“จะรีบไปไหนล่ะครับ คุณมัทนาคนสวย”
แมทธิวก้าวมาขวางหน้าเอาไว้ และในระยะชิดใกล้เช่นนี้ ก็ทำให้มัทนาแทบหยุดหายใจ กลิ่นกายเซ็กซี่หอมเย้ายวนจากเรือนร่างทรงพลังทำให้หล่อนปั่นป่วนไปทั้งจิตวิญญาณ หล่อนกวาดตามองเขาตลอดทั้งตัวอย่างลืมตัว ก่อนจะพบว่าเทพบุตรเดินดินมีอยู่จริงๆ และตอนนี้ก็กำลังยืนทำหน้าเยาะหยันใส่หล่อนอยู่ในขณะนี้ไง
หล่อนเม้มปากแน่น พยายามควบคุมสติของตัวเอง ก่อนจะร้องถามพระเจ้าในใจว่า ทำไมแมทธิวจะต้องดูดี และหล่อเหลาขนาดนี้ด้วย แล้วทำไมจะต้องมีผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจหล่อนด้วย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ เพื่อรวบรวมสติ
“ฉันจะไปเข้าห้องน้ำค่ะ”
หล่อนเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาแผ่วเบาปานลมหายใจ ขณะที่ภายในกายกำลังปั่นป่วนราวกับถูกพายุคลั่งพัดเข้าใส่ ไม่น่าเชื่อเลยว่าหล่อนจะหวั่นไหวกับเสน่ห์ทางเพศของผู้ชายตรงหน้ามากมายขนาดนี้ มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ตั้งแต่วันนั้นที่ถูกเขาจูบใช่ไหม…
ใช่…มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้นแหละ และหล่อนก็ไม่อาจลืมความใกล้ชิดนั้นได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
แก้มนวลแดงระเรื่อสลับซีดขาว “คุณคงไม่คิดจะตามไปหรอกใช่ไหมคะ”
หล่อนหมุนตัวจะเดินไป แต่แขนถูกคว้าเอาไว้ “อย่าเพิ่งไปสิครับ อยู่คุยกันก่อน”
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนาย” หล่อนบิดแขนตัวเองแรงๆ แต่ไม่หลุด “นี่ปล่อยฉันนะ”
แมทธิวไม่ปล่อย แถมยังดึงร่างของหล่อนเข้าไปกอดแนบอกอีกต่างหาก ท่ามกลางความตกใจของเอกรินทร์
“ทำไมจะต้องสะดีดสะดิ้งด้วยล่ะ ในเมื่อเราสองคนไม่ใช่แค่คนรู้จักกันสักหน่อย จริงไหม”
“ไอ้คนบ้า นี่นายพูดบ้าอะไรเนี่ย” หล่อนต่อว่าเขา ก่อนจะหันไปมอง เอกรินทร์ และส่ายหน้าพยายามจะอธิบาย “มันไม่ใช่อย่างที่เขาพูดนะคะคุณ เอกรินทร์ ฉันไม่ได้…”
“พอมีเป้าหมายใหม่ ก็ลืมลูกค้าเก่าอย่างฉันเลยนะ มัทนา”
“ไอ้คนบ้า! นี่อย่ามาพูดพล่อยๆ นะ” มัทนาทั้งโกรธทั้งอับอายจนแทบจะเอาหน้ามุดพรมเช็ดเท้า
“อ้อ ลืมบอกไป ฉันไปตรวจโรคมาแล้วนะ ไม่ใช่เอดส์อย่างที่ฉันเป็นกังวล ดังนั้นเธอก็คงยังไม่ได้เป็นเอดส์ แต่ระวังๆ เอาไว้หน่อยก็แล้วกันนะ ถ้ารับแขกมากขึ้นแล้วแขกไม่ใส่ถุง สักวันเธออาจจะพลาดติดเชื้อมาก็ได้”
แล้วคนตัวโตก็ปล่อยมือจากร่างของหล่อน ก่อนจะหันไปพูดกับ เอกรินทร์ด้วยน้ำเสียงคล้ายกับเห็นใจ
“ผมก็เห็นเราเป็นผู้ชายเหมือนกันก็เลยอยากจะเตือนเอาไว้น่ะครับ ถ้าอยากนอนกับผู้หญิงคนนี้ ใส่ถุงสักสามชั้นน่าจะรอดนะครับ”
“ไอ้คนบ้า!”
