ตอนที่ 36: แองกริคราวน์ผู้ถูกไล่ล่า
———— ในโรงแรมที่พักสำหรับทัศนศึกษา , เวลาก่อนหน้านี้ไม่นาน
หลังเดินทางกลับมาถึงโรงแรมจากการทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์ แม้จะเป็นเพราะเกิดเหตุสุดวิสัยเลยต้องกลับโรงแรมก่อนกำหนด แต่กำหนดการหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน ทุกคนกลับมาทานข้าวเย็นและแยกกลุ่มกันพักผ่อนตามอัธยาศัย
สำหรับช่วงทัศนศึกษา ช่วงเวลาแบบนี้เองก็เป็นที่ตั้งหน้าตั้งตารอสำหรับนักเรียนส่วนใหญ่เช่นกัน เพราะเป้าหมายของการทัศนศึกษา แม้จะพูดให้ดูดีว่า ‘เป็นการไปศึกษาหาความรู้นอกสถานที่’ แต่ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่เหล่านักเรียนต้องการนั้นก็มีแค่ ‘อยากจะไปเที่ยวค้างคืนด้วยกันกับเพื่อนทั้งห้องหรือกลุ่ม’ เท่านั้นเอง
เพราะแบบนั้น ในบริเวณที่ถูกจัดสรรให้รวมกลุ่มอย่างร้านกาแฟ ห้องนันทนาการหรือห้องประชุมเล็กของโรงแรมที่เปิดให้ใช้ชั่วคราวเพื่อทำกิจกรรมกลุ่ม สถานที่ดังที่ว่ามาถึงเต็มไปด้วยกลุ่มของนักเรียนในชุดไปรเวท
ดังนั้น หากจะมีนักเรียนสองคนยืนคุยกันอยู่ในจุดที่ห่างจากความแออัดของคนในโรงแรม แต่ก็เป็นจุดที่ไม่ได้ไกลจากร้านกาแฟและห้องน้ำสาธารณะมาก ก็คงมองแค่ว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มนักเรียนที่มาทัศนศึกษาเท่านั้น
…แม้ว่าเนื้อหาที่พูดคุยกันจะมีความเฉพาะเจาะจงมากแค่ไหนก็ตาม
“ตอนนี้ชินอยู่ที่ไหน”
“เขาบ่นว่าเหนื่อยแล้วก็หลับอยู่ในห้องครับ”
คนสองคนที่คุยกันด้วยเนื้อหาเฉพาะเจาะจงคือซูซาน… ชงหยวนกับจินในชุดไปรเวท
ทั้งสองคนพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงปกติ แต่กำลังสวมอุปกรณ์เข้ารหัสเสียงไว้ที่หูข้างหนึ่งเอาไว้ใช้แปลงเนื้อหาที่สนทนาออกมาให้คนภายนอกได้ยินเป็นเรื่องที่อัดเสียงเอาไว้ก่อนหน้านี้เพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่กำลังสนทนาอยู่ ซึ่งลักษณะภายนอกดูเหมือนหูฟังอินเอียร์จึงค่อนข้างจะสังเกตยาก และโดยทั่วไปคนปกติไม่มีทางรู้เลยว่ามันคืออะไร
“…แน่ใจนะ?” ชงหยวนกอดอก ถามย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะเป็นเรื่องสำคัญ
“ครับ เขานอนอย่างเรียบร้อยเลยเห็นชัดเจน ยังไงก็เป็นตัวชินเองแน่”
จินยังคงยืนยันคำเดิม… สำหรับตัวเขาที่อยู่ห้องเดียวกันและได้รับหน้าที่ให้จับตาดูชินอย่างใกล้ชิด เขาไม่มีทางพลาดการสังเกต แถมชินในสภาพล่าสุดก็ไม่ได้นอนคลุมโปงหรือหันตะแคงในจุดที่ยากจะมองเห็น แต่เขานอนหงายห่มผ้าห่มถึงแค่ระดับอก หากว่านั่นเป็นชินตัวปลอมก็คงถึงระดับฝาแฝดหรือเหนือกว่า ดังนั้น ถ้าคนที่อยู่ในห้องตอนนี้ไม่ใช่ชิน มันก็เกินความสามารถของจินแล้วที่จะตรวจสอบและสังเกตการณ์
“ชิ… บัดซบเอ้ย”
แต่อย่างไรก็ดี คำตอบของจินทำให้ชงหยวนกัดเล็บของตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก
“ฉันนึกว่าหมอนั่นจะเคลื่อนไหวอะไรคืนนี้ซะอีก… เรื่องเมื่อตอนบ่ายมีผลจริง ๆ สินะเนี่ย” ชงหยวนบ่นออกมาด้วยสีหน้าโกรธจัด นี่ถ้าไม่อยู่ในที่สาธารณะ บางทีเธอคงกระทืบเท้าจนพื้นแหลกไปทั้งชั้นแล้วกระมัง
“ส่งข้อมูลให้ทุกคนไปตรวจสอบมาแล้วรึยัง?”
