“งั้นก็หยิบหมอน แล้วเดินตามฉันออกมา”
เขาปล่อยมือจากต้นแขนของหล่อน และถอยห่างออกไป อลินดา มองเขา ก่อนจะฉวยจังหวะดันประตูเพื่อให้มันปิดลงอีกครั้ง แต่แซคคารีย์รู้ทันเสียก่อน เขายื่นขาทรงพลังเข้ามาขวางเอาไว้
“สรุปเธอไม่ชอบให้ฉันใจดีกับเธอสินะ”
“ว๊ายยยย… ปล่อยนะ”
ร่างอรชรถูกกระชากจนปลิวติดมือใหญ่ออกไปนอกห้องน้ำ ก่อนจะถูกทุ่มลงบนเตียงอย่างไม่ปรานีปราศรัย
คนที่ถูกโยนลงบนเตียงอุทานด้วยความเจ็บจนน้ำตาริน และก็รีบถดถอยหนีคนใจร้าย
“ทำไมต้องดื้อด้วย ฉันอุตส่าห์ใจดีกับเธอแล้วนะ อลินดา”
แบบนี้เหรอที่เรียกว่าใจดี หล่อนช้อนตามองเขาด้วยความน้อยอกน้อยใจ
“ฉันไม่ชินกับความใจดีของคุณแซคค่ะ ปล่อยดิฉันไปนอนในห้องน้ำเหมือนเดิมเถอะค่ะ”
“อลินดา… เธอเลิกประชดประชันฉันเสียทีได้ไหม”
หล่อนเชิดหน้าสูง น้ำตาไหลเป็นทาง “ฉันไม่ได้ประชดค่ะ แต่ฉันกำลังจะทำตามที่คุณแซคต้องการต่างหาก”
“สิ่งที่ฉันต้องการก็คือให้เธอมานอนบนเตียงกับฉัน”
หล่อนมองเขาน้ำตาไหลพราก “แต่นั่นมันเป็นที่ของพี่นารีนะคะ ฉันไม่อาจเอื้อมไปทับรอยหรอกค่ะ”
หากมีเวทมนต์ใดในโลกใบนี้ที่เป็นจริง พรเดียวที่เขาจะขอก็คือการกลับไปลบล้างคำพูดไร้สติของตัวเองในอดีต เขารู้สึกแย่ไม่น้อยที่ถูกอลินดานำมันมาโยนใส่หน้าไม่หยุดแบบนี้
“ก็เมื่อก่อน ฉันเกลียดเธอนี่ แล้วฉันก็คิดว่าเธอเป็นตัวการทำให้นารีหายไป”
“แล้วตอนนี้เลิกเกลียดแล้วเหรอคะ”
หล่อนย้อนถามกลับไปด้วยน้ำเสียงหยันเยาะ เพราะรู้ดีว่าต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย ความเกลียดชังที่แซคคารีย์มีต่อหล่อนก็ไม่มีวันจางหายไปไหน
“ก็อาจจะ…”
อลินดาสะบัดหน้าหนี “หากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งหมด มันเกิดขึ้นเพราะความรู้สึกผิดของคุณแซคกับเรื่องเมื่อคืน หยุดเสียเถอะค่ะ เพราะมันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาเลย”
“เรื่องที่ฉันต้องการไถ่โทษที่ทำรุนแรงกับเธอเมื่อคืนมันก็ใช่นั่นแหละ แต่อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ฉันไม่อยากรู้สึกบาปแบบนี้ไปตลอดชีวิต…”
“อย่าคิดมากเลยค่ะ คุณแซคไม่ใช่ผู้ชายคนแรกของฉันหรอกค่ะ” หล่อนเชิดหน้าตอบประชดประชัน ก่อนจะถูกเขาสวนกลับด้วยวาจาดุกระด้าง
“อย่ามาทำเป็นปากดี ฉันไม่ใช่ไอ้ไก่อ่อนที่จะไม่รู้ว่านอนกับผู้หญิงบริสุทธิ์หรือว่าผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมาทั้งหมู่บ้าน”
หล่อนไม่ได้รู้สึกดีขึ้นมาเลยกับคำพูดจาตรงไปตรงมาของเขา ทั้งเสียใจทั้งน้อยใจจนอยากจะหายตัวไปให้พ้นๆ จากตรงนี้
