“ แหม ๆ ไม่เจอกันนานเลยนะเนี่ย คิดถึงจังเลยชิน! ”
หลังจากที่หญิงสาวผู้เป็นอาจารย์เข้ามาในห้องโอลิเวียกับชินก็กลับมานั่งโต๊ะเล็กเช่นเดิมในตำแหน่งตรงข้ามกัน แต่หญิงสาวผู้เป็นอาจารย์ก็กลับพุ่งเข้ามากอดชินจากทางด้านหลังเสียได้
ราวกับเดจาวูเมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อนได้หวนกลับมายังไงอย่างงั้น แต่หนนี้ทำเอาชินรู้สึกอายไปคนละความหมายกับก่อนหน้า (เพราะหนนี้มีโอลิเวียมองอยู่)
“ ไม่ได้เจอกันแค่สัปดาห์เดียวเอง ไม่ได้นานขนาดนั้นซักหน่อยครับ ” ชินเอ่ยออกมาด้วยท่าทางอาย ๆ กระนั้นก็ยังไม่แสดงท่าทีขัดขืน
หากจะหาคนสองคนที่ชินไม่กล้าหือด้วยบนโลกใบนี้ ก็เห็นจะมีแค่โอลิเวียและหญิงสาวคนนี้เท่านั้น
“ ท่านเลย์ล่า จะว่าไปวันนี้มีธุระอะไรถึงได้มาที่นี่งั้นเหรอคะ ” โอลิเวียถามออกมาด้วยสายตาและน้ำเสียงปกติ… อย่างน้อยถ้าคนทั่วไปมองก็คงเป็นเช่นนั้น
“ อะไรกันจ๊ะโอลิเวีย แค่ฉันแต๊ะอั๋งชินหน่อยเดียวก็หึงซะแล้วเหรอ ”
“ มะ ไม่ใช่แบบนั้น… ซักหน่อยค่ะ ”
กับหญิงสาว… เลย์ล่าที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขี้เล่นพร้อมใบหน้าหยอกเย้าแถมยังแทงใจดำ นั่นทำให้โอลิเวียหลุดกิริยาสีหน้าน้ำเสียงที่ฟูมฟักมานานออกมาเสียง่าย ๆ
หากจะหาคนสองคนที่โอลิเวียวางการ์ดลงเสียง่าย ๆ เพราะความเชื่อใจบนโลกใบนี้ ก็เห็นจะมีแค่ชินและเลย์ล่าคนนี้เพียงเท่านั้น
“ จ้าจ้า ปล่อยก็ได้ ” เลย์ล่าส่งน้ำเสียงเสียดายก่อนจะคลายแรงกอดลงทำให้ชินหลุดรอดจากเธอ
ในที่สุด… ชินที่รู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นแมวสันโดษซึ่งไม่ชอบที่จะถูกอุ้มบ่นอุบแบบนั้นอยู่ในใจ ก่อนจะขยับมานั่งฝั่งด้านขวาของโอลิเวียและเป็นฝั่งซ้ายของเลย์ล่า
“ ชินนี่ล่ะก็ ทำเป็นคนอื่นคนไกลไปได้ ” เลย์ล่าทำแก้มป่องใส่ชิน ทำเอาเขาถึงกับคิ้วกระตุก แต่ไม่ใช่เพราะหงุดหงิดอย่างเดียวแต่เพราะรู้สึกว่าตัวเองอาจจะใจแคบเกินไปอยู่ก็ได้
ในขณะที่ชินคิดแบบนั้นเลย์ล่าก็เริ่มเอาหน้าราบไปกับโต๊ะ ท่าทางนั่นยังกับเด็ก ๆ ยังไงอย่างงั้น
“ ก็แค่อยากมาเจอหน้าลูกชายลูกสาวเท่านั้นเองแท้ ๆ ”
เลย์ล่าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเสียดาย นั่นยิ่งทำให้ชินรู้สึกว่าตัวเองทำผิดไปใหญ่ ที่ทำให้เลย์ล่าผู้เป็นอาจารย์และเปรียบเสมือนแม่คนที่สองของตนทำท่าทางเหมือนกับเด็กร้องไห้งอแงเพราะอยากได้ของเล่น