“แน่นอนครับ… แต่พวกมันเป็นแค่อันธพาลข้างถนน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับองค์กรที่น่ากังวลหรือต้องจับตาดู”
การทำงานอันว่องไวของจินทำให้ชงหยวนอารมณ์เสียน้อยลง แต่ยังไม่ได้คลายความสงสัยของเธอลงทั้งหมด เธอเลิกกัดเล็บแล้วยกมือขึ้นกุมคางครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถามจินอีก
“เรื่องที่เกิดตอนบ่าย คงไม่บอกหรอกนะว่าเป็นเรื่องบังเอิญ”
“แน่นอนครับ พวกมันจงใจหาเรื่องชินแน่นอน ถึงจะไม่รู้จุดประสงค์กับที่มาก็เถอะ”
“ชิ… น่ารำคาญชะมัด”
คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้ชงหยวนรู้สึกหงุดหงิด เพราะมันอาจทำให้แผนการที่เธอวางเอาไว้คลาดเคลื่อน
“แย่ล่ะสิ… ขืนเป็นแบบนี้ หมอนั่นอาจตะขิดตะขวงใจจนไม่กล้าเคลื่อนไหวในคืนนี้อย่างที่ฉันวางแผนเอาไว้ก็ได้ หรือถ้าแย่กว่านั้นคือไม่เคลื่อนไหวอะไรเลยตลอดการทัศนศึกษา”
ชงหยวนแสดงความกังวลออกมาแบบนั้นอย่างซื่อตรง เพราะแผนการทั้งหมดที่เธอคิดขึ้นมาล้วนแล้วแต่มุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางเดียวกันตั้งแต่ที่เธอเข้าเรียนที่โรงเรียนเซนต์ลอว์เรนส์ เป็นคณะกรรมการจัดงานตลอดจนเลือกสถานที่ในการทัศนศึกษา
แม้ในความเป็นจริง แผนการที่เธอวางเอาไว้จะหวังผลสองอย่างในเวลาเดียวกัน… แต่ยังไงเป้าหมายที่เธอหวังผลมากที่สุดก็คงไม่พ้นการพิสูจน์ตัวตนของชินนั่นแหล่ะ เธอถึงได้กังวลขนาดนี้
ซึ่งในมุมมองของคนที่รู้แผนการคนอื่น มันค่อนข้างเป็นความกังวลที่มากเกินไปหน่อย…
“แต่เรื่องนั้นมันก็ยังไม่แน่ไม่ใช่เหรอครับ” เพราะแบบนั้น จินถึงได้รู้สึกสงสัยจนต้องเอ่ยถามออกมาตรง ๆ
“แผนการของเราจะใช้การได้ก็ต่อเมื่อ ‘แองกริคราวน์’ เคลื่อนไหว ไม่ใช่ ‘ชิน’ เคลื่อนไหวซะหน่อยจริงไหมครับ? เพราะงั้นการเกิดสถานการณ์แบบนั้นขึ้นจนทำให้ชินไม่กล้าเคลื่อนไหวมันก็ยังไม่ใช่ตัวชี้ชัดตัวจริงของ ‘แองกริคราวน์’ อยู่ดีนี่ครับ”
คำตอบของจินนั้นเป็นไปตามหลักของเหตุและผล อย่างน้อยก็สำหรับข้อมูลที่พวกเขามีอยู่ในมือ
แผนการของชงหยวนนั้น จำเป็นจะต้องใช้กับ ‘แองกริคราวน์’ ไม่ใช่ ‘ชิน’ โดยตรง ดังนั้นหากชินไม่เคลื่อนไหว ก็ไม่ได้หมายความว่าแองกริคราวน์จะไม่เคลื่อนไหวตาม และในอีกแง่หนึ่ง หากชินไม่เคลื่อนไหวก็ไม่ได้หมายความว่าแองกริคราวน์จะเคลื่อนไหวอยู่ดี นอกเสียจากว่าชินคือแองกริคราวน์
ทว่าแต่แรกเริ่มเดิมที พวกของชงหยวนทุกคนไม่ได้ตั้งสมมติฐานไว้ว่าชินคือแองกริคราวน์ หากแต่เป็นราชาคนที่ 8 ต่างหาก แต่การที่ชงหยวนพูดแบบนั้น มันค่อนข้างสื่อไปในทางที่ว่า
“ที่คุณกังวลขนาดนี้… หรือว่ามีเหตุผลให้เชื่อว่าชินคือ ‘แองกริคราวน์’ เหรอครับ?”
“…”
คำพูดของจินเป็นคำถามอันซื่อตรง แต่มันค่อนข้างแทงใจดำชงหยวนเอามาก ๆ
สาเหตุที่เธอสงสัยว่าชินอาจไม่ใช่แค่ ‘ราชาคนที่ 8’ แต่อาจเป็น ‘แองกริคราวน์’ ไปด้วยก็คือความรู้สึกที่เธอได้ประมือกับแองกริคราวน์ก่อนหน้านี้ที่เมืองไทยจนกระทั่งเลยเถิดเป็นเหตุการณ์ที่ต้องขึ้นข่าวหน้าหนึ่งในภายหลัง
เพียงแต่เหตุผลดังกล่าวเธอไม่อาจอธิบายออกมาตามหลักของเหตุผลได้ เพราะมันเป็นความรู้สึกของเธอล้วน ๆ คล้ายกับความรู้สึกคุ้นเคยเวลาได้เจอคนรู้จักนั่นแหล่ะ
แต่หากจะให้ชี้ชัด… สิ่งที่ชงหยวนรู้สึกเมื่อได้เผชิญหน้ากับแองกริคราวน์เมื่อครั้งนั้น ไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่ได้เจอกับคนรู้จัก แต่เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น
หากจะจกข้อความปรียบเทียบ… ก็คงเป็นความรู้สึกเพียงแวบเดียวที่เข้ามาในหัว เป็นความรู้สึกพิเศษเหมือนกับตอนที่คนเราอยู่ใกล้กับคนที่ตัวเองให้ความสนใจในฐานะเพศตรงข้ามจนต้องติดตาต้องใจในสัมผัสนั้น แม้จะเป็นแค่การสบตากันก็ตาม
นั่นแหล่ะคือเหตุผลทางอารมณ์ที่ชงหยวนสัมผัสได้ และไม่อาจอธิบายให้ข้าราชบริพารของเธอเข้าใจได้เพราะมันไม่มีมูลอะไร
“เอาเถอะ ฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้”
เพราะแบบนั้น ชงหยวนเลยเลือกที่จะตัดบทไม่พูดถึงมันแทน แต่จินเองก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรเพิ่มเติมเพราะกลัวเธอจะโกรธเอา
“งั้นผมจะจับตาดูชินต่อไปนะครับ”
“อ่าฮะ เอาตามนั้นแล้วกัน————”
“ทั้งสองคนกำลังคุยอะไรกันเหรอ?”
ในเวลาพอดิบพอดีกับที่เรื่องสนทนากำลังจบลง ในตอนนั้นก็มีคนเข้ามาชวนคุยชงหยวนกับจิน
ทั้งสองคนรู้สึกตกใจ ทั้งที่ในความเป็นจริงพวกเขาใช้เครื่องแปลงข้อความทำให้คนอื่นไม่รู้เรื่องที่พูดคุยแท้ ๆ แต่ที่พวกเธอรู้สึกแบบนั้นก็ไม่ผิด เพราะคนที่เข้ามาทักเป็นหนึ่งในคนที่ทั้งสองคนกำลังเฝ้าระวังอยู่เหมือนกัน
“อ้าว? มีอะไรเหรอคะเกวน?”
