ตอนที่ 38: การต่อสู้ของลูกผู้หญิง
เช้าวันถัดมาอันนับได้ว่าเป็นวันทัศนศึกษาเต็มวันวันสุดท้าย
บรรยากาศในช่วงการทานอาหารเช้าที่โรงอาหารของโรงแรมเป็นปกติสุขแต่ไม่ร่าเริงเท่าที่ควร ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้ว เพราะเมื่อวานเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับชิน ทุกคนเลยอาจจะยังไม่มีอารมณ์ที่จะสนุกสนานได้เท่าปกติ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าคนดังคนหนึ่งที่เป็นที่เคารพหรือชื่นชมสามารถเปลี่ยนแปลงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่มีอิทธิพลด้วยได้
…แม้ในความเป็นจริง นั่นจะไม่ใช่สิ่งที่ชินต้องการก็ตาม
และไม่ว่าจะโชคดีหรือโชคร้าย แต่ยังไงการทัศนศึกษาก็ยังมีอยู่ เพราะแบบนั้น แม้จะดูเหมือนบังคับกันไปบ้างแต่อย่างน้อยการได้ออกไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศมันคงทำให้ทุกคนในที่นี้อารมณ์ดีขึ้น
เพราะสถานที่ทัศนศึกษาวันนี้คือถนนฌ็องเซลิเซ่ ที่ได้รับการขนานนามว่ามีทุกสิ่งที่ต้องการ แถมยังเป็นการเที่ยวอย่างอิสระภายในละแวกดังกล่าวด้วยแถมยังให้เวลาจนถึงก่อนตะวันตกดินอีก ดังนั้น พูดกันตามตรงมันก็ไม่ต่างจากการไปเที่ยวเลยนั่นเอง
“วู้ฮู้ว! มันต้องแบบนี้แหล่ะถึงจะเรียกว่าทัศนศึกษาน่ะ!”
และแน่นอนว่าการปล่อยให้เที่ยวอย่างอิสระแบบนี้ มันย่อมทำให้คนที่รู้สึกอยากมาเที่ยวจริง ๆ อย่างเคนเนธรู้สึกตื่นเต้นแบบสุด ๆ
“พูดให้ถูก นี่เขาเรียกว่าเที่ยวมากกว่าทัศนศึกษานะ… และเพราะมันเป็นแบบนั้นต่างหากนายเลยดีใจน่ะ”
ชินว่าพลางถอนหายใจออกมาด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ เหมือนกับรอยยิ้มเวลามองเด็กได้มาเที่ยวตรงตามทุกตัวอักษร อาจเพราะแบบนั้นเคนเนธที่ถูกแทงใจดำปฏิเสธไม่ได้เลยทำแก้มป่อง
ยังไงก็ตาม พอผู้ชายเป็นคนทำ ต่อให้หน้าตาดีแค่ไหน แต่สำหรับผู้ชายด้วยกันแล้ว มันไม่ได้ช่วยให้น่าเอ็นดูขึ้นหรือทำให้คำพูดที่ผิดกลายเป็นถูกได้เลย
“โถ่เอ้ย… นายนี่คิดเล็กคิดน้อยตลอดเลยนะ”
“นั่นสิคะ เพราะไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร แต่สุดท้ายสิ่งที่พวกเราทำก็คือการเดินเที่ยวจริง ๆ นี่นา”
“ใช่มะ ๆ! เรื่องนั้นไม่เห็นสำคัญเลย”
ชงหยวน… ซูซานพูดขึ้นออกไปในทางสนับสนุนเคนเนธอย่างจงใจเป็นปฏิปักษ์ ดูเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าชินไม่หวั่นไหวแค่เพราะเรื่องนี้แม้เธอพยายามจะทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดก็ตาม
“แล้วทุกคนวางแผนว่าจะไปที่ไหนกันบ้างเหรอ?” จินเอ่ยถามแบบนั้น เหมือนเขาจะพยายามดึงบรรยากาศให้กลับมาปกติ รวมถึงพยายามช่วยชินที่กำลังถูกแกล้งอยู่ด้วย แม้สำหรับชินแล้วเขาจะไม่รู้ว่านั่นเป็นความปรารถนาดีหรือการจงใจตีสนิทเพิ่มความไว้ใจและลดความสงสัยกันแน่
“นั่นสินะ… พวกผู้หญิงมีที่ที่อยากไปกันรึเปล่าล่ะ?” ชินหันไปเอ่ยถาม เน้นที่โอลิเวียกับเกวนเป็นพิเศษ
“แหม สุภาพบุรุษจังเลยนะคะ” โอลิเวียหัวเราะในลำคออย่างผู้ดี แน่นอนว่าหลักใหญ่ใจความมาจากความดีใจที่ถูกชินเอาใจใส่
แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือการที่ซูซานถูกชินมองข้ามไปนั่นเอง แถมซูซานยังรู้สึกหงุดหงิดจริงจนถึงขั้นเดาะลิ้นเลยด้วย ดูเหมือนนี่จะเป็นอีกครั้งที่ชินเผลอสร้างสนามรบให้สองคนนี้โดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง
แถมทั้งโอลิเวียและซูซานยังจ้องตากันเตรียมวางมวยแล้วด้วย
