นารีรัตน์มาหาแซคคารีย์ตอนสายๆ และเมื่อมองไม่เห็นชายหนุ่มอยู่ที่ห้องรับแขก ก็หันไปถามสาวใช้
“คุณแซคตื่นหรือยัง”
“หนูไม่ทราบค่ะ”
“อะไร ไม่ทราบ นี่แกเป็นคนใช้ประสาอะไร เดี๋ยวฉันจะให้คุณแซค ไล่ออกให้หมดเชียว”
นารีรัตน์ตวาดใส่อย่างโมโห ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดขึ้นบันไดไป
หญิงสาวมาหยุดที่หน้าห้องนอนของชายหนุ่ม เคาะอยู่หลายครั้งไม่มีเสียงตอบ จึงถือวิสาสะเปิดเข้าไป แต่ภายในห้องกลับว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เงาของแซคคารีย์
“ขาเดี้ยงแบบนั้น ยังจะไปไหนอีก”
หล่อนบ่นกระฟัดกระเฟียดไม่พอใจ เดินออกไปจากห้องนอนของแซคคารีย์ กำลังจะเดินลงบันได แต่หางตาก็หันไปเห็นแซคคารีย์เสียก่อน ซึ่งเขาออกมาจากอีกห้องหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับห้องนอน และที่สำคัญเขาเดินออกมาโดยไม่ได้นั่งรถเข็น
“คุณแซค…?!”
แซคคารีย์หันมามองตามเสียงเรียก และเมื่อเห็นว่าเป็นนารีรัตน์ก็เอ่ยทักทายตามมารยาท
“สวัสดีครับนารี”
นารีรัตน์ทำหน้ายุ่ง ขณะเดินเข้าไปหยุดข้างๆ ตัวของ แซคคารีย์ และมองเข้าไปในห้องที่ประตูยังเปิดกว้างอยู่ เตียงกว้างยับเยินราวกับเกิดสงครามกลางเมืองบนนั้นไม่มีผิด
“คุณแซคเข้าไปทำอะไรในห้องนี้คะ”
“เข้าไปนอนครับ”
“เข้าไปนอน?” ยิ่งฟังนารีรัตน์ก็ยิ่งแคลงใจ “แต่ห้องนอนของคุณแซคไม่ใช่ห้องนี้นี่คะ”
เจ้าของชื่อไหวไหล่กว้างน้อยๆ “เมียผมนอนในห้องนี้น่ะครับ ผมก็เลยต้องมานอนกับเมีย”
“เมีย?!”
เป็นอีกครั้งที่นารีรัตน์เบิกตากว้างจนลูกกะตาดำแทบจะถลนออกมาจากเบ้า
“ครับ”
“นี่คุณแซคไปคว้าผู้หญิงต่ำๆ คนไหนมาเป็นเมียอีกล่ะคะ” นารีรัตน์เค้นเสียงถามออกไปอย่างโมโห
“ก็คนเดิมนั่นแหละครับ”
“คนเดิม…”
ในขณะที่นารีรัตน์กำลังมึนงงระคนไม่พอใจ ร่างของ อลินดาก็เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี และแน่นอนว่านารีรัตน์เห็นเข้าอย่างจัง
“นังลินดา!”
อลินดาหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นว่าพี่สาวของตัวเองอยู่หน้าประตูห้อง
“พี่นารี…”
นารีรัตน์ก้าวเข้าไปในห้อง และจ้องหน้าน้องสาวเขม็ง “นี่แกมาได้ยังไง แกหนีไปแล้วไม่ใช่เหรอ”
“คือลินดา…” อลินดาร้องไห้ออกมา เพราะรู้สึกละอายใจต่อพี่สาวยิ่งนัก
“อย่าบอกนะว่าอีพยาบาลหน้าดำเมื่อวานก็คือแก…”
อลินดาก้มหน้าร้องไห้ ในขณะที่นารีรัตน์โกรธจนแทบบ้า หล่อนกำมือแน่น อยากจะฆ่าอลินดาเสียเดี๋ยวนี้ แต่ก็ทำไมได้ เพราะมีแซคคารีย์อยู่ด้วย
หล่อนต้องใจเย็นๆ ต้องใจเย็นที่สุด เหยื่อจะได้ตายใจ และคราวนี้อย่าหวังเลยว่าหล่อนจะปรานีนังน้องทรยศคนนี้
“เอาล่ะ… ไม่ต้องร้องไห้นะลินดา”
อลินดาแปลกใจกับคำพูดของพี่สาวยิ่งนัก จึงเงยหน้าที่ฉ่ำไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมอง และก็ได้เห็นว่ารอยยิ้มเกลื่อนใบหน้าของนารีรัตน์ หล่อนแทบไม่เชื่อสายตาเลยทีเดียว
“พี่ยอมแพ้แล้วล่ะ”
“พี่นารี…”
แซคคารีย์เดินเข้ามาหา และดึงร่างของอลินดาเข้าไปกอดแนบอก ก่อนจะพูดขึ้นเสียเอง
