เกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วที่เขาออกมายืนงุ่นง่านอยู่ริมระเบียง สายลมเย็นฉ่ำที่พัดเข้ามาปะทะร่างกาย กลับไม่สามารถลดความหงุดหงิดร้อนระอุในกายหนุ่มได้เลย
เขาข่มขืนอลินดา…!
มันเป็นความจริงที่แสนอัปยศที่สุดในชีวิตของลูกผู้ชาย
เขาไม่ควรทำแบบนั้น ไม่ว่าจะกับผู้หญิงคนไหนก็ตาม แต่เขากับปล่อยให้โทสะมามีอิทธิพลเหนือความถูกต้องจนได้ เขาข่มเหงอลินดาอย่างป่าเถื่อน แต่นั่นยังไม่น่ารังเกียจเท่ากับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้จากการสอดใส่เข้าไปในกายของหญิงสาว
สาวบริสุทธิ์…!
เนื้อตัวของเขาแข็งทื่อ ความขยะแขยงที่มีต่อตัวเองล้นปรี่แน่นอก ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของอลินดามันไม่ใช่การเสแสร้ง กลีบปากสั่นระริกที่ร้องขอความเมตตาตลอดเวลา มันก็คือความรู้สึกที่แท้จริงของหล่อน
แต่เขาทำอะไรลงไป เขาข่มขืนสาวพรหมจรรย์อย่างป่าเถื่อน ไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกเลวร้ายได้เท่ากับเขาอีกแล้ว
มือใหญ่ยกขึ้นลูบหน้าหลายครั้งด้วยความเคร่งเครียด ความขมขื่นที่เกิดจากการเกลียดชังตัวเอง ทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออก ไม่มีอะไรน่าภูมิใจเลยกับสิ่งที่ทำลงไป
แซคคารีย์แทบเป็นบ้า ตอนนี้ความรู้สึกผิดอัดแน่นเต็มอกจนแทบอยากจะกระโดดฆ่าตัวตาย มือใหญ่กำแน่นเข้าหากัน ก่อนจะตัดสินใจที่จะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง เพื่ออะไรน่ะหรือ ก็เพื่อ… จะขอโทษอลินดายังไงล่ะ
ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าจนแทบจะวิ่งกลับมาหยุดหน้าประตูห้องนอน เขาลังเลอยู่เล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจดันบานประตูให้เปิดกว้างออก และแทรกตัวเข้าไปข้างใน
ที่แรกที่สายตาของเขาจ้องมองก็คือบนเตียง แต่บนนั้นกลับว่างเปล่าไร้ร่างบอบช้ำของอลินดา ชายหนุ่มเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง และเดินมาหยุดที่ขอบเตียง
จุดเลือดเล็กๆ จำนวนห้าหกจุดกระแทกเข้ามาในสายตา มันยิ่งตอกย้ำให้เขารู้ว่าตัวเองสารเลวมากแค่ไหน นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจทำลงไป
แซคคารีย์ถอนใจออกมาแรงๆ ขณะเลื่อนสายตามองไปที่ประตูห้องน้ำ หากภายในห้องนอนไร้เงาของอลินดา นั่นก็แสดงว่าหญิงสาวหอบหมอนไปนอนในห้องน้ำเหมือนทุกคืน
เขาหยัดกายลุกขึ้นยืน หัวใจเต็มไปด้วยความผิดบาป เขาเดินไปหยุดที่ประตูห้องน้ำ ดึงมันให้เปิดกว้างออกอย่างเบามือ และก็ได้เห็นอลินดานอนหลับอยู่ที่พื้น
หัวใจของเขาเจ็บแปลบราวกับถูกลูกธนูวิ่งเข้ามาทิ่มแทง เขาค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้า จ้องมองดวงหน้าอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาที่ตอนนี้มีคราบน้ำตาเปียกชุ่มด้วยความเจ็บร้าวในอก
“ฉัน… ขอโทษ…”
เขาพึมพำออกมาแผ่วเบาราวกับเสียงของลมหายใจ และแน่นอนว่าคนที่นอนหลับใหลอยู่กับพื้นห้องน้ำไม่มีทางได้ยินมัน
“หากฉันรู้สักนิด… ว่าเธอเป็นสาวพรหมจารี ฉันคงจะเบามือกับเธอ อลินดา…”
ดวงตาสีสนิมอ่อนแสงจ้องมองเรือนร่างที่เปื้อนราคีจากน้ำมือของเขาแล้วอย่างทุกข์ทรมาน ตอนนี้อลินดาไม่ใช่สาวบริสุทธิ์อีกแล้ว และผู้ชายป่าเถื่อนที่พร่าผลาญพรหมจรรย์ของหล่อนไปอย่างเหี้ยมโหดก็คือเขานั่นเอง
