บทที่ 74 : เหลียงควน
จูกวนเต่อเป็นร้านชาที่มีชื่อเสียง และทุกคนต่างก็ชื่นชอบที่จะมาดื่มชายามเช้าที่ร้านแห่งนี้ รวมทั้งผู้เฒ่าฮั่วด้วย..
แต่ความจริงแล้ว ร้านชาแต่ละร้านก็ล้วนแล้วแต่มีลักษณะเด่นของตนเอง แตกต่างกันไป แต่ละร้านก็มีรสชาติชาที่เป็นเอกลักษณ์
ผู้เฒ่าผู้แก่ในเจียงโจวนั้น นิยมดื่มด่ กับบรรยากาศเก่าๆ และความทรงจําที่คุ้นเคย มากกว่าที่จะไปนั่งกินในภัตตาคารหรูหรา..
ซูอานกับซันกูเดินเข้าไปในร้านน้ําชา ด้วยความคุ้นเคย และบุคลิกที่สง่างามของคนทั้งสอง ก็ดึงดูดสายตาของผู้คนในร้านได้ไม่น้อย
ผู้คนที่มานั่งร้านน้ําชาในยามเช้าเช่นนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นคนแก่คนเฒ่าทั้งสิ้น แทบไม่มีหนุ่มสาวเลย และไม่ว่ายากดีมีจน การได้ดื่มชาในยามเช้าก็นับเป็นความสําคัญของคนสูงอายุในเมืองนี้
หลังจากที่ทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะใกล้กับหน้าต่างแล้ว พนักงานเสริฟก็เดินถือแท็ปเล็ตสําหรับสั่งอาหารมายื่นให้ ยุคสมัยนี้เปลี่ยนไปมาก แทบหาเมนูเป็นกระดาษไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าร้านไหนๆก็ล้วนแล้ว แต่ให้กดสั่งจากเครื่องแบบนี้ทั้งนั้น..
หลังจากจัดการสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว ซันกูจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า “คุณชายซู ตอนนี้ท่านนับว่าคุณเข้าสู่ระดับของผู้ที่มีวรยุทธชั้นสูงได้หรือยัง?”
ซูอานพยักหน้า และไม่มีความจําเป็นที่เขาจะต้องปกปิดซันกู เพราะหากซันกูรู้ก็จะยิ่งให้ความเคารพนับถือตนเองมากยิ่งขึ้น
“เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป หากเจ้าติดตามข้าเช่นนี้ การที่เจ้าจะก้าวขึ้นมา เป็นผู้มีวรยุทธชั้นสูงก็ไม่ใช่เรื่องยาก แม้แต่เป็นระดับปรมาจารย์ก็ยังไม่ไกลเกินฝัน!”
ความเป็นอมตะของหลิงหยุนได้มลายหายไป.. ทําให้เขาตกลงมาสู่โลกมนุษย์ ในยุคที่เต็มไปด้วยความเสื่อมทรามอย่างที่สุด
ทั้งร่างเกิดการเปลี่ยนแปลง และรู้สึกเหมือนกับว่าจะสามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้ยังไงยังงั้น..”
“หลังจากที่เจ้ากลืนหยดพลังชีวิตของ ข้าเข้าไป เจ้าจะสามารถเข้าสู่ระดับเริ่มต้ นของขั้นผู้ฝึกยุทธ ส่วนจะเข้าสู่ระดับกลางได้หรือไม่นั้น ก็คงขึ้นกับโชคชะตาของเจ้าด้วย..”
ซันภูพยักหน้าอย่างพอใจ..
“ซันกู ข้ามีเรื่องที่อยากจะถามเจ้า!”
“ขอเชิญคุณชายซูถามมาได้เลย..”
“เจ้าพอจะรู้จักร้านขายอัญมณีใกล้ๆนี้บ้างหรือไม่?”
“อัญมณี.. ว่าแต่คุณชายต้องการเป็นหยก เพชร หรืออะไร?”
“ข้าเองก็ยังไม่รู้ แต่สิ่งที่ข้าต้องการคืออัญมณีขนาดใหญ่!”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะลองเช็คให้ดูว่าที่ ไหมีบ้าง?”
