ตั้งแต่ที่เสียครอบครัวไป ชินเฝ้านึกมาตลอดถึงสิ่งที่ตัวเองปรารถนาอยู่ในใจ
แน่นอน… มันคือความโกรธ ความโกรธที่อัดแน่นเป็นมวลมหาศาลซึ่งรอวันปะทุออกมา ความรู้สึกที่อัดแน่นนั้นหล่อหลอมชินให้เป็นดังทุกวันนี้
แต่ถึงกระนั้นชินก็ยังเฝ้าปรารถนาเรื่อยมา… ถึงสิ่งที่เขาต้องการมันจริงๆ เฝ้าถามตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่ามันคือสิ่งที่ตัวเขาต้องการจริงๆงั้นหรือ?
แต่คำตอบที่ออกมาแทบจะทันทีสำหรับทุกครั้งก็คือ… ความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องผิด นี่แหล่ะสิ่งที่เขาต้องการ
การล้างแค้นผู้ที่ทำให้เขาจมปลักกับอดีต เป็นวิธีเดียวที่จะเปิดทางไปสู่อนาคตได้
และความคิดอันคับแคบนั้นเอง… ที่ได้ทำให้ชินรู้สึกถึงความสูญเสียมาตลอดราวเสียงกระซิบของปีศาจ
ดังเช่นในตอนนี้… สภาพของหญิงสาวคนสนิทที่นอนอยู่บนพื้นทว่าศีรษะไม่ได้ต่อติดกับคออย่างน่าสังเวชนั้น คือหนึ่งในผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมดังกล่าว
โอลิ… เวีย…
ชินยืนนิ่งเป็นหิน จ้องร่างที่ไม่ไหวติงของโอลิเวียที่นอนอยู่กับพื้นท่ามกลางกองเลือดที่อาบไปทั่วบริเวณ ความรู้สึกหลายอย่างเริ่มกัดกุมหัวใจของชายผู้อยู่ในห้วงความแค้นอีกครั้ง…
“ แหมๆ… คุณนี่มันอึดใช้ได้เลยนะครับ มีไม่กี่คนหรอกนะครับเนี่ยที่ยังยืนอยู่ได้หลังโดน “พลัง” ของผมไปหน่ะ ”
นักดาบผู้สวมเกราะเบาสีส้มพร้อมหน้ากากเสือโคร่ง ผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุให้โอลิเวียอยู่ในสภาพอันน่าสังเวชพูดขึ้นด้วยท่าทางเยาะเย้ยขัดกับสิ่งที่พูดออกมา
แต่คำพูดราวกับต้องการจะยั่วโมโหนั่น ไม่ได้เข้ามาในสติของชินแม้แต่น้อย สายตาและสติของเขายังคงจดจ้องร่างของโอลิเวียแม้แต่ตอนนี้
“ ส่วนคนอ่อนแอ ก็ไม่พ้นต้องอยู่ในสภาพนั้นหล่ะนะครับ ”
อ่อนแอ…
ทว่า… เมื่อได้ยินคำดูแคลนโอลิเวียลอดเข้ามาในหู นั่นกลับทำให้ชินได้สติไปเสีย
หรืออีกนัยนึง… นั่นก็ทำให้เขาสติหลุดได้เช่นกัน
เพราะอ่อนแอเลยจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ
เพราะอ่อนแอเลยจะฆ่าก็ได้งั้นเหรอ…
…นี่พวกแก คิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหนกัน
ชินค่อยๆหันใบหน้าของตัวเองอย่างช้าไปทางผู้ใช้ดาบและหอก โดยมีแสงจันทร์ที่เกิดจะผนังซึ่งทะลุออกไปข้างนอกเป็นตัวช่วยเผยตัวตน
นั่นทำให้ทั้งสองคนที่เห็นหน้ากากอันเป็นเอกลักษณ์ของชินแสดงท่าทางตกตะลึงไม่น้อย
“ Angry Clown เหรอ? ”
และผู้ที่พึมพำออกมาก่อนคือผู้ใช้หอกซึ่งสวมหน้ากากลิงเผือก… ท่าทางที่ปรากฏกับอีกคนทำให้ทั้งคู่รู้ในทันทีว่าชินไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับตนหรืออีกฝ่าย
และในตอนนี้ทั้งสองคนก็หันคมอาวุธตัวเองชี้ไปยังชินเรียบร้อยแล้ว