“ระ เราคุยกันเมื่อวานว่าอยากจะลองไปคาเฟ่ที่เพิ่งวางขายขนมใหม่ดูน่ะ ใช่ไหมทุกคน!” เกวนสังเกตบรรยากาศที่กำลังคุกรุ่นนั้นได้เลยพยายามเบี่ยงประเด็นอีกครั้ง พร้อม ๆ กับที่ใช้ศอกกระทุ้งข้างเอวของชินเพื่อเตือนเขา
ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือการเอียงคอสงสัยจากชินเสียอย่างงั้น เพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงมีส่วนผิดในความไม่พอใจระหว่างสองคนนั้น
ซึ่งนั่นก็คงไม่แปลก เพราะชินไม่รู้ได้ว่าซูซานคิดยังไงกับเขาในเบื้องลึก และในทางกลับกันเกวนเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถึงแบบนั้นเธอก็รู้ได้ด้วยสัญชาตญาณของลูกผู้หญิงว่าซูซานมีความรู้สึกให้ชินในแง่ใดแง่หนึ่งในระดับที่ไม่ธรรมดา
และก็ต้องขอบคุณความเอาใจใส่นั้นของเกวน โอลิเวียกับซูซานเลยดูเหมือนจะพักยกกันแล้ว
พอเห็นสาวสองคนพักรบแล้ว ชินกับจินก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกันด้วยความโล่งอกอย่างไม่คิดปิดบัง เป็นภาพที่แปลกตาไปอีกแบบ
“เอ้อ! จะว่าไป เรื่องงานเต้นรำคืนนี้สรุปยังจะจัดอยู่ไหมเนี่ย?” ในระหว่างการเดินทางไปยังร้านคาเฟ่ที่สาว ไ ตัดสินใจเลือก เคนเนธก็เอ่ยถามเรื่องกำหนดการช่วงเย็น
“ก็ยังจัดเหมือนเดิมนั่นแหล่ะ”
“ตามนั้นแหล่ะค่ะ” ชินกับโอลิเวียที่เป็นหัวหน้าคณะกรรมการจัดงานยืนยันพร้อมกัน ย่อมไม่มีอะไรผิดไปจากนี้
“เอาจริงดิ… แบบนั้นมันออกจะน่ารำคาญนะเนี่ย” แต่พอได้ยินแบบนั้นกลับทำให้เคนเนธถอนหายใจอออกมาอย่างรำคาญใจแทน
“ก็เข้าใจอยู่หรอกนะ ตั้งแต่เกิดออกมาจากท้องพ่อท้องแม่นี่คงเป็นครั้งแรกเลยสิที่จะได้เต้นรำ” ชินพูดพยายามปลอบใจเคนเนธ
“ก็ใช่น่ะสิ! ทั้งเรื่องคู่เต้น ทั้งเรื่องชุด แถมยังวิธีเต้นอีก โคตรจะลำบากเลย! กิจกรรมนี้ไม่มีก็ได้ม้าง!”
“เขาตัดสินใจกันไปตั้งแต่ประชุมแล้ว นายบ่นไปก็ยกเลิกไม่ได้หรอก เสียใจด้วยนะ” ชินพยายามปลอบใจอีกครั้ง ด้วยการใช้ความจริงที่หลีกหนีไม่พ้นอัดเข้าใส่ ยิ่งทำใหเคนเนธทำคอตกยิ่งกว่าเก่า
“เอาน่า อย่างน้อยเรื่องชุดโรงเรียนก็เตรียมให้อยู่นะ” เกวนช่วยปลอบใจอีกราย ช่วยให้เคนเนธดีขึ้นได้บ้าง
“แต่ประเด็นหลักก็คงเป็นเรื่องคู่นี่แหล่ะน้า”
เคนเนธพูดแล้วก็กอดอก ดูเหมือนเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่เขารู้สึกกังวลที่สุดมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว
และไม่ว่าจะรู้ตัวกันหรือไม่ แต่ในจังหวะที่เคนเนธเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา คิ้วของโอลิเวียกับเกวนเองก็ขมวดเข้าด้วยกัน และอันที่จริง… ซูซานเองก็เช่นกัน
“จะว่าไปแล้ว ชินมีคนที่จะเต้นรำด้วยรึยังล่ะคะ?” นั่นถึงเป็นเหตุผลที่เธอต่อยอดประเด็นนี้ ด้วยเรื่องที่เป็นประโยชน์กับเธอเอง
และไม่ว่าจะเป็นการจงใจหรือไม่ แต่ก็ทำให้สงครามที่กำลังคุกรุ่นอยู่ปะทุขึ้นมาโดยบัดดล
“ถ้าจะว่ากันตามตรงแล้ว ก็ยังไม่มีหรอก”
“หืม…”
ซูซานแสดงความสนใจกับคำตอบของชินอย่างเห็นได้ชัด แต่ดูเหมือนจะไม่พอใจอยู่หน่อย ๆ กับการที่ชินตอบกลับในเชิงที่ว่า ‘ตามตรง’ เพราะมันเหมือนกับว่าชินเล็งไว้แล้วว่าอยากจะเต้นรำกับใครแต่ยังไม่ได้ชวน
“ถ้างั้น มาจับคู่กับฉันไหมคะ?” พอรู้แบบนั้นแล้วซูซานยิ่งรู้สึกอยากจะขัดขวางเข้าไปอีก แต่แน่นอนว่าย่อมมีคนที่ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นอยู่
“แบบนั้นมันไม่เป็นการมัดมือชกเกินไปหน่อยเหรอคะ?”