ระหว่างที่ทั้งสองคนกินไปคุยกันไปอยู่นั้น ซูอานก็สัมผัสได้ว่า เขากําลังถูกค นสองสามคนที่อยู่โต๊ะข้างเขาจับตามองอยู่ แต่เขากลับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
คนกลุ่มนั้นจ้องมองซูอานด้วยสายตาที่ไม่พอใจนัก และดูเหมือนจะโกรธเกรี้ ยวด้วย..
ปรากฏว่าเป็นซูปิงเซียนที่พาลูกชายของเขาซูเทียนหลุนมาคุยธุรกิจกับคู่ค้าของเขาที่ร้านน้ําชาแห่งนี้นั่นเอง
และทันทีที่ซูเทียนหลุนเห็นหน้าซูอาน ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นบึงตึงและโกรธเกรี้ยวทันที เพราะตั้งแต่ซูอานสามารถทําให้ครูจางต้องออกจากโรงเรียนได้ เขาก็กลายเป็นดาวเด่นของโรงเรียนไปในทันที
ตอนนี้ไม่มีใครในโรงเรียนแม้แต่คนเดียวที่จะกล้ามีเรื่องกับซูอาน ใครๆต่างก็พากันพูดว่า คนที่คอยให้การสนับสนุนนซูอานนั้นเป็นผู้มีอํานาจอิทธิพลอย่างมาก
แต่ซูเทียนหลุนไม่เชื่อ เขาคิดว่าซูอา นบังเอิญได้กลายเป็นเศรษฐีใหม่ เพราะความโชคดีเท่านั้น..
และยิ่งคิดซูเทียนหลุนก็ยิ่งโมโหจนไม สามารถอดกลั้นไว้ได้อีกต่อไปจึงลุกขึ้น ยืนพร้อมกับร้องตะโกนออกไปเสียงดัง
“ซูอาน นี่แกก็มากินชาตอนเช้าที่ร้านนี้ด้วยเหรอ?”
ซูอานเพียงแค่เหลือบมองไปทางต้นเสียงเท่านั้น และเมื่อพบว่าเป็นซูเทียนหลุน เขาก็นั่งกินต่ออย่างไม่คิดที่จะสนใจ แต่ซูเทียนหลุนกลับโกรธหนักมากกว่าเดิม เขาเดินตรงเข้าไปหาซูอานพร้อมกับพูดขึ้นด้วยใบหน้าทิ้งตึง
“ซูอาน อย่าคิดว่าแกจะโชคดีไปตลอด ตระกูลโจวยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะฆ่าแกแน่!”
เมื่อได้ยินซูเทียนหลุนพูดจาก้าวร้าวไร้มารยาทกับซูอานเช่นนั้น ซันกูก็ถึงกับทนไม่ได้ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับลุกขึ้นตบหน้าซันเทียนหลุนทันที
“ไอ้เด็กเหลือขอ.. กล้าพูดจาล่วงเกิน คุณชายซูแบบนี้ อยากตายมากหรือยังไง?”
ซันกล้องมองซูเทียนหลุนที่แก้มบวมเป่งด้วยแววตาดุดัน พร้อมกับตะคอกใส่หน้าของเขาอย่างไม่ปราณี
ใบหน้าของซูอานปรากฏรอยยิ้มขึ้น และได้แต่นึกชื่นชมปฏิกิริยาของซันกูไม่น้อย พร้อมกับคิดว่าคนเช่นซันกูเหมาะที่จะเป็นบ่าวข้างกายของซุป๋าเซียนยิ่งนัก!
เมื่อได้เห็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชมของซูอาน เฒ่าซันก็ยิ่งหัวใจพองโต และจัดการชกเข้าที่ท้องของซูเทียนหลุนอีกครั้ง
ครั้งนี้ซูเทียนหลุนถึงกับลงไปนอนกุมท้องขดอยู่กับพื้นทันที เห็นชัดว่าเขามีอาการเจ็บปวดมากกว่าปกติ..
ถึงอย่างไรซันกูก็นับเป็นผู้ฝึกยุทธคนหนึ่ง ส่วนซูเทียนหลุนเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ มีหรือที่จะทนต่อฤทธิ์หมัดของซันกได้..