“ ไม่อยากเชื่อว่าจะได้มาเจอกับนักล่าค่าหัวมือหนึ่งโดยบังเอิญแบบนี้นะครับ หรือว่าเล็งผมไว้นานแล้วกันหล่ะเนี่ย? ”
“ ชิ… กลายเป็นเรื่องยุ่งยากแล้วไหมหล่ะ ”
ทั้งสองคนพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งกังวล ราวกับว่าชินย่างกรายเข้ามาในลานประลองส่วนตัวของพวกเขาอย่างไม่ได้รับอนุญาต(หรือตามความหมายแล้วมันอาจเป็นเช่นนั้น)
แต่ที่น่ากังวลในมุมมองของทั้งสองคน คือบุคคลที่คาดการณ์ไว้ว่า “ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง” กลับเข้ามายุ่มย่ามในศึกของพวกตนอาจมีนัยสำคัญบางอย่างก็ได้ แม้ความจริงแล้วมันจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ตามที
เช่นไรก็ตาม นั่นไม่ใช่สิ่งที่ชินสนใจ
เพราะไม่เข้าตาก็เลยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
เพราะขัดผลประโยชน์ก็เลยคร่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์
เพราะแบบนั้น… ถึงได้พรากคนสำคัญของฉันไป
ทุกครั้ง… ทุกครั้ง… ทุกครั้ง!
จะใครหน้าไหน… ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไร้เหตุผลกันไปหมด!
ชินที่หาได้สนใจท่าทางของทั้งสองคนไม่ เริ่มกำมือทั้งสองแน่น คลายออก และกำแน่นสลับไปมา ความร้อนเริ่มสุมอยู่ที่อกอย่างที่เคยรู้สึกมาตลอด
สิ่งที่ขับเคลื่อนเขามาตลอดสิบปีกำลังจะปะทุออกมาอย่างรุนแรง…
…และพริบตาที่ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสดเสียยิ่งกว่าโลหิต นั่นคือพริบตาที่ความโกรธของเขาถูกปลดปล่อย
ตู้ม!
บรรยากาศรอบตัวของชินสั่นไหว เท้าของชินที่กดลงกับพื้นทำให้พื้นเกิดรอยแตกไปส่วนนึง มวลอากาศที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วจากศูนย์กลางอย่างชิน ทำเอาทั้งผู้ใช้หอกคู่และดาบเกือบหยั่งเท้าไม่ทันจนต้องปลิวถอยหลังไป
นั่นคือพริบตาที่สถานการณ์ย่ำแย่ถึงขีดสุด… ทำให้ทั้งเสือโคร่งและลิงเผือกผู้เป็นเจ้าถิ่นตัดสินอย่างเด็ดขาดว่าชินคือศัตรูที่ต้องกำจัดทิ้งไปเสียแล้ว
ลับสายตาให้คมกริบ ปรับสัมผัสจนเฉียบคมจนเข้าสู่สถานะต่อสู้เต็มรูปแบบ สายตาของทั้งคู่จดจ้องไปยังจุดที่ชินยืนอยู่
และไม่ว่าจะด้วยความประมาท บังเอิญหรือเพียงแค่ปฏิกิริยาปกติของร่างกาย แต่ผู้ที่ถือดาบนั้นได้เผลอกะพริบตาไปครั้งนึง…
…และพริบตาที่เขาเปิดเปลือกตาขึ้น ที่อยู่ตรงหน้าเขาก็กลับกลายเป็นชินที่ย่นระยะมาอยู่ตรงหน้าโดยไร้ซึ่งเสียง
“ !!!!———— ”
ไม่แม้แต่จะทันได้ขยับตัว หมัดของชินก็พุ่งเข้าใส่กลางใบหน้าของหน้ากากเสือโคร่งอย่างเต็มแรง ไม่มีเวลาแม้แต่ตั้งท่าป้องกันหรือร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างของผู้ใช้ดาบลอยปลิวไปติดกับผนังอีกฝั่งในพริบตา
