หล่อนบอกให้กฤติชัยมาส่งหล่อนที่บ้านของครอบครัว แทนการกลับไปที่คฤหาสน์หลังงามของแซคคารีย์ เพราะหล่อนไม่อยากจะเห็นหน้าคนใจร้ายอีก แต่พอก้าวเท้าเข้ามาในบ้านเท่านั้น ก็พบผู้ชายที่ตัวเองอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลสุดขอบโลกยืนท้าวสะเอวรออยู่
อลินดาชะงักเท้ากึก หน้าตาซีดเผือด และก็เต็มไปด้วยความตกใจระคนแปลกใจ
“คุณแซค มาทำไมคะ”
หล่อนเม้มปากเป็นเส้นตรง และมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า คนที่ยืนท้าวสะเอวก้าวเข้ามาหา สายตาสีสนิมเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่หล่อนไม่สนใจหรอก เขาไม่ได้เป็นอะไรกับหล่อนสักหน่อย
“แล้วเธอล่ะ ออกไปไหนมากับคุณกฤติชัยแต่เช้า” น้ำเสียงของ แซคคารีย์บอกให้รู้ว่าเขากำลังหาเรื่องหล่อนชัดๆ “แถมยังไม่ยอมบอกเจ้าของบ้านอย่างฉันสักคำ”
หล่อนเห็นความหงุดหงิดไม่พอใจของแซคคารีย์ได้อย่างชัดเจน แต่หล่อนก็ทำเป็นมองไม่เห็น
“ทำไมฉันต้องบอกคุณแซคด้วยคะ ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” อลินดาแย้งเสียงขุ่น ก่อนจะเดินหนี แต่แขนเรียวถูกอุ้งมือใหญ่ของคนป่าเถื่อนกระชากเอาไว้เสียก่อน “นี่ปล่อยนะ อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ”
เขาไม่ปล่อย แถมยังกระชากร่างที่ดิ้นรนสุดชีวิตของหล่อนเข้าไปกอดรัดแน่น
“ยิ่งกว่าแตะฉันก็ทำมาแล้ว อย่ามาสะดีดสะดิ้งหน่อยเลย”
อลินดาช้อนตาขึ้นมองเขาด้วยความเสียใจ น้อยใจ “หรือว่ายังทำร้ายกันไม่พอคะ คุณแซค”
สายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของอลินดาไม่เคยมีอิทธิพลใดๆ ต่อระบบความรู้สึกของเขามาก่อน แต่ตอนนี้… มันมีผลรุนแรงขึ้นมากะทันหัน และมันก็ทำให้เขายิ่งรู้สึกละอายใจ
“ฉันรู้ว่าทำให้เธอโกรธ”
“ไม่ใช่แค่โกรธหรอกค่ะ แต่ฉันเกลียดคุณแซคต่างหาก”
แม้สุ่มเสียงของอลินดาจะดังแค่ไหน แต่แซคคารีย์ก็หัวเราะออกมาจนได้
“เธอรักฉันต่างหาก อลินดา”
หล่อนหน้าแดงก่ำ เม้มปากแน่น และเริ่มดิ้นรนอีกครั้ง “ถึงผู้หญิงทั้งโลกจะสยบอยู่แทบเท้าของคุณแซค แต่จะไม่มีวันเป็นฉัน เพราะฉันเกลียดคุณ ปล่อยค่ะ”
แซคคารีย์ยังคงหัวเราะด้วยความยโสเช่นเดิม และจงใจเสียดสีอะไรบางอย่างที่กำลังผงาดกับหน้าท้องของหล่อน อลินดาหน้าตาตื่น แก้มแดงก่ำ
“คุณแซค… ปล่อยฉันนะ”
“ดิ้นสิ ดิ้นเข้าไป” เขาก้มหน้าลงมาหาใกล้ๆ “เวลาตื่นแล้ว มันสงบลำบากนะ”
หล่อนรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร ดังนั้นหล่อนจึงกัดฟันหยุดดิ้น และพยายามใช้เหตุผลคุยกับเขา
“เรื่องเมื่อคืนให้มันจบลงแค่นั้นเถอะค่ะ อย่าพูดถึงมันอีกเลย และคุณแซคจะได้เอาเวลาไปตามหาพี่นารีน่าจะดีกว่า”
“ฉันไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่จิ้มแล้วทิ้งเสียด้วยสิ”
นี่เขา… กำลังจะบอกอะไรหล่อนอย่างนั้นเหรอ
อลินดาเลิกคิ้วสูง มองผู้ชายที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรด้วยความแปลกใจ
“คุณแซค… หมายความว่ายังไงเหรอคะ”
เขาไหวไหล่กว้างเล็กน้อย ก่อนจะโน้มหน้าต่ำลงมาหา มันใกล้มากจนหล่อนได้กลิ่นลมหายใจอบอุ่นเลยทีเดียว หัวใจสาวเต้นระรัว ร่างกายร้อนระอุ
“ฉันก็หมายความว่าเราจะต้องต่อสิ่งที่ทำค้างเอาไว้เมื่อคืนให้จบน่ะสิ”
“สิ่งที่ทำค้างเอาไว้เมื่อคืน…?”