ระหว่างนั้นซูปิงเซียนพ่อของซูเทียนหลงกําลังสนทนาอยู่กับแขกของตนเองอย่างสนุกสนาน จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าลูกชายของตนทําอะไรลงไปบ้าง แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องเจ็บปวดของซูเทียนหลง เขาก็รีบลุกขึ้นและวิ่งไปช่วยลูกชายทันที
“หลุนหลุน ใครทําร้ายลูก? ใครทําร้ายลูกฉัน..?”
ซูปิงเซียนร้องตะโกนออกมาด้วยความโมโห ซูเทียนหลุนเป็นความภาคภูมิใจของเขา เขาออกมาเจรจาธุรกิจเช่นนี้ จึงได้พาลูกชายออกมาด้วย เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ และสร้างรากฐานการเป็นนักธุรกิจให้ซูเทียนหลุนตั้งแต่เนิ่นๆ
ซูเทียนหลุนนอนขดพร้อมกับร้อง ครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่มือก็ชี้ไปทางซันเทียน
“นี่แกกล้าดียังไงมาทําร้ายลูกชายของฉัน?”
ซูปิงเซียนหันไปจ้องซันกูด้วยดวงตาลุกวาวราวกับราชสีห์ พร้อมกับร้องตะโกนถามเสียงดัง!
“เด็กเหลือขอพูดจาสามหาวแบบนี้ ถ้าคุณไม่รีบฆ่าเขาทิ้ง ต่อไปแม้แต่หลุมศพ บรรพบุรุษก็คงต้องลุกเป็นไฟ!” ซันภูตอบโต้กลับไปทันทีเช่นกัน
ซูอานเหลือบมองซันกูด้วยใบหน้าเรียบเฉย พร้อมกับพูดขึ้นว่า “บรรพบุรุษของเขา ก็คือบรรพบุรุษของข้าด้วย..”
ซันกูถึงกับงุนงง แต่เขาก็สามารถเข้าใจอะไรได้รวดเร็ว หน้าของเขาเปลี่ยนสีทันทีพร้อมกับระล่ระลักขอโทษซูอานอย่างรวดเร็ว
“อภัยให้ผมด้วยคุณชายซู ผมมันปากเสีย ผมพูดไม่รู้จักคิด!”
ใบหน้าเรียบเฉยของซูอานหันไปมองซันกูพร้อมกับยกมือขึ้นโบกไปมา เป็นการบอกว่าที่ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไป..
“แต่ต้องไม่มีครั้งต่อไป..”
“ผมไม่กล้า.. ผมไม่กล้วแล้ว!”
ซันกูถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก พร้อมกับร้องบอกซูอานด้วยความหวาดผวาตกใจ..
ขณะนั้นซูปิงเซียนก็หันไปมองซูอานที่นั่งตรงข้ามซันกู และเส้นเลือดสีเขียวก็ปูดขึ้นที่ข้างขมับทั้งสองข้างของเขาทันที บ่งบอกว่าเขากําลังโกรธเกรี้ยวอย่างมาก
“ซูอาน ที่แท้ก็เป็นแกเองเรอะ?”
แต่ซูอานกลับนั่งจิบชาต่ออย่างไม่สนใจ และไม่แม้แต่จะปรายตามองไปทางซูปิงเซียน..
“นี่แกกล้าดียังไงถึงกล้าสั่งให้คนมาทําร้ายลูกของฉันเชียวเรอะ? แกกล้ามากนะ!”
เวลานี้ซูปิงเซียนทั้งโกรธทั้งอิจฉาซูอาน เพราะเขาเองก็ได้ข่าวเรื่องที่จู่ๆซูอานก็กลายเป็นเศรษฐีใหม่ในชั่วพริบตา และตอนนี้ก็ยังกล้าดีทําร้ายลูกชายของเขาด้วย!
ซูอานวางถ้วยชาลง จากนั้นจึงเหลือบ มองซูปิงเซียนด้วยหางตาเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้าน่ะรึกล้าดี?!”
“ซูอาน.. ฉันจะบอกอะไรแกให้นะ ความสัมพันธ์ระหว่างแกกับฉันมันไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ยิ่งแกทําร้ายลูกฉันก็ยิ่งไม่มีทาง..”
