“ผมไม่ต้องการให้โครงการนี้ออกมาอย่างลวกๆ เพราะการเร่งงานของคุณ”
เฉียวชูเฉี่ยนที่พยายามรักษารอยยิ้มที่มุมปากเอาไว้ดูเหมือนจะเริ่มรักษาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว เธอเร่งปั่นงานขนาดนี้ไม่ใช่เพราะต้องการเงินรางวัลสักหน่อย หากทำเสร็จเร็วก็จะได้รีบๆ ออกห่างจากผู้ชายคนนี้ได้เร็วขึ้นต่างหากล่ะ
“ประธานเฉินวางใจได้ ฉันไม่ได้เร่งงานค่ะ แค่หวังจะเตรียมงานล่วงหน้าเอาไว้ให้ดีๆ เพื่อให้มีความคืบหน้าไปถึงขั้นตอนนั้นตามสัญญาอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนะค่ะ”
“เป็นเช่นนี้จะดีที่สุดครับ”
เมื่อเฉินเป่ยชวนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาจบลงก็โยนเอกสารที่เธอเพิ่งส่งให้เมื่อสักครู่ไปไว้ที่ด้านข้าง ไม่มีความคิดจะดูอีกเลย แววตาเขามองมาที่ตัวเธอ ริมฝีปากบางเม้มน้อยๆ บรรยากาศชวนอึดอัดเสียจนไม่รู้จะเอ่ยปากพูดอย่างไรดี
เฉียวชูเฉี่ยนที่รอพลิกแพลงตามสถานการณ์อยู่นาน พอไม่ได้ยินเขาพูดประโยคต่อไป จึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน “ประธานเฉินมาพบฉันมีเรื่องอะไรหรือคะ?”
เมื่อถูกถามถึงวัตถุประสงค์ในการมา ร่างสูงก็ขยับเล็กน้อย น้ำเสียงแหบพร่า “ก็จะมาถามเธอเกี่ยวกับความคืบหน้าในการปฏิบัติงานตามสัญญา”
เฉินเป่ยชวนโกหกหน้านิ่ง แต่แววตาเขากลับดูหงุดหงิดเล็กน้อย หลังจากที่ถูกวางสายเขาก็ขับรถมา Q&C โดยไม่ทันคิด จนกระทั่งมาให้เธอถามจนต้องสะดุ้งแบบนี้อย่างไรล่ะ
“ถ้าอย่างนั้นประธานเฉินก็นำเอกสารชุดนี้กลับไปพิจารณาก็ได้ค่ะ เรื่องน้อยใหญ่ในบริษัทเฟิงฉิงยังต้องผ่านความเห็นชอบจากประธานเฉินอยู่ ฉันไม่อยากจะยื้อเวลาอันมีค่าของคุณเอาไว้นะค่ะ”
เฉียวชูเฉี่ยนไม่คิดเลยว่าเขาจะให้เธอได้ปิดจบอย่างสวยงามเช่นนี้ เธอรีบยิ้มแล้วยื่นเอกสารให้เขาอีกครั้ง จะมาดูความคืบหน้าของงานไม่ใช่หรือ อย่างนั้นตอนนี้ก็ควรจะกลับได้แล้วสิ
“……”
เฉินเป่ยชวนที่เมื่อครู่ยังลดความเย่อหยิ่งในตัวลงก็เปลี่ยนมาคุกคามผู้อื่นด้วยความหนาวเหน็บ เขาเลิกคิ้วอย่างอันตราย “นี่คุณไล่ผมหรือ?”