“เธอคงยังไม่ลืมใช่ไหม”
แซคคารีย์ไม่เคยเข้าใกล้หล่อนขนาดนี้มาก่อน และสายตาที่เขามองมาที่หล่อนก็ไม่เคยเป็นแบบนี้เช่นกัน
“คือว่า…”
“กลับบ้าน ฉันมารับแล้ว” เขาคลายอ้อมแขนออก และเปลี่ยนมาคว้ามือเล็กของหล่อนแทน แต่อลินดาพยายามบิดมือแรงๆ เพื่อให้ได้รับอิสรภาพ แต่ก็ไม่เป็นผลอยู่ดี
“ไม่ค่ะ ฉันจะอยู่ที่นี่”
“ลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอจะต้องอยู่ในฐานะภรรยาของฉันจนกว่าฉันจะตามหานารีพบ”
หล่อนมันก็แค่ตัวแทน ก็แค่ผู้หญิงคั่นเวลาในสายตาของเขาเสมอมา ไม่เคยได้เป็นตัวจริงๆ เลยสักครั้ง
“ฉันจะไม่เล่นละครบทบาทนั้นอีกแล้วค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
“เธอก็รู้นี่ว่าถ้าเธอขัดใจฉัน ครอบครัวของเธอจะต้องเดือดร้อนแค่ไหน”
อลินดาเม้มปากเป็นเส้นตรง แต่ก็ได้ไม่นานเพราะนิ้วยาวของแซคคารีย์ยื่นมาแตะที่ปากอิ่มเอาไว้เสียก่อน
“ชอบนักนะเม้มปากเนี่ย มันจะช้ำหมดรู้ไว้เสียด้วย”
“มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณแซคนี่คะ” หล่อนเชิดหน้าตอบโต้อย่างน้อยอกน้อยใจ
“เมื่อก่อนอาจจะไม่เกี่ยว แต่หลังจากเมื่อคืน เธอกับฉันเกี่ยวข้องกันแนบแน่นเลยทีเดียว”
หญิงสาวหน้าแดงก่ำสลับซีดขาว “คุณแซคกลับไปเถอะค่ะ อย่ามาเสียเวลากับผู้หญิงที่คุณแซคขยะแขยงอย่างฉันเลย” หล่อนสะบัดแขนแรงๆ อีกครั้ง และคราวนี้ก็ได้รับอิสระ
“อย่าให้ต้องฉุดกลับไปเลย อลินดา ฉันไม่อยากเป็นคนใจร้าย”
คนที่หมุนตัวหันหลังจะเดินเข้าบ้าน ชะงักเท้า แต่ก็ไม่ได้หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว
“คุณแซค… เคยเป็นคนใจดีกับฉันด้วยเหรอคะ”
ชายหนุ่มโมโห ก้าวเพียงแค่ครั้งเดียวก็คว้าแขนเรียวเอาไว้ได้อีกครั้ง
“เดี๋ยวนี้หัดยอกย้อนนะ อลินดา”
“ปล่อยค่ะ”
“กลับไปด้วยกัน เธอจะต้องไปอยู่กับฉัน อย่างน้อยๆ ก็จนกว่านารีพี่สาวของเธอจะกลับมา”
หล่อนถูกจับให้หมุนกลับมาเผชิญหน้า “ให้ฉันไปอยู่ใกล้ๆ ไม่เหม็นกลิ่นเน่าของฉันแล้วเหรอคะ”
“บางครั้งการกินของเน่าเหม็น ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าลิ้มลองไม่น้อย”
คำตอบโต้ของเขาทำให้หล่อนเจ็บจนจุก พยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่เป็นผล ไม่ช้าร่างของหล่อนก็ถูกลากมายัดใส่รถสปอร์ตคันงามได้อย่างง่ายดาย ท่ามกลางความน้อยอกน้อยใจของหล่อน