และกับผู้ใช้หอกคู่ที่อยู่ใกล้เคียง… เขาทำได้แค่ยืนเหงื่อตกด้วยความหวาดกลัวจนขนลุกซู่ เพราะสิ่งที่เขาสังเกตได้ คือชินที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันและอัดคู่ต่อสู้ที่ตนต่อสู่อย่างสูสีไปติดกำแพงในพริบตาเท่านั้น
ชินที่มีสายฟ้าสีแดงสปาร์คไปทั่วร่างเป็นช่วงๆ ทำให้เขาคาดการณ์ว่าชินอาจเป็นเผ่าปีศาจ เพราะมันดูเหมือนกับ “คำสาป” ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของปีศาจ
เขาคิดแบบนั้นด้วยเหงื่อเย็นๆที่ผุดบนหน้าผาก
ปีศาจชัดๆ…
เขาคิดได้แค่แบบนั้นในขณะที่มองภาพของชินซึ่งสะท้อนสีแดงออกมาจากดวงตาภายใต้หน้ากาก
ชินค่อยๆหันมามองผู้ใช้หอกคู่คนนี้อย่างเยือกเย็น ไม่สิ… น่าจะเรียกว่าพินิจพิเคราะห์เหยื่อคล้ายการกระทำของสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งเสียมากกว่า ทว่าชินก็เลือกหันกลับไปมองนักดาบซึ่งหลุดออกจากผนังมานั่งคุกเข่าที่พื้นด้วยท่าทางเจ็บปวดแทน
ผู้ใช้หอกถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนที่ชินจะค่อยเดินเข้าหาผู้ใช้ดาบหน้ากากเสือโคร่งอีกครั้งอย่างไม่รีบร้อน
ผู้ใช้หอกคู่อาศัยจังหวะนั้นถีบพื้นหนีไปทันที แน่นอนว่าชินรู้ แต่เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรกับร่างของโอลิเวีย และไม่ใช่เหตุผลที่ชินโกรธแค้นในครั้งนี้ ชินจึงปล่อยไปอย่างง่ายดาย
“ กลับกันแล้ว… ”
ชินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ส่งผ่านไปยังผู้ใช้ดาบที่ยกมือกุมหน้าตัวเองด้วยความเจ็บปวด
สีหน้าภายใต้หน้ากากที่แตกละเอียดไปเกินครึ่งเริ่มเหยเกด้วยความโกรธกริ้ว
“ กะ แก!!!!! ”
ผู้ใช้ดาบเอื้อมมือมาทางชิน พร้อมตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความโกรธกริ้วสุดขีด
พริบตานั้นสายลมคมกริบก็พวยพุ่งออกมาทุกทิศทางและพุ่งเข้าหาร่างของชินโดยตรง นั่นถึงทำให้ชินรู้ว่าบาเรียของตัวเองหายไปแล้ว และแม้จะไม่รู้ถึงสาเหตุอันแน่ชัด แต่พลังของชายคนนี้มีมากพอจะทำลายบาเรียได้อย่างง่ายดาย
ที่ทนได้เป็นเพราะร่างกายของเราสินะ… ชินคิดแบบนั้นก่อนจะเอียงคอราวเหยียดหยาม เพราะการโจมตีของมันไม่ได้ผล
“ อะ อะไรกัน… กะ แก ทำไมถึงไม่เป็นอะไร!? ”
สีหน้าและน้ำเสียงเริ่มแสดงไปในทางหวาดกลัว แต่กระนั้นก็ยังไม่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีและความหยิ่งยะโสซึ่งเป็นท่าทางปกติ แต่พอชินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนหรือแสดงความเจ็บปวดจากการโจมตีของเขาเลยซักนิด เขาก็เริ่มกลัวขึ้นมาอีก
“ อย่าเข้ามานะ! นี่แกคิดว่าฉันคนนี้เป็นใคร! ฉันเป็นราชาของที่นี่ ของที่นี่เชียวนะ!! ”
เขาลุกขึ้นพร้อมกับตั้งใจจะวาดดาบไปด้านหลังหวังโจมตีชิน
“ อั๊ก!”