“ประธานเฉินคิดมากไปแล้ว ฉันจะกล้าไล่ประธานเฉินได้อย่างไร……”
คำพูดสุภาพอย่างขอไปทีของเฉียวชูเฉี่ยนยังพูดไม่ทันจบ ปากน้อยๆ ก็ถูกเขาปิดผนึกอย่างเผด็จการ ทันทีหลังจากนั้นริมฝีปากเธอก็สัมผัสได้ถึงรสชาติเฉพาะตัวของเฉินเป่ยชวน เป็นรสชาติที่ไม่เคยลืมเลือน
ใจอยากปฏิเสธรสจูบที่ร้ายกาจและหยาบคายนี่ แต่ด้วยข้อจำกัดทางร่างกายจึงทำได้เพียงรับการเรียกร้องอย่างเผด็จการอย่างหลบเลี่ยงไม่ได้
ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นมาโดนจมูกเธอราวกับจะร้อนไปถึงหัวใจผ่านผิวหนัง เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
เฉียวชูเฉี่ยนกัดลิ้นซุกซนของเขาอย่างแรงโดยไม่หยุดหย่อน ทันใดนั้นก็มีกลิ่นคาวเลือดปนมากับลมหายใจ เธออยากจะให้ลิ้นเขาเจ็บปวดจะได้หยุดการกระทำ
แต่ไม่คาดคิด เขาเพียงขมวดคิ้วให้แน่นขึ้น ไม่เพียงไม่ปล่อยแขนทั้งสองข้าง แต่กลับกอดแรงขึ้น เธอกลัดกลุ้มใจเป็นอย่างมาก ตานี่ไม่เจ็บเลยหรือ เมื่อครู่นี้เธอกัดไปเต็มแรงจริงๆ นะ แล้วไม่ได้หยอกเย้าให้เขาเพิ่มความลุ่มลึกอะไรเสียหน่อย
เมื่อเพิ่มรสจูบให้ลึกซึ้งขึ้นก็ทำให้อากาศบริเวณช่วงอกเหลืออยู่น้อย ที่น่าตายกว่านั้นก็คือแขนทั้งสองของเขากอดร่างบางจนไม่เหลือช่องว่างให้เธอแม้แต่น้อย ร่างบางแนบสนิทประหนึ่งติดร่างหนาของเขาเรียบร้อยแล้ว
จนตัวเองเริ่มจะขาดอากาศหายใจอยู่แล้ว ริมฝีปากจอมเผด็จการถึงยอมถอนออกจากกลีบปากบาง ริมฝีปากเธอร้อนผะผ่าวราวกับถูกจูบจนปากบวม เฉียวชูเฉี่ยนทั้งโกรธทั้งหงุดหงิด จึงผลักร่างเฉินเป่ยชวนออก
“ประธานเฉิน ถ้าหากจะมาคุยงาน ฉันก็หวังว่าคุณจะมีท่าทีว่ามาคุยงานกันจริงๆ นะคะ”
ทำไมไม่ว่าเขาจะลงมืออย่างไรก็มักจะจูบเธออย่างรุนแรงอยู่เรื่อย
ระหว่างริมฝีปากและฟันยังหลงเหลือกลิ่นหอมหวานของเธออยู่ สีหน้าของเฉินเป่ยชวนดูดีกว่าเมื่อสักครู่นี้แล้ว โดยเฉพาะพอได้เห็นริมฝีปากที่ถูกจูบจนบวมแดงของเธอ แล้วยังมีสีเลือดจางๆ เหลือค้างอยู่ที่มุมปาก แม้หลักฐานจะดูทารุณไปสักหน่อย แต่ในใจเขากลับอ่อนยวบลงอย่างที่ไม่อาจบรรยายได้
“ผมไม่ชอบให้คุณเรียกผมว่าประธานเฉิน มันดูไม่จริงใจ”
ดูไม่จริงใจ?
เฉียวชูเฉี่ยนทั้งโมโหทั้งอยากหัวเราะ ถ้าจะให้เธอเรียกอย่างจริงใจ หรือจะให้เรียกเขาว่าเป่ยชวนอย่างจริงใจงั้นหรือ?
เธอปกป้องใจดวงนี้อย่างรอบด้านก็ยังถูกเขาทำให้พ่ายแพ้ลงได้ อย่าบอกนะว่าจะให้เผชิญหน้าอย่างหมดเปลือก?
ความจริงใจ ก็คือการเดินไปหาความตายนั่นเอง
“ถ้าอย่างนั้นฉันเรียกคุณว่า คุณเฉิน แล้วกันค่ะ”
“……”
น่าตายนัก เธอจงใจจะเรียกเขาแบบนี้ให้ได้สินะ!
แววตาที่จ้องมองมาทำให้เธอรู้สึกเป็นกังวล กลัวว่าหากเขาโกรธขึ้นมาจะบีบบังคับอะไรเธออีก แต่หลังจากนั้นก็ได้เสียงทุ่มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างจนใจ
“เฉี่ยนเฉี่ยน คุณไม่ใช่ละครฉากหนึ่งสำหรับผม ผมเพียงแค่……”
ริมฝีปากบางของเขาขยับเล็กน้อย ไม่รู้จะพูดประโยคนั้นอย่างไรดี เขาเพียงไม่อยากต้องสูญเสียเธอไป
เมื่อเจ็ดปีก่อน เขาเซ็นชื่อในหนังสือหย่าร้าง เจ็ดปีหลังจากนั้นเขาโมโหจนแทบจะฆ่าเธอให้ตาย ก็เป็นเพราะเขาไม่อยากสูญเสียเธอไป
“หากไม่มีเรื่องอื่น ฉันก็ไม่อยากทำให้คุณเฉินต้องเสียเวลา อีกอย่างฉันมีธุระที่จะต้องไปทำต่อด้วยนะค่ะ”
ในช่วงพริบตา จังหวะการเต้นของหัวใจที่คุ้นเคยก็เริ่มเต้นขึ้นอย่างไร้กฎเกณฑ์ เฉียวชูเฉี่ยนขัดจังหวะคำพูดของเขาอย่างไม่ต้องคิด จะใช่ละครฉากหนึ่งหรือไม่ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือเธอไม่กล้าที่จะคบหากับเฉินเป่ยชวนอีกต่อไป
เฉินเป่ยชวนขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้ง เขาทิ้งตัวลง แต่กลับไม่ได้รับคำตอบออย่างที่คิดไว้
“เฉียวชูเฉี่ยน ไม่ว่าคุณจะยินยอมหรือไม่ยินยอม คุณคือแม่ของลูกชายผม คุณก็ถูกกำหนดให้ต้องพัวพันกับผมอย่างไม่จบสิ้นตลอดไป”
เขารู้สถานะของจิ่งเหยียนแล้ว?