ชงหยวน… ซูซานเอ่ยถามเกวนด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนกลับมาเป็นนักเรียนใหม่ผู้ใสซื่อแบบเดิม แต่ถึงจะบอกว่าเป็นการเอ่ยถาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นการเปลี่ยนหัวข้อที่เกวนถามทิ้งไว้ก่อนหน้านี้มากกว่า
ยังไงก็ตาม มันไม่ใช่หน้าที่ของเกวนที่ต้องซักไซ้ถาม เธอถึงไม่ได้พูดอะไรอีกถึงเรื่องที่ซูซานกับจินคุยกัน
“แค่จะบอกว่าห้องน้ำว่างแล้วเท่านั้นเอง โทษทีที่ให้รอนะ”
“ไม่หรอกค่ะ อันที่จริงมันก็ไม่ได้นานขนาดนั้นซะหน่อย” ซูซานตอบอย่างมีมารยาท ก่อนจะโบกมือให้จินแล้วก็เดินออกไปพร้อมกับเกวน
ในจังหวะที่เดินกลับห้องพัก การที่เกวนมองสลับระหว่างเธอกับจินทำให้ซูซานรู้สึกว่าต้องมีเรื่องน่ารำคาญตามมาแน่
แล้วก็ตามคาด…
“ทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อนเหรอ?” การเปิดประเด็นคำถามนี้เป็นสิ่งที่ซูซานคาดไว้อยู่แล้ว แต่ถึงเป็นแบบนั้นเธอก็ยังรู้สึกรำคาญใจและไม่อยากจะตอบคำถามนี้อยู่ดี
“อันที่จริงก็เคยรู้จักกันนิดหน่อยตอนอยู่บ้านเกิดนั่นแหล่ะค่ะ” ซูซานตอบไปตามตรง เพราะหากตอบผิดไปจากนี้มันย่อมแปลกจนไร้ความน่าเชื่อถือ แต่แน่นอนว่าข้ามในส่วนของรายละเอียด
“เห… งั้นจะคิดถึงกันคงไม่แปลกหรอกเนาะ เล่นบังเอิญย้ายโรงเรียนมาเจอกันเนี่ย คงไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ สินะ”
“……นั่นสิคะ บังเอิญยังกับสวรรค์จัดฉากอย่างงั้นแหล่ะค่ะ”
คำพูดของเกวนช่างแทงใจดำได้ตรงจุดอย่างเหมาะเหม็ง ซูซานถึงได้นิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะตอบ พอสบสายตากับเกวนที่ถามออกมาซื่อ ๆ แต่กลับรู้สึกได้ถึงบรรยากาศไม่ปกติ ทำให้รู้สึกระแวงเกวนขึ้นมาอย่างไม่อาจเลี่ยง
ซูซานเองก็ไม่อยากจะพึ่งพาความรู้สึกให้อยู่เหนือเหตุผลมากเกินไป แต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าสัญชาตญาณทำให้เธอเอาตัวรอดและสร้างข้อได้เปรียบบให้กับเธอมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว
“อ๊ะ! งั้นกลับไปอาบน้ำตามสบายเลยนะ ฉันขอไปคุยกับเพื่อนในห้องที่ร้านกาแฟก่อน ไว้เจอกันนะ”
“ค่ะ! ขอให้เป็นค่ำคืนที่ดีนะคะ”
ด้วยเหตุนั้น… แม้จะได้รับรอยยิ้มมาจากเกวน และตอบกลับเกวนไปด้วยรอยยิ้ม แต่ด้วยสัญชาตญาณที่ซูซานมีกำลังบ่งบอกว่าเกวนนั้นรู้อะไรมากกว่าที่เธอคิด ทำให้เธอไม่อาจรู้สึกสนิทใจกับเกวนได้
แต่ถ้าเคลื่อนไหวไหวอะไรเพิ่มเติมคงเป็นผลเสียกับตัวเธอ ซูซานถึงทำทีเป็นไม่สนใจแล้วเดินกลับห้องไปทั้งอย่างนั้น …โดยมีเกวนมองผ่านไหล่ตามเธอไปด้วยสายตาจริงจังไม่เบา
อย่างที่คิด… ระหว่างซูซานกับชินจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่
เธอคิดแบบนั้นในใจพลางยืนยันสมมติฐานที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้โดยที่ไม่มีใครรู้ และเริ่มตัดสินใจที่จะเพิ่มการจับตาดูทั้งซูซานและจินให้มากขึ้นกว่าปกติ
❖❖❖❖❖
———— ในเวลาไล่เลี่ยกัน , ทางฝั่งของแองกริคราวน์
หลังจากที่แองกริคราวน์และโกลเด้นด็อกเข้ามาในเลานจ์ลับของโรงแรมเพื่อสืบหาข้อมูลของคนที่ต้องการตามตัว ซึ่งเป็นเบาะแสนำไปสู่ที่อยู่เจ้าตัวตลก ทว่าสิ่งที่รอพวกเขาทั้งสองคน กลับเป็นการดักจู่โจมด้วยเหล่ามือสังหารทุกคนทั้งที่เขารู้จักและไม่รู้จัก จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะรู้สึกสับสน
…แต่แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้วางการ์ดลงแต่อย่างใด ในจังหวะที่ทั้งสองคนถูกเล็ง เพียงพริบตาเดียวปฏิกิริยาโต้ตอบอัตโนมัติก็ทำงานด้วยการหยิบซับแมชชีนกันตระกูล Uzi ขึ้นมาไว้ในมือทั้งสองข้างพร้ออมกับเล็งเป้าหมายที่อยู่ใกล้ที่สุดแต่ยังไม่ได้เหนี่ยวไก
เหล่าคนที่ถูกชินกับโอลิเวียเล็งยิงเป็นพิเศษนั้นไหล่กระตุกด้วยความกลัว ทั้งที่ฝ่ายตัวเองมีมากกว่าหลายเท่าตัวแท้ ๆ เห็นได้ชัดเลยว่าจำนวนที่เหนือกว่าไม่ใช่สิ่งที่น่าไว้วางใจเมื่อศัตรูเป็นแองกริคราวน์
แต่พอเห็นแบบนั้นชินก็ยิ่งรู้สึกสงสัย ว่าคนพวกนี้จะกลัวไปทำไมในเมื่อพวกตัวเองมีมากกว่า หรือบางทีพวกนี้อาจไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกัน หากแต่เคลื่อนไหวด้วยเหตุผลเดียวกันมากกว่า
“มาสเตอร์คะ”
โอลิเวียขอคำสั่ง แต่อันที่จริงเธอใช้เวทมนตร์สร้างเกราะป้องกันเสริมเกราะที่ติดมากับชุดไว้ก่อนที่จะชักปืนออกมาเสียอีก แถมยังเตรียมการพร้อมจะสังหารคนที่เล็งปืนมาที่ชินได้พร้อมกันไว้แล้วด้วยเพียงแค่ชินสั่งออกมาคำเดียวเท่านั้น
“อย่าเพิ่งจัดการนะ… ฉันต้องการข้อมูล”
“…รับทราบค่ะ”
ได้ยินดังนั้น โอลิเวียเลยไปโฟกัสที่การป้องกันแทน
ทางชินเห็นดังนั้น ก็กลับไปสังเกตสังกาโดยรอบ ท่าทางอันเย็นเยือกสงบนิ่งของเขาทำให้ทุกคนในเลานจ์แปลกใจเป็นอย่างมาก
“ถูกปืนหลายสิบประบอกจ่อยังใจเย็นได้อยู่อีกนะ… เป็นเพราะความหยิ่งยโสในชื่อเสียงที่สร้างมาหรือแค่ความโง่เขลากันแน่นะ?”