แต่พริบตานั้นชินก็ใช้มือซ้ายจับใบหน้าของเขากระแทกกับกำแพงด้านหลังอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“ พูดบ้าอะไรของแก… สมองเพี้ยนไปแล้วรึไง ”
ชินมองคนตรงหน้าด้วยสายตาสมเพช กับคำพูดที่หยิ่งยะโสเกินไปนั่นของผู้ใช้ดาบ ก่อนที่จะกำหมัดขวาของตัวเองแน่น
“ มาทำเป็นกลัว… แล้วแกไม่คิดว่าคนที่แกฆ่าไปเองก็กลัวตายบ้างรึไง!? ”
ชินตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะออกหมัดขวาตรงพุ่งเข้าใส่กลางลำตัวของนักดาบสุดแรง
ร่างของเขาอัดเข้ากับกำแพง แต่ชินยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาออกแรงดันต่อไปอีกจนสุดท้ายกำแพงก็ทนแรงอัดไม่ไหวจนต้องทะลุเป็นโพรง
แถมด้วยแรงหมัดของชินที่กำลังโกรธ นั่นทำให้ร่างของนักดาบปลิวกระเด็นไปไกลอีกหลายสิบเมตร ทะลุตู้คอนเทนเนอร์ที่ตั้งอยู่นอกโกดังไปหลายตู้
แล้วสุดท้ายร่างของนักดาบก็กระแทกเข้ากับเหล็กหนาสำหรับก่อสร้าง ก่อนจะร่วงลงไปนอนคว่ำหน้ากับพื้น เขาหมดสติไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่า…
ยัง… ยังไม่พอ…
ความโกรธของชินยังไม่ถูกคลี่คลายลงเพียงเพราะอัดต้นเหตุที่ทำให้โอลิเวียเสียชีวิตอย่างเขาจนหมดสติ
สำหรับชินตอนนี้ที่ถูกความโกรธเข้าครอบงำจนเกือบจะสมบูรณ์ นั่นทำให้ในหัวเขาเริ่มคิดที่จะ “สังหาร” ชายคนนี้ขึ้นมาจริงๆ
ชินเดินออกมาจากตัวโกดัง ก่อนจะกระโดดขึ้นสูงแล้วร่อนลงพื้นยืนมองร่างไร้สติของนักดาบด้วยแววตาสีแดงฉานซึ่งไม่แม้แต่จะสงบลง กลับกัน… มันมีแต่จะฉายแสงเข้มขึ้นเรื่อยๆ
ราวกับหากไม่ได้ดื่มเลือดของศัตรู ความกระหายก็จักไม่มีวันหมด ชินเริ่มแยกเขี้ยวตามสัญชาตญาณราวสัตว์ป่า เผยให้เห็นฟันเขี้ยวอันเป็นลักษณะเฉพาะของเขา ลมหายใจที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆเป็นตัวกระตุ้นให้เลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง
ชินเริ่มเกร็งนิ้วมือตัวเองจนมันแหลมคมราวกับหอกเทียม พร้อมกับเล็งไปที่ศีรษะของนักดาบ
ความกระหายเลือดของเขาได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว
ตายซะ… ไอ้สารเลว————
“ ชิน! ”
ทว่าพริบตาก่อนที่หอกเสมือนจะพุ่งทะลุศีรษะของนักดาบที่นอนหมอบกับพื้น
เสียงของหญิงสาว… หญิงสาวผู้เป็นเสมือนครอบครัวคนสุดท้ายของเขาก็กลับสะท้อนก้องในหูทำให้มือของเขาที่หวังปลิดชีวิตศัตรูหยุดลง
ไม่เพียงแค่นั้น… ชินยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากแผ่นหลังราวกับเธอคนนั้นกำลังสวมกอดเขาอยู่ยังไงอย่างงั้น พริบตานึงที่ชินรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกภาพหลอนครอบงำ
“ ไม่เป็นไรแล้วค่ะชิน… ดิฉันไม่เป็นไรแล้ว ”
แต่หลังจากนั้นก็ตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ภาพหลอน
โอลิเวีย… ผู้ซึ่งอยู่ในชุดออกปฏิบัติการทว่าไม่ได้สวมหน้ากากโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ และเผยให้เห็นใบหน้างามชดช้อยและผมสีเงินยาวสลวยยามปกติของเธอ กำลังสวมกอดเขาอยู่จากทางด้านหลัง
