ช่วงพักกลางวัน อลินดาก็มารับประทานอาหารกลางวันกับแฮรี่เพียงลำพังสองคน เพราะวันนี้หทัยชนกที่เคยร่วมโต๊ะด้วยประจำลาพักร้อนหนึ่งวัน
“เมื่อเช้าผมเห็นลินดา มาเกือบสายแน่ะ”
“เอ่อ… พอดีลินดาตื่นสายน่ะค่ะ”
หล่อนจำต้องพูดปด เพราะไม่สามารถบอกความจริงใดๆ ออกไปได้
“งั้นพรุ่งนี้ผมไปรับลินดาที่บ้านดีไหมครับ”
“ไม่… ไม่ได้นะคะ”
ถ้าแฮรี่เกิดไปรับหล่อนที่บ้าน ก็คงจะรู้ความจริงทุกอย่างว่าหล่อนไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้น
“ทำไมล่ะครับ ทางผ่านผมพอดีเลยด้วย”
“เอ่อ… คือว่าลินดาอยากมาเองน่ะค่ะ คุณแฮรี่อย่ามาลำบากเพราะลินดาเลยนะคะ”
“กับลินดา ผมยินดีทำให้เสมอครับ” แล้วแฮรี่ก็วางมือลงบนหลังมือเล็กของหล่อน พร้อมกับบีบแผ่วเบา ในขณะที่ดวงตาก็จ้องมองหล่อนอย่างหวานซึ้ง
“เอ่อ…”
หล่อนอึกอักและอึดอัด กำลังจะคิดหาทางจะดึงมือออกให้สุภาพที่สุด แต่เสียงกระแอมของใครบางคนดังขึ้นเสียก่อน หล่อนหันไปมองก็ต้องเบิกตากว้างเลยทีเดียว
“สวัสดีครับท่านประธาน”
แฮรี่เอ่ยทักทายแซคคารีย์อย่างสุภาพ ในขณะที่หล่อนซึ่งเป็นคนที่ถูกแซคคารีย์จ้องเขม็ง กลับเลือกที่จะนั่งนิ่งเฉยไม่พูดไม่จาสักคำ
“สวัสดีคุณแฮรี่”
“วันนี้ท่านประธานมารับประทานอาหารกลางวันที่นี่ด้วยเหรอครับ”
“ใช่ ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหม”
อลินดาหันขวับไปจ้องหน้าแซคคารีย์ด้วยดวงตาที่เบิกกว้างแทบจะถลนเลยทีเดียว
“ได้ครับ”
แซคคารีย์ระบายยิ้มพึงพอใจ ขณะเดินอ้อมไปนั่งเก้าอี้ตัวตรงกันข้ามกับหล่อน
อลินดาอึดอัดราวกับถูกจับยัดเข้าไปในท่อมืด หล่อนรีบรวบช้อนกับส้อม และเอ่ยขอตัว
“ลินดาอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะคะคุณแฮรี่”
แฮรี่ยังไม่ทันได้ตอบ แซคคารีย์ที่ใบหน้าเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มหยันเยาะดูแคลนก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
“จะรีบไปไหนล่ะ อลินดา หรือว่ารังเกียจฉัน”
อลินดาปรายตามองคนที่จงใจมาหาเรื่องอย่างขุ่นเคือง “ฉันมีงานต้องรีบกลับไปเคลียร์น่ะค่ะ ขอตัวนะคะ”
แล้วหล่อนก็ไม่รอให้ใครได้ทักท้วงอีก เท้าบอบบางก้าวหนีออกไปจากโรงอาหารทันที
แซคคารีย์มองตามไปด้วยสายตาหมั่นไส้ ก่อนจะหันมาพูดคุยกับ แฮรี่แทน
“คุณจีบอลินดาอยู่หรือ แฮรี่”
“ก็… ประมาณนั่นแหละครับ”
แซคคารีย์รู้สึกไหววูบในอก แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดจากสาเหตุอะไร
“แล้วอลินดาชอบคุณไหม”
แฮรี่หัวเราะขัดเขิน
“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับท่านประธาน ลินดาไม่เคยบอกอะไรผมเลย แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะพูดคุยกับผมนะครับ ดังนั้นผมก็เลยคิดเองเออเองไปว่าลินดาน่าจะไม่ได้รังเกียจผม และผมก็คงมีโอกาสไม่น้อย”
“อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนี้เลย คุณจะเสียใจเปล่าๆ”
“ครับ?”
