พี่ไมค์คงไม่ปฏิเสธมัทหรอก”
“งั้นก็ตามใจ แต่ต้องทำให้สำเร็จนะ เพราะเราไม่มีเวลาแล้ว”
“ค่ะพ่อ”
สีหน้าของบิดาค่อยดีขึ้นเล็กน้อย “งั้นข้าไปทำงานก่อนนะ หยุดมาสองวันแล้ว เดี๋ยวถูกไล่ออก”
“ค่ะพ่อ เดินทางดีๆ นะคะ”
พ่อของหล่อนเดินออกไปจากบ้านแล้ว สีหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มแห่งความหวังของหล่อนก็ค่อยๆ จางลงเช่นกัน น้ำตาไหลซึมขอบตาจนล้นทะลักไหลออกมาตามแก้มนวล
มัทนาแอบเดินทางตามเมสันมาที่ต่างจังหวัดโดยไม่ให้ชายหนุ่มรู้ เพราะตั้งใจจะแสดงให้เขาเห็นว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญกับการที่หล่อนมาเจอเขาที่นี่
“พี่ไมค์…มาได้ยังไงคะเนี่ย”
เมสันที่เพิ่งเลิกประชุมและกำลังจะกลับเข้าพักที่โรงแรมเลิกคิ้วประหลาดใจเมื่อเห็นมัทนาตรงหน้า
“น้องมัท…มาเที่ยวหรือครับ”
“ค่ะ มัทมาเที่ยว ว่าแต่พี่ไมค์มาเที่ยวเหรอคะ” หล่อนรู้อยู่เต็มอกว่าเขามาทำงาน แต่ก็จำต้องตีเนียนถามหน้าซื่อๆ ออกไป
“พี่มาทำงานน่ะครับ”
“ดวงเราสองคนนี่สมพงศ์กันจังเลยนะคะพี่ไมค์”
เมสันระบายยิ้มและยกมือขึ้นลูบศีรษะของมัทนาอย่างเอ็นดู “ว่าแต่น้องมัทมาเที่ยวกับใครครับ”
“อ๋อ…มาคนเดียวค่ะ”
“มาคนเดียว?”
ความแปลกใจบนใบหน้าของเมสันทำให้มัทนาต้องรีบสรรหาคำมาแก้ตัว
“คือเพื่อนมัทจะตามมาสมทบวันพรุ่งนี้น่ะค่ะ”
เมสันพยักหน้ารับน้อยๆ “งั้นวันนี้น้องมัทก็เหงาแย่สิครับ”
“ไม่เหงาแล้วล่ะค่ะ เจอพี่ไมค์แล้วนี่คะ” แล้วหล่อนก็สอดมือเข้าไปคล้องแขนของเมสัน “เย็นนี้ขอมัทดินเนอร์กับพี่ไมค์สักมื้อได้ไหมคะ”
เมสันหัวเราะเบาๆ “ได้สิครับ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ งั้นเดี๋ยวหกโมงเย็นเจอกันนะครับ อ้อ ว่าแต่น้องมัทพักที่ไหนครับ”
“พักที่นี่แหละค่ะ”
เมสันทำหน้าประหลาดใจอีกครั้ง “จริงหรือครับ ไม่น่าเชื่อเลย”
“จริงสิคะ ชั้นเจ็ดห้อง 7819 ค่ะ”
คราวนี้สีหน้าของเมสันประหลาดใจยิ่งขึ้น “ทำไมบังเอิญขนาดนี้ครับ ห้องพี่ก็ 7820”
“สงสัยเป็นเพราะว่าดวงของเราสองคนสมพงศ์กันมั้งคะพี่ไมค์”
คนตัวเล็กยิ้มกว้างอย่างประจบประแจง เมสันส่ายหน้าน้อยๆ อย่างอ่อนอกอ่อนใจ
“งั้นพี่ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวเย็นๆ เจอกัน”
“อุ๊ย…มัทก็จะขึ้นไปบนห้องพอดีเลยค่ะ เราไปด้วยกันนะคะ” หล่อนเกาะแขนเมสันไม่ยอมปล่อย
“ครับ”
มัทนาฉีกยิ้มกว้าง ขณะเกาะแขนเมสันเดินหายเข้าไปในลิฟต์ตัวใหญ่ของโรงแรมสุดหรู