เฉียวชูเฉี่ยนมองเงาหลังของเขาที่เดินจากไปอย่างตกตะลึง เขาคิดว่าจิ่งเหยียนเป็นลูกของเธอกับลู่ฉีมาตลอดมิใช่หรือ?
เฉินเป่ยชวนเดินออกจากห้องทำงานของเธอ ฝีเท้าก็มาหยุดอยู่ที่ทำงานของเลขาหวัง
เลขาหวังที่เพิ่งมาถึงบริษัทสีหน้าดูแย่มาก เธอเอาแต่ก้มศีรษะตลอด เหมือนกำลังหวาดกลัวและหลบหนีอะไรอยู่
“เงยหน้าขึ้น”
น้ำเสียงเย็นเยือกดังอยู่เหนือศีรษะเลขาหวัง หัวใจราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ มือที่กำลังจับปากกาอยู่สั่นเทา ไม่กล้าเงยหน้าแต่ก็ไม่กล้าก้มศีรษะเช่นกัน
“ประธานเฉินคะ”
น้ำเสียงสั่นเทาดังออกมาจากปากเธอ เฉินเป่ยชวนจ้องมองผู้หญิงที่กำลังหน้าซีดอย่างเย็นชา “คุณก็คือเลขาหวังสินะ?”
ช่วยเฉินจิ้นถงวางยาผู้หญิงของเขา เคยคิดถึงจุดจบของตัวเองบ้างไหม?
“ฉัน…….ฉันเองค่ะ”
เลขาหวังตกใจจนพูดจาติดขัด พอเรื่องของรองประธานเฉินแดงขึ้นมาเธอก็รู้ว่าไม่ได้การแล้ว ยิ่งสองวันมานี้เธอจะทำสิ่งใดก็ใจลอยตลอด กลัวมีคนรู้ว่าเธอกับเฉินจิ้นถงมีข้อตกลงกัน โดยให้เธอวางยาลงบนแก้วน้ำของเฉียวชูเฉี่ยน
“ดีมาก ได้ยินว่าคุณคือเลขาที่ไม่เลวคนหนึ่ง”
เฉินเป่ยชวนยิ้มอย่างดูไม่ออกว่ากำลังดีใจหรือโมโหอยู่ คิดจะมาเป็นเลขาของบริษัท
เฟิงฉิงโดยผ่านการช่วยเหลือของเฉินจิ้นถง ผู้หญิงคนนี้ช่างโง่เสียจริง
“ประธาน…….เฉิน ฉัน…….”
เลขาหวังจะทนความหวาดกลัวได้อย่างไรกัน เธอตัวสั่นจนหมดท่าไปเสียแล้ว ตอนนี้เธอรู้ความผิดของตัวเองแล้ว อีกหน่อยจะไม่ทำอีกแล้ว
เธอรวบรวมความกล้าเตรียมจะยอมรับผิดและขอการให้อภัย แต่กลับพบว่าชายหนุ่มที่ทำให้เธอหวาดกลัวคนนั้นได้หมุนตัวเดินไปไกลแล้ว
“พี่หวัง วันนี้พี่เป็นอะไรหรือคะ? หรือจะหลงเสน่ห์ประธานเฉินจนหัวใจเต้นรัวเหมือนพวกเรากันคะ”
เลขาที่มาใหม่รีบเข้ามาหยอกล้อทันที แต่เธอกลับดูเหมือนไม่ได้ยิน ในใจมีอยู่ความคิดเดียวที่แจ่มชัดว่า เธอจบแล้ว
เฉียวชูเฉี่ยนได้ยินเสียงที่อยู่ข้างนอก ทำไมเมื่อครู่นี้เฉินเป่ยชวนต้องทำอย่างนั้นกับเลขาหวังด้วย
MANGA DISCUSSION