และหากจะกล่าวถึงความสัมพันธ์ข้างต้น คงต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ก่อนที่ชินจะได้ลืมตาดูโลกเสียอีก
เลย์ล่าเป็นหนึ่งในแวมไพร์นักรบชั้นสูงที่ถูกฝึกฝนมาให้พร้อมรบทุกสถานการณ์ สามารถรบได้ทั้งบนบก ในน้ำหรืออากาศ ทั้งกลางวันและกลางคืน และในบรรดากองกำลังเหล่านั้น เลย์ล่าคือมือหนึ่ง นั่นคือเบื้องหลังที่แม้แต่แวมไพร์ที่เป็นประชาชนทั่วไปยังไม่รู้ สถานะของเธอในฐานะของนักรบจึงคล้ายคลึงกับสายลับเสียมากกว่า
แต่สำหรับหน้าฉากแล้ว เธอคือแม่นมของชินที่คอยดูแลชินมาตั้งแต่เกิดพร้อม ๆ กับราชินีผู้เป็นแม่แท้ ๆ ของชินตั้งแต่ที่ทำคลอดจนโตมาถึงตอนนี้เลยทีเดียวเชียว นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชินจะให้ความเคารพเธอดุจมารดาคนที่สอง
ในส่วนของรอยต่อเหตุการณ์… ในวันที่ปราสาทของราชาเอลานอร์ถูกรุกล้ำช่างโชคร้ายที่มือหนึ่งอย่างไลล่ากำลังทำภารกิจอื่นนอกเขตตามคำสั่งโดยตรงของราชาเอลานอร์อยู่ จึงทำให้ความเสียหายเกิดเป็นวงกว้างขนาดนี้
แต่สำหรับชินที่ได้รู้ว่าเลย์ล่าปลอดภัย อย่างน้อยก็ทำให้เขาดีใจจนหลั่งน้ำตา เพราะอย่างน้อยคนสำคัญของเขาก็ยังไม่ได้ตายจากไปเสียหมด
และหลังจากนั้นก็เป็นที่รู้กัน นั่นคือความปรารถนาของชินในการล้างแค้นทวงคืนสิทธิและความยุติธรรมของเหล่าแวมไพร์กลับมา ด้วยการตามล่าหาผู้ที่มีตราสัญลักษณ์มงกุฎเปล่งแสงสีแดง จากการที่ชินขอร้องทำให้เลย์ล่าได้แต่จำใจต้องยอมสอนวิชา เพราะไม่เช่นนั้นชินก็คงดื้อดึงทำเรื่องนี้ต่อด้วยตัวเองและคงจบลงที่ความตายเหมือนกับพ่อแม่ของชินเองเป็นแน่แท้
นั่นคือเรื่องราวที่ผ่านมาของชินกับเลย์ล่า
“ ผมเองก็ดีใจอยู่หรอกครับ ” นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ชินพูดออกมาอย่างอาย ๆ ในขณะที่หลบสายตาเลย์ล่าผู้เป็นแม่
กับเลย์ล่าที่มองชินด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับเป็นแม่แท้ ๆ สุดท้ายชินก็มีแต่ต้องยอม
“ พอมานึกดูก็ผ่านมานานเหมือนกันน้า ” เลย์ล่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองลอดหน้าต่างหวนนึกถึงความหลังในวันวาน
นั่นคงเป็นเรื่องปกติของคนมีอายุที่อยากจะฝากเรื่องราวของตนให้อยู่ในความทรงจำของคนที่ตัวเองรัก บางทีสำหรับพวกเขาแล้ว… ในส่วนลึกของจิตใจอาจจะแค่ต้องการให้ตัวตนของตัวเองตกผลึกอยู่ในหัวใจของใครซักคนก็ยังดี
“ จะว่าไป แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ? ”
