เมื่อสองสามวันก่อนเธอหวาดกลัวเป็นอย่างมาก โชคดีที่วันนี้คุณหมอบอกว่าจิ่งเหยียนฟื้นฟูได้ดีเยี่ยม สามารถเปลี่ยนจากอาหารเหลวมาเป็นอาหารปกติได้แล้ว ขอเพียงแค่รสชาติจืดสักหน่อยค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปก็พอแล้ว
“ผมอยากกินเสี่ยวหลงเปาครับ และก็เกี๊ยวกุ้ง หุนตุ้นด้วย” พักอยู่ในโรงพยาบาลมาหลายวัน เขาเบื่ออาหารเหลวที่อุดมไปด้วยโภชนาการที่โรงพยาบาลจัดสรรให้ตั้งนานแล้ว เมื่อได้ยินว่าตนเองสามารถเลือกอาหารเองได้ เจ้าตัวน้อยจึงรีบเอียงคอ อยากที่จะบอกชื่อของอาหารที่ตนเองชอบทานทั้งหมดไปเต็มทน
ท่าทางที่ไร้เดียงสาน่ารักทำให้เฉียวชูเฉี่ยนอดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้นพร้อมจับจมูกน้อย ๆ ของเขา “ได้ค่ะ แม่จะลงไปซื้อให้หนูเดี๋ยวนี้เลย”
บริเวณตรงข้ามของโรงพยาบาลมีร้านอาหารขนาดเล็กอยู่ไม่น้อย อาหารในโรงพยาบาลส่วนมากจะมีรสชาติจืดชืดเกินไป ผู้ป่วยรวมถึงญาติที่เข้าเยี่ยมต่างก็ไม่คุ้นชินกับรสชาติอาหาร ต่างก็พากันทยอยออกมาเดินยังถนนของกินฝั่งตรงข้ามทั้งนั้น
หลังจากที่ออกจากตึกใหญ่ของโรงพยาบาล ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะซื้อหลาย ๆ อย่างไปให้เจ้าตัวน้อยเสริมพละกำลังนั้น หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างอันสูงเพรียวเดินลงจากรถแท็กซี่ คนผู้นั้นใส่ทั้งหมวกทั้งผ้าปิดปากไว้หนาแน่น แถมในมือยังถือกระเป๋าขนาดใหญ่เอาไว้อีก ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็รู้สึกได้ว่าลึกลับยิ่ง
เมื่อรถแท็กซี่เห็นท่าทางของเฉียวชูเฉี่ยนจึงนึกว่าเธอต้องการจะเรียกรถออกไปจึงบีบแตรเรียกทันที เธอชักสายตากลับพร้อมส่งยิ้มแล้วส่ายหัวให้กับคนขับรถแท็กซี่ไป จากนั้นก็สาวเท้าเดินเร็ว ๆ ผ่านทางม้าลายไปยังถนนฝั่งตรงข้าม
หลินเฟยเอ๋อร์ดึงหมวกลงต่ำกว่าเดิม มือที่บีบกระเป๋าเห็นได้ชัดว่ามีความกระวนกระวายเป็นอย่างมาก ครั้นเมื่อนึกได้ว่าอีกไม่นานก็จะได้ครอบครองตำแหน่งคุณนายเฉินโดยไม่ต้องเป็นกังวลอันใดแล้ว จังหวะเท้าที่หวาดหลัวว่าจะลังเลจึงสาวอย่างเร็วขึ้นมา
เธอเดินอ้อมมายังลิฟต์ขนส่งที่ไว้ใช้สำหรับขนเวชภัณฑ์ หลังจากที่มองซ้ายมองขวาจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีคนจึงเข้าไปในลิฟต์อย่างรวดเร็ว นิ้วมือยื่นไปกดปุ่มชั้น 15