“นั่นสิ ไปขอชินแบบนั้นเขายิ่งเป็นคนปฏิเสธคนยากอยู่ด้วย”
คนที่พูดขัดจังหวะขึ้นมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโอลิเวียนั่นเอง ทว่าเรื่องนั้นคงไม่น่าแปลกใจเท่าการที่เกวนเองก็ออกตัวด้วย
“เอ๋… เรื่องนั้นไม่รู้ด้วยหรอกค่ะ ฉันแค่ชวนตามปกติเองนะ” ทางซูซานพยายามปัดตกความเป็นห่วงแฝงเจตนาของทั้งโอลิเวียและเกวน
ในขณะที่โอลิเวียกับเกวนมองค้อนใส่ซูซาน ซูซานเองก็มองค้อนกลับไปด้วยความรุนแรงระดับเดียวกัน แถมยังเป็นสาเหตุเดียวกันโดยมิได้นัดหมายอีกด้วย
“หรือว่า… หึงกันเอ่ย?”
“หา?” “เอ๊ะ!?”
แล้วซูซานก็ไปเหยียบกับระเบิดเข้าจนได้ ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันส่งผลต่างกัน ทางโอลิเวียคิ้วกระตุกด้วยความหงุดหงิด แต่สำหรับเกวนกลายเป็นว่าหน้าแดงถึงหูไปแทน
“อะไรกัน? ไม่ใช่หรอกเหรอคะ?” ซูซานถามย้ำในจังหวะที่สถานการณ์กำลังอันตรายเหมือนเป็นการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง
ในขณะที่ชินผู้เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องได้แต่ทำหน้าลำบากใจ กับเคนเนธที่รู้สึกสนใจกับบทสรุปของสงคราม และจินที่ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเลยพยายามถอยห่างจากจุดปะทะ
ส่วนสงครามที่เริ่มปะทุขึ้น ก็มีโอลิเวียนี่แลเป็นคนรับสารท้า
“แค่คำนึงถึงความเหมาะสมเท่านั้นเองค่ะ… เธอคงไม่รู้สินะคะว่าชินเป็นใครสำหรับโรงเรียนของเรา”
“หุ่นโชว์ใช่มะ?”
“ไม่ใช่ค่ะ” โอลิเวียตอบกลับอย่างเย็นชาพร้อมการถอนหายใจ จังหวะการตบมุกของเธออย่างไม่ตั้งใจไม่ทำให้บรรยากาศดีขึ้นอย่างที่เคนเนธตั้งใจไว้เลย
“เขาเป็นผู้นำค่ะ… แม้จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งทางการอย่างประธานนักเรียน แต่การมีอยู่ของชินน่ะคือศูนย์รวมใจของผู้คน” โอลิเวียเอ่ยพร้อมกับมองเข้าไปในตาของซูซาน ต้องการให้เธอเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองต้องการจะสื่อ
“พูดขนาดนั้นมันก็เกินไป” ชินเอ่ยขัดตามมารยาทด้วยความที่โอลิเวียยกยอเขามากเกินไปจนอาจผิดสังเกต
“ไม่ค่ะ ไม่ได้เกินไปเลย” แต่ดูเหมือนโอลิเวียที่กำลังหงุดหงิดได้ที่จะไม่ได้สนใจในจุดนั้น
“การมีอยู่ของคุณชินน่ะสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดและความรู้สึกของทุกคนได้เชียวนะคะ การที่เขาถูกทำร้ายก่อนหน้านี้เองยังทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างมีนัยยะสำคัญ และที่มันเป็นแบบนั้นก็เพราะชินคอยช่วยเหลือทุกคนมาตลอด นั่นถึงเป็นเหตุผลที่นักเรียนใหม่อย่างคุณไม่คู่ควรกับเขาค่ะ”
ตอนนี้โอลิเวีย ไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าการได้เอาชนะซูซาน ไม่สิ เอาชนะชงหยวน
อาจเพราะเธอแสดงความรู้สึกออกมาอย่างซื่อตรงแบบนั้น เลยทำให้สายตาของซูซานเปลี่ยนไปด้วย นั่นให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็นชงหยวนเมื่อครั้งสมัยยังครองตำแหน่งลูกสาวขององค์จักรพรรดิอย่างสง่าผ่าเผยเลย
“เห… จะบอกว่าตัวเองเหมาะสมมากกว่างั้นเหรอ?” ซูซานกล่าว เธอลืมคำลงท้ายไปเสียสนิท
“ถ้าเทียบระหว่างฉันกับคุณ ก็ถูกต้องแล้วค่ะ”
“โห…” การที่โอลิเวียตอบกลับอย่างมั่นใจ ทำให้ซูซานรู้สึกหมั่นไส้เข้าไปใหญ่
“ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ ลืมสถานะของตัวเอง(ข้ารับใช้)ไปแล้วรึยังไง?”
“คุณเองก็เถอะค่ะ คงลืมไปแล้วสินะว่าเป็นอะไรสำหรับชิน(อดีตคู่หมั้น)น่ะ”
“การยอกย้อนมันไม่ช่วยให้สถานะของเธอเปลี่ยนไปหรอกนะ”
“ตายจริง กำลังพูดถึงตัวเองอยู่เหรอคะนั่น?”
การคุยกันไม่ได้ช่วยให้หาข้อสรุปได้เลยสักนิด มีแต่จะสั่งสมความไม่พอใจให้มากขึ้นเป็นทวีคูณเสียด้วยซ้ำไป ซึ่งจะว่าไปก็สมกับที่เรียกว่าเป็นสงครามดีนั่นแล
ภาพการทะเลาะของทั้งคู่ซ้ำรอยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมานักต่อนัก ถึงได้ทำให้ชินรู้สึกว่าไม่ควรปล่อยให้ดำเนินไปเหมือนอย่างที่เคยเป็น
“ทั้งสองคน ใจเย็นก่อนเถอะ”
“เธอน่ะเงียบไปเลย!”
