“คุณไม่ขยะแขยงหรือไง ?”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาของเขาทำให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำขึ้นมา เหยียนสือเซี่ยคิดอยากจะตบใบหน้าของเขาเต็มทน เธอก็แค่รู้สึกว่าคำพูดของหมอนี่ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างคนเลวกับคนปกตินั้นมีความน่าสงสัยเล็กน้อยเท่านั้น ใครอยากไปดูฉี่ของเขากัน
“ผมขยะแหยงเหรอ ? ก็มีคนเคยบอกผมว่าคนที่เป็นทนายอย่างพวกคุณเนี่ยต่างก็พูดจาพิธีรีตรองเอาหลักฐานมาคุยกัน หรือไม่พวกเรามาหาหลักฐานกัน แล้วคุณตัดสินอีกรอบว่าผมน่าขยะแขยงหรือเปล่า ?”
ทันใดนั้นร่างกายอันสูงใหญ่ของถังอี้ก็ก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว สองมือผลักไปข้างหน้าทำให้เธอไปพิงอยู่บนกำแพงโรงพยาบาลทันที สองแขนก็ล็อกเธอเอาไว้ซ้ายขวาให้อยู่ภายในช่องว่างอันแคบตรงกลาง
“ผมได้ยินมาว่าผู้หญิงชอบถูกจับกดกำแพงจูบ คุณอยากจะลองดูหน่อยไหม ?”
ระยะห่างที่แทบจะแนบชิดติดกัน ทุกครั้งที่หายใจเข้าก็รู้สึกถึงความผะอืดผะอม เหยียนสือเซี่ยพยายามทำให้ลมหายใจของตนเองสงบนิ่ง หางตาพลางแอบมองหน้าอกของตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กว้างจนเกินไปเดี๋ยวถูกหมอนั่นเอารัดเอาเปรียบได้
ครั้นสายตาของตนกลับกวาดไปมองคอเสื้อชุดสูทที่เปิดออกของเขา กระดูกไหปลาร้าที่มีลักษณะเฉพาะของผู้ชายเห็นเป็นเลือนราง ประกอบกับองศาของหน้าอกทำให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายเสน่ห์อันน่าหลงใหลของฮอร์โมนชาย คิดไม่ถึงว่าปีศาจจิ้งจอกอย่างหมอนี่จะมีรูปร่างที่ไม่เลวจริง ๆ
เมื่อรู้สึกถึงจุดสนใจของตนเองไปไกลแล้วนั้น จึงได้เบี่ยงหลบสายตาไปทางอื่น ครั้นก็พบว่านัยน์ตาสีทองอำพันของถังอี้กำลังมองเธอด้วยความกรุ้มกริ่มอยู่ ดวงตาดอกท้อที่ยกขึ้นนั้นมีความชั่วร้ายแอบแฝง คางอันมีรูปร่างก็ขยับขึ้นอย่างไม่ปกติ “พอใจในสิ่งที่เธอเห็นมากเลยใช่ไหม ?”
วิธีที่เขาถังอี้สยบผู้หญิงนั้นมีมากมายก่ายกอง ไม่เชื่อว่าจะสยบผู้หญิงคนนี้ไม่ได้
เหยี่ยนสือเซี่ยหัวใจเต้นระรัวขึ้น ลมหายใจก็เข้าออกผิดจังหวะ ใบหน้าของเธอแดงก่ำขึ้นมา อารมณ์ที่ทั้งตื่นเต้นเขินอายและโมโหปนเปกันอยู่ในสมองทันที มีความคิดที่ต้องการกัดลิ้นผุดขึ้นมาในหัว เหตุใดเธอจึงได้ถูกคนแบบนี้ดึงดูดได้นะ
“ใครใช้ให้คุณฉวยโอกาส และก็นายต่างหากที่ขาดำ !”
ใบหน้าของเหยียนสือเซี่ยแดงก่ำขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใครใช้ให้หมอนี่จับกดชิดกำแพงอยู่เรื่อยเลยเล่า
ครั้นจะว่าไป การจับจ้องเมื่อสักครู่นี้ของตนน่าจะถือว่าเป็นการระมัดระวังตัวเอง อย่างมากก็แค่ต้องชดเชยเฉย ๆ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทางอาญา
ดวงตาหมุนไปรอบ ๆ ตามสันชาติญาณ ก็ไม่เห็นกล้องวงจรปิดที่อยู่รอบด้านเลย เธอรู้สึกโล่งอกขึ้นมา ไม่มีพยานหลักฐานแม้แต่การชดเชยถังอี้ก็อย่าหวังว่าจะได้ เมื่อไม่มีสิ่งที่ควรเป็นกังวล เธอจึงกลับหลังหันเตรียมเดินออกไป ครั้นเพิ่งเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว ก็หันกลับมาคืน
“ที่รัก ขาเดียวก็พอแล้วมาอีกขาผมคงพิการจริง ๆ”
ถังอี้คุกเข่าอยู่บนพื้น พร้อมเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความน่าสงสาร ผู้ชายที่แข็งแกร่งก็มีจุดที่อ่อนแอรังแกไม่ได้เช่นกัน เหตุใดแรงเตะของผู้หญิงคนนี้จึงได้เหี้ยมโหดเช่นนี้ ?