เลย์ล่าที่เหมือนจะดึงสติตัวเองกลับมาได้สำเร็จค่อย ๆ หันศีรษะมาทางชินก่อนจะเอ่ยถาม สีหน้าของเธอกอปรกับบรรยากาศก่อนหน้าทำให้ชินคิดว่าเลย์ล่าเป็นเหมือนกับแม่ที่อยากรู้ว่าลูก ๆ สนุกกับชีวิตประจำวันรึเปล่า
“ ถ้าหมายถึงเรื่องที่โรงเรียน ก็ไม่มีอะไรผิดปกติหรอกครับ ”
“ หืม…. ”
ชินตอบกลับด้วยสีหน้าธรรมดา ความสามัญแลเย็นชานั่นเป็นที่สังเกตของเลย์ล่าไม่เบา
“ งั้น… ทางด้านของแองกริคราวน์เป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ ” เลย์ล่าลดเสียงจนทุ้มต่ำดูน่ากลัวไม่เบา หากไม่ใช่เพราะว่าชินกับโอลิเวียเคยชินกับเจ้าตัวแล้วล่ะก็ คงถึงขั้นตัวสั่นเป็นลูกนกเป็นแน่
“ ทางนั้นก็ปกติ… ไม่สิ ” เช่นไรก็ตาม… เพราะหัวข้อการสนทนาเปลี่ยนไป ทำให้ชินนึกเรื่องสำคัญที่คิดว่าจะเก็บมาถามเลย์ล่าออกได้เสียที
เขากับโอลิเวียมองหน้ากันแล้วพยักหน้ารับกันราวรู้ใจ โอลิเวียก็เริ่มลุกขึ้นแล้วเดินไปปิดผ้าม่านของห้องเล็ก ๆ นี้ลง กอปรกับการที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าในอีกไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ห้องนี้แทบจะมืดสนิท
แต่ก่อนหน้าที่จะเป็นแบบนั้น ชินก็เริ่มยกมือขวาขึ้นโดยหันหลังมือไปทางเลย์ล่าเพื่อให้เห็นชัด ๆ ก่อนจะทำการส่งจิตไปยังจุดที่เขาตั้งใจไว้ พริบตานั้นตรารูปมงกุฎสีแดงก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเปล่งแสงสะท้อนไปทั่วทุกทิศราวกับเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ
แม่———อาจารย์น่ะ เคยเป็นทหารมือหนึ่งของท่านพ่อมาก่อน
หากจะถามหาข้อมูลเรื่องที่ “ท่านพ่อไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามชิงสิทธิในการปกครองโลกได้ยังไง” ก็คงจะมีแค่คนเดียวที่น่าจะพอตอบได้
“ อาจารย์ครับ… เจ้านี่น่ะ เคยเห็น——— ”
“ อ้าว! นั่นมันตราราชันย์ไม่ใช่เหรอ? ”
เลย์ล่ารู้เรื่องบางอย่างตามที่ชินและโอลิเวียคาด แต่ที่คาดไม่ถึงจนทำให้ทั้งสองถึงกับเผลอยิ้มแห้ง ๆ ออกมาก็คือท่าทางแปลกใจ(ทั้งที่ควรจะตกใจ) ปฏิกิริยาของเธอช่างเล็กน้อยประหนึ่งชี้นกชี้ไม้สบายอารมณ์
“ รู้เรื่องจริง ๆ ด้วยสินะครับเนี่ย ” ชินเอ่ยขึ้นในขณะที่มองเลย์ล่าก่อนที่จะหยุดการถ่ายจิต เป็นเวลาเดียวกับที่โอลิเวียเปิดผ้าม่านออกจนแสงสว่างกลับลอดเข้ามาในห้องเหมือนเดิม
“ แหม… จะว่ารู้เรื่องมันก็รู้เรื่องอยู่หรอก ”