“ชินน่ะไม่ต้องพูดเลยค่ะ!”
“…ครับ”
หารู้ไม่ ว่าการเข้าไปห้าม มันก็ให้ผลลัพธ์เหมือนอย่างที่เคยเป็นในอดีตมาตลอดอยู่ดีนั่นแล เห็นสภาพแบบนั้นทำเอาเกวนเองก็รู้สึกเป็นห่วงเช่นกัน
“นะ นี่… ฉันคิดว่าเถียงกันไปมาแบบนี้มันก็ไม่ได้ข้อสรุปหรอกนะ” เธอถึงพยายามเข้ามาห้ามทั้งสองคน แม้ใจจริงเธอเองก็อยากจะแสดงการมีส่วนร่วมด้วยก็ตามที
“…ก็จริงนะคะ ถ้ามีวิธีตัดสินแบบเป็นรูปธรรมก็ดีสิเนาะ” ซูซานเปลี่ยนวิธีพูดกลับมาเป็นเหมือนเดิม ท่าทางแบบนั้นทำเอาหลาย ๆ คนขนลุกไม่เบา
“ก็ให้ชินตัดสินสิคะ เดิมทีมันก็ควรจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว” โอลิเวียเสนอวิธีที่เหมาะสมตรงตามที่ควรจะเป็นที่สุดออกมา แต่ว่า…
“เอ๋!? แต่แบบนั้นมันก็ไม่แฟร์กับฉันที่เป็นนักเรียนใหม่สิคะ!” ซูซานว่าแบบนั้น เหมือนว่าเธอจะไม่ยอมรับความเห็นของชิน ซึ่งมันก็แน่อยู่แล้ว เพราะซูซานรู้อยู่แก่ใจว่าชินจะเลือกใคร
ในขณะเดียวกัน…
เฮ้อ… มันก็ไม่ยุติธรรมกันฉันเหมือนกันนั่นแหล่ะ
ยังไงก็ตาม ยังมีอีกคนที่บ่นอุบอยู่ในใจอย่างเหงาหงอย เพราะรู้สึกไม่มีช่องว่างเข้าไปแทรกและแสดงความตั้งใจของตัวเองบ้างเลยทั้งที่ตัวเธอเองก็ต้องการแบบนั้นเหมือนกันแท้ ๆ
แน่นอนว่าไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเกวนที่กำลังถอนหายใจอยู่นี่เอง
“ชินคิดว่าจะตัดสินยังไงดีล่ะ” เกวนหันไปถามชินที่เป็นศูนย์กลางของเรื่อง ยังไงเขาก็เป็นคนเดียวที่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด และคงรู้มากกว่าตัวเกวนเองอยู่แล้ว
แถมอีกอย่าง การย้ำถามคำตอบจากทั้งโอลิเวียหรือซูซานในจังหวะยังไงก็คงไม่เป็นผล เพราะทั้งคู่คงปฏิเสธสิ่งที่อีกฝ่ายเสนอขึ้นมาอยู่ดี
เอาไงดี… ถ้าเสนอให้แข่งอะไรกันสักอย่าง มันก็จะเข้าทางคนที่ถนัดเรื่องนั้นไปแทน
ช่างโชคร้ายที่ทั้งสองคนมีความสนใจกันละอย่าง แถมยังโตมาคนละอย่างทำให้มีทักษะในการชีวิตคนละอย่าง เรียกได้ว่าอยู่กันคนละขั้วตรงตามความหมายทุกตัวอักษร
เพราะงั้น ถ้าจะให้ใช้การแข่งที่ต้องพึ่งทักษะคงถูกมองว่าเข้าข้างใครคนใดคนนึงแน่
ถ้างั้น… วิธีที่จะแสดงให้เห็นว่าไม่ได้เข้าข้างใครก็คงเป็น…
“ในร้านที่พวกเรากำลังจะไปเที่ยว… ลองทายจำนวนของแขกในร้านที่ใกล้เคียงที่สุดดูดีไหม ถ้าใครทายได้ใกล้เคียงที่สุดเป็นจำนวนมากกว่าก็ชนะไป”
“หืม… ใช้ดวงเข้าว่างั้นเหรอคะเนี่ย”
“…ถ้าจะเอาแบบนั้นดิฉันก็ไม่ถือหรอกนะค่ะ”
ดังที่ชินได้เสนอ ไม่มีใครปฏิเสธเพราะลึก ๆ ก็รู้อยู่ว่าถ้าใช้วิธีอื่นนอกเหนือจากนี้หรือเถียงกันต่อก็ไม่ได้ข้อสรุปและมีแต่จะทำให้บรรยากาศในการไปเที่ยวกร่อยลงเสียเปล่า ๆ
แถมยังเสียเวลาโดยใช่เหตุอีกด้วย
และก็ต้องขอบคุณวิธีนี้นี่แหล่ะ แม้ว่าจะใช้วิธีที่ไม่ยุติธรรมและใช้ดวงล้วน ๆ ในการตัดสิน แต่ก็ทำให้ตัดสินผลสงครามได้เสียที
ทว่านั่นก็แลกมากับการที่ทำให้ทุกคนได้ตระหนักความจริงอย่างหนึ่ง… นั่นคือ การพรากความยุติธรรมจากคนทั้งสองฝ่ายเองก็เป็นหนึ่งวิธีในการนำพาความยุติธรรมมาสู่ทั้งสองฝ่ายเช่นกัน
❖❖❖❖❖
หลังจากกติกาถูกกำหนดขึ้นสำหรับการตัดสินเพื่อระบุตัวของคนที่จะได้เป็นคู่เต้นรำกับชินในงานเลี้ยงช่วงหัวค่ำวันนี้ บรรยากาศการทัศนศึกษา(สำหรับกลุ่มของชิน)ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