แซคคารีย์ก้าวขึ้นมานั่งบนรถ และหันมามองเสี้ยวหน้านวลของหญิงสาวข้างกาย ความรู้สึกของเขาที่มีต่ออลินดามันค่อยๆ เปลี่ยนไป และเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนเขาตกใจไม่น้อย
หากมองด้วยสติแล้ว อลินดาก็คือผู้หญิงน่าสงสารคนหนึ่ง และข่าวคาวของหล่อนที่เขารับรู้มาก็ไม่มีความเป็นจริงเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
อลินดาผู้หญิงสำส่อน ผู้หญิงใจง่าย ผู้หญิงที่มั่วผู้ชายไม่เลือกหน้า ผู้หญิงที่รักสนุกจนมีคลิปโป๊หลุดออกมาประจานความแรดร่าน แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่เข้าใจมาตลอด กลับไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว ผู้หญิงที่เขาเคยตราหน้าว่าโสเภณีราคาถูก แท้จริงแล้วหล่อนแสนจะสะอาดสะอ้าน และในลิสบัญชีรายชื่อผู้ชายของหล่อน ก็มีชื่อเขาเพียงคนเดียวในนั้น
แซคคารีย์ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าไม่รู้สึกอะไรกับเยื่อพรหมจารีที่ตัวเองได้ทำลายจนขาดวิ่นไป ความพึงพอใจมันเกิดขึ้นภายในอก แต่กระนั้นก็พยายามที่จะซ่อนมันเอาไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เธอชอบถักไหมพรมหรือ”
จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น และก็ทำให้คนที่นั่งน้ำตาซึมอยู่ต้องเม้มปาก และเอ่ยตอบออกมาอย่างเสียไม่ได้
“ค่ะ”
“เพราะแบบนี้ในห้องนอนของเธอถึงมีแต่สิ่งของที่ถักขึ้นจากไหมพรมใช่ไหม”
หล่อนหันขวับมามองเขาอย่างตกใจ “คุณแซค… เข้าไปในห้องนอนของฉันเหรอคะ”
“อืม”
“คุณทำอย่างนี้ได้ยังไงคะ นั่นมันห้องส่วนตัวของฉันนะคะ คุณแซคไม่มีสิทธิ์เข้าไปวุ่นวาย”
หล่อนต่อว่าเขาทั้งน้ำตา และก็กลัวว่าความลับมากมายที่ซ่อนเอาไว้จะถูกเปิดเผย
“ก็แม่ของเธออนุญาตแล้วนี่”
“แต่คุณแซคก็ไม่ควรทำค่ะ เพราะห้องนอนเป็นห้องส่วนตัวของฉัน และฉันก็ไม่ชอบให้ใครเข้าไปวุ่นวาย”
คนที่ขับรถอยู่เอียงหน้ามามอง สายตาของเขามืดดำล้ำลึกคล้ายกับซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ในนั้น
“มีความลับเยอะสิท่า”
“ปละ เปล่าค่ะ”
แซคคารีย์ส่งเสียงหึหึในลำคอ ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองถนนอีกครั้ง และไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย
เขานั่งขับรถเงียบๆ ในขณะที่อลินดามือไม้เย็นเฉียบ ความไม่สบายใจวิ่งวุ่นเต็มอก
MANGA DISCUSSION