“ โอลิเวีย… ”
มือที่เกร็งอยู่ค่อยผ่อนลง รวมถึงอัตราการหายใจก็เริ่มกลับมาคงที่
ราวกับเป็นมนต์สะกด… ความอ่อนโยนของโอลิเวียที่ส่งผ่านมา ทำให้ความโกรธที่ร้อนระอุและคุกรุ่นเริ่มดับมอดลงไป จนกระทั่งเย็นสนิทไปในเวลาไม่นาน ทั้งเขี้ยวที่เผยให้เห็นและดวงตาสีแดงฉาน ทั้งหมดกลับคืนสู่สภาพเดิมดังเช่นปกติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
❖❖❖❖❖
“ ขออภัยที่ทำให้เป็นห่วงนะคะมาสเตอร์ ”
โอลิเวียว่าพลางก้มหัวขอโทษเล็กน้อย เธอกำลังพูดถึงเรื่องที่ประมาทเลินเล่อจนทำให้ตัวเองเสียชีวิต
และที่สำคัญคือขอโทษในเรื่องที่ทำให้ชินต้องคลุ้มคลั่ง เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนมันก็เพราะมีตัวเองเป็นสาเหตุในมุมมองของเธอ แม้ความจริงแล้วมันจะไม่ใช่ความผิดของเธอเลยซักนิดก็ตาม
“ ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกนะ ”
ชินว่าแบบนั้นพลางเอื้อมมือลูบศีรษะปลอบโยนโอลิเวีย แต่ในขณะเดียวกันทางชินเองกลับรู้สึกผิดยิ่งกว่า เพราะสาเหตุที่ทำให้โอลิเวียตายไปเมื่อครู่มันคือความผิดของเขา
…แม้ความจริงแล้วจะไม่ใช่ก็ตามที
ใช่… โอลิเวียได้ตายไปแล้ว
ตายไปแล้วจริงๆ
แต่ว่า… ที่เธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของฉันนี่ไม่ใช่ปาฏิหาริย์หรือว่าอะไร
แต่มันเป็นเพราะสิ่งที่เรียกว่า “ไนท์” หรือก็คือพลังของแวมไพร์ที่อยู่ในตัวของโอลิเวียต่างหาก
จากสงครามเมื่อพันปีก่อนทำให้มีลูกหลานซึ่งมีสายเลือดแวมไพร์ปะปนอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก นั่นรวมถึงลูกหลานเผ่าพันธุ์อื่นที่เป็นเลือดผสมอย่างมนุษย์ เอลฟ์ นางฟ้า มนุษย์สัตว์ และอื่นๆ
นั่นเป็นเหตุผลที่พลัง “ไนท์” จะปรากฏขึ้นกับใครก็ได้ จนกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมสมัยนี้ ถึงในกรณีของโอลิเวียจะซับซ้อนกว่านั้นหน่อยก็ตามที
“ รีสทอร์(Restore)” คือพลังนั้นของโอลิเวีย
มันคือพลังที่สามารถรักษาบาดแผลได้ทุกชนิด แต่นิยามของมันไม่สิ้นสุดเพียงแค่นั้น เพราะดูเหมือนว่าพลังนี้จะทำการรักษาสมดุลทุกอย่างในร่างกายของโอลิเวียให้ปกติอยู่ตลอด
พลังนั่นมากถึงขนาดที่ทำให้โอลิเวียงอกอวัยวะที่เสียไปขึ้นมาใหม่ได้แม้จะต้องใช้เวลาซักพักก็ตาม และยิ่งเป็นตอนกลางคืนพลังก็ยิ่งแกร่งขึ้นและมีอัตราการฟื้นฟูสูงขึ้นเหมือน “ไนท์” ปกติ
และจุดที่ประหลาดใจกว่า คือมันสามารถทำให้เธอฟื้นคืนชีพขึ้นมาในสภาพสมบูรณ์พร้อมโดยยึดจากอวัยวะชิ้นที่ใหญ่ที่สุดได้อีกด้วย นั่นแหล่ะคือ “ไนท์” ของโอลิเวีย
ถึงแม้เจ้าตัวจะบอกว่าเป็นพลังที่ภูมิใจ เพราะสามารถใช้ปกป้องเราได้ตลอด
แต่ว่า สำหรับฉัน…
“ …ขอโทษด้วยนะ ” ชินพูดสั้นๆก่อนจะผละมือออก เขาจ้องโอลิเวียราวกับบอกอ้อมๆว่าไม่อยากให้พูดอะไรต่อ ไม่งั้นคงขอโทษกันไปมาไม่จบไม่สิ้น
เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่อง โอลิเวียที่รับความตั้งใจนั้นมาจึงพยักหน้าเบาๆ เธอรับรู้จากท่าทางของชินแม้จะไม่เห็นใบหน้าใต้หน้ากากของเขาก็ตามที