อย่างน้อยก็สำหรับโอลิเวียและซูซาน เพราะแบบนั้นการได้เข้าไปนั่งทานขนมในคาเฟ่หรือเลือกซื้อของฝากในร้านเครื่องประดับและอื่น ๆ สำหรับทั้งสองคนเลยดูไม่ค่อยมีอารมณ์ล่วงเท่าไรนัก โชคยังดีที่มีเคนเนธอยู่ด้วยบรรยากาศเลยไม่ร้อนระอุตลอดเวลา พ่วงกับการฟอลโลวตามบรรยากาศอย่างชาญฉลาดของเกวนและชินทำให้ทั้งสองคนดูจะค่อย ๆ ผ่อนท่าทีความเป้นศัตรูกันลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งการท่องเที่ยวบนถนนฌ็องเซลิเซ่ถึงเวลาสิ้นสุดและต้องกลับสู่โรงแรม
และเป็นเวลาเดียวกันกับที่ผลลัพธ์ของการแข่งขันระหว่างหญิงสาวทั้งสองคนได้จบลงพอดีด้วย
❖❖❖❖❖
———— ช่วงเย็นของวัน , ภายในตัวโรงแรมที่พักของการทัศนศึกษา
หลังจากช่วงที่กลับมาจากการท่องเที่ยวก็เป็นช่วงของการทานอาหารเย็น และหลังจากนั้นคือการเตรียมตัวสู่กิจกรรมสุดท้ายก่อนที่พรุ่งนี้จะเดินทางกลับประเทศ
นี่จึงเป็นช่วงที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวสวมชุดราตรีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมซึ่งจัดอยู่ที่ห้องประชุมของโรงแรมอยู่นั่นเอง เหล่าผู้คนที่เตรียมตัวเสร็จแล้วจึงกำลังเดินอยู่ในงานหรือไม่ก็กำลังเดินเล่นอยู่ในโรงแรมกันอยู่ ส่วนที่ยังเตรียมตัวไม่เสร็จก็ยังอยู่ภายในห้องตัวเอง ซึ่งชินเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
ส่วนซูซานกับจินในชุดราตรีที่ยืนอยู่บริเวณที่ไม่ค่อยมีคนอีกครั้งหนึ่งนั้นเป็นจำพวกที่เตรียมตัวเสร็จแล้ว
สาเหตุแรกที่พวกเขาต้องอยู่ในจุดที่ไม่ค่อยมีคนสัญจร อย่างแรกเลยก็คือเพื่อลดโอกาสการเป็นเป้าสายตา เพราะแม้จะมองอย่างเป็นกลางอย่างไรแต่ก็ต้องยอมรับว่าทั้งสองคนถือเป็นคนที่หน้าตาดีคนหนึ่ง
โดยเฉพาะซูซานที่อยู่ในชุดราตรีด้วยเดรสยาวสีแดงเปิดไหล่กระโปรงแหวกข้างเข้าทรวดทรงที่สมเป็นกุลสตรีผู้งดงามตรงตามทุกตัวอักษร ไม่ว่าชายใดที่เดินผ่านก็เป็นอันต้องเหลียวมองอย่างเลี่ยงไม่ได้ พลั้งเผลอไปจนถึงแม้แต่เพศเดียวกันยังรู้สึกหลงไหลในความงามของบุตรีแห่งองค์จักรพรรดิผู้นี้
อย่างไรก็ดี สาเหตุอย่างที่สองที่ทั้งสองคนต้องอยู่ในจุดที่ไม่ค่อยมีคน คือสาเหตุเดิม ทว่าสีหน้าของทั้งสองคนที่ขานรับสถานการณ์เดิมนั้นแสดงความเคร่งเครียดต่างกับครั้งเมื่อคืนวานมาก
ตอนนี้ซูซาน… ชงหยวนกำลังรับฟังรายงานการศึกเมื่อวานอย่างละเอียดก่อนจะสั่งการแผนต่อไปในคืนนี้จากเหล่าอัศวินอย่างเคร่งเครียด ซึ่งนั่นก็ไม่แปลกอะไร นั่นเพราะสำหรับแผนการของเธอแล้ว แม้เมื่อคืนจะเป็นศึกที่อาจยอมให้พ่ายได้ แต่มันไม่ใช่กับคืนนี้
“งั้นเหรอ… ไม่ไหวจริง ๆ สินะ” ชงหยวนพูดแบบนั้นออกมาหลังได้ยินผลสรุปที่น่าตกใจ แม้ลูกน้องจะแพ้พ่ายอย่างน่าเจ็บใจจนชงหยวนเองต้องกำหมัดแน่น แต่เธอก็ไม่ได้ติอะไรทุกคนเพราะรู้อยู่ว่าพวกเขาพยายามแล้ว
อนึ่ง แน่นอนว่าหนนี้การสนทนาของเธอกับเหล่าอัศวินรวมถึงจินที่อยู่ใกล้ ๆ กันนี้ต่างก็ถูกเข้ารหัสเสียงไว้แล้วเหมือนหนก่อน
“อัศวินที่มีพลังในการดูดซับสูงพอ ๆ กับราชา… แบบนั้นมันก็ไม่ต่างกับเผชิญหน้ากับราชาของศัตรูในแดนที่พวกมันได้เปรียบเลยนะครับ” จินเอ่ยแบบนั้นพร้อมกับเหงื่อที่ผุดขึ้นจำนวนมาก เพราะข้อมูลที่ได้รับมาเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ เขาจะสงสัยจนเกิดความหวาดหวั่นก็ไม่แปลก