“โอเค ฉันเข้าใจแล้วแก อืมๆ ฉันจะทำอย่างที่แกแนะนำก็แล้วกัน ขอบใจมากนะนัตตี้”
มัทนาวางโทรศัพท์มือถือลงกับโต๊ะเครื่องแป้ง ขณะจ้องเงาของตัวเองที่สะท้อนออกมาจากกระจกบานใหญ่ตรงหน้า ผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งที่บรรจงแต่งตัวอย่างงดงามเพื่อที่จะคุกเข่าขอความรักจากผู้ชายโปรไฟล์เลิศคนหนึ่ง ผู้ชายที่เฝ้าตามรักมาเนิ่นนาน นานจนตอนนี้ชักเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่า สิ่งที่รู้สึกกับเขามันใช่ความรู้สึกฉันท์ชู้สาวอย่างที่เคยเข้าใจหรือเปล่า
แต่หล่อนไม่มีทางเลือกใดอีกแล้ว จำต้องเดินหน้าเพราะความอยู่รอดของบิดารออยู่
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง และฝืนยิ้มกับกระจกตรงหน้า
“สู้ๆ มัท”
หญิงสาวให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะขยับเท้าเดินออกไปจากห้องพัก แม้ตลอดเส้นทางเดินจะพยายามฝืนยิ้มแค่ไหน ในแต่หัวใจกลับกำลังสับสนกระวนกระวายจนน่าตกใจ
“ทำไมต้องคิดถึงคนบ้าอย่างนายแมทธิวด้วยนะ บ้าจริง หยุดคิดๆ มัท อย่าไปคิดถึงหมอนั่น…”
แต่ถึงแม้จะร้องสั่งตัวเองดุเดือดสักแค่ไหน เจ้าความทรมานแสนคลุ้มคลั่งก็ยังกัดกินก้อนเนื้อในอกไม่ยอมรามือ หล่อนรู้สึกเจ็บ จุก และทรมานเหลือเกิน
“คนบ้า หล่อนบ่นพึมพำไปตลอดทาง ขณะมุ่งหน้าไปยังภัตตาคารหรูภายในโรงแรมตามที่เมสันส่งข้อความมาบอก
“เฮ้…น้องมัท ทางนี้ครับ”
เสียงเรียกของเมสันทำให้หล่อนหลุดพ้นจากบ่วงมารของความคิดน่าสะอิดสะเอียนได้ชั่วขณะ หล่อนรีบตั้งสติและหันไปมองตามต้นเสียงที่ได้ยิน
“พี่ไมค์”
หล่อนปรับสีหน้า ฝืนยิ้ม และรีบเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว บริกรรีบเลื่อนเก้าอี้ให้ หล่อนกล่าวขอบคุณและนั่งลงข้างๆ ชายผู้เป็นเป้าหมาย
“พี่ไมค์มานานแล้วเหรอคะ”
“ไม่นานหรอกครับ ว่าแต่น้องมัทเถอะ ดูเหมือนเดินใจลอยนะครับ”
“เอ่อ…ไม่ได้ใจลอยนี่คะ” หล่อนรีบแก้ตัว แล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนาในทันที
“หิวจังเลยนะคะ พี่ไมค์หิวไหมคะ”
เมสันระบายยิ้มน้อยๆ “พี่ยังไม่หิวเท่าไหร่หรอกครับ แต่ก็กินได้ ว่าแต่น้องมัทจะกินอะไรดีครับ เดี๋ยวพี่สั่งให้”
“ขอบคุณมากค่ะพี่ไมค์” หล่อนยิ้มหวานให้เมสัน ก่อนจะหยิบเมนูขึ้นมาเปิดดูรายการอาหารอย่างตั้งใจ จนไม่ทันสังเกตว่ามีใครอีกคนเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วย