ไม่ถึงหนึ่งนาที เธอก็เดินออกจากลิฟต์ขนส่งแล้วเดินเลี้ยวเข้าไปยังห้องน้ำหญิงที่อยู่ข้าง ๆ ทันที
และอีกไม่นาน คนที่แต่งตัวเป็นนางพยายาลก็เดินออกมาจากข้างใน หมวกพยาบาลบนศีรษะแลดูบริสุทธิ์อย่างชัดเจน ใบหน้าน้อย ๆ ถูกผ้าปิดปากสีขาวคลุมเอาไว้ โผล่ออกมาเพียงดวงตาอันสวยงามครั้นมีพิษภัยอยู่หนึ่งคู่
“ฉันขอเสี่ยวหลงเปาหนึ่งเข่ง และหุนตุ้นหนึ่งชามค่ะ……”
เฉียวชูเฉี่ยนสั่งอาหารเบื้องหน้าเคาน์เตอร์ร้านอาหาร ครั้นไม่รู้ว่าเหตุใดเบื้องหน้าเธอจึงเอาแต่ปรากฏเป็นเงาร่างที่ลงจากรถแท็กซี่เมื่อสักครู่นี้ไม่หยุด มักรู้สึกว่าราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน อีกทั้งยังรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ ไป
ทั้งที่รูปร่างของหญิงสาวผู้นั้นผอมเพรียว ครั้นกลับสวมชุดที่ออกแบบโดยไม่มีเส้นเว้าโค้งเลยสักนิด ราวกับว่าจงใจที่จะปกปิดจุดเด่นบนร่างกายตนเองเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น
ทันใดนั้นเองภายในหัวเธอก็แวบความคิดหนึ่งขึ้นมา สีหน้าจึงซีดเซียวลงทันใด
“คุณผู้หญิง คุณยังจะสั่งอะไรอีก?”
เมื่อพนักงานเห็นว่าเธอยังสั่งอาหารไม่เสร็จจึงเอ่ยขึ้นเร่งรัด เนื่องจากด้านหลังยังมีลูกค้าอีกหลายคนกำลังเข้าแถวอยู่
สติถูกดึงกลับมาอย่างกะทันหัน เธอรีบหันหลับแล้ววิ่งออกไปข้างนอกอย่างเร็วโดยไม่มีแม้แต่เวลาตอบคำถาม
“เป็นบ้าหรือเปล่า เป็นคนบ้าที่หนีออกจากโรงพยาบาลหรือเปล่า” พนักงานบ่นพึมพำเสียงเบา จากนั้นก็รับออเดอร์อาหารจากลูกค้าที่อยู่ข้างหลังต่อ
เมื่อเฉียวชูเฉี่ยนนึกถึงความน่าจะเป็นที่เลวร้ายได้ เธอได้วิ่งพุ่งเข้าไปยังทางม้าลายทันทีโดยไม่สนใจรถที่กำลังแล่นผ่านไฟเขียวอยู่
“อยากตายหรือไงวะ !”
คนขับรถที่เหยียบเบรกอย่างแรงอดไม่ได้ที่จะยื่นหัวออกมาตะโกนด่าทอ เธอกลับวิ่งอย่างรวดเร็วไปยังโรงพยาบาลราวกับไม่ได้ยินอย่างไรอย่างนั้น
เธอวิ่งมาจนถึงลิฟต์ด้วยความรวดเร็ว ครั้นกลับถูกเจ้าหน้าที่ข้าง ๆ รั้งเอาไว้ “ขอโทษด้วยนะคะคุณผู้หญิง ลิฟต์พังค่ะ เจ้าหน้าที่ของเรากำลังซ่อมอยู่ข้างในค่ะ ถ้าคุณไม่รีบรอสักครู่นะคะ ถ้ารีบก็คงต้องเดินขึ้นบันไดข้าง ๆ แล้วแหละค่ะ”
เฉียวชูเฉี่ยนมองไฟแดงที่แสดงว่ากำลังซ่อมแซมอยู่ ความกระวนกระวายภายในใจจึงรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เมื่อสักครู่ตอนที่เธอลงมาลิฟต์ยังดี ๆ อยู่เลย เหตุใดแค่ไม่กี่นาทีลิฟต์จึงเสียได้ !