ชายคนเดียวกับคนที่เล็งปืนมาทางชินเป็นคนแรกเป็นผู้มีเคราแพะและสวมหมวกทรงนักมายากลอย่างเป็นเอกลักษณ์ ไม่แปลกใจที่เขาจะเป็นคนเดียวกับที่พูดเยาะเย้ยชินในตอนนี้ด้วย
…แต่ยังไงก็ดี เพราะเขาดันพูดอะไรแบบนั้นออกมาโอลิเวียถึงได้โกรธจัดจนตัวสั่นที่ดันมาดูกถูกเจ้านายของเธอแบบนั้น ถ้าไม่ติดว่าชินสั่งไว้ก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ให้ฆ่า เธอคงจะฆ่าเขาคนนี้เป็นคนแรกไปแล้ว
“ไม่รู้สิ ยังไงกันนะ” ชินตอบกลับโดยไร้เศษเสี้ยวอารมณ์โกรธ ยิ่งทำให้คนในเลานจ์รู้สึกแปลกใจกับความสามารถในด้านการควบคุมจิตใจของเขาเข้าไปใหญ่
“เอาเถอะ คนแบบนายฉันก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะ” ชายสวมหมวกว่าแบบนั้นทั้งที่ในมือจ่อปืนมาที่ชิน แต่ที่น่าแปลกกว่านั้นก็คือ ชินสัมผัสไม่ได้เลยว่าคนพวกนี้ตั้งใจจะฆ่าเขาด้วยความรู้สึกอันรุนแรง
คนที่เก็บความรู้สึกได้เกือบจะสมบูรณ์แบบอย่างชิน ถ้าเฟ้นหาก็คงมีอยู่หลายคน แต่คงไม่ใช่ทุกคนในเลานจ์นี้แน่ ๆ ที่ทำได้ ทั้ง ๆ แบบนั้นชินกลับสัมผัสความรู้สึกนั้นจากพวกเขาไม่ได้ ทำให้ชินเริ่มคิดว่าพวกเขาอาจคิดฆ่าชินด้วยเหตุผล ‘ง่าย ๆ’ มากกว่า อารมณ์ของพวกเขาถึงไม่ได้รุนแรง
“ถ้าไม่ได้เกลียด อย่างน้อยก็ช่วยบอกหน่อยสิ ว่าทำไมฉันถึงเป็นเป้าหมายของพวกนาย” ชินพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงไปแบบนั้นโดยไม่ได้หสังผล แต่ลุงหมวกมายากลกลับหลุดหัวเราะออกมาเสียอย่างงั้น
“ก็นั่นสินะ… แต่อันที่จริงเรื่องมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรหรอก”
ลุงสวมหมวกว่าแบบนั้นจบแล้วก็ใช้มือข้างหนึ่งที่ไม่ได้ถือปืนกล็อกหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน สิ่งนั้นคล้ายกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่เคยแพร่หลายเมื่อสิบปว่าปีที่แล้ว
สำหรับคนทั่วไปคงมองแบบนั้น แต่สำหรับเหล่าผู้คนในโลกมืดแล้ว ทุกคนต่างรู้ว่ามันคืออุปกรณ์รับสัญญาณเฉพาะที่เอาไว้ติดต่อกับผู้ว่าจ้าง หรือก็คือเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คแบบส่วนตัวที่สังคมมือสังหารใช้กัน เพราะมันไม่มีร่องรอยเหลือจากการติดต่อทำให้ยากแก่การติดตาม
และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนนั้นแหล่ะ คือคำตอบที่ชินกับโอลิเวียสงสัย
‘แองกริคราวน์ & โกลเด้นด็อก’
‘จับเป็นหรือตาย’
‘ค่าหัวต่อคน : 30 ล้านดอลลาร์’
โห… เข้าใจล่ะ
คำตอบที่ลุงสวมหมวกมายากลบอกว่าง่ายนั้น มันง่ายจริงอย่างที่เขาว่า และหากสถานการณ์กลับกันชินก็คงแสดงท่าทีแบบพวกเขานี่แหล่ะ ที่ชินตะขิดตะขวใจกับท่าทางของพวกเขาก่อนหน้านี้ บางทีก็คงเป็นเพราะคิดไว้แล้วว่าอาจจะมีเรื่องแบบนี้หรือใกล้เคียงเกิดขึ้น
อย่างไรก็ดี… แม้จะเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว แต่ชินเองก็ไม่ได้คิดว่าจะมีคนกล้าตั้งค่าหัวเขาหรือโกลเด้นด็อกขึ้นมาจริง ๆ จากชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมา พวกเขาควรจะกลัวและหลีกเลี่ยงมากกว่าที่จะแตะต้อง เรื่องนั้นได้รับการยืนยันมาแล้ว เพราะแม้แต่พวกผู้บริหารระดับสูงของเหล่า The Singularity ยังเลือกหลีกเลี่ยงและตักเตือนชินแทนที่จะกำจัดทิ้ง
นั่นถึงทำให้เกิดข้อสงสัยใหม่ขึ้นมา… ว่าใครกันนะที่มันกล้าตั้งค่าหัวให้กับแองกริคราวน์แบบนี้
“เอ้า ๆ อย่าเหม่อขนาดนั้นสิ… แต่ก็เข้าใจอยู่แหล่ะนะว่าสับสน”
ยังไงก็ตาม พอชินดึงสติกลับมาที่โลกความเป็นจริง เหล่ามือสังหารในคราบของหมาล่าเนื้อก็ยิ่งกระชับปืนในมือให้แน่นขึ้น
แต่ถ้ามองถึงมูลค่าที่จะได้รับหลังจัดการงานนี้จบ ต่อให้จัดการได้แค่คนเดียวหากตีเป็นเงินไทยแล้วก็มีมูลค่าถึง 100 ล้านบาทไทย ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่คนธรรมดาสามารถใช้ชีวิตไปจนตายได้เลยหากบริหารดี ๆ
“นั่นสินะ” ยังไงก็ตาม กับสถานการณ์ที่ (เหมือนจะ) เป็นรอง ชินกลับยักไหล่เสมือนว่าการถูกล้อมด้วยปืนหลายสิบกระบอกไม่ใช่เรื่องใหญ่
สำหรับพวกมือสังหารหิวเงินทั้งหลายเองก็เป็นช่วงที่ความอดทนมาถึงขีดสุดและอยากจะรีบปิดงานเร็ว ๆ เพื่อไปขึ้นเงินเสวยสุขพอดี แต่ก่อนที่พวกเขาทุกคนจะได้ลั่นไก คนที่เคลื่อนไหวก่อนกลับไม่ใช่พวกเขา
“เอาเลย”
“ค่ะ!”