“ผมเห็นคุณเป็นคนดีนะถึงได้อยากจะเตือน”
แฮรี่มองผู้ชายตรงหน้าอย่างแคลงใจ ทำไมแซคคารีย์พูดแบบนี้กับน้องภรรยาตัวเอง
“ผมรู้ว่าคุณคงไม่เชื่อที่ผมพูด แต่สักวันคุณก็จะเห็นเองว่าสิ่งที่ผมพูดมันคือเรื่องจริง”
“เอ่อ ขอบคุณครับท่านประธาน แต่ถ้าจะให้ผมเลิกรักลินดาเพียงเพราะคำพูดของคนอื่น ผมคงทำไม่ได้หรอกครับ”
“ผมเตือนคุณแล้วนะ”
แซคคารีย์ไหวไหล่ทรงพลังกว้างขวางของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะหยุดการสนทนาลง และกินอาหารกลางวันเงียบเชียบ แฮรี่เองก็นั่งนิ่งเงียบ จมอยู่กับความคิดของตัวเองไม่ต่างกัน
แซคคารีย์วางสายจากกฤติชัย หน้าตาของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่านที่เหนือการควบคุมของตนเอง เขากุมกระบอกโทรศัพท์แน่น กรามแกร่งขบกันจนขึ้นสันนูนเป่ง
“เสน่ห์แรงเหลือเกินนะ แม่น้องเมีย”
เขาไม่ควรจะรู้สึกอะไรด้วยซ้ำ เมื่อกฤติชัยโทรมาหา และไว่วานให้เขาช่วยนัดอลินดาให้ในเย็นวันนี้ แต่ให้ตายเถอะ เขากลับโมโหขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
“คุณวาเนสซ่า เรียกอลินดามาพบผมที่ห้องทำงานหน่อย”
“ค่ะ ท่านประธาน” เลขาหน้าห้องรีบตอบรับคำสั่งห้วนห้าวของหัวหน้างาน และไม่ช้าคนที่แซคคารีย์ต้องการพบหน้าก็มาถึง
อลินดาเดินมาหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานของแซคคารีย์พอสมควร และเอ่ยถาม
“คุณแซคมีอะไรด่าฉันอีกล่ะคะ”
เจ้าของชื่อผุดลุกขึ้นยืน และเดินอ้อมโต๊ะออกมาประจันหน้ากับหล่อนในระยะเผาขน หล่อนมัวแต่ตะลึงให้ความหล่อเหลาของเขาจนลืมก้าวถอยหนี
“คุณกฤติชัยต้องการให้เธอไปดินเนอร์กับเขาเย็นนี้”
“คุณกฤติชัยเหรอคะ”
“ใช่” แซคคารีย์ย้ำเสียงกระด้าง และจ้องหน้าหล่อนเขม็งไม่ละสายตาไปไหน “ฉันไม่รู้นะว่าเธออ่อยอีท่าไหน คุณกฤติชัยถึงได้ติดเธอแจแบบนี้ แต่ขอร้องล่ะ อย่าสร้างชื่อเสียงให้ฉาวโฉ่มากกว่าที่เป็นอยู่เลย ฉันอับอายแทนน่ะ”
คนถูกกล่าวหาหน้าร้อนผ่าว กลีบปากอิ่มเม้มแน่นเป็นเส้นตรงตลอดเวลาที่เจ้าตัวเกิดความไม่พอใจ
“ถึงฉันจะชื่อเสียงไม่สวยหรูอะไร มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณแซคไม่ใช่เหรอคะ”
“ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะ ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นน้องเมียของฉัน”
คำตอบของเขาทำให้หล่อนอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนที่จะเชิดหน้าและเอ่ยถาม
“ที่คุณแซคเรียกฉันมาพบ ก็เพื่อจะบอกแจ้งฉันให้ทราบว่าคุณ กฤติชัยต้องการดินเนอร์กับฉันเท่านั้นใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่”
“คะ?”