“ตอนนี้ผู้หญิงคนเดียวที่ผมต้องการในฐานะภรรยาก็คือ อลินดา ผมขอโทษนะนารี ที่ผมกลับไปรักคุณเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว และถ้าคุณจะโกรธจะเกลียดใครสักคนที่ทำให้คุณผิดหวัง ก็มาโกรธผม เกลียดผมเถอะ อลินดาไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย”
ยิ่งแซคคารีย์กางปีกปกป้องนังน้องทรยศมากเท่าไหร่ หล่อนก็ยิ่งคลั่งแค้นแทบบ้า แต่ก็ต้องซ่อนความแค้นนั้นเอาไว้ใต้ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม
“นารี… ยอมรับความจริงแล้วล่ะค่ะ ว่าต่อให้สู้ยังไง ก็ไม่มีทางได้คุณกลับคืนมา”
“พี่นารี… ลินดาขอโทษ”
“พี่ไม่โกรธเธอแล้วล่ะลินดา ในเมื่อเรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะตัวพี่เอง ดังนั้นคนที่สมควรไปก็ต้องเป็นพี่”
“ลินดาขอโทษ…”
ยิ่งพี่สาวพูดแบบนี้ อลินดาก็ยิ่งรู้สึกผิดบาปมากยิ่งขึ้น หล่อนร้องไห้ด้วยเสียใจเป็นที่สุด
“ไม่ต้องร้องไห้นะลินดา”
นารีรัตน์ดึงร่างของน้องสาวเข้ามากอดแนบอก
“พี่ขออวยพรให้เธอมีความสุขนะ และกลับไปเยี่ยมพี่ เยี่ยมแม่เยี่ยมพ่อที่บ้านบ้างล่ะ”
“พี่นารี…”
นารีรัตน์แสร้งบีบน้ำตาออกมา ขณะดันร่างของน้องสาวออกห่าง และปั้นยิ้มละไม
“ขอให้มีความสุขมากๆ นะลินดาน้องพี่”
จากนั้นหล่อนก็หันไปมองหน้าแซคคารีย์
“ฝากน้องสาวของนารีด้วยนะคะคุณแซค ลินดาเป็นคนดี”
“ขอบคุณครับนารี ผมสัญญาว่าจะดูแลลินดาให้ดีที่สุด ให้สมกับความรักที่เธอมีให้ผม”
แซคคารีย์ดึงร่างของภรรยาเข้ามากอดแนบอก ลูบไหล่ลูบหลังของหญิงสาวแผ่วเบา
“และผมก็ต้องขอโทษคุณด้วยที่ผมโกหกคุณเรื่องเดินไม่ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ นารีรู้ว่าคุณน่าจะมีเหตุผลของตัวเอง”
นารีรัตน์ต้องใช้ความพยายามมากล้นกว่าจะสามารถทำให้ตัวเองยิ้มออกไปได้ ทั้งๆ ที่ภายในกำลังคลั่งแค้นอย่างหนัก
“งั้นนารีกลับก่อนนะคะ เอาไว้ถ้าว่างจะแวะมาเยี่ยมใหม่ค่ะ”
“ลินดาไปส่งนะคะพี่นารี”
“อืม”
แซคคารีย์มองตามร่างของอลินดาที่เดินจับมือของนารีรัตน์ลงบันไดไปด้วยสายตาแคลงใจไม่น้อย เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านารีรัตน์จะเข้าใจอะไรได้ง่ายดายแบบนี้
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!!!”
เสียงกรีดร้องของนารีรัตน์ดังลั่นบ้าน ทำให้อุบลต้องรีบวิ่งออกมาหาด้วยความเป็นห่วง และก็ได้เห็นว่าลูกสาวคนโตที่ตัวเองชื่นชมมาตลอดกำลังกระทืบเท้าเร่าๆ อยู่ภายในห้องรับแขก
“นารี… เป็นอะไรไปลูก”
นารีรัตน์หันใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความแค้นมองมารดา ก่อนจะพรั่งพรูความคับอกคับใจออกมา
“ก็นังลินดาไงแม่ มันกลับมาอีกแล้ว!”
“ลินดากลับมาเหรอ กลับมาที่ไหนล่ะ แม่ไม่เห็นเลย”
“มันจะมาที่นี่ทำไมล่ะแม่ มันก็ไปหาคุณแซคนู้น และตอนนี้มันก็แย่งคุณแซคไปจากฉันได้สำเร็จแล้วนะแม่” นารีรัตน์คำรามออกมาอย่างคลั่งแค้น “ถ้าไม่มีมันสักคน ฉันก็คงไม่ต้องทรมานแบบนี้”
“อย่าพูดแบบนี้สินารี ยังไงลินดามันก็น้องของลูกนะ”
“น้อง… น้องทรยศต่างหากล่ะแม่!”