“ฉันจะรับผิดชอบเธอ”
คำพูดของเขาแหวกม่านอากาศมืดดำเข้ามาตีแสกหน้าของหล่อนอย่างจัง อลินดาหันขวับไปมองหน้าคนพูด ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบถลน
“คุณแซค… คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ”
“ฉันต้องทำ แม้ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม”
นี่เขาไม่คิดจะพูดในสิ่งที่ทำให้หล่อนรู้สึกดีสักหน่อยเลยหรือไง แต่ละคำคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนเสียอีก
“ฉันก็ไม่เต็มใจค่ะ”
“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องใส่ใจ”
“คุณแซค” หล่อนเรียกชื่อเขาอย่างโมโห แต่เขาก็ไม่สนใจความรู้สึกของหล่อนตามที่ลั่นวาจาเอาไว้จริงๆ
“ฉันจะไปสารภาพกับพ่อแม่ของเธอ”
“อย่านะคะ ห้ามทำแบบนั้นเด็ดขาด แค่นี้พ่อกับแม่ก็เกลียดฉันเข้าไส้อยู่แล้ว” อลินดาค้านทั้งน้ำตา
“แต่เธอหนีความจริงที่ว่าเธอเป็นเมียของฉันแล้วไม่พ้นหรอกอลินดา ยังไงซะ ฉันก็ต้องจำใจรับเธอมาเป็นเมียออกหน้าออกตาแทนนารี”
“แล้วพี่นารีล่ะคะ คุณแซคจะทำยังไง คุณรักพี่นารีมากไม่ใช่เหรอคะ”
สายตาของแซคคารีย์มืดดำยามตอบคำถามของหล่อน “สำหรับฉันความถูกต้องต้องมาก่อนหัวใจเสมอ”
อลินดาเม้มปากอิ่มแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะตัดสินใจพูดคำนี้ออกไป
“ฉัน… ไม่ถือสาเรื่องเมื่อคืนหรอกค่ะ”
คนตัวโตที่ยืนตระหง่านค้ำศีรษะทรุดตัวลงบนเตียง และคว้าร่างที่พยายามจะถดถอยหนีเข้ามาใกล้
“ปล่อยค่ะ…” อลินดาดิ้นรน การอยู่ใกล้แซคคารีย์มันทำให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของหล่อนลดน้อยถอยลงและคงจะหมดเกลี้ยงในไม่ช้า
“ไม่ยักกะรู้นะว่าเธอจะใจกว้างเป็นแม่น้ำแยงซีเกียงแบบนี้เสียด้วย”
เขาเหน็บแนมได้อย่างเจ็บแสบ แต่หล่อนก็จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้
“ค่ะ ฉันใจกว้างกับเรื่องพวกนี้เสมอ อ๊ะ…”
มือใหญ่ที่จับต้นแขนกลมกลึงเอาไว้เพิ่มแรงกดอย่างจงใจ “ถึงเธอจะใจกว้างเป็นแม่น้ำ แต่ฉันเป็นคนใจแคบเสมอกับเรื่องพวกนี้ ดังนั้นอย่าทำให้ฉันโมโหเด็ดขาด”
หล่อนมองเขาผ่านม่านน้ำตามองด้วยความน้อยอกน้อยใจ “ถามจริงๆ เถอะค่ะ ทำไมคุณแซคถึงได้เปลี่ยนใจได้รวดเร็วขนาดนี้คะ เมื่อวานยังทำท่าจะฆ่าจะแกงฉันอยู่เลย แต่วันนี้กลับ… อยากจะรับผิดชอบฉันขึ้นมาซะอย่างนั้น”
“ก็เพราะฉันเป็นคนที่รับผิดชอบกับการกระทำของตัวเองเสมอยังไงล่ะ แม้ว่าการกระทำนั้นจะงี่เง่าแค่ไหนก็ตาม”
“แล้วถ้าพี่นารีกลับมาล่ะคะ คุณแซคจะทำยังไง หรือว่าคุณอยากเห็นพี่น้องฆ่ากันได้เพราะแย่งคุณ”