“ใช่… ทำได้ยังไงกันนะ ชักอยากจะรู้แล้วสิ”
“…”
ในขณะที่ฝั่งชงหยวนนั้นไม่สูญเสียความเยือกเย็นไปเลยสักนิด นอกจากนั้นเธอยังแสดงความกระตือรือร้นออกมาทั้งความต้องการที่จะเอาชนะศัตรูไปพร้อมกับการนำความรู้ความสามารถของศัตรูมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในภายภาคหน้า
ท่าทางอันไร้ความหวาดกลัวใด ๆ ของเธอทั้งสง่างามและน่ายกย่อง มองภาพของอนาคตอยู่เสมอนั้นช่างเหมาะสมกับที่ถูกเรียกได้ว่าเป็นราชา
“ท่านนี่ยอดเยี่ยมจริง ๆ นะครับ”
“เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว”
อย่างน้อยก็ในมุมมองของจินตอนนี้ ที่เขารู้สึกยกย่องเธอมากขึ้นกว่าเดิม
“แล้ว… ตอนนี้กำลังเสริมมาถึงรึยัง?” ชงหยวนเอ่ยถามถึงกำลังพลหลัก… เหล่าสิบสองนักษัตรผู้เป็นแนวหน้าของเธอ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลกในฐานะของผู้ครองดินแดน
อย่างไรก็ดี การจะนำทุกคนมาที่นี่ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เพราะถ้าทำแบบนั้นก็อาจถูกจู่โจมทีเผลอจนเสียดินแดนที่ครองอยู่เอาได้
เพราะแบบนั้น คนที่เป็นกำลังเสริมในศึกนี้จึงเป็นกลุ่มเดียวกับที่บุกไปยังประเทศเขต 66 ของอัลเฟรดก่อนหน้านี้ หากไม่นับรวมมังกร วัวและกระต่ายที่อยู่ที่นี่อยู่แล้ว กำลังเสริมก็เป็นอันได้แก่ หนู ลิงและ…
“ดูเหมือนศึกนี้ฉันจะต้องพึ่งเธอด้วยนะ คุณเสือ” ชงหยวนพูดแบบนั้นกับจินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาเข้าใจความต้องการของชงหยวนในทันที
และอันที่จริง เหมือนเขาเองจะพอรู้ว่าต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว จินถึงไม่ได้สวมชุดราตรีอย่างที่ควรแต่เป็นชุดลำลองธรรมดา
“เดิมพันหมดหน้าตัก… สินะครับ”
“ก็ตามนั้นแหล่ะ”
ได้ยินคำยืนยันจากราชาของตนอีกครั้ง ทำให้จินสลัดความสงสัยทิ้งไปจนหมดและเตรียมจิตเตรียมใจเพื่อพร้อมรบในทันที
แต่ไม่สิ… จะบอกว่าตัดความสงสัยทิ้งไปจนหมดก็คงไม่ใช่ ในความเป็นจริง เมื่อสถานการณ์กลับกลายเป็นอย่างนี้ มันยิ่งทำให้จินรู้สึกสงสัยในบางประเด็นมากยิ่งขึ้นเสียด้วยซ้ำ
“มีอะไรล่ะ?” นั่นถึงเป็นเหตุผลที่ชงหยวนเอ่ยถามจิน ที่ยังไม่ยอมเดินจากไปเตรียมตัวลงศึกในทันที
“ชินยะที่เป็นเป้าหมายของท่าน… เขามีค่าขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
“อะไรกัน สงสัยเรื่องนั้นหรอกเหรอ”
พอได้ยินคำถามของจิน ชงหยวนก็ถอนหายใจออกมาอย่างหน่าย ๆ เราะเธอนึกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรเสียอีก แต่ถ้ามองในมุมกลับกันล่ะก็ มันก็ไม่น่าแปลกใจอะไรขนาดนั้นเพราะจินและคนอื่น ๆ ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับชินเลยสักนิดนอกจากสถานะการเป็นนักเรียน ม.ปลาย ธรรมดาทั่วไปของเขขา
นั่นถึงทำให้เขาสงสัย ว่าเขามีค่าถึงขนาดให้ต้องละทิ้งดินแดนหลายส่วนเพื่อต่อสู้กับศึกที่มีโอกาสแพ้เพื่อเปิดโปงตัวจริงของชายคนนี้เชียวหรือ? การกระทำที่มีแต่ความเสี่ยงแบบนี้ มันคุ้มค่ากับการพิสูจน์ตัวตนของชายคนนี้เชียวหรือ? นั่นแหล่ะคือความคิดของจินผู้ที่มีความคิดเนอิสระไม่ขึ้นตรงกับเธอที่สุดในบรรดานักษัตรทั้งหลาย