คำสั่งสั้น ๆ ทำให้โกลเด้นด็อกเคลื่อนไหวในทันทีและน่าเหลือเชื่อที่เธอตอบสนองเร็วกว่ามือสังหารในห้องนี้เสียอีก แต่กับเธอที่สามารถใช้ทักษะของสายเลือดมนุษย์สัตว์ทำให้มีความว่องไวเหนือคนทั่วไปอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรก็ได้
แต่นั่นก็ทำให้การโจมตีของพวกชินเกิดขึ้นก่อนและสร้างข้อได้เปรียบมากขึ้น กระสุนที่ทั้งสองคนยิ่งกราดไปทั่วเลานจ์ยกเว้นส่วนที่เป็นบาร์เพราะมาสเตอร์บาร์เทนเดอร์ไม่เกี่ยวข้องด้วย
ด้วยปืนสี่กระบอกในมือสามารถเก็บมือสังการไปได้หนึ่งในสี่ ส่วนที่เหลือมีสติพอจะก้มตัวซ่อนหลังโต๊ะหรือสามารถพลิกโต๊ะขึ้นมาเป็นโล่กันกระสุนได้ทันท่วงทีซึ่งลุงหมวกมายากลเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
“เตรียมบินนะโกลเด้นด็อก ตามมา”
“รับทราบค่ะ”
ได้จังหวะอันดีที่เหล่ามือสังหารกำลังพะวงหน้าพะวงหลังอยู่ ชินกับโอลิเวียถีบพื้นพุ่งไปยังทางออกประตูของเลานจ์ซึ่งเป็นทางออกฉุกเฉินแทนที่จะเป็นลิฟต์ เพราะหากออกไปด้วยวิธีนั้นคงไม่พ้นกลายเป็นหนูติดจั่น
“บ้าเอ้ย พวกมันจะหนีไปแล้ว!”
“อย่าเพิ่งสิวะ! นั่นมันเหยื่อฉันนะโว้ย!”
คำพูดอันไม่น่าแปลกประหลาดใจดังมากจากด้านหลังพร้อมกระสุนที่พุ่งเข้ามาจำนวนมากไม่เกิดความคาดหมายของชินเท่าไหร่ พวกเขาพุ่งตัวถีบประตูเลานจ์จนพังยับและหนีออกมาได้โดยไม่มีปัญหาเท่าใด
ตลอดทางเดินไม่มีใครอยู่เป็นเรื่องดี จะมีก็แต่คนเฝ้าประตูทางออกที่สวมชุดสูทร่างใหญ่ดูกำยำที่ยืนขวางประตูตามหน้าที่ ครั้นพอเห็นว่าคนที่กำลังวิ่งมาหาตนเป็นแองกริคราวน์แถมยังจ่อปืนมาทางตน เขาก็กลับยกสองมือขึ้นสองพร้อมกับหลบไปทางด้านข้างแทน เห็นแบบนี้แต่ยามคนนี้ก็เป็นหนึ่งในคนที่รู้จักและเคยเห็นฝีมือแองกริคราวน์มาแล้ว เขาถึงได้ไม่ลังเลที่จะเลือกเอาชีวิตรอดจากชินก่อนสิ่งอื่นใด
และเพราะแบบนั้น ชินกับโอลิเวียถึงได้หนีรอดออกมาจากเลานจ์ ลงมาสู่ชั้นปกติอันเป็นโซนที่พักทั่วไปของโรงแรม แต่ดูเหมือนว่าเรื่องมันจะไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะที่นี่เองก็มีคนดักรออยู่แล้วเหมือนกัน
มือสังหารอาชีพไม่พูดพร่ำทำเพลงใด ๆ แล้วยิ่งใส่พวกชินที่อยู่ห่างออกไปในทันทีที่มุมยิงได้เปรียบ กระสุนพวกนั้นเป็นแบบทะลวงเกราะ ทำให้เกราะในชุดที่ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีทางทหารถูกทำลาย ที่ช่วยพวกชินไว้จึงเป็นเวทมนตร์ของโอลิเวีย
ชินกับโอลิเวียจึงไม่รีรอที่จะพุ่งตัวออกจากทางเดินเข้าไปหลบมุมทางเดินอีกทางหนึ่ง ไม่รู้ว่าโณงแรมนี้จงใจออกแบบให้ทางเดินตัดกันเพื่อการนี้หรือไม่ แต่สำหรับพวกชินในตอนนี้ถือว่าช่วยได้มาก
ทั้งสองคนช่วยกันจับตาดูมุมทางเดินที่อาจจะมีคนโผล่มาเมื่อไหร่ก็ได้ไปพร้อม ๆ กับที่เริ่มวิ่งออกไปยังกระจกติดทางเดินของโณงแรมที่มีไว้เพื่อใช้ดูวิวในเมืองจากมุมสูง
แต่สำหรับชินกับโอลิเวียที่ไม่สามารถใช้การลิฟต์หรือบันไดได้ กระจกนี้แหล่ะคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา
เพล้ง!!!