สีหน้าของแซคคารีย์เคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ถ้าวันหนึ่งนารีกลับมา ฉันก็จะรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไปด้วยตัวของฉันเอง จะไม่ให้เธอเดือดร้อนหรอก”
“แต่ผู้หญิงที่คุณแซคควรจะรับผิดชอบคือพี่นารีนะคะ ไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณขยะแขยงอย่างฉัน”
นัยน์ตาของแซคคารย์เลื่อนมาจับจ้องมองดวงหน้าของหล่อน มองอย่างพิจารณาเนิ่นนาน
“ฉันไม่เคยมีอะไรกับนารี แต่เมื่อคืนฉันทำร้ายเธอ แล้วเธอคิดว่าใครที่ฉันควรจะรับผิดชอบล่ะ”
อลินดาแทบไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน นี่แซคคารีย์ไม่เคยแตะต้องนารีรัตน์เลยเหรอ ทั้งๆ ที่หล่อนมั่นใจว่าพี่สาวของตัวเองน่าจะทอดสะพานให้เป็นพันๆ รอบอย่างแน่นอน
“ฉันให้เกียรติผู้หญิงที่ฉันรักเสมอ”
คำพูดต่อมาของแซคคารีย์ทำให้อลินดาถึงกับสะอึก เพราะหล่อนคือคนที่เขาเกลียดสินะ เขาถึงได้ข่มเหงอย่างป่าเถื่อนแบบเมื่อคืน
“ค่ะ”
“ดังนั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เธอจะต้องขึ้นมานอนบนเตียงกับฉัน และ…” เขาหยุดพูดเล็กน้อยราวกับต้องการให้หล่อนเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับฟังคำพูดต่อมาให้ดี “ทำหน้าที่ภรรยาที่พึงกระทำต่อสามีไม่ให้ขาดตกบกพร่อง”
“หน้า… หน้าที่ภรรยา…?”
เขาหรี่ตาแคบมองแก้มนวลที่แดงระเรื่อด้วยสายตาที่แตกต่างไปจากทุกครั้ง
“เข้าใจความหมายของฉันไหม อลินดา”
“เอ่อ…”
“เธอต้องทำหน้าที่ของภรรยาให้ครบถ้วนทุกอย่าง ห้ามขาดแม้แต่อย่างเดียว เข้าใจไหม”
หล่อนตัวสั่นเทา และพยายามจะดิ้นหนี แต่เขากระชับแน่นขึ้น และสายตาคมกริบตอนนี้ก็วิบวาบน่ากลัว
“คุณแซค… คงไม่ได้จะ… จะทำอะไรฉันใช่ไหมคะ”
ใบหน้าหล่อจัดโน้มต่ำลงมาหา
“ฉันจะไม่ทำอะไรนอกเหนือจากสิ่งที่สามีภรรยาทำกันหรอก ไม่ต้องกลัว”
“อ๊ะ… อุ๊ยยยย”
ร่างของหล่อนถูกผลักให้นอนหงายกับเตียงนอน โดยมีร่างใหญ่โตของเขาทาบทับลงมาหาทั้งตัว ปิดทางหนีของหล่อนจนมืดมิดไร้ทางดิ้นหนี
“เรามาทำที่ค้างกันไว้ให้จบเถอะ”
คำพูดของเขากระเส่าแปร่งหู และมันก็ทำให้เรือนกายสาวร้อนผะผ่าว และสั่นเทา จนเขาสัมผัสได้
“กลัวหรือ…”
“เอ่อ…” ดวงตากลมโตยังคงเต็มไปด้วยความตื่นกลัว “ฉันกลัว… คุณแซค… อย่าทำ… อย่า…”
“ฉันจะระมัดระวังที่สุด เธอจะไม่เจ็บ หรืออย่างน้อยๆ ก็จะเจ็บน้อยที่สุดเท่าที่ฉันสามารถทำได้”
หล่อนยังคงส่ายหน้าไปมา น้ำตาไหลรินออกมาเพราะทั้งหวาดกลัวทั้งสับสน
“ได้โปรด… ปล่อยฉันเถอะค่ะ”
MANGA DISCUSSION