ไม่สิ… เพราะเขาใช้ความคิดและยึดถือในความถูกต้องโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แม้จะเป็นผู้นำของตนก็ตามแบบนั้นแหล่ะ ชงหยวนถึงชอบใจในความซื่อตรงนั่นและให้เขาเป็นอัศวินคนสนิท
“ฉันเคยบอกไปแล้วนี่… ว่าชายคนเดียวที่ฉันยอมรับว่าเหนือกว่าก็คือเขาคนนั้นน่ะ เท่านั้นยังไม่เพียงพอเหรอ?” เพราะแบบนั้นเธอถึงพยายามแสดงทัศนคติของเธอที่มีต่อชินให้เขาได้รับรู้
“แล้วนายจะได้เห็นว่ามันคุ้มค่า เชื่อฉันสิ”
พร้อม ๆ กับกับส่งต่อความเชื่อมั่น แม้จะเป็นเพียงแค่ในรูปแบบของวาจาก็ตาม
“เข้าใจแล้วครับ ผมจะเชื่อตามนั้นก็แล้วกัน” ซึ่งสำหรับคนที่เดินตามแผ่นหลังของเธอมาตลอด เป็นใครย่อมเข้าใจดีอยู่แล้ว ว่าชงหยวนไม่ใช่คนที่ดีแต่ปาก
จินถึงได้เดินจากไปเพื่อเตรียมตัวลงศึกจริง ๆ เสียที แต่ว่าก่อนหน้านั้น…
“จะว่าไป ชุดเหมาะดีนะครับท่าน”
“หืม? ของมันแน่อยู่แล้ว”
ก่อนจากจินยังทิ้งท้ายด้วยการเอ่ยชมชงหยวนในชุดเดรสสำหรับงานเต้นรำอีก แต่นั่นก็แค่ตามมารยาทเท่านั้น ชงหยวนถึงได้ทำแค่ยักไหล่
ไม่สิ… ต่อให้เขาคิดจริงจัง แต่ชงหยวนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่าการยอมรับอย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว บ้างอาจมองว่าเธอดูเย่อหยิ่ง แต่เชื่อเถอะว่าร้อยทั้งร้อยต้องตอบอย่างเดียวกันอยู่ดี
แผนการยึดฝรั่งเศสของชงหยวนโดยเหล่าอัศวินเริ่มขึ้นแล้ว
เวลาของการเริ่มต้นของงานเต้นรำเองก็กำลังใกล้เข้ามา เร่งเร้าให้ชงหยวน… ซูซานเร่งฝีเท้าตัวเองเข้าสู่บริเวณห้องประชุมที่โรงเรียนเช่าไว้เพื่อทำกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ
ด้านหน้าทางเข้างานมีคนจำนวนมากกำลังยืนคุยกันเป็นกลุ่ม เป็นปกติของนักเรียนทุกคน
ถ้าจะมีจุดที่แปลกก็คือการที่มีคนไปมุงอยู่ที่จุดใดจุดนึงเป็นพิเศษ โดยมีจุดศูนย์กลางเป็นคน ๆ เดียวนั่นแล
และซูซานที่กำลังจะเข้างาน ก็เดินเข้าไปหาคนที่ถูกรายล้อมนั่นแล
“สวัสดีค่ะทุกท่าน” ซูซานเอ่ยมาแต่ไกล ทำให้หนุ่มสาวที่กำลังคุยอยู่กับคนที่ถูกล้อม… ชิน ค่อย ๆ แหวกวงล้อมให้
ดูเหมือนทุกคนจะรู้จากชินที่คุยกันอยู่แล้วว่าซูซานคือคู่เต้นรำของเขา พวกเขาเลยไม่อยากรบกวนเวลา
…แต่ท่าทางหลังจากที่ทุกคนหลีกให้ พร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัยใส่ชินทำให้ชินรู้สำลำบากใจจนต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“มนุษย์สัมพันธ์ดีมากกว่าที่เห็นภายนอกนะคะเนี่ย”
“ยังไม่ชินอีกรึไงเนี่ย”
“แหม… พูดแบบนั้นมันน่าดีใจนะคะ”
ซูซานตอบกลับชินด้วยรอยยิ้มแม้ชินจะไม่พอใจจากการถูกเธอแกล้งหยอก เพราะสิ่งที่ชินพูดออกมา มันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้รู้จักกันมานานเสียก่อน
“เอาล่ะ เราจะไปกันรึยังคะ?” ยังไงก็ตาม เรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่ซูซานอยากจะให้ความสำคัญ มากไปกว่าการที่กำลังจะได้เริ่มงานเต้นรำกับชิน
“เธอดูตื่นเต้นจังนะ” ท่าทางของซูซานทำให้ชินรู้สึกสงสัย แม้ในยามปกติเธอจะเป็นคนกระตือรือร้นอยู่แล้ว แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสนใจอยู่ดี
“ก็แหม ถ้าจะพูดกันตามตรงเราไม่ได้เต้นรำด้วยกันมาตั้งสิบกว่าปีเลยนะคะ”
“เป็นงั้นหรอกเหรอ?”