เธอจึงวิ่งไปยังบันไดที่อยู่ข้าง ๆ ตอนนี้แม้แต่หนึ่งนาทีเธอก็รอไม่ได้แล้ว
มือที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อของหลินเฟยเอ๋อร์สั่นเล็กน้อย เมื่อก่อนเธอต้องการที่จะกำจัดเด็กคนนั้น ครั้นกลับไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะต้องมาลงมือเองเช่นนี้ ทว่าตอนนี้เธอทำได้เพียงเสี่ยงอันตรายเองเท่านั้นแล้ว
เมื่อเจอห้องผู้ป่วยที่เซี่ยวเซิงบอก เธอมองทะลุกระจกข้างบนประตูสำรวจดูเงาร่างที่อยู่ข้างใน จากนั้นมุมริมฝีปากจึงผุดเป็นรอยยิ้มขึ้นมา
เดิมทีคิดว่ารอให้เฉียวชูเฉี่ยนไม่อยู่ก่อนแล้วค่อยลงมือ ครั้นคิดไม่ถึงว่าพระเจ้าจะช่วยเหลือเธอเช่นนี้ ภายในห้องผู้ป่วยมีเพียงเจ้าตัวน้อยผู้เดียว
มือจับไปยังที่บิดประตู พร้อมทั้งสูดหายใจเข้าลึก จากนั้นก็ผลักเปิดประตูเดินเข้าไป
“ซื้อกลับมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอครับ ?”
เฉียวจิ่งเหยียนนึกว่าของกินอร่อย ๆ กลับมาแล้ว ใบหน้าจึงปรากฏเป็นความดีใจขึ้นมาอย่างสุดขีด ครั้นหลังจากที่เห็นชัดว่าผู้ที่เดินเข้ามาเป็นนางพยาบาล ปากน้อย ๆ จึงมุ่ยขึ้นมา คุณน้าพยาบาลจะมาตรวจวัดอุณหภูมิเขาและเร่งรัดให้เขาทานยาสินะ
“คุณน้าพยาบาลครับ ทำไมวันนี้ถึงมาเร็วแบบนี้ล่ะครับ” ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้กินเสี่ยวหลงเปารสชาติโอชา เขาไม่อยากทานยาที่กระทบต่อความอยากอาหารเหล่านั้นแม้แต่น้อย
“คุณน้าพยาบาลมาฉีดยาให้หนูน่ะค่ะ อีกไม่นานหนูก็จะหายดีแล้ว”
ปากที่อยู่ภายใต้ผ้าปิดปากของหลินเฟยเอ๋อร์เปิดออกด้วยความกระวนกระวาย ถึงอย่างไรแม้นักแสดงจะรู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก ครั้นน้ำเสียงที่เปล่งออกมายังคงอ่อนโยนไพเราะอยู่ดี
เมื่อได้ยินว่าต้องฉีดยา เจ้าตัวน้อยที่อยู่บนเตียงจึงขมวดคิ้วขึ้นมา “เมื่อสองสามวันก่อนฉีดไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ ? ทำไมผมใกล้จะหายดีแล้วต้องฉีดยาอีกล่ะครับ ?”
เขากลัวการฉีดยาที่สุด ทุกครั้งที่ป่วยเมื่อเขาเห็นปลายเข็มก็จะรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
แววตาที่อยู่ข้างบนผ้าปิดปากนั้นมีความกระวนกระวายผุดขึ้นมา จากนั้นก็สงบลงอย่างรวดเร็ว “ก็เป็นเพราะหนูใกล้จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วไงคะ เพราะงั้นคุณน้าพยาบาลเลยมาฉีดยาให้หนูหนึ่งเข็ม เท่านี้หลังจากที่หนูออกโรงพยาบาลไปแล้วร่างกายก็จะฟื้นฟูได้เร็วยิ่งขึ้นนะคะ” เธอพูดไปพลางหยิบเข็มฉีดยาและตัวยาที่เตรียมเอาไว้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
ยาที่อยู่ข้างใน ใช้เพียงปริมาณเล็กน้อยก็สามารถทำให้เขาหายไปจากโลกใบนี้ได้แล้ว
“อย่างนั้นเหรอครับ ?” หัวคิ้วของเฉียวจิ่งเหยียนเต็มไปด้วยความสงสัย มีแบบนี้ด้วยหรือ ?