“คุณเข้าข้างตัวเองให้มันน้อย ๆ หน่อย เฉี่ยนเฉียนบอกให้ฉันมาขอบคุณคุณ ถ้าไม่มีคุณจิ่งเหยียนก็อาจจะ……””
ถ้าหากจิ่งเหยียนเป็นอะไรไป เธอไม่กล้าจินตนาการเลยว่าเฉี่ยนเฉียนจะจิตตกจนถึงขนาดไหน เพราะฉะนั้นจะต้องขอบคุณถังอี้จริง ๆ
“……”
หลังจากที่มั่นใจแล้วว่าเธอจะไม่ทำร้ายร่างกายตนครั้งที่สอง บนใบหน้าของถังอี้จึงผุดรอยยิ้มอันเคอะเขินขึ้นมาเล็กน้อย ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้ช่วยเหลืออันใดเลย ผู้ที่ช่วยเหลือเฉียวชูเฉี่ยนตัวจริงเพิ่งออกจากห้องผ่าตัด ทว่าคำพูดเหล่านี้เขาทำได้เพียงเก็บไว้ไม่กล่าวขึ้นมา
“ไม่ต้องขอบใจผม ผมเองก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก”
เขาเกาศีรษะไปมา เขาเคยพูดปลดมานับต่อนับแล้ว ทว่าเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าคำปลดที่ได้รับคำขอบคุณจากผู้อื่นมาแบบนี้ เมื่อพูดขึ้นมาแล้วมันรู้สึกแปลก ๆ
“รอให้จิ่งเหยียนออกจากโรงพยาบาลก่อน เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวคุณ”
หลังจากที่เหยียนสือเซี่ยเอ่ยจบก็รีบหันหลังเดินจากไปทันที ครั้นหัวใจกลับเต้นระรัวขึ้นกว่าเดิม
“……”
ถังอี้มองเงาแผ่นหลังที่กำลังเดินจากไปของเธอ สีหน้าที่เพิ่งซีดเซียวนั้นก็ค่อย ๆ กลับคืนมาดีเช่นเดิม มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม คำพูดปลดนี้เขาเองก็ถูกบังคับมาเช่นกัน ในเมื่อพวกเขาต้องการที่จะขอบคุณให้ได้ เขาจะต้องใช้ประโยชน์จากส่วนนี้ให้ดี ๆ หน่อยเสียแล้ว
ทันใดนั้นเองก็รู้สึกว่าพันธสัญญาหนึ่งร้อยวันนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน
เฉินเป่ยชวนถูกเข็นเข้าไปในห้องผู้ป่วยพิเศษ พยาบาลใส่น้ำเกลือให้เขาด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ “ผิวหนังที่หายจากอาการถูกทำลายจากความเย็นจัดของผู้ป่วย อาจจะปรากฏเป็นอาการบวมแดงขนาดใหญ่ พุพอง หรือเน่าเปื่อยนะคะ จะต้องดูแลอย่างละเอียดถึงจะถูกต้อง ฉันแนะนำให้พวกคุณจ้างพยาบาลเฝ้าไข้สักคนค่ะ”
“ได้ครับ ถ้างั้นเขาจะฟื้นเมื่อไหร่ครับ” แม้จะทราบว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว ครั้นถ้าหากเขาไม่ฟื้นขึ้นมาในอีกสักครู่ ความเป็นกังวลในจิตใจก็ไม่มีทางที่จะสลายไปจนหมดสิ้นแต่อย่างใด
“เรื่องนี้ฉันก็บอกไม่ได้เหมือนกันค่ะ ผู้ป่วยบางคนผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็ฟื้นขึ้นมาได้แล้ว และมีบางรายที่……”
นางพยาบาลเอ่ยได้ครึ่งหนึ่งก็สิ้นเสียงไป ครั้นเธอคิดว่าในเมื่อหัวหน้าอาวุโสได้บอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว ก็น่าจะฟื้นขึ้นมาในอีกไม่นาน
หลังจากที่นางพยาบาลจัดการใส่น้ำเกลือเสร็จสรรพก็ออกไปจากห้องผู้ป่วยทันที เวลต่อมาโทรศัพท์ของหลินผิงสั่นอยู่หลายครั้ง เขาจึงรีบเดินออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอก
“มีคนเป็นเหลืออยู่ไหม ?”