“พอพูดความจริงเข้าหน่อยทำเป็นรับไม่ได้ เอาเถอะตามสบายนะ เดินหาเหยื่อในงานได้เลย หวังว่าเธอจะได้เงินไปทำนมใหม่สมใจ” แล้วคนพูดก็หัวเราะร่วนขบขัน ในขณะที่หล่อนอับอายจนแทบอยากจะหยุดหายใจ
หล่อนกำมือแน่น หันมองรอบๆ ตัวก็เห็นทุกสายตาจับจ้องมองมาด้วยความขยะแขยง หล่อนร้องไห้ออกมา เสียใจ ปวดร้าว และแสนจะอับอายที่สุดในชีวิต
หล่อนเลื่อนสายตามองหน้าหล่อจัดของคนก่อเรื่อง ก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าเขา
“แมทธิว…”
“ว่าไงครับ”
เปรี้ยง!!!
กำปั้นเล็กๆ แต่หนักเอาการซัดเข้าใส่ปลายคางหยักของเขาเต็มแรง เขาหงายหลังเกือบล้ม
“ฉันเกลียดนาย ไอ้สารเลว!”
แล้วเจ้าของหมัดเล็กแต่หนักมากก็รีบวิ่งหนีออกไป ระหว่างทางก็สะดุดล้มเพราะไม่ชินกับรองเท้าที่สวมใส่ หล่อนค่อยๆ กัดฟันลุกขึ้น ถอดรองเท้าทิ้ง วิ่งเท้าเปล่าหนีออกไปจากงานเลี้ยงทั้งน้ำตา สองหูก็ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาตลอดเวลา
แมทธิวยืนมองผลงานของตัวเองด้วยสายตาไม่สบายใจ เขาก็แค่ไม่ต้องการให้ผู้ชายคนอื่นมายุ่งกับมัทนา ลืมคิดไปสนิทเลยว่าสิ่งที่พูดออกไปมันจะทำให้หญิงสาวต้องอับอาย
“คุณเอกรินทร์ครับ ที่ผมพูดเมื่อกี้นี้ เป็นเรื่องเข้าใจผิดนะครับ มัทนาเธอไม่ได้มีอาชีพอย่างว่า เธอเป็นคนดีครับ”
เขาแก้ข่าวให้หล่อน และกำลังจะวิ่งออกไป แต่เอกรินทร์พูดขึ้นเสียก่อน
“งั้นผมก็จีบเธอได้แล้วน่ะสิครับ”
“ไม่ได้ครับ เพราะเธอมีเจ้าของแล้ว” สีหน้าของแมทธิวดุดัน “ขอตัวนะครับ ผมต้องตามไปดูเธอ”
แล้วแมทธิวก็ไม่ฟังเสียงเรียกของเอกรินทร์อีก เขารีบวิ่งตามมัทนาออกไปด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะมาพบหญิงสาวนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ที่ใต้ต้นไม้ด้านข้างของโรงแรม
เขาถอนหายใจเบาๆ อย่างสำนึกผิด ขณะเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าหล่อน และยื่นผ้าเช็ดหน้าสีเข้มให้
“เช็ดน้ำตาซะ”
คนที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นแมทธิว ผู้ชายใจร้าย ก็รีบปัดทิ้งอย่างเจ็บใจ
“ไปให้พ้นเลยนะ”
“ไม่ไป จนกว่าเธอจะรับผ้าเช็ดหน้าไปซับน้ำตาเสียก่อน ดูสิ หน้าตายังกับยัยเพิ้งแล้วตอนนี้น่ะ”
“แล้วมันเพราะใครกันล่ะ” หล่อนเงยหน้ามองคนตัวโตอย่างโมโห
“ก็ใครใช้ให้เธอไปจับมือถือแขนกับไอ้หมอนั่นล่ะ”
“แล้วมันเรื่องอะไรของนาย นั่นมันมือของฉันนะ” หล่อนแหวกลับเสียงเจ็บปวด