แต่ถึงจะบอกว่าไม่ใช่ครั้งแรก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความเขาจะเคยชินกับมัน… กลับกันแล้ว หากเคยชินกับการตายของคนสำคัญจนไร้ซึ่งความรู้สึกผิด นั่นต่างหากที่น่ากลัว
ชินหันหลังให้โอลิเวียก่อนเดินเข้าไปใกล้กับร่างของนักดาบที่กำลังนอนคว่ำหน้าสลบเหมือด
หลังจากตรวจสอบว่าไม่มีเครื่องดักฟังหรือบันทึกภาพ ชินก็เรียกโอลิเวียให้เข้ามาใกล้
“ นี่เป็นเป้าหมายของเรางั้นเหรอคะ ”
“ ใช่ และไอ้หมอนี่แหล่ะคือคนที่ฆ่าเธอเมื่อกี้ ”
ชินย้ำแบบนั้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงหงุดหงิดไม่หาย แต่ทางโอลิเวียที่เป็นเหยื่อกลับนิ่งเงียบผิดคาด เธอไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองเป็นพิเศษ เพราะเข้าใจดีว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี่มันเป็นเรื่องอันตรายถึงตายได้ตลอดเวลา
ชินเดินเข้าไปใกล้และพลิกร่างของเขาให้นอนหงายขึ้น ปรากฏใบหน้าของชายหนุ่มชาวยุโรปผมบลอนด์สั้นดูเรียบร้อย อายุราวๆ 20 ปีเศษเท่านั้น หากพบเจอกันข้างถนน เขาคือนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มาจากต่างประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาเป็นชายหนุ่มที่ดูไม่มีพิษมีภัยเลยอย่างที่ว่า ทำให้โอลิเวียเอียงคอสงสัยตามชินไปด้วย
“ ตรวจสอบฐานข้อมูลก็ไม่พบประวัติอาชญากรรมหรือมีค่าหัวเลยซักนิด… หมอนี่เป็นคนธรรมดางั้นเหรอ? ”
“ ชินเองก็ไม่มีกับเขานี่คะ? ”
โอลิเวียล้อเล่นด้วยรอยยิ้มขี้แกล้งเล็กๆ ท่าทางของเธอดูไม่ทุกข์ร้อนเลยซักนิดหลังผ่านความตายมา
ไม่รู้ว่าโอลิเวียตั้งใจหรือไม่ แต่นั่นช่วยบรรเทาความรู้สึกผิดของชินอยู่
“ เป็นคนประเภทเดียวกับเรางั้นสินะ คนที่ใช้หอกคู่ก่อนหน้าเราก็คงเหมือนกัน ”
“ แต่สาเหตุนี่นึกไม่ออกเลยนะคะ ”
โอลิเวียพยักหน้าตามข้อสังเกตุที่ชินตั้ง แต่กระนั้นมันก็ยังอธิบายไม่ได้ทุกประเด็นที่ทั้งคู่สงสัย
สรุปง่ายๆว่าทั้งสองคนมีเหตุผลให้ต้องเคลื่อนไหวแบบปิดบังตัวตนแบบเดียวกับเรา
แต่เหตุผลนั้นคืออะไรกันแน่ ในจุดนี้ไม่อาจคาดเดาได้เพราะข้อมูลน้อยเกินไป
สิ่งที่เรารู้ตอนนี้ก็คือมีสองฝ่ายกำลังสู้กันโดยปิดบังตัวตนของแต่ละฝ่าย และสองฝ่ายที่ว่าคงไม่ได้มีแค่ฝั่งละคนอย่างคนที่ใช้หอกคู่กับนักดาบคนนี้แน่
แต่ว่า… เรื่องที่เจ้านักดาบคนนี้ปรากฏรอยสักส่องแสงสีแดงแบบเดียวกับที่ฉันเคยเห็นนี่เป็นตัวบ่งบอกได้กว่า 80% เลยว่าเกี่ยวข้องกับ “เป้าหมาย” ของเรา
จะมีจุดต่างก็แค่ รอยสักของหมอนี่เป็นโล่และดาบไขว้เท่านั้น
เป้าหมายของเราคือรอยสักรูปมงกุฎต่างหาก
ชินคิดได้เช่นนั้นก็สำรวจร่างกายของชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง
และแน่นอนว่าสิ่งที่เฝ้าสังเกตเป็นอย่างแรก คือหลังฝ่ามือซ้ายของเขา ทว่ามันกลับไม่มีรอยสักที่ชินเห็นเมื่อก่อนหน้านี้เลยซักนิด
หมายความว่ายังไงกัน?