แม่ใบหน้าของซูอานจะมีรอยยิ้ม แต่ภายในใจของเขานั้นกําลังเดือดดาลอย่างที่สุด ในขณะที่ซันกูก็ได้แต่นั่งกรอกตาไปมา แต่ในที่สุดก็ยกมือขึ้นตบลงบนโต๊ะอย่างหมดความอดทน เขาหันไปจ้องหน้าซูปิงเซียนด้วยสีหน้าและแววตาเย็นชา พร้อมกับพูดด้วยน้ําเสียงดุดัน
“นี่. ถ้าคุณยังแสดงกิริยาไร้มารยาทกับคุณชายซูแบบนี้อีก ผมจะตัดลิ้นของคุณทิ้งซะ!”
ซูปิงเซียนโมโหจนถึงขีดสุดจึงไม่นึกกลัวซันกู เขายกมือขึ้นชี้หน้าซันกพร้อมกับตะคอกใส่หน้า
“แกกล้าเหรอ?! เก่งจริงก็ลองทําดูสิ!”
ซันกลุกขึ้นยืน และกําลังจะกําหมัดชก เข้าใส่ซูปิงเซียน แต่ซูอานกลับห้ามไว้
“เฒ่าซัน ดื่มชากันต่อดีกว่า อย่าไปสนใจเสียงสุนัขเห่าเลย..”
ซันกได้แต่กําหมัดแน่นและถอยหลังกลับมานั่งเช่นเดิม ในขณะที่ซูปิงเซียนกําลังตัวสั่นเทิ้มด้วยความโมโห
“ซูอาน นี่แกกล้าด่าว่าฉันเป็นสุนัขเชียวเหรอ? นี่แกคงคิดว่าฉันไม่กล้าจัดการกับแกเหมือนเมื่อก่อนสินะ?”
ซูปิงเซียนเงื่อฝ่ามือขึ้นพร้อมกับฟาดลงไปที่ใบหน้าของซูอานทันที..
ที่ผ่านมานั้น ซูปิงซานมักจะทําร้ายร่างกายซูอานเช่นนี้เสมอ ไม่ว่าซูอานจะทําผิดหรือถูก เขาก็โดนทําร้ายร่างกายเช่นนี้อยู่บ่อยๆ
แต่ครั้งนี้ซูปิงเซียนกลับไม่สามารถตบหน้าซูอานได้เหมือนเช่นเคย เพราะซูอานยกมือของตนขึ้นมาจับแขนของซูปิงเซียนไว้เสียก่อน
“ซูปิงเซียน นี่เจ้าคิดว่าจะสามารถทําร้ายข้าได้งั้นรึ?”
ซูปิงเซียนรู้สึกเจ็บปวดที่ข้อมือ เหงื่อเม็ดโตไหลท่วมหน้าผากของเขา แต่แววตายังคงจ้องมองซูอานด้วยความโกรธเกรี้ยว พร้อมกับร้องตะโกนใส่หน้าเขา
“ทําไมจะไม่ได้.. ในเมื่อฉันทํามาตลอด ไอ้ปีศาจ!”
ปัง!
ฝ่ามืออีกข้างของซูอานฟาดเข้าใส่แก้มทั้งสองข้างของซูปิงเซียน และร่างของเขาก็กระเด็นถอยหลังออกไปก่อน จะร่วงลงไปกองกับพื้น
และเวลานี้ใบหน้าของซูปิงเซียนและ ซูเทียนหลุนสองพ่อลูกก็บวมเป่ง ราวกับซาลาเปา..
“หากข้าเป็นปีศาจ แล้วเจ้าล่ะเป็นอะไร?”
ในที่สุดซูอานก็เริ่มโมโห เพราะภาพความทุกข์และความเจ็บช้ําใจที่ซูอาน เคยได้รับเมื่อครั้งที่อาศัยอยู่ในบ้านสกุลซูมานานหลายปีนั้น ค่อยๆปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา มันคือความอัปยศอดสูที่เขาได้รับมาตลอดหลายปี..
“เงินทองที่เจ้าใช้อยู่ก็เป็นของข้าไม่ใช่รึ?!”