ทว่าเลย์ล่าที่ถูกชินจ้องด้วยสายตาจริงจังกลับไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนหรือจริงจังใด ๆ เหมือนเคย
แต่เพราะสายตาที่จ้องอย่างไม่ลดละของชิน ทำให้เลย์ล่าต้องจำใจเปิดปากหลังจากถอนหายใจยาวเหยียด
“ แล้วเธอรู้อะไรบ้างแล้วล่ะตอนนี้ ”
คำตอบของคำถามเป็นคำถามอย่างที่ชินคาดไว้ จะว่าเพราะอยู่ด้วยกันมาตลอดจนรู้ไส้รู้พุงกันหมดก็คงไม่ผิดนัก
ชินจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่คืนที่ได้ตราราชันย์มาแบบไม่รู้สาเหตุ และวันต่อมาก็ดันถูกเปิดโปงโดยบุรุษนิรนาม ซึ่งกลายเป็นว่าเขาคนนั้นคือแวมไพร์สายเลือดแท้เหมือนกับชิน เรื่องราวบางส่วนที่เกิดขึ้นกับราชาเอลานอร์ผู้เป็นพ่อ รวมถึงกฎพื้นฐานในสงครามชิงสิทธิปกครองโลกต่างก็รู้มาจากชายที่อัลเฟรดคนนี้ หลังจากนั้นก็เป็นการเข้าร่วมศึกยามค่ำคืนของทั้งชินและโอลิเวีย การเผชิญหน้ากับศัตรูเก่าอย่างหู่ และแวมไพร์สายเลือดแท้สุดแกร่งที่บีบให้ชินต้องใช้ไนท์ที่ได้รับการสืบทอดมาจากราชาเอลานอร์อย่างสคัล และท้ายสุดคือความจริงของสงครามที่มีผู้เข้าร่วม 8 คน โดยคนที่ 8 ก็คือชินที่ถูกตราราชันย์เลือกให้เป็นผู้สืบทอดต่อจากราชาเอลานอร์ผู้เป็นบิดา
“ หืม… ” เลย์ล่ารำพึงในลำคอขณะที่ใจจดใจจ่อฟังเรื่องที่ชินเล่าให้ฟัง
แต่ท่าทางของเธอเหมือนกับไม่ได้สนใจเรื่องที่ฟังสักเท่าไหร่ กระนั้นก็มีบางเรื่องที่ชินกับโอลิเวียไม่สามารถทำได้อยู่ และหนึ่งในนั้นคือการหยั่งให้ถึงจิตใจและความคิดของสุดยอดปรมาจารย์นามเลย์ล่าคนนี้
“ นั่นสินะ ถ้าจะให้พูดสั้น ๆ ก็คือ ฉันเป็นอัศวินของพ่อเธอยังไงล่ะชิน ”
“ อธิบายสั้นจริง ๆ ”
ชินอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบแบบนั้นออกมาให้กับท่าทางสบาย ๆ ของเลย์ล่าอีกหน
“ งั้นก็แสดงว่า ในวันที่เกิดเรื่อง อาจารย์ออกไปยึดครองดินแดนอย่างงั้นเหรอครับ? ”
“ จะว่าแบบนั้นก็ได้นะ ” เลย์ล่าเอ่ยในขณะโยกตัวไปมา
สรุปคน ๆ นี้เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่จอมซนกันแน่นะ… ชินแอบคิด
“ ก็เรื่องแบบนั้นมันไม่สำคัญแล้วนี่นา ” ทว่าฝ่ายที่ครหาเธออย่างชินนั่นแหล่ะที่ถูกอ่านใจได้ จากการที่เลย์ล่าพูดขณะมองลอดเข้าไปในดวงตาของชิน
“ ที่ฉันอยากรู้น่ะคือเรื่องของเธอต่างหาก ” แล้วจู่ ๆ เลย์ล่าก็เปลี่ยนท่าทีตัวเองอีกครั้งด้วยการนั่งเท้าคาง
“ นี่เธอ ยังคิดจะล้างแค้นอยู่อีกงั้นเหรอ ”