รอยสักที่เคยเปล่งแสงจ้าหลังฝ่ามือเมื่อตอนนั้น ไร้ซึ่งร่องรอยของการมีอยู่ ราวกับไม่เคยมีตั้งแต่แรก
ด้วยความสงสัย มือขวาของชินเอื้อมไปสัมผัสกับหลังฝ่ามือของเขาในทันที…
…โดยไม่รู้เลยว่านั่น จะเป็นตัวจุดชนวนบางสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาเองยังคาดไม่ถึง
วูม!!!
“ !!!? ”
พริบตานั้นแสงสีแดงพร้อมสัญลักษณ์โล่และดาบไขว้ก็ปรากฏขึ้นหลังฝ่ามือของนักดาบหนุ่ม นั่นทำให้ทั้งชินและโอลิเวียดีใจจนเนื้อเต้นที่ตัวเองไม่ได้คิดผิด
“ อึก ”
ทว่าพริบตาต่อมา หัวใจของชินก็เริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างไม่ทราบสาเหตุ
อุณหภูมิทั้งร่างเริ่มสูงขึ้นจนถึงขนาดที่มีควันฟุ้งลอยออกมาจากทั้งตัว ชินรีบผละมือออกจากสัญลักษณ์นั่นจนมันหายไป
แล้วความเจ็บปวดของชินจึงค่อยๆลดลงไป… ความจริงมันควรเป็นเช่นนั้น
“ อ้าก!!! ”
“ มาสเตอร์! ”
ชินเริ่มกอดร่างของตัวเองในพริบตาที่ความเจ็บปวดเข้ากัดกินที่มือขวา ราวกับถูกใบมีดหลายสิบเล่มเฉือนเนื้อเถือกระดูก
เขาที่ร้องลั่นออกมา ทำให้โอลิเวียรีบพุ่งเข้าไปดูอาการในทันที แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เธอก็ไม่รู้อยู่ดีว่าควรทำอะไร
ระ ร้อน… นี่มันอะไรกันเนี่ย!
“ ทำใจดีๆไว้นะคะชิน! ”
โอลิเวียตื่นตระหนกจนถึงกับเผลอเรียกชื่อจริง เธอพยุ่งชินที่กำลังทรมานไปนอนพิงกับคอนเทนเนอร์ใกล้ๆ ก่อนที่จะปลดกระดุมเสื้อของชินออก พยายามคลายความร้อยให้มากที่สุด
ทำยังไงดี
โอลิเวียได้แต่สับสน แต่กระนั้นเธอก็รีบถอดหน้ากากของชินออก และสั่งการมันให้ตรวจสอบสภาพของชิน
แต่สุดท้ายมันก็ไม่ช่วยอะไร… ผลปรากฏมีเพียงอย่างเดียวคืออุณหภูมิที่สูงขึ้นของชินเท่านั้น
โอลิเวียชั่งใจตัวเองเต็มที่ระหว่างชีวิตของชินกับเป้าหมายของชิน… เพราะเธอกำลังคิดที่จะพาชินไปส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดมันซะตอนนี้ และหากสิ่งที่ว่าไปเป็นจริง ก็เป็นไปได้สูงว่าตัวตนของทั้งคู่จะถูกเปิดเผย
“ ยะ อย่านะ… ฉัน… ไม่เป็นไร… ”
แต่ชินก็เป็นคนรั้งเธอไว้เองเพราะรู้ดีว่าโอลิเวียต้องเลือกชีวิตของตนแน่อยู่แล้ว มือขวาของชินรีบคว้าข้อมือของโอลิเวียไว้ก่อนเธอจะยืนขึ้น
โอลิเวียทำสีหน้าลำบากใจสุดๆออกมา แต่พอเห็นใบหน้าฝืนยิ้มของชิน เธอก็มีแต่ต้องทน เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ โอลิเวียวิเคราะห์อะไรไม่ได้เลยซักนิด