“สปาเกตตีหอยลายผัดฉ่าค่ะ แล้วพี่ไมค์ล่ะคะ…”
หล่อนชะงักค้าง คำพูดที่เหลือถูกกลืนกลับเข้าไปในลำคอจนหมด เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของแมทธิวที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
“อ้อ พี่ลืมบอกไปว่านายแมทก็มากับพี่ด้วย”
สองแก้มนวลแดงระเรื่อเมื่อเห็นสายตารู้ทันของแมทธิวที่มองจ้องมา หล่อนหลบสายตา และไม่พูดอะไรออกมาอีก ซึ่งแมทธิวเองก็ไม่ได้ทักทายอะไรหล่อนเช่นกัน
“นายหิวหรือยังล่ะแมทธิว ถ้าหิวก็สั่งเลยนะ”
“ครับ”
แมทธิวรับคำสั้นๆ เขายอมรับว่าแปลกใจไม่น้อยที่เห็นมัทนาที่นี่ แต่พอเห็นแล้วก็เดาได้ไม่ยากว่าหล่อนมาที่นี่ทำไม และมาเพื่อจุดประสงค์อะไร
ทำไมเขาจะต้องรู้สึกแปลบในอกด้วยนะ ทั้งๆ ที่เขาไม่ควรจะรู้สึกยินดียินร้ายกับการกระทำของมัทนาเลยด้วยซ้ำ กรามแกร่งขบกันแน่น มือใหญ่คว้าแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มอึกใหญ่
“ผมขอตัวก่อนนะครับพี่ไมค์” เขาลุกขึ้น
“อ้าว ไม่กินข้าวด้วยกันก่อนหรือ แมทธิว”
แมทธิวส่ายหน้าน้อยๆ ไม่แม้แต่จะปรายตามองมัทนาที่กำลังมองเขาอยู่
“ไม่หิวน่ะครับ”
“นายจะกลับห้องหรือ”
แมทธิวส่ายหน้าอีกครั้ง “ผมจะออกไปเที่ยวแถวๆ นี้น่ะครับ มีผับเด็ดๆ เยอะแยะเลย”
“ไอ้คนมักมาก” คนที่นั่งนิ่งอยู่ยั้งปากเอาไว้ไม่ทัน
“มันไม่ใช่เรื่องของเธอ” แมทธิวสวนกลับด้วยเสียงเย็นชา ก่อนจะเอ่ยกับพี่ชาย “ผมไปก่อนนะครับ ไว้เจอกันพรุ่งนี้ตอนเช้า”
“อืม แล้วอย่าเมาหัวราน้ำล่ะ พรุ่งนี้ต้องไปประชุมพร้อมพี่”
“ครับ”
พ่อคุณตอบรับคำของพี่ชาย ก่อนจะรีบเดินจากไป หล่อนมองค้อนตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยความหมั่นไส้
“คนบ้า จะทักทายสักคำก็ไม่มี”
หล่อนหันกลับมา กระแทกลมหายใจแรงๆ ด้วยความโมโห เกลียดตัวเองนักที่ต้องมาหงุดหงิดง่ายๆ เพราะผู้ชายอย่างแมทธิว
“น้องมัทเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“เอ่อ…เปล่าค่ะพี่ไมค์” หล่อนฝืนยิ้ม แม้ในอกจะยังคงกรุ่นไปด้วยความโกรธก็ตาม
“งั้นพี่สั่งอาหารเลยนะครับ”
“ค่ะ”
เมสันเรียกบริกรมารับรายการอาหาร ในขณะที่หล่อนยังคงหน้าหงิก เพราะในหัวเต็มไปด้วยเรื่องของแมทธิวเต็มไปหมด
“ไอ้คนบ้า ทำไมถึงไม่เคยรู้จักพอสักทีนะ”
“น้องมัทว่าอะไรนะครับ”
“เอ่อ…เปล่าค่ะพี่ไมค์ ไม่ได้ว่าใครเลยค่ะ” หล่อนฝืนยิ้มให้เมสัน และสลัดศีรษะเบาๆ เพื่อเรียกสติ “เอ่อ…พี่ไมค์คะ”
“ครับ?”