ทั้งสองคนถึงได้ไม่ลังเลที่จะพุ่งตัวทะลุกระจกออกไปทั้งอย่างนั้น พวกเขาลอยคว้างกลางอากาศในช่วงที่แรงส่งยังไม่เหลือศูนย์ก่อนจะร่วงลงตามแรงโน้มถ่วง ถ้าไม่มีเวทมนตร์ธาตุลมที่โอลิเวียร่ายเตรียมไว้แล้วก่อนหน้านี้พวกเขาคงร่วงลงจนตึกไปถึงความสูงครึ่งหนึ่งของตึกไปแล้ว
พอเป็นแบบนั้น โอลิเวียสามารถควบคุมให้เท้าของตัวเองและชินติดกับตึกได้เสมือนตึกเป็นศูนย์กลางแรงโน้มถ่วง ไม่นานนักหลังตั้งหลักได้ ทั้งสองคนก็ถีบกระจกพุ่งตัวไปยังตึกฝั่งตรงข้ามในบัดดลโดยมีห่ากระสุนไล่หลังตามมา แต่แน่นอนว่าพวกมันเข้าไม่ถึงตัวของชินหรือโอลิเวียเลยแม้แต่น้อย
ต้องขอบคุณการตัดสินใจอันรวดเร็วทำให้เหล่ามือสังหารจับชินไม่ได้และแน่นอนว่าไล่ตามไม่ทัน ไม่ทันไรทั้งสองคนก็เข้าไปหลบในมุมมืดของเมืองไปแล้ว
ในระยะที่ห่างออกไปไม่ไกล ชินกับโอลิเวียยังจับการเคลื่อนไหวของพวกมือสังหารที่กำลังไล่ล่าหาตัวพวกเขาได้อยู่ แต่ทิศทางของพวกเขาไม่ได้พุ่งตรงมาทางพวกตนอย่างมีนัยยะสำคัญ กล่าวคือตอนนี้ชินกับโอลิเวียสลัดพวกเขาหลุดมาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เพื่อความไม่ประมาท ชินกับโอลิเวียเคลื่อนที่ต่อไปยังจุดที่อยู่นอกการค้นหาของพวกมือสังหาร อาศัยความมืดมิดและสำรวจหาตึกไม่ร้างแต่ไร้คนตกค้างเข้าไปข้างในและใช้ที่นั่นเป็นสถานที่พักอารมณ์ชั่วคราว และใช้เวลาในการทำความเข้าใจสถานการณ์
“ให้ตายสิ… ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงนะเนี่ย” ชินบ่นอุบ แต่ก็ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเยือกเย็น แต่คนที่สัมผัสอารมณ์ที่กำลังขุ่นมัวจากความสับสนและรำคาญใจอันน้อยนิดของเขาได้ ก็คงมีแต่โกลเด้นด็อกที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี่แหล่ะ
“นั่นสินะคะ ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูงซะจริง ๆ เลย”
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นซะหน่อย”
ชินถอนหายใจในขณะที่หย่อนก้นลงบนโต๊ะสำนักงาน แต่ในขณะเดียวกันก็เข้าใจความรู้สึกของโอลิเวียอยู่ เพราะสำหรับเธอที่เป็นข้ารับใช้คงรู้สึกทนไม่ได้เป็นธรรมดาเมื่อมีคนลบหลู่ชินไม่ว่าจะในแง่ใดก็ตาม
อนึ่ง ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ในตึกสำนึกงานเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นตึกที่ยังมีการใช้งานอยู่เป็นปกติ เพียงแต่เวลานี้เป็นเวลาที่ไม่มีใครใช้งาน ทำให้ง่ายที่จะใช้ซ่อนตัวจากทุกคน แถมยังมีโอกาสถูกเจอน้อยกว่าตึกร้างด้วย เพราะถ้าสถานการณ์กลับกันโดยชินเป็นฝ่ายที่กำลังตามล่า เขาเองก็คงเริ่มจากตึกร้างก่อนเหมือนกัน
แต่การเลือกสถานที่นี้ ความจริงแล้วไม่ใช่การเลือกเข้ามาแบบสุ่ม ๆ แต่เป็นสถานที่ที่ชินกับโอลิเวียเลือกไว้ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการแล้วต่างหาก กล่าวคือวางแผนไว้แล้วว่าจะใช้ที่นี่เป็นจุดนัดพบของกลุ่ม
“ว่าแต่ คิดไม่ออกเลยนะคะว่าใครเป็นคนตั้งค่าหัว” โอลิเวียเริ่มนึกควานหาตัวคนที่ทำให้ชินลำบาก
“หรือพวกระดับสูงของ The Singularity จะคิดจัดการเราแล้วกันคะ?” โอลิเวียกล่าวด้วยความสงสัย หวังได้ความเห็นจากชิน
“มีความเป็นไปได้ แต่ก็น้อยอยู่นะ… ถ้าจะหาเหตุผลสนับสนุน คงเป็นเพราะช่วงนี้เรากลับมาปรากฏตัว แต่นั่นก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าพวกมันเป็นคนตั้งค่าหัวอยู่ดี”
“ยังไงก็ยากที่จะสรุปสินะคะ”
ชินพยักรับให้โอลิเวีย ตอนนี้ทั้งสองคนเห็นด้วยที่ยังไม่สามารถระบุตัวคนที่ตั้งค่าหัวพวกเขาได้ อย่างน้อยก็ต้องการข้อมูลที่มากกว่านี้ก่อน
แต่อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นสิ่งที่รู้อย่างแน่นอนคือ ศัตรูคนที่ว่าสามารถเป็นใครก็ได้ที่มีเงินทุนหนา เพราะระบบการตั้งค่าหัวที่ใช้กันอยู่และที่ชินโดนอยู่นี้เป็นระบบของ Singularity โดยตรง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้จากทั่วโลก รวมถึงสามารถรับจ้างและขึ้นเงินได้ครอบคลุมทั่วโลก ชินจึงไม่อาจรู้ได้เลยว่าใครกันแน่ที่ตั้งค่าหัวของเขานอกเสียจากจะไปเค้นเอาจากศูนย์ของ The Singularity
แต่การทำแบบนั้นในสถานการณ์ที่ชินยังถูก Singularity จับตามองอยู่ มันจะยิ่งทำให้ตัวชินในสถานะของแองกริคราวน์ตกที่นั่งลำบากในสังคมของโลกมืดมากยิ่งขึ้นไปอีก
“ยังไงก็เถอะ… แบบนี้ดูท่าจะเคลื่อนไหวลำบากแล้วล่ะ” นั่นถึงเป็นเหตุผลที่ตอนนี้พวกเขาจำเป็นต้องอดทนรอหลักฐานอื่น ๆ ปรากฏอีกไปสักระยะ ชินถึงได้พูดแบบนั้นอย่างช่วยไม่ได้
“เอายังไงดีคะ จะเลื่อนแผนการตามหาตัว ‘เขา’ ออกไปก่อนไหม”
ได้ยินคำถามของโอลิเวียทำให้ชินกอดอกครุ่นคิดอย่างจริงจังอีกครั้ง เพราะแม้สถานการณ์จะดูตึงเครียด แต่ก็รู้กันอยู่ว่าชินต้องการจะตามหาตัวจริงของ ‘ตัวตลก’ ให้เร็วที่สุดไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้… เหตุผลที่ชินไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม ก็เป็นเพราะมีโอลิเวียติดสอยห้อยตามมาด้วยนั่นแหล่ะ เขาถึงต้องใช้แผนที่รัดกุมและเน้นความปลอดภัยเสียหน่อย แต่แน่นอนว่าบอกโอลิเวียตรง ๆ ไม่ได้เพราะเธออาจจะงอนเขาอีก
ในสถานการณ์แบบนี้ ยังไงการเคลื่อนไหวด้วยสถานะ ‘แองกริคราวน์’ คงไม่ฉลาดเท่าไหร่
แต่การจะตามหาที่อยู่ของ ‘ตัวจริงของตัวตลก’ ยังไงก็ต้องเข้าไปหาในโลกของ Singularity
จะสร้างตัวตนใหม่เป็นการชั่วคราวเพื่อเข้าไปหาเบาะแสดีไหม? หรือรอให้สถานการณ์เป็นใจกว่านี้ก่อนค่อยเคลื่อนไหวดีนะ————