“ ไม่เป็นไรค่ะ… มาสเตอร์ ฉันจะอยู่กับคุณเอง ” โอลิเวียว่าแบบนั้นก่อนจะกุมมือทั้งสองข้างของตัวเองกับมือขวาของชินแน่น นั่นทำให้ชินยิ้มออกมาอย่างโล่งอกทั้ง 2 นัยยะ
“ อึก…. ”
หน้าของชินเริ่มเหยเกด้วยความเจ็บปวดและกัดฟันแน่น ความรู้สึกราวถูกเฉือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โอลิเวียเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งกุมมือชินแน่นกว่าเดิม
ไม่เป็นไร… ชินจะไม่เป็นไรแน่ค่ะ… เธอกระซิบบอกแบบนั้น
แต่สุดท้ายมันก็เป็นอย่างที่เธอว่า… เมื่อถึงจุดพีคของความเจ็บปวด มันก็ค่อยๆลดระดับลงเรื่อยๆ จนไม่นานนักความเจ็บปวดราวถูกมีดรุมทึ้งก็เป็นแค่อาการชาเท่านั้น
ชินหายใจหอบ ในขณะที่โอลิเวียถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ เกิดอะไรขึ้น… กันแน่เนี่ย ” ชินขมวดคิ้วแน่น ทั้งเพราะไม่เข้าใจสถานการณ์และยังเข็ดหลาบกับความเจ็บปวดเมื่อครู่
“ ยังไงก็… ดีแล้วนะคะที่ไม่เป็นไร ”
โอลิเวียพูดพลางเลื่อนมือขวาของชินขึ้นมาแนบแก้มตัวเอง เหตุการณ์เมื่อครู่ทำเอาโอลิเวียกลัวจนตัวสั่นมากกว่าที่ชินคิดเสียอีก
“ นั่นสินะ ไม่เป็นไรแล้ว ”
“ ค่ะ… ”
ชินตอบกลับสั้นๆ เช่นเดียวกับโอลิเวียที่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก
ทว่า… โลกนี้ไม่ได้ใจดีถึงขนาดจะหยุดความตกตะลึงไว้เพียงแค่นั้น
สิ่งผิดแปลกเริ่มขึ้นเมื่อโอลิเวียค่อยๆถอนมือของชินออกจากแก้มตัวเอง แล้วดวงตาของเธอก็เบิกโพลงขึ้นกว้าง มากยิ่งกว่าปกติแบบที่ไม่ค่อยจะได้เห็นแม้แต่ชินก็ตามที
แต่นั่นก็เพราะเธอสังเกตเห็นบางอย่างเข้า
“ ชินคะ… นี่มัน ”
“ มีอะไร? ”
แล้วจากนั้นโอลิเวียก็เปลี่ยนมาขมวดคิ้วแน่นเสียอีก ทำเอาชินอดสงสัยไม่ได้
แต่พอโอลิเวียค่อยๆหันฝ่ามือขวาของตัวชินเองให้ดู… คำตอบที่สมกับเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ออกมา เพราะมันทำให้ชินเบิกตาโพลงตามไปด้วย
รอยสักอันน่าชิงชังที่ทำให้นึกถึงเลือดของพ่อและแม่ รวมถึงเลือดของบรรดาคนรู้จักทั้งหลาย
ชินจำได้ดีไม่เคยลืม และไม่คิดว่าจะลืมได้ง่ายๆด้วย
รอยสักรูปมงกุฎสีแดงที่ชินตามหามาตลอดเพราะเป็นเป้าหมายในการล้างแค้นนั้น… ในตอนนี้ มันกลับปรากฎขึ้นบนหลังฝ่ามือของชินเองเสียแล้ว
❖❖❖❖❖
Facebook Page : https://www.facebook.com/HatthAnant
MANGA DISCUSSION