“ฉัน… ขอโทษจริงๆ”
แซคคารีย์ย้ำชัดอีกครั้ง ก่อนจะช้อนร่างอวบอิ่มที่งดงามไร้ที่ติของอลินดาขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน และอุ้มพาหญิงสาวไปวางบนเตียงนอนด้วยความสุภาพอ่อนโยน
คนที่ร้องไห้จนหลับใหลไปสะดุ้งตื่นขึ้นมา ดวงตากลมโตมองเขาด้วยความหวาดกลัว “อย่า… ฉันเจ็บ…” หล่อนพยายามจะถดถอยหนี แต่แซคคารีย์รั้งแขนเรียวเอาไว้
“ฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีก เธอนอนเถอะ”
อลินดามองเขาอย่างหวาดกลัว ดวงหน้างามซีดขาว กลีบปากอิ่มที่เขายังไม่มีโอกาสสักครั้งที่จะได้ครอบครองสั่นระริก ยิ่งหล่อนแสดงความตื่นตกใจมากเท่าไหร่ แซคคารีย์ก็ยิ่งเกลียดชังตัวเอง
“ฉันสาบาน ว่าจะไม่ทำอะไรเธออีก อย่างน้อยๆ ก็ไม่ใช่ในเร็วๆ นี้ ไว้ใจฉันได้”
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขการกระทำที่ผ่านมาของตัวเอง หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะทะนุถนอมอลินดาให้มากกว่านี้ จะไม่ขืนใจหล่อน และจะไม่ทำให้หล่อนเจ็บปวด
เขายังจดจำความรู้สึกวินาทีที่ท่อนชายถูกโอบรัดด้วยกลีบสาวแสนบริสุทธิ์ของอลินดาได้เป็นอย่างดี เขาเสียวซ่านจนอยากจะเคลื่อนไหวระรัวเร็ว แต่เพราะเจ้าหล่อนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดราวกับจะขาดใจ เขาถึงต้องหยุด และกัดฟันชักถอนออกมา
“นอนซะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน”
หล่อนมองเขาผ่านม่านน้ำตาด้วยความเสียใจ และก็ไม่คิดจะพูดอะไรกับผู้ชายใจร้ายอย่างแซคคารีย์อีก เปลือกตาทั้งสองข้าง ค่อยๆ ปรือปิดลง
แซคคารีย์ยืนมองอลินดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารระคนพิศวง ความสงสัยมากมายเกิดขึ้นในหัวของเขา และแน่นอนว่าพรุ่งนี้จะต้องหาคำตอบให้จงได้
อลินดาไม่สามารถลุกขึ้นและไปทำงานได้ในเช้าของวันนี้ เพราะเหตุการณ์ที่ถูกกระทำชำเราจนบอบช้ำเมื่อคืน ทำให้หล่อนตื่นสายโด่ง หล่อนมองไปรอบๆ ตัวก็พบแต่ความว่างเปล่า
หญิงสาวหัวเราะเยาะตัวเองทั้งน้ำตา เมื่อค้นพบความจริงว่าตัวเองต้องการจะเห็นแซคคารีย์ภายในห้องนอน อยากเห็นรอยยิ้มของเขา รอยยิ้มที่เขาหยิบยื่นให้กับคนทุกคนบนโลกนี้ และก็มีผู้หญิงโชคร้ายอย่างหล่อนเพียงเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยได้รับมันจากเขาเลย
น้ำตาแห่งความเสียใจน้อยอกน้อยใจไหลรินไม่หยุด แม้จะยกหลังมือขึ้นป้ายทิ้งถี่แค่ไหน แต่มันก็ยังไม่ยอมแห้งเหือดไปจากพวงแก้มทั้งสองข้างอยู่ดี
ดวงตาที่แม้จะพร่าเลือนเพราะมีม่านน้ำตามาขวางกั้นเอาไว้ แต่หยดเลือดจำนวนสี่ห้าหยดบนผ้าปูเตียงก็ยังคงเด่นชัดเต็มความรู้สึก มันตอกย้ำให้รู้ว่าเรื่องเมื่อคืนมันคือเรื่องจริง แซคคารีย์ข่มขืนหล่อนอย่างป่าเถื่อน
ความทรงจำไหลเวียนเข้ามาในหัวไม่หยุดหย่อน หล่อนร้องไห้สะอื้น เมื่อคำด่าทอ คำกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงของแซคคารีย์เต้นเร่าอยู่ในสมอง ไม่ว่าหล่อนจะยืนกรานปฏิเสธยังไง เขาก็ยังคงมองว่าหล่อนสารเลวไม่เปลี่ยนแปลง
อลินดายกสองมือขึ้นปิดหน้าและปล่อยความเสียใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง ความเสียใจที่ถูกพร่าผลาญพรหมจรรย์อย่างป่าเถื่อนยังเทียบไม่ได้กับความน้อยใจที่หล่อนมีกับการกระทำของแซคคารีย์เลย