“พี่หลิน หัวหน้าพวกมันหนีไปได้ คนที่เหลืออยู่ตายหมดเลยครับ”
ปลายสายมีน้ำเสียงรู้สึกผิดของลูกน้องดังขึ้นมา พวกเขาไม่ได้จับคนเป็นมาได้สักคน
แววตาของหลินผิงมีความผิดหวังผุดขึ้นมา ครั้นเวลาต่อมาก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแล้ว ผู้ที่กล้ามากระทำเช่นนี้กับบอส จะเป็นผู้ที่ถูกพวกเขาจับตัวได้อย่างง่ายดายได้อย่างไร
“จับไม่ได้ก็ช่างเถอะ จะต้องสืบสาวตัวตนของพวกมันให้ละเอียดออกมาให้ได้”
ถ้าหากไม่ทราบแม้แต่ตัวตนของศัตรู ในอนาคตอาจเกิดเรื่องเหมือนเดิมขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง ใครกันแน่ที่บงการอยู่ลับหลัง ?
ณ คฤหาสน์สุดหรูแห่งหนึ่งในซั่นเป่ย การตกแต่งภายในใหม่ทั้งหรูหราและวิจิตรงดงาม นี่คือเรือนหอของหลินเฟยเอ๋อร์ เพียงแค่ไม่ใช่เฉินเป่ยชวนที่ซื้อ ครั้นเป็นเธอที่ออกเงินซื้อมาเอง
ภายในห้องรับแขกที่ตกแต่งสไตล์ยุโรป เธอเดินไปเดินมาอย่างร้อนรนใจ สีหน้าบูดเบี้ยวจนถึงที่สุด เฉินเป่ยชวนจากไปโดยไม่หันหน้ากลับมาต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ งานแต่งงานของวันนี้ก็เหมือนเป็นละครตลกฉากหนึ่ง
และก็เด็กคนนั้น ไม่รู้ว่าจัดการเรียบร้อยหรือยัง
เธอควักโทรศัพท์ออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด ปลายสายมีเสียงตู้ด ๆ อยู่นานจึงจะมีผู้รับสาย หลินเฟยเอ๋อร์แสร้งทำเป็นสงบนิ่งไม่ได้อีกต่อไป รีบถามขึ้นด้วยความร้อนรนใจทันที “เซี่ยวเซิง เรื่องนั้นจัดการเป็นยังไงบ้าง จัดการเรียบร้อยแล้วหรือยัง ?”
เด็กอายุเจ็ดขวบผู้หนึ่ง เพียงแค่จัดการต้องใช้เวลานานถึงเพียงนี้เชียวหรือ ?
“ผมกำลังจะโทรหาคุณพอดีเลย สองคนที่ผมจ้างติดต่อไม่ได้เลยครับ”
น้ำเสียงปลายสายของเซี่ยวเซิงก็มีความกระวนกระวายเช่นเดียวกัน สองคนนี้เป็นผู้ที่เขาติดต่อมา ถ้าหากมีปัญหาเกิดขึ้นมาจริง ๆ ถูกตำรวจจับและบอกเรื่องที่เกี่ยวกับตนเองขึ้นมา นอกจากจะไม่ได้ผลประโยชน์แล้ว ยังสูญเสียเพิ่มอีกด้วย
“คุณว่าอะไรนะ ติดต่อไม่ได้ ? ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้ ?”
เมื่อหลินเฟยเอ๋อร์ได้ยินดังนั้น น้ำเสียงก็ดังขึ้นมาหลายสิบเท่า พร้อมทั้งทรุดลงไปนั่งบนโซฟา
อะไรคือการติดต่อไม่ได้ แล้วเด็กยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้วกันแน่ ?
“คุณใจร้อนผมก็ใจร้อนเหมือนกัน พวกเรารออีกหน่อยเถอะครับ ไม่แน่อีกเดี๋ยวพวกเขาอาจจะติดต่อพวกเรามาเองก็ได้”
แม้ว่าเซี่ยวเซิงจะรู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างยิ่ง ครั้นยังมีสติอยู่ พวกเขาไม่สามารถไปตามหาที่อยู่ของสองคนนั้นเองได้ในตอนนี้ ไม่อย่างนั้นตำรวจยังไม่สืบเจอเบาะแสอันใด กลับเป็นตนเองที่ทำความแตก
“ฉันจะบอกคุณไว้นะ ถ้าเรื่องนี้ความแตก คุณจะไม่ได้เงินแม้แต่แดงเดียว” หลินเฟยเอ๋อร์กล่าวข่มขู่ด้วยความระวนกระวายใจแล้วก็วางสายโทรศัพท์ไปทันที
MANGA DISCUSSION