ตาของเธอแลเย็นยะเยือกขึ้น คำถามของเธอไม่ใช่สิ่งที่ยากเย็นในการตอบแต่อย่างใด แต่จากเรื่องที่ชินเล่าให้ฟัง คำตอบมันก็ชัดเจนในตัวอยู่แล้ว เพราะเช่นนั้นโดยหลักการแล้วนี่ไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ หากแต่เป็นการสั่งสอน
…หรืออีกแง่นึง มันคือคำเตือนจากผู้มีประสบการณ์
ทว่า… ชินกลับไม่หลบสายตานั้นและจ้องมองกลับไปตรง ๆ มีคิ้วจะขมวดเข้าด้วยกันไปเองจากการถูกกดดันก็ตามที แต่สำหรับชินและเลย์ล่า นั่นคือการตอบคำถามในรูปแบบหนึ่ง
และนั่นทำให้เลย์ล่าถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย
“ ชิน เธอไม่มีวันล้างแค้นสำเร็จหรอกนะ… ถ้าทำอย่างงี้ต่อไป ซักวันคนที่จะต้องตายคือเธอนั่นแหล่ะ ”
กับคำพูดของเลย์ล่าทำให้ชินเริ่มกำมือทั้งสองข้างด้วยความหงุดหงิด สิ่งนั้นผุดออกมาจากแหล่งกำเนิดอย่างความแค้นหรือความกลัวก็ไม่อาจทราบ
“ ท่านเลย์ล่าคะ——— ”
“ เธอเองก็เถอะโอลิเวีย เลิกให้ท้ายชินมากเกินไปซะที ”
จังหวะของเลย์ล่าหยักแน่นและแข็งกร้าว ไม่เปิดโอกาสให้ใครสอดแทรกแม้แต่โอลิเวีย
“ ผมไม่ได้อ่อนแอนะ ” ชินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นเข้มแข็ง แต่จากสามัญสำนึกย่อมรู้กันดีอยู่แล้ว ว่าในสายตาของคนเป็นแม่ ยังไงลูกชายก็ยังอ่อนหัดอยู่เสมอ
แต่แม้จะไม่ใช่ในแง่นั้น… ชินเองก็ยังอ่อนหัดอยู่จริง ๆ
“ พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ กับ พลังที่สามารถใช้ทักษะทุกอย่างของผู้ที่ดูดเลือดได้… ก็จริงที่ไนท์ทั้งสองอย่างของเธอทรงพลัง และคงพูดไม่ผิดนักว่าเธอคือแวมไพร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบสหัสวรรษก็คงไม่ผิด ”
เลย์ล่าถอนหายใจออกมาอย่างหน่าย ๆ ให้กับชินผู้ที่ครองไนท์อันทรงพลังที่สุดในรอบพันปีของเหล่าแวมไพร์ทั้งสองอย่าง
เปอร์เซ็นต์เทจ(Percentage)… คือไนท์อย่างแรกที่ชินได้รับมาตั้งแต่เกิด พลังของมันสามารถเปลี่ยนแปลงกายภาพของทุกสิ่งที่ตัวชินสัมผัสได้ โดยกำหนดอัตราส่วนของมันตั้งแต่ 0% คือไม่มีไปจนถึง 100% คือขีดจำกัด
พลังนั้นครอบคลุมทุกอย่างและประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ตั้งแต่การสัมผัสเกราะด้วยมือและลดค่าความทนทานของมันให้กลายเป็น 0% เพื่อที่จะสลายทิ้ง หรือการสัมผัสกับผู้มีพลังไนท์ เวทย์มนหรือคำสาป แล้วปรับให้ความสามารถของมันเหลือเพียง 0% ก็ทำได้ ทั้งยังสามารถเพิ่มขีดความสามารถหรืออัตราการฟื้นฟูของร่างกายได้ 100% เต็ม แต่ก็มีข้อแม้คือไม่สามารถเปลี่ยนนามธรรมบางสิ่งได้เช่นอายุขัย การไหลของเวลา หรือเร่งเวลาให้เร็วขึ้น สิ่งที่ชินเปลี่ยนแปลงได้มีเพียงสิ่งที่เขาสัมผัสได้ทางประสาทสัมผัสทั้งหก(การมองเห็น การได้ยิน กลิ่น รสสัมผัส กายสัมผัสและจิต)เท่านั้น