“ดูเหมือนสถานการณ์จะแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้สินะครับคุณชิน”
ในระหว่างที่กำลังคิดไม่ตกอยู่นั่นเอง เสียงของเด็กหนุ่มที่รู้จักก็ดังขึ้นมาจากเงามืดของสำนักงาน
แม้เขาจะปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วเขาก็แค่เข้ามาในตึกแบบเดียวกับชินนั่นแหล่ะ และเขาก็ไม่ได้ปิดบังกลิ่นอายหรือร่องรอยตัวเองด้วยเพื่อให้ชินรู้ว่าเป้นพวกเดียวกันดังที่ได้วางแผนไว้ก่อนหน้านี้
“นั่นสินะ ไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่ามันจะกลายเป็นแบบที่นายคาดการณ์น่ะ อัลเฟรด”
“แหม ๆ มันก็คงแค่บังเอิญนั่นแหล่ะครับ”
คนที่ปรากฏตัวออกมาคืออัลเฟรด ชายหนุ่มสวมแว่น หนึ่งในผู้ท้าชิงบัลลังก์ราชาผู้ปกครองโลก
อนึ่ง เหตุผลที่เขาเข้ามายังที่แห่งนี้แล้วเจอกับชินนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะอันที่จริง สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่จุดที่ไว้นัดพบสำหรับชินและโอลิเวีย แต่เป็นจุดนัดพบระหว่างพวกเขาทั้งสองคนกับอัลเฟรดตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก
เรื่องทั้งหมดสืบเนื่องมาจากวันก่อนหน้าที่จะออกเดินทางไปทัศนศึกษา วันนั้นชินได้รับข้อความเป็นกระดาษจากเกวน โดยคนที่ส่งมาก็คืออัลเฟรด เขาระบุถึงแนวโน้มการเคลื่อนไหวของชงหยวนในฐานะ ‘ฮ่องเต้’ และคาดการณ์ว่าเธอกำลังเคลื่อนไหวโดยหวังผลบางอย่างที่ปารีส ซึ่งคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือตัวชินเอง จึงต้องการจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดโดยสถานที่นัดพบคือที่ปารีสในตึกสำนักงานแห่งหนึ่งเวลาสี่ทุ่มโดยประมาณ
แต่อย่างไรก็ดี ความน่าสงสัยก็คืออัลเฟรดไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ชงหยวนน่าจะทำหรือเขาคาดเดาว่าชงหยวนตั้งใจจะทำอะไร เขาส่งสารมาบอกเพียงแค่ว่าจะบอกทุกอย่างที่สถานที่นัดพบซึ่งก็คือที่นี่และเวลานี้
แม้สิ่งที่อัลเฟรดพูดจะดูไม่น่าเชื่อถือบวกกับเรื่องที่ชินกำลังระแวดระวังเรื่องที่อัลเฟรดไม่เคยพูดถึงราชาคนที่ 8 ทั้งที่ชินอยู่ในสถานะนั้นมาตลอด รวมกับเรื่องที่เขาบอกว่าอาจจะรู้แผนของชงหยวน ยิ่งทำให้ชินรู้สึกสงสัยว่าเขาเป็นใครกันแน่และตั้งใจจะทำอะไรมากกว่าที่อยากจะรู้แผนของชงหยวนเสียอีก
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน ว่าตั้งแต่มาที่ปารีสก็เกิดเรื่องขึ้นมากมายที่ทำให้รู้สึกว่าชินกำลังเป็นที่เพ่งเล็ง ทั้งเหตุการณ์ที่ถูกอันธพาลหาเรื่องอย่างจงใจที่ทำอดคิดไม่ได้ว่าต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังบางอย่างแน่ แถมพอเจอสถานการณ์ที่ถูกตั้งค่าหัวเข้าไปอีกกิ่งมั่นใจว่าเขากำลังถูกเพ่งเล็งจากใครบางคน
ดังนั้น แม้จะไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็คงต้องยอมรับว่าข้อมูลที่อัลเฟรดตั้งใจจะบอกกับเขา คงจะมีประโยชน์มากในสถานการณ์อย่างนี้
“ถ้าอย่างนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมก็จะขอเสนอข้อสันนิษฐานของผมเลยนะ————”
“เรื่องนั้นฉันก็เห็นด้วยล่ะนะ แต่ว่าก่อนหน้านั้นฉันคิดว่ามีเรื่องที่เราควรทำมากกว่า”
ทว่าก่อนที่อัลเฟรดจะทันได้เข้าเรื่อง ชินก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน
คำพูดของชินทำให้โอลิเวียเองก็รู้สึกสงสัยเพราะชินไม่ได้บอกไว้ก่อนว่าเขาตั้งใจจะทำอะไร แต่นั่นก็ไม่แปลกอะไร เพราะชินเพิ่งจะมาตัดสินใจเอาตอนนี้หลังจากที่เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ถูกล่าค่าหัว จากที่คิดว่าจะฟังเฉย ๆ ชินก็รู้สึกว่าเรื่องบางอย่างจะให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้
“เรื่องที่ควรทำที่ว่า… หมายถึงการยืนยันสถานะพันธมิตรระหว่างเรางั้นเหรอครับ” อัลเฟรดตอบราวกับอ่านใจชินได้ ท่าทางของเขาในขณะตอบพลางดันสะพานแว่นทำให้แสงสะท้อนออกมาจากเลนส์คงทำให้ใครหลายคนรู้สึกไม่ดี
แต่อย่างไรก็ดี ท่าทางแบบนั้นแหล่ะที่ทำให้ชินรู้สึกว่าอัลเฟรดไม่สามารถเชื่อใจได้แม้ในฐานะของพันธมิตรชั่วคราวที่มีเงื่อนไขเป็นเอกเทศไม่ผูกมัดกัน ด้วยก็เพราะมองไม่เห็นเจตนาของอีกฝ่ายทั้งที่กุมความลับของชินไว้มากมายนั่นแหล่ะ
“ถูกต้อง… เรื่องที่ฉันเป็นแองกริคราวน์ก็ทีนึงแล้ว เรื่องที่ไม่ยอมบอกว่าตราอัศวินสามารถใช้ตรวจสอบตราของคนที่อยู่ในอาณาเขตด้วย เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม” ชินยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก ในสถานการณ์แบบนี้ การใช้อารมณ์ไม่ใช่การสร้างข้อได้เปรียบแต่เป็นการทำให้ตัวเองดูโง่
แต่ยังไงก็ตาม คนที่ยังคงเยือกเย็นอยู่ไม่ได้มีแค่ชินคนเดียว
“เข้าใจสิครับ… ท่านชินยะ นัวรอย โซลเลน”
คำตอบของอัลเฟรดสั้นง่ายแต่ชัดเจนแม้จะไม่ได้ตอบอะไรตรง ๆ แต่การบอกนามแท้จริงของชินได้แบบนั้น คือคำตอบแทนรูปประโยคที่ว่าเขารู้เรื่องทุกอย่างมาตลอด
เพราะแบบนั้นโอลิเวียถึงได้ขยับตัวเข้ามาบังระหว่างชินกับอัลเฟรดเอาไว้
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ… ผมก็บอกไปแต่แรกแล้วนี่ ว่าผมไม่ใช่ศัตรูของท่าน” อัลเฟรดพยายามยืนยันคำเดิม เขาเรียนรู้จากหนก่อนเพื่อไม่ให้ชินเข้าใจผิด อย่างน้อยนั่นก็ทำให้ชินผ่อนคลายลงพร้อมกับให้สัญญาณโอลิเวียว่าไม่ต้องห่วง
“โดยส่วนตัวแล้ว… ผมอยากให้ท่านเชื่อผม ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ได้โปรดเชื่อว่าผมเป็นพวกเดียวกับคุณ แต่เรื่องนั้นท่านก็คงบอกว่ามันขึ้นอยู่กับการกระทำของผมสินะ”