ซูอานเอ่ยออกมาในที่สุด แต่ซูปิงเซียนก็ตอบโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน “แกอย่ามาพูดจาพล่อยๆแบบนี้นะซูอาน! ใครกินใครใช้เงินของแก แกต่างหากที่กินใช้เงินทองของฉัน แล้วก็อาศัยอยู่บ้านของฉัน!”
“เช่นนั้นแล้วผู้ใดกันที่เอาเงินของพ่อแม่ข้าไปปรนเปรอความสุขให้กับตนเอง?”
ซูอานเอ่ยออกมาอย่างหมดความอดทน การที่เขายังคงไม่ตัดซูปิงเซียนอย่างเด็ดขาดนั้น เพราะเห็นแก่ปู่ของเขาเท่านั้น
“เจ้ารีบไปให้พ้นหน้าข้าได้แล้ว และหากเจ้าโผล่หน้ามาให้ข้าเห็นอีกล่ะก็ เจ้ากับข้าต้องมีเรื่องกันแน่!”
ซูปิงเซียนหัวเราะออกมาเสียงดัง พร้อมกับจ้องมองซูอานด้วยสีหน้าและแววตาเหยียดหยัน “เชอะ! อย่านึกว่าแกกลายเป็นเศรษฐีใหม่แล้วฉันจะต้องกลัวแกนะ!”
“เจ้าเองก็เช่นกัน.. หากยังกล้าทําร้ายข้าอีก ครั้งหน้าข้าฆ่าเจ้าทิ้งแน่! หากไม่เชื่อก็ลองดู!”
“ซูอาน แกรู้มั้ยว่าวันนี้ฉันกําลังเจรจาธุรกิจอยู่กับใคร? ลูกพี่ลูกน้องของเขาเป็น ถึงคนดังในตงเฉิงเชียวนะ!”
ซูปิงเซียนรีบคุยข่มซูอานทันที ในขณะที่ซูเทียนหลุนเองก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความโมโหเช่นกัน
“ลุงหม่าครับ คุณลุงต้องช่วยจัดการเรื่องนี้ให้พวกเราด้วยนะครับ!”
นักธุรกิจแซ่หม่าคนนี้ก็ดูเหมือนจะโกรธไปกับสองพ่อลูกเช่นกัน เขาหันไปมองซูอานพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ฉันจะโทรหาลูกพี่ลูกน้องของฉันให้มาจัดการกับเธอเอง!”
“เช่นนั้นเจ้าก็รีบๆเรียกมาให้เร็วล่ะ เพราะข้ากินเสร็จเมื่อใดก็จะกลับทันที!” ซูอานตอบกลับอย่างไม่นึกหวาดกลัว
คนแซ่หม่ารีบกดโทรศัพท์หาญาติของเขาทันที ส่วนซูปิงซานกับซูเทียนหลุน ต่างก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
ผ่านไปไม่นานนัก รถสีดําคันหนึ่งก็ขับ มาจอดหน้าร้าน แล้วชายสามคนก็เดิน ลงมาจากรถ และตรงเข้ามาภายในร้านน้ําชาทันที
ผู้ที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้านั้นไว้หนวดยาว และมีดวงตาดุดันราวกับพยัคฆ์ คนผู้นี้ก็คือญาติสนิทของท่านประธานหม่า และเป็นผู้ฝึกยุทธที่มีชื่อเสียงอย่างมากในตงเฉิง ชื่อว่าเหลียงควน..
[ฝากนิยายแปลอีกเรื่องของทีมงานนะคะ: จักรพรรดิ์เทพมังกร ]
จักรพรรดิเทพมังกร
(Dragon Emperor – Martial God)
ความเป็นอมตะของหลิงหยุนได้มลายหายไป.. ทําให้เขาตกลงมาสู่โลกมนุษย์ ในยุคที่เต็มไปด้วยความเสื่อมทรามอย่างที่สุด
จากนั้น.. หลิงหยุนจะค่อยๆบ่มเพาะพลังในตัวเองทีละขั้นทีละขั้น และไต่ลําดับขึ้นไปต่อกรกับสวรรค์ได้อย่างไร..
MANGA DISCUSSION