แมทธิวอึ้งไป นั่นสิ…เขาไปยุ่งกับหล่อนทำไม มัทนาจะจับมือ หรือจะจูบกับใครก็ช่างหล่อนปะไร ไม่เห็นเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด
“ก็เธอจะมาเป็นพี่สะใภ้ฉันไม่ใช่หรือ”
ทั้งคู่สบตากันนิ่ง
“ฉันก็ไม่อยากให้พี่สะใภ้ของฉันทำตัวฉาวโฉ่เสียหายยังไงล่ะ นี่แหละเหตุผลของฉัน”
มัทนายิ้มเยาะด้วยความน้อยใจ “ก็ไหนว่าไม่ต้องการให้ฉันเป็นพี่สะใภ้ยังไงล่ะ”
“แน่นอน ฉันไม่เคยต้องการให้เธอมาเป็นพี่สะใภ้ของฉัน แต่ถ้าหากฉันเลือกไม่ได้ ฉันก็ต้องคอยเป็นหูเป็นตาแทนพี่ไมค์ จริงไหม เพราะผู้หญิงอย่างเธอมันเผลอไม่ได้ ชอบอ่อยผู้ชายไปทั่ว”
“นายไม่มีสิทธิ์มาว่าฉันแบบนี้นะ แมทธิว”
หล่อนพรวดพราดลุกขึ้นยืน แต่เพราะข้อเท้าแพลงก่อนหน้าแล้ว ทำให้เสียหลักจะล้มคะมำไปข้างหน้า โชคดีที่มีร่างของแมทธิวขวางเอาไว้อยู่ ทำให้หล่อนมีที่พักพิง
สองร่างแนบชิดกัน ก่อนที่แมทธิวจะรีบดันร่างอรชรออกห่าง และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน
“เห็นไหม ขนาดกับผู้ชายที่เธอเกลียดขี้หน้าอย่างฉัน เธอยังอ่อยแล้วอ่อยอีกเลย”
“ฉันเจ็บขา ฉันไม่ได้อ่อย”
“อย่าคิดว่าฉันตามมารยาล้านแปดเล่มเกวียนของเธอไม่ทัน”
“ถ้ามองฉันเลวนัก ก็ไปให้พ้นหน้าเลยไป อย่ามายุ่งกับฉัน ทิ้งฉันเอาไว้ตรงนี้แหละ”
“ฉันก็ไม่เคยอยากยุ่งกับเธอหรอกนะ แต่นี่เห็นแก่ที่ว่าพ่อของเธอเป็นพนักงานเก่าแก่ ฉันเลยไม่อาจเพิกเฉยกับยัยผู้หญิงใจแตกอย่างเธอได้”
“นายแมทธิว!”
“ไม่ต้องขึ้นเสียงกับฉันเลย นี่ผ้าเช็ดหน้า ซับน้ำตาซะ”
เขายื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้อีกครั้ง แต่หล่อนสะบัดหน้าหนี “อย่ามายุ่งกับฉัน ไปให้พ้น”
“ก็บอกให้เอาผ้าไปเช็ดน้ำตาไง เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิด หาว่าฉันรังแกเธอล่ะแย่เลย”
หล่อนจ้องหน้าเขาอย่างโมโห “คงไม่มีใครกล้าว่าเทพบุตรอย่างนายหรอกมั้ง ไปให้พ้น”
เมื่อเห็นหญิงสาวยังคงดื้อแพ่งไม่ยอมทำตาม เขาจึงกระชากร่างบอบบางเข้ามาปะทะอก ก่อนจะค่อยๆ เอาผ้าเช็ดหน้าในมือซับน้ำตาให้ตามแก้มนวลทั้งสองข้าง
“นี่นาย…ทำอะไรน่ะ”
หัวใจสาวตุ้มๆ ต่อมๆ จนน่าแปลกใจ กับสัมผัสแผ่วเบาของผู้ชายใจร้ายปากร้ายตรงหน้า
“อยู่เฉยๆ เถอะน่า”
หล่อนจำต้องยืนนิ่งๆ นิ่งมากๆ จนแทบได้ยินเสียงเต้นของหัวใจตนเองเลยทีเดียว
“เอา เสร็จแล้ว”
เขาเช็ดน้ำตาของหล่อนจนแห้ง ก่อนจะยัดผ้าเช็ดหน้าใส่มือของหล่อน
“เอามาให้ฉันทำไม”
“ซักแล้วก็เอามาคืนฉันด้วย” เขาสั่งเสียงยียวน
“ฉันจะเอาไปทิ้งขยะ”
