เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง อลินดาถึงได้มีโอกาสก้าวลงจากเตียง และออกมาจากห้องนอน หล่อนเดินออกมายังห้องรับแขก ก็เห็นว่าพ่อกับแม่นั่งคุยกันอยู่ และทั้งคู่ก็หันมาจ้องมองหล่อนเป็นตาเดียวกัน เมื่อหล่อนปรากฏตัวขึ้น
“แกคงดีใจมากสินะ ที่แย่งคุณแซคไปจากนารีได้”
มารดาเริ่มพูดคำแรกด้วยการสบประมาทน้ำใจของหล่อน ก่อนที่บิดาจะกล่าวสมทบสนับสนุน หล่อนน้ำตาไหลซึมด้วยความเสียใจ
“แกนี่มันเป็นน้องที่ใช้ไม่ได้จริงๆ คนรักของพี่สาวก็แย่งชิงไปครอบครองจนได้
“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะจ๊ะพ่อ แม่…” หล่อนพยายามอธิบาย แต่สายตาเกลียดชังของพ่อกับแม่ ทำให้หล่อนเจ็บปวดทั้งร่าง ราวกับถูกเข็มเป็นล้านเข็มวิ่งเข้าทิ่มแทง
“แกคงไปยั่วยวนคุณแซคใช่ไหมล่ะ เขาถึงได้พลาดพลั้งมีอะไรกับแกแบบนี้ แกนี่มันสารเลวจริงๆ นังลินดา”
แม่ของหล่อนลุกขึ้นยืน และเดินมาหยุดตรงหน้า เอานิ้วชี้จิ้มที่หน้าผากของหล่อนแรงๆ
“แม่จ๋า… ฉันไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ ฉัน… ฉันจะไม่มีวันแย่งคุณแซคจากพี่นารีหรอกจ้ะ”
“แกอย่ามาตอแหล คุณแซคเพิ่งเข้าจะมาคุยกับฉันเมื่อกี้นี้เอง ว่าเขาต้องการให้แกเป็นเมียจริงของเขา แกนี่มัน… ฉันจะหาคำไหนมาด่าแกดีนะ ถึงจะสาสมกับความเลวระยำที่แกทำเอาไว้” แม่ของหล่อนแสดงความโกรธแค้นแทนนารีรัตน์อย่างออกหน้าออกตา ซึ่งพ่อที่ไม่ค่อยพูดนัก แต่ก็แสดงออกไม่ต่างกัน
หล่อนเจ็บปวด หล่อนน้อยใจมาตลอดกับความลำเอียงของพวกท่าน แต่เพราะเป็นลูก จึงไม่อาจจะโต้แย้งอะไรออกไปได้
“ฉันขอโทษ… ฉันสัญญาว่าถ้าพี่นารีกลับมา ฉันจะไปจากคุณแซคทันที”
“คุณแซคไม่มีทางปล่อยแกหรอก” พ่อของหล่อนพูดขึ้นเสียงกระด้าง
หล่อนส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา และยืนยัน
“พ่อกับแม่เชื่อใจฉันเถอะจ้ะ ยังไงซะ ฉันก็จะไม่มีทางแย่งผู้ชายของพี่นารีเด็ดขาด ฉันสัญญา”
“แล้วฉันจะคอยดู”
แม่ของหล่อนแค่นยิ้มเยาะหยัน ก่อนจะเดินกลับไปนั่งข้างๆ กับพ่อ และพวกท่านก็ไม่ให้ความสนใจไยดีอะไรกับหล่อนอีกเลย หล่อนไร้ตัวตนเสมอกับพวกท่าน
อลินดายกมือขึ้นป้ายน้ำตาที่ไหลรินลงมาอาบแก้ม ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นเงียบๆ มุ่งหน้าตรงไปยังสวนเล็กๆ ข้างบ้าน เพื่อจะหลบซ่อนตัวตรงนั้น แต่พอไปถึงก็ต้องชะงักเท้ากึก เมื่อเห็นแซคคารีย์ยืนคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ตรงนั้น
หล่อนไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังเลย แต่คำสนทนาของเขาดังมาเข้าหูหล่อนเอง
“ตอนนี้คุณตำรวจทราบแล้วใช่ไหมครับว่ารถคันต้องสงสัยคันนั้นเป็นของใคร โอเคครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมจะเข้าไปที่สถานีตำรวจอีกครั้ง ขอบคุณมากนะครับสำหรับข้อมูล”
แซคคารีย์วางสายสนทนา ก่อนจะหมุนตัวกลับมาด้านหลัง เพราะรู้สึกได้ว่ามีสายตาของใครจ้องอยู่ และก็ได้เห็นว่าเป็นอลินดานั่นเอง
“ฉันนึกว่าเธอจะนอนอีกสักพักเสียอีก”
เขาอมยิ้ม และเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าของหญิงสาว ยื่นมือออกไปตั้งใจจะดึงร่างอวบอัดที่ตัวเองเพิ่งจะกัดกินจนอิ่มหนำเข้ามากอด แต่เจ้าหล่อนขยับเท้าถอยหลังหนีซะอย่างนั้น