แล้วเขาก็ยื่นโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่เขาใช้อยู่เป็นประจำมาตรงหน้า อลินดาเลิกคิ้วโก่งสวยด้วยความประหลาดใจ
“โทรไปหาคุณกฤติชัย และบอกว่าเย็นนี้เธอไม่ว่าง”
นี่หล่อนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแซคคารีย์จะมาวุ่นวายกับชีวิตของหล่อนแบบนี้
“ทำไมฉันต้องทำตามที่คุณแซคสั่งด้วยล่ะคะ”
“ก็เพราะมันเป็นความต้องการของฉันยังไงล่ะ”
“เหตุผลล่ะคะ” อลินดาพยายามใจเย็น
“เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะฉันไม่อยากให้นารีต้องอับอายที่มีน้องสาว สำส่อนอย่างเธอยังไงล่ะ”
“คุณแซค…”
“หรือว่าฉันพูดผิด”
หล่อนมองเขาอย่างน้อยใจ ปากที่เคยเม้มแน่นตอนนี้ถูกกัดด้วยฟันจนเจ็บระบม แต่ถึงแม้จะเจ็บสักแค่ไหน ก็ยังไม่เท่าเสี้ยวหนึ่งภายในหัวใจเลย
“คุณแซคไม่ได้พูดผิดหรอกค่ะ”
หล่อนประชดประชันออกไปอย่างน้อยใจ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือของแซคคารีย์มาต่อสายหากฤติชัยตามที่เขาต้องการ
“สวัสดีค่ะคุณกฤติชัย นี่อลินดาเองค่ะ”
หล่อนกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่หวานมากกว่าปกติ ท่ามกลางสายตาดุดันของแซคคารีย์ที่จ้องมองมา
“บอกคุณกฤติชัยไปสิ ว่าเย็นนี้เธอไม่ว่าง”
เขากระซิบกระซาบออกคำสั่ง แต่เพราะอยากจะเอาชนะเขาสักครั้งทำให้อลินดาเลือกที่จะขัดความต้องการของแซคคารีย์ซึ่งๆ หน้า
“ตกลงค่ะ เย็นนี้เจอกันนะคะคุณกฤติชัย”
หญิงสาวพูดในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความต้องการของผู้ชายตรงหน้า จากนั้นก็ตัดสายสนทนาของกฤติชัยทิ้ง และยื่นโทรศัพท์คืนให้กับผู้ชายที่ยืนโกรธหน้าดำหน้าแดงทันที
“ฉันขอตัวก่อนนะคะ หมดธุระแล้ว”
“อลินดา!” ชื่อของหล่อนถูกเค้นออกมาจากลำคอแกร่งแผ่วเบา แต่กระแสเสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความเดือดดาลยิ่งนัก “กลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ”
กลับไปก็โง่น่ะสิ
อลินดาคิดในใจ ก่อนจะรีบกระโจนออกไปจากห้องทำงานกว้างของแซคคารีย์ด้วยความเร็วสูง
แซคคารีย์มองประตูไม้ที่ถูกดันให้ปิดสนิทลงด้วยความเดือดดาลเป็นที่สุด
“คอยดูเถอะ คืนนี้จะให้ไปนอนตากน้ำค้างเสียให้เข็ด”
ขณะที่แซคคารีย์เต็มไปด้วยความหงุดหงิดอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน เขากดรับอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าใครโทรเข้ามาหา
“ครับ คุณตำรวจ ผมจะรีบไปโรงพักเดี๋ยวนี้แหละครับ”
MANGA DISCUSSION