“เป็นงั้นแหล่ะค่ะ”
ชินดูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เชื่อเสียทีเดียว หากไม่เป็นเพราะเคยใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะคู่หมั้น ชินก็คงไม่รู้สึกแบบนี้ ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มของซูซานที่เขาสัมผัสได้ว่ามีใจจริงส่วนหนึ่งของเธอแฝงอยู่ก็ยิ่งทำใจให้ไม่เชื่อเธอยากเข้าไปใหญ่
และก็คงเป็นเพราะมีความรู้สึกแบบนั้นอยู่ ความรู้สึกอันน่าคิดถึงในบรรยากาศเก่า ๆ เลยกลับมายังชินด้วย
“จะว่าไป ชุดของเธอดูเหมาะมากเลยนะ”
“งะ… งั้นเหรอ …ท่านเองก็เช่นกัน”
การได้รับคำชมกะทันหันทำให้ซูซานประหม่าไม่เบามากจนถึงขนาดที่ตัวเธอเองยังไม่รู้ตัวว่าแก้มของตัวเองแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมหรือปิดบังมันจากใคร ประหม่าถึงขั้นที่เผลอตอบกลับชินด้วยสรรพนามเมื่อครั้งยังเป็นคู่หมั้นกันเสียด้วยซ้ำไป
แต่ก็ต้องขอบคุณที่สติของเธอดีมาก ถัดจากนั้นไม่กี่เสี้ยววินาทีเธอก็กลับมาเยือกเย็นได้เหมือนเดิม
“งั้นก็มาเริ่มกันเถอะค่ะ งานเลี้ยงครั้งสุดท้ายนี้” ซูซานพูดเช่นนั้นหลังเปลี่ยนกิริยากลับมาเป็นดังเดิม ท่าทางการเปลี่ยนลักษณะของเธอไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็ยังน่าประทับใจ
แต่สำหรับชินที่ตอนนี้อยู่คนละฟากฝั่งกับเธอ คงจะรู้สึกตรงกันข้ามมากกว่า
“ครั้งสุดท้ายเหรอ… หมายถึงสำหรับการทัศนศึกษาครั้งนี้สินะ” เพราะแบบนั้นแหล่ะ ชินถึงได้รู้สึกไม่ไว้วางใจกับเรื่องที่เธอทำที่ผ่านมาและกำลังจะทำหลังจากนี้ไปเอาเสียเลย และคำพูดถัดไปของเธอก็ยิ่งทำให้ชินมั่นใจในเรื่องนั้นเข้าไปอีก
“เรื่องนั้นก็ไม่รู้สินะคะ”
ซูซาน… ชงหยวนกล่าวด้วยสายตาคมกริบตรงตามความหมายของคำพูดตัวเอง
เอาล่ะ… ศึกตัดสินได้เริ่มขึ้นแล้ว
❖❖❖❖❖
Facebook Page : https://www.facebook.com/Topgrianprajao
Patreon : https://www.patreon.com/infinite8
Chapters
Comments
- ตอนที่ 47 มิถุนายน 19, 2022
- ตอนที่ 46: การประลองแบบตัวต่อตัว พฤษภาคม 7, 2022
- ตอนที่ 45: เพื่อนร่วมฝึกงาน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 44: วิธีสร้างข้อผูกมัด มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 43: ข้อเสนอที่น่าลำบากใจ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 42: สิ่งที่ควรทำมาตั้งนานแล้ว (เริ่มบทที่ 2) มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 41: ตัวจริงเบื้องหลังเรื่องราว (จบบทที่ 1) มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 40: ผลตัดสินศึกสุดอลหม่าน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 39: ศึกตัดสินอันอลหม่าน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 38: การต่อสู้ของลูกผู้หญิง มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 37: อดีตของจิน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 36: แองกริคราวน์ผู้ถูกไล่ล่า มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 35: สถานการณ์ที่เริ่มผิดปกติ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 34: เริ่มต้นทัศนศึกษา มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 33: การโหวตเลือก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 32: ความเข้าใจผิด มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 31: เบาะแสแรก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 30: ปณิธานของชงหยวน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 29: ไฟสุมขอนยังคงร้อนอยู่ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 28: คาบเรียนพิเศษ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 27: การต่อสู้ระหว่างราชา มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 26: กำลังเสริมของทั้งสองฟาก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 25: ยุทธการสายฟ้าแลบ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 24: คณะกรรมการจัดงาน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 23: ความลังเล มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 22: คู่หมั้นอันตราย มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 21: นักเรียนใหม่ (เริ่มบทที่ 1) มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 20 : ก่อนรุ่งสางของคืนวันที่จะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล (จบ Prologue) มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 19: Overlord มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 18: ผีดูดเลือดผู้คลุ้มคลั่งจากโลหิต มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 17: แองกริคราวน์หลั่งเลือด มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 16: วลาดจอมเสียบ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 15: ข่าวร้ายกลายเป็นจริง มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 14: ผู้(ถูก)พิพากษา มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 13: เป้าหมายแรก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 12: ความเป็นจริงที่ค่อยๆที่ถูกแง้มให้เห็น ตอนจบ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 11: ความเป็นจริงที่ค่อยๆที่ถูกแง้มให้เห็น ตอนกลาง มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 10: ความเป็นจริงที่ค่อยๆที่ถูกแง้มให้เห็น ตอนแรก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 9: เค้าลางก่อนพายุ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 8: ตกกระไดพลอยโจน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 7: เขตที่ 84 มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 6: ฝันกลางวัน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 5: ยามเช้าดังเช่นทุกวัน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 4: ระเบิดกัมปนาท มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 3: เส้นแบ่งของโลก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 2: ชีวิตประจำวันที่ควรจะเป็น มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 1: ยามเช้าแสนธรรมดาดังเช่นทุกวัน มีนาคม 13, 2022
MANGA DISCUSSION