“หนีทำไม”
“คุณแซค… บอกเรื่องของเราให้พ่อกับแม่รู้ทำไหมคะ”
เขาไหวไหล่กว้างน้อยๆ “แล้วทำไมจะบอกไม่ได้ล่ะ ในเมื่อสิ่งที่ฉันพูดมันคือความจริง”
“แต่ความจริงนี้กำลังทำให้ลินดากลายเป็นคนเลวนะคะ”
เมื่อก่อนน้ำตาของอลินดาไม่เคยมีผลต่อระบบความรู้สึกของ แซคคารีย์ แต่ตอนนี้มันตรงกันข้ามเหลือเกิน
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าของหญิงสาว และรวบร่างอรชรเข้ามากอดรัดแน่น ไม่สนใจด้วยว่าเจ้าหล่อนจะดิ้นรนเอาเป็นเอาตายแค่ไหน
“เธอไม่ใช่คนเลวหรอก เพราะคนเลวที่แท้จริงคือฉัน”
หล่อนไม่ได้ตอบ แต่ร้องไห้เงียบๆ
“และถึงแม้ฉันจะรู้ว่าเธอจะได้รับผลกระทบไม่น้อยกับสิ่งที่ฉันต้องการ แต่ฉันก็ปล่อยเธอไปไม่ได้” ศีรษะทุยแสนทระนงโน้มต่ำลงมาหา สายตาของเขาล้ำลึกและอ่านไม่ออก “เพราะเธอเป็นเมียของฉัน เมียที่ต้องอยู่กับฉันไปตลอดชีวิต”
“ความจริงคุณแซคไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้นี่คะ”
“ต้องทำสิ เพราะฉันได้เธอแล้ว” เขาย้ำอีกครั้งหนักแน่น
“ถ้าคุณแซคจะรับผิดชอบผู้หญิงที่ตัวเองมีความสัมพันธ์ด้วยทุกคน เมียของคุณแซคก็คงจะล้นโลกแล้วมั้งคะ” หล่อนประชดประชันเขาทั้งน้ำตา
แซคคารีย์หัวเราะร่วนด้วยความขบขัน “มันเหมือนกันที่ไหนกันล่ะ ผู้หญิงพวกนั้นฉันซื้อมาด้วยเงิน”
หล่อนช้อนตาขึ้นมองแซคคารีย์ “งั้นก็จ่ายเงินลินดามาสิคะ เรื่องของเราจะได้จบ…”
“ก็ฉันไม่อยากจบสักหน่อย ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้วนะ มันน่ารำคาญ เพราะถึงยังไง เธอก็เปลี่ยนใจฉันไม่ได้ ฉันต้องการเธอไปเป็นของเล่นชิ้นใหม่ในชีวิตของฉัน”
ของเล่น…
หล่อนมีค่าแค่นี้เองสินะ
“ของเล่นที่ฉันตั้งใจว่าจะเล่นด้วยทั้งวันทั้งคืน และทุกครั้งที่ฉันต้องการ…” แล้วปลายจมูกโด่งเป็นสันก็ฉกวูบลงบนแก้มนวลอีกครั้ง ร่างอรชรถูกกอดรัดแน่น และหล่อนก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างแข็งชันที่เจ้าของมันจงใจเอาถูไถกับหน้าท้องของหล่อน
“คุณแซค…”
“ว่าไง…” เขาถามและไม่หยุดถูไถอาวุธลับประจำกายกับหล่อนแม้แต่นิดเดียว
“อย่า… ทำแบบนี้สิคะ มันน่าเกลียดค่ะ”
“น่าเกลียดตรงไหน”
“ก็… อื้อ… พอเถอะค่ะ เดี๋ยวพ่อกับแม่มาเห็นเข้า ก็จะหาว่าลินดายั่วคุณแซคอีก”
“พวกท่านว่าเธอแบบนี้หรือ” น้ำเสียงของแซคคารีย์เต็มไปด้วยความไม่พอใจ “สงสัยต้องเรียกมาปรับทัศนคติสักหน่อย”
“คุณแซค อย่าไปพูดอะไรกับพวกท่านอีกนะคะ”
“ก็ได้ แต่เธอต้องตามใจฉัน”
“ตามใจ?”
“อืม” ดวงตาคมกริบมีรอยยิ้มพราย
“เอ่อ… จะให้ลินดาทำอะไรเหรอคะ”
“เดี๋ยวก็รู้”
“อุ๊ยยย ปล่อยลินดาลงไปนะคะ”
หล่อนตกใจไม่น้อย เมื่อจู่ๆ ร่างของตัวเองก็ถูกแซคคารีย์ช้อนอุ้มขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน และเขาก็มุ่งหน้ากลับไปยังห้องนอนของหล่อนด้วยความรีบร้อน
“ปล่อยแน่ แต่ปล่อยบนเตียงนะ”
“คุณแซค… เราเพิ่งทำกันไป… เมื่อไม่นานนี้เองนะคะ” หล่อนพ้อหน้าแดงก่ำ
“ฉันแข็งแรง ทำได้ต่อเนื่องทั้งคืนนั้นแหละ”
และถึงแม้ว่าหล่อนจะอ้าปากปฏิเสธยังไง แต่ก็ไม่อาจจะทัดทาน ความหื่นไร้ขีดจำกัดของแซคคารีย์ได้ สุดท้ายผู้ชายที่ปากเคยบอกว่าเกลียดชังหล่อนนักหนา ก็จัดการจับร่างสาวกัดกินไปทั้งตัว และตลอดทั้งค่ำคืน
MANGA DISCUSSION