อุบลถอนใจออกมาด้วยความเป็นกังวล ขณะเดินเข้าไปกุมมือลูกสาวคนโตเอาไว้ และพยายามพูดให้ใจเย็นลง
“ก็อย่างที่แม่บอกไงล่ะนารี ตัดใจจากคุณแซคเถอะ แม่ไม่เห็นเขาจะมีเยื่อใยอะไรกับลูกเลยสักนิด”
“ก็เพราะว่าเขามีนังลินดายังไงล่ะแม่ เขาถึงได้ทำเย็นชา และไม่สนใจฉันแบบนี้น่ะ”
แม้จะส่งสารลูกสาวสุดที่รักแค่ไหน แต่ก็มองไม่เห็นทางที่จะช่วยเหลือได้เลย
“ใจเย็นๆ นะนารี…”
“ฉันจะใจเย็นได้ยังไงแม่ ในเมื่อฉันกำลังแพ้มัน กำลังจะแพ้นังน้องฝาแฝดที่ไม่เคยมีอะไรดีสู้ฉันได้สักอย่าง แต่มันกำลังจะชนะฉันเรื่องผู้ชาย”
อุบลได้ยินคำพูดของนารีรัตน์ก็รู้สึกสะท้อนใจยิ่งนัก เพราะการแสดงออกของลูกสาวคนโตมันสะท้อนให้เห็นถึงการเลี้ยงดูที่หล่อนกับสามีหยิบยื่นให้ตั้งแต่เล็ก
หล่อนกับสามีรักและตามใจนารีรัตน์ทุกอย่าง ไม่ว่านารีรัตน์อยากจะได้อะไร อยากจะทำอะไร ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ลูกสาวต้องการ ตรงกันข้ามกับอลินดาที่จะเป็นฝ่ายถูกเอารัดเอาเปรียบเสมอ ทุกอย่างที่พี่สาวอยากได้ อลินดาก็ต้องหยิบยื่นให้โดยไม่มีข้อแม้ ซึ่งจากการอบรมเลี้ยงดูแบบผิดๆ ของหล่อนและสามีก็ทำให้นารีรัตน์กลายเป็นคนที่ต้องเอาชนะทุกอย่าง พ่ายแพ้ไม่เป็น และไม่เคยรักใครมากกว่ารักตัวเอง
“ผู้ชายดีๆ ยังมีอีกทั้งเยอะลูก ปล่อยคุณแซคไปเถอะนะนารี ยังไงเขาก็ไม่ได้รักลูกแล้ว”
นารีรัตน์ตวัดตามองหน้ามารดา มองด้วยสายตาที่ทำให้อุบลถึงกับกลัวใจเลยทีเดียว
“ถ้าฉันไม่มีความสุข ใครก็อย่าหวังว่าจะมีความสุข”
“นารี ลูกอย่าทำอะไรไม่ดีนะลูก”
อุบลพยายามห้ามปรามลูกสาวคนโต แต่ไม่ได้ผล แถมยังถูกหยอกย้อนอีกต่างหาก
“แม่กับพ่อเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าให้ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แม้จะต้องคดโกงบ้างก็ไม่ผิดอะไร”
“นารี… แม่ขอโทษที่สอนลูกแบบนั้น” อุบลร้องไห้ออกมา แต่นารีรัตน์ไม่ได้ซาบซึ้งอะไรด้วยแล้ว
“ฉันจะออกไปข้างนอก คงจะกลับดึกๆ แม่ไม่ต้องโทรตามล่ะ”
“นารี… ให้แม่ขับรถให้เถอะนะ ลูกกำลังอารมณ์ไม่ดี แม่กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ”
อุบลวิ่งตามลูกสาวคนโตออกมานอกบ้าน แต่นารีรัตน์ยืนกรานเสียงแข็ง
“ฉันขับเองได้ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เพราะถึงยังไงฉันก็ไม่มีทางยอมตายก่อนนังลินดาหรอก”
“นารี… ลูกพูดอะไรน่ะ” อุบลครางออกมาอย่างใจคอไม่ดี
“ไม่มีอะไรหรอก แม่เข้าบ้านไปเถอะ และถ้าพ่อกลับมาก็บอกด้วยว่าฉันออกไปหาเพื่อนข้างนอก พ่อจะได้ไม่ต้องโทรตามให้ฉันรำคาญใจ”
แล้วลูกสาวที่หล่อนกับสามีรักนักรักหนาก็ก้าวขึ้นรถ และขับออกไปด้วยความเร็ว อุบลน้ำตาไหลริน มองตามท้ายรถของนารีรัตน์ไปด้วยความเสียใจ
“แม่ขอโทษ… ที่เลี้ยงหนูมาให้เป็นคนแบบนี้ นารี… แม่ขอโทษ… แม่ขอโทษนะลูก…”
MANGA DISCUSSION