หญิงสาวนั่งจมอยู่กับความเจ็บปวดนานเกือบยี่สิบนาที เสียงประตูห้องนอนก็ถูกเคาะดังขึ้น หล่อนรีบป้ายน้ำตาทิ้ง และปั้นเสียงราบเรียบถามออกไป
“ใครคะ”
“หนูเองค่ะคุณนารี”
หล่อนไม่อยากอยู่ในคราบของนารีรัตน์อีกต่อไปแล้ว หญิงสาวคิดอย่างเจ็บปวด
“มีอะไรหรือเปล่า”
“คือหนูยกอาหารเช้ามาให้น่ะค่ะ”
สิ่งที่ได้ยินทำให้อลินดาถึงกับแปลกใจ “ยกอาหารเช้าขึ้นมาให้ฉันเหรอ”
“ใช่ค่ะ ขอหนูเข้าไปหน่อยนะคะ”
อลินดารีบคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างเอาไว้ พอเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยอนุญาตให้สาวใช้เข้ามา
“เข้ามาเถอะ”
จบคำอนุญาตของหล่อนบานประตูไม้ก็เปิดกว้างออก พร้อมกับสาวใช้หน้าแฉล้มที่ถือถาดใส่อาหารเดินเข้ามา
“แน่ใจเหรอว่าของฉัน”
“แน่ใจค่ะ เพราะว่าคุณแซคสั่งหนูมา”
ชื่อของผู้ชายคนนั้นทำให้หล่อนน้ำตาแทบร่วง แต่ก็พยายามสะกดกลั้นเอาไว้
“แล้ว… คุณแซคออกไปทำงานแล้วใช่ไหม” หล่อนภาวนาให้เป็นอย่างนั้น แต่กลับไม่ใช่
“วันนี้คุณแซคไม่ได้ไปทำงานค่ะ หนูเห็นหมกตัวอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลยค่ะ”
อลินดานิ่งเงียบไม่คิดจะเอ่ยถึงคนใจร้ายอีก จนสาวใช้ต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน
“งั้นหนูวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะนี้นะคะ”
“เอากลับไปเถอะ ฉันไม่หิวหรอก”
“แต่คุณแซคกำชับหนูมาว่าต้องคะยั้นคะยอให้คุณนารีกินข้าวเช้าให้ได้ค่ะ”
ยิ่งได้ยินชื่อของเขา หล่อนก็ยิ่งปวดร้าวทรมาน “เอากลับไปเถอะ ฉันไม่หิวจริงๆ”
“แต่ว่า…”
“ถ้าหิวฉันจะลงไปหาอะไรกินเอง”
“แต่คุณแซคบอกว่าคุณนารีเดินไม่ค่อยถนัดนี่คะ”
พวงแก้มนวลของอลินดาแดงก่ำเป็นสีระเรื่อขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เมื่อสมองตีความหมายคำพูดของแซคคารีย์ออกมาได้อย่างชัดเจน
“เอ่อ… งั้นก็เอาวางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ ส่วนเธอมีอะไรก็ไปทำเถอะ”
“ให้หนูช่วยอาบน้ำให้ไหมคะ”
อลินดาส่ายหน้า มองสาวใช้อย่างขอบคุณ “ไม่เป็นไรหรอก ฉันช่วยตัวเองได้ เธอไปเถอะ”
“ค่ะ แต่ว่าคุณนารีอย่าลืมกินอาหารเช้านะคะ”
อลินดาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เพียงแต่ยิ้มให้กับคู่สนทนาเท่านั้น ไม่ช้าสาวใช้ก็เดินหายออกไปจากห้อง ในขณะที่หล่อนกัดฟันก้าวลงจากเตียงด้วยความทุลักทุเล
หยาดน้ำตาไหลรินออกมาอีกครั้งเมื่ออยู่เพียงลำพัง หัวใจของหล่อนคงร้าวรานจากการกระทำป่าเถื่อนของแซคคารีย์ หล่อนจะต้องไปจากที่นี่ หล่อนจะไม่อดทนเพื่อคนอื่นอีกแล้ว
ในที่สุดอลินดาก็สามารถพาตัวเองมายืนอยู่ใต้ละอองน้ำฝักบัวสำเร็จ หล่อนปล่อยให้สายน้ำราดรดเนื้อตัวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หวังลึกๆ ว่าสายน้ำจะช่วยบรรเทาความปวดร้าวทรมานจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้จางลงไปได้บ้าง แต่ไม่ว่าจะยืนอยู่ใต้สายน้ำนานแค่ไหน ความเจ็บปวด ความทรมานก็ยังคงมีปริมาณเท่าเดิม ไม่สิ… น่าจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
มือเล็กยกขึ้นลูบใบหน้า ปาดหยาดน้ำออก และลืมตา ขยับออกจากใต้ฝักบัว เอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูมาพันรอบกาย จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซออกไปจากห้องน้ำ
MANGA DISCUSSION