“ก็ลองดูสิ ถ้าทำแบบนั้นเมื่อไหร่ ฉันจะตามไปเผาบ้านเธอ”
เขาพูดจบก็ย่อตัวลงช้อนร่างของหล่อนขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่าง กะหันทัน
“นี่นายจะทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ”
“จะพาไปส่งบ้าน”
เขาว่าและก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยท่าทางมั่นคง
“ฉันกลับเองได้ นี่ปล่อยนะ”
“กลับเอง?” เขาหรี่ตามอง ก่อนจะยิ้มเยาะ “คิดหรือว่าจะถึงบ้านน่ะ น่าจะถึงสวรรค์ข้างทางก่อน”
“ไอ้คนบ้า ไม่มีใครชั่วแบบนายหรอกนะ”
แมทธิวส่ายหน้าน้อยๆ กับความพยศของสาวในอ้อมแขน เขาก้าวยาวๆ ตรงไปที่รถ และยัดร่างอรชรใส่เข้าไปข้างในทันที
“อย่าลงมานะ ขี้เกียจวิ่งตาม”
หล่อนทำได้แค่เม้มปากแน่นสนิท และก้มหน้ายอมรับชะตากรรมของตัวเองอย่างไม่มีทางเลือก
ตลอดทางมีแต่ความเงียบงัน จนอดคิดไม่ได้ว่านั่งอยู่ในป่าช้าหรือว่าในรถหรูกันแน่
สักพักรถคันงามก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้านของหล่อน มัทนาควานหาที่เปิดประตู และกำลังจะลงไปจากรถ แต่แขนเรียวถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน
หล่อนเอี้ยวตัวมอง ก่อนจะพยายามบิดแขนตัวเองแรงๆ เพื่อให้เขาปล่อย แต่แมทธิวไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
“นายยังด่าว่าฉันไม่พอใช่ไหม”
“ฉันก็อยากจะ…ขอโทษเธอน่ะ”
คนตัวเล็กน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง แต่ก็พยายามที่จะหัวเราะออกมาคล้ายกับกำลังขบขัน
“ขอโทษทำไม ขอโทษเรื่องอะไร นายไม่เคยทำอะไรผิดนี่”
“ฉันขอโทษนะ ที่ทำให้เธอขายหน้าในงานเลี้ยงน่ะ ฉันจะไม่ทำมันอีกแล้ว”
แมทธิวรู้สึกผิดจริงๆ และก็เกลียดตัวเองนักที่ทำให้ผู้หญิงข้างกายร้องไห้เสียใจ
“แล้วมันชดเชยกับความอับอายของฉันได้ไหมล่ะ ป่านนี้ฉันคงถูกเมาท์สนุกปากไปแล้วว่าเป็นกะหรี่”
“มัทนา…ฉันขอโทษ”
น้ำตาไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้น ทั้งๆ ที่เพิ่งเช็ดแห้งไปด้วยผ้าเช็ดหน้าในมือ
“คงจะไม่มีผู้ชายดีๆ ที่ไหนสนใจฉันอีกแล้วล่ะ” มัทนาบิดแขนของตัวเองอีกครั้ง “ปล่อย ฉันจะเข้าบ้าน”
“ถ้าไม่มีผู้ชายคนไหนสนใจเธอเพราะเรื่องที่ฉันพูดออกไป ฉันจะรับผิดชอบการกระทำนั้นด้วยตัวของฉันเอง”
มัทนาเบิกตากว้างมองคนพูดอย่างแปลกใจระคนตกใจ ก่อนจะรีบผลุนผลันลงไปจากรถทันที
แมทธิวถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะบังคับซูเปอร์คาร์คันงามให้แล่นออกไปเช่นกัน
MANGA DISCUSSION