“…ถูกต้อง”
ไม่รู้ทำไมอัลเฟรดที่แสดงความเยือกเย็นมาตลอดตั้งแต่ปรากฏตัวถึงได้ก้มหน้าพูดและแสดงท่าทีลำบากใจแบบนั้นออกมาเป็นครั้งแรก ที่ยิ่งกว่านั้นคือเขาแสดงความรู้สึกเสียดายจนเศร้าใจออกมา
ไม่สิ… ถ้าจะนับจริง ๆ เขาแสดงอารมณ์แบบนั้นออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ได้พบกันเลยเสียด้วยซ้ำ นั่นทำให้ชินรู้สึกแปลกใจอยู่ แต่ก็จำต้องปล่อยผ่านไปก่อน
เป็นเวลาเดียวกับที่อัลเฟรดดันสะพานแว่นกลับเข้าที่อีกครั้ง
“งั้นเพื่อความจริงใจ… ผมคงต้องเริ่มจากเหตุผลที่ไม่ยอมแสดงเจตนาทั้งที่รู้ตัวจริงของท่านก่อนสินะครับ”
อัลเฟรดว่าแบบนั้น ก่อนจะเริ่มพูดถึงเหตุผลที่เขาปิดบังว่ารู้ตัวจริงของชินอันเป็นผลที่จะสืบเนื่องไปยังแผนการของชงหยวน
…และแม้ว่าอัลเฟรดจะอธิบายชี้แจงทุกอย่างที่ชินอยากรู้ได้อย่างมีเหตุผลน่าเชื่อถือ แต่ชินก็กลับสัมผัสได้ว่านั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่อัลเฟรดรู้อยู่ดี
Chapters
Comments
- ตอนที่ 47 มิถุนายน 19, 2022
- ตอนที่ 46: การประลองแบบตัวต่อตัว พฤษภาคม 7, 2022
- ตอนที่ 45: เพื่อนร่วมฝึกงาน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 44: วิธีสร้างข้อผูกมัด มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 43: ข้อเสนอที่น่าลำบากใจ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 42: สิ่งที่ควรทำมาตั้งนานแล้ว (เริ่มบทที่ 2) มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 41: ตัวจริงเบื้องหลังเรื่องราว (จบบทที่ 1) มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 40: ผลตัดสินศึกสุดอลหม่าน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 39: ศึกตัดสินอันอลหม่าน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 38: การต่อสู้ของลูกผู้หญิง มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 37: อดีตของจิน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 36: แองกริคราวน์ผู้ถูกไล่ล่า มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 35: สถานการณ์ที่เริ่มผิดปกติ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 34: เริ่มต้นทัศนศึกษา มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 33: การโหวตเลือก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 32: ความเข้าใจผิด มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 31: เบาะแสแรก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 30: ปณิธานของชงหยวน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 29: ไฟสุมขอนยังคงร้อนอยู่ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 28: คาบเรียนพิเศษ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 27: การต่อสู้ระหว่างราชา มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 26: กำลังเสริมของทั้งสองฟาก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 25: ยุทธการสายฟ้าแลบ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 24: คณะกรรมการจัดงาน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 23: ความลังเล มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 22: คู่หมั้นอันตราย มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 21: นักเรียนใหม่ (เริ่มบทที่ 1) มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 20 : ก่อนรุ่งสางของคืนวันที่จะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล (จบ Prologue) มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 19: Overlord มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 18: ผีดูดเลือดผู้คลุ้มคลั่งจากโลหิต มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 17: แองกริคราวน์หลั่งเลือด มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 16: วลาดจอมเสียบ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 15: ข่าวร้ายกลายเป็นจริง มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 14: ผู้(ถูก)พิพากษา มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 13: เป้าหมายแรก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 12: ความเป็นจริงที่ค่อยๆที่ถูกแง้มให้เห็น ตอนจบ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 11: ความเป็นจริงที่ค่อยๆที่ถูกแง้มให้เห็น ตอนกลาง มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 10: ความเป็นจริงที่ค่อยๆที่ถูกแง้มให้เห็น ตอนแรก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 9: เค้าลางก่อนพายุ มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 8: ตกกระไดพลอยโจน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 7: เขตที่ 84 มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 6: ฝันกลางวัน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 5: ยามเช้าดังเช่นทุกวัน มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 4: ระเบิดกัมปนาท มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 3: เส้นแบ่งของโลก มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 2: ชีวิตประจำวันที่ควรจะเป็น มีนาคม 13, 2022
- ตอนที่ 1: ยามเช้าแสนธรรมดาดังเช่นทุกวัน มีนาคม 13, 2022
MANGA DISCUSSION