หญิงสาวสูดลมหายใจรวบรวมความกล้า ก่อนจะตัดสินใจพูดมันออกไป
“คือมัท…” หล่อนอึกอัก ในขณะที่เมสันมองมาอย่างสนใจใคร่รู้ “มัท…มีเรื่องสำคัญจะบอกพี่ไมค์ค่ะ”
“ว่ามาสิครับ พี่รอฟังอยู่” เขาอมยิ้มน้อยๆ มองหล่อนอย่างเอ็นดู
“พี่ไมค์…ยังไม่มีแฟนใช่ไหมคะ”
หล่อนเห็นเมสันนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะระบายยิ้มให้กับหล่อนเช่นเดิม
“ยังครับ และพี่ก็ไม่เคยคิดจะมีใครใหม่ด้วย”
“แล้ว…ถ้ามัทจะบอกพี่ไมค์ว่า…” หล่อนอึกอักอีกครั้ง และรวบรวมความกล้าสุดชีวิต “มัทรักพี่ไมค์”
เมสันหัวเราะเบาๆ พลางเอื้อมมือมากุมมือเล็กของมัทนาเอาไว้ บีบแผ่วเบา ซึ่งจังหวะนั้นแมทธิวที่เปลี่ยนใจเดินกลับเข้ามาอีกครั้งเห็นเข้าพอดี เขาชะงักงัน
“มัทรักพี่ไมค์จริงๆ นะคะ ได้โปรดแต่งงานกับมัทเถอะค่ะ”
แม้จะไม่ได้ยินชัดถ้อยชัดคำนัก แต่แมทธิวก็พอจับใจความได้ไม่ยาก กรามแกร่งขบกันแน่น ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินออกไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“น้องมัทแน่ใจหรือครับว่ารักพี่ฉันท์ชู้สาวจริงๆ”
“ทำไม…พี่ไมค์ถามแบบนี้ล่ะคะ”
“มัทหึงพี่กับผู้หญิงคนอื่นบ้างไหม”
“ก็…หึงบ้างไม่หึงบ้างค่ะ”
เมสันระบายยิ้ม ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ “แล้วภาพของพี่ในหัวของมัทตอนนี้ มีมากแค่ไหน”
มัทนาอึ้งไป ก่อนจะถามออกมาเสียงเบาหวิว “ทำไมพี่ไมค์ถามมัทแบบนี้ล่ะคะ มัทรักพี่ไมค์นะคะ รักมาตั้งนานแล้วด้วย”
“น้องมัทแค่ชื่นชมพี่ ก็คงเหมือนกับที่เด็กสาวๆ ชื่นชมดารานักร้องชายนั่นแหละ”
“ไม่ใช่นะคะพี่ไมค์…มัท…”
“ในสายตาของพี่ น้องมัทคือน้องสาวคนหนึ่ง และคงไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้”
คำตอบประโยคนี้ของเมสัน ทำให้มัทนารู้ทันทีเลยว่าตัวเองทำงานไม่สำเร็จ น้ำตาแห่งความเสียใจร่วงหล่นอาบแก้ม แต่ภายใต้หยาดน้ำตานั้นกลับมีความโล่งใจซ่อนอยู่
“มัท…เข้าใจแล้วค่ะพี่ไมค์” หล่อนขยับตัวลุกขึ้นยืน “งั้นมัท…ขอตัวก่อนนะคะ”
“น้องมัทจะไปไหนครับ”
“มัทขอตัวไปเดินเล่นน่ะค่ะ ขอตัวนะคะพี่ไมค์”
หล่อนรีบหมุนตัวและเดินออกไปทันที เมสันมองตามไปด้วยสายตาไม่สบายใจนัก
MANGA DISCUSSION