“แน่นอนสิจ๊ะ คุณน้าพยาบาลไม่โกหกหนูหรอกค่ะ”
น้ำเสียงของหลินเฟยเอ๋อร์นุ่มนวลราวกับเสียงน้ำไหล ปลายเข็มแทงเข้าไปในขวดยา จากนั้นก็ดูดยาที่อยู่ข้างในขึ้นมา “จิ่งเหยียนเด็กดี เจ็บแค่นิดเดียวก็เสร็จแล้วค่ะ”
แม้ว่าเฉียวจิ่งเหยียนจะขัดขืน ครั้นเมื่อนึกถึงว่าหลังจากที่ออกโรงพยาบาลไปแล้วตนจะไม่ต้องทานยาอีกแล้ว ร่างน้อย ๆ จึงนอนคว่ำลง จากนั้นก็ลากกางเกงของตนเองลงมาโดยไม่เต็มใจนัก เผยให้เห็นถึงก้นอันขาวนุ่ม
“คุณน้าพยาบาลครับ เบา ๆ หน่อยนะครับ”
กำปั้นน้อย ๆ กำแน่นขึ้นมา ดวงตาก็ปิดลงอย่างหวาดกลัว ครั้นยิ่งมองไม่เห็นก็ยิ่งกลัวมากกว่าเดิม รู้สึกว่าเมื่อเข็มนี้แทงลงไปแล้วจะต้องเจ็บปวดอย่างถึงที่สุดเป็นแน่
มือที่หยิบเข็มฉีดยาอยู่ของหลินเฟยเอ๋อร์สั่นคลอนอย่างควบคุมไม่ได้ รู้สึกกระวนกระวายจนต้องกลืนน้ำลายลง เธอเดินช้า ๆ เข้าไป สายตาจับจ้องไปยังผิวอันเนียนนุ่มนั่น “หนูไม่ต้องห่วงนะ น้าจะทำให้เบาที่สุดเลย”
สิ้นเสียง ปลายเข็มในมือของเธอก็แทงไปยังก้นของเฉียวจิ่งเหยียนทันที
สองขาของเฉียวชูเฉี่ยนไร้เรี่ยวแรง ครั้นกลับไม่สามารถหยุดวิ่งได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เธอกลัวว่าความน่าจะเป็นที่ตนเองคิดนั้นจะเป็นเรื่องจริง
ผู้หญิงคนนั้นคล้ายเงาของหลินเฟยเอ๋อร์ที่สุด
ฝ่ามือใหญ่ที่เหนื่อยหอบผลักประตูห้องผู้ป่วยออกอย่างแรง เธอจึงโล่งใจขึ้นมา
หลินเฟยเอ๋อร์ที่ใกล้จะฉีดยาสำเร็จแล้ว จึงต้องตกใจกับเสียงที่ดังขึ้นกะทันหันนี้ เธอรีบชักเข็มฉีดยาที่อยู่ในมือกลับทันที เฉียวจิ่งเหยียนจึงลุกขึ้นนั่ง เขาต้องให้หม่ามี๊ขอร้องคุณน้าพยาบาลสักหน่อย เขาไม่อยากฉีดยา
“หม่ามี๊”
“จิ่งเหยียน ยังดีที่ลูกไม่เป็นอะไร”
เฉียวชูเฉี่ยนเดินหน้าไป จากนั้นก็โอบกอดลูกชายเอาไว้ในอ้อมกอด ตนเองคิดมากไปแล้วจริง ๆ ที่คิดว่าหลินเฟยเอ๋อร์จะมาห้องผู้ป่วยทำร้ายจิ่งเหยียน
“หม่ามี๊ ของอร่อยที่ซื้อมาให้ผมล่ะครับ ?”
MANGA DISCUSSION