ส่วนอย่างที่สองก็คือ โอเวอร์ลอร์ด(Overlord)… คือไนท์ที่ชินได้รับสืบทอดมาจากราชารุ่นสู่รุ่นจนมาถึงในมือของชินตอนที่ขึ้นเป็นองค์รัชทายาทตามธรรมเนียมอายุ ความสามารถของมันคือการใช้ความสามารถของผู้เป็นเจ้าของเลือดที่ดื่ม
ในความหมาย… คำว่าความสามารถนั้นเหมารวมทุกอย่างตั้งแต่ทักษะพื้นฐานในการใช้ชีวิตไปจนถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวหรือเผ่าพันธุ์ที่ไม่ควรจะลอกเลียนแบบได้ อย่างชินที่ใช้พลังของโอลิเวียซึ่งมีพลังของเผ่าอื่นผสมอยู่ ทำให้เขาใช้พลังของเผ่าพันธุ์อื่นได้แทบจะทุกพันธุ์ แต่มีข้อเสียคือยากต่อการควบคุม เพราะการดื่มเลือดจะทำให้แวมไพร์สูญเสียสัมปชัญญะไปชั่วขณะ แต่สำหรับผู้ใช้ Overlord นั้นใช้เวลานานกว่าปกติในการดึงสติกลับคืน
แต่หากประยุกต์ทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมชิน ชินก็สามารถเพิ่มความสามารถของวงเวท คำสาป คำร่ายของเผ่านอื่นทำให้พลังของตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และสามารถลบล้างข้อเสียของ Overlord ได้ด้วยการลดสารเคมีในสมองที่มีผลทำให้คลุ้มคลั่งแต่ยังคงไว้ซึ่งพลัง พร้อมทั้งคงสภาพคลุ้มคลั่งไว้ได้นานพอจะชนะศึก และหากชินอยู่ในสภาพคลุ้มคลั่งก็ยังทำลายข้อจำกัดของ Percentage ได้อีกด้วย จากที่ต้องสัมผัสทางกายเท่านั้น กลายเป็นไม่ว่าชินจะสัมผัสกายภาพของสิ่งใดได้จาก 1 ใน 6 ประสาทสัมผัสชินก็สามารถใช้พลังเปลี่ยนแปลงได้
“ แต่ถึงจะมีพลังที่แข็งแกร่ง มันก็ไม่ได้หมายความว่าคน ๆ นั้นแข็งแกร่งตามไปด้วยหรอกนะ ” แม้ว่าชินจะครอบครองพลังที่เรียกได้ว่าโกงก็คงไม่ผิด แต่เลย์ล่าก็ยังยืนยันคำเดิม
“ สิ่งที่ทำให้คนเราแข็งแกร่งไม่ใช่พลัง แต่เป็นตัวเราเองต่างหาก ”
คำพูดของเลย์ล่าทำให้ชินขมวดคิ้วขึ้น แต่หนนี้เป็นเพราะว่าชินไม่เข้าใจ แตกต่างจากโอลิเวียที่เข้าใจในทันที และหากจะค้นสาเหตุ เรื่องมันก็แค่ว่าชินถูกความแค้นครอบงำจนมองไม่เห็นตัวเองก็เท่านั้น
…นั่นคือสิ่งที่เลย์ล่าต้องการจะสื่อตั้งแต่แรก แต่เห็นได้ชัดเลยว่ามันเปล่าประโยชน์เหมือนทุกที
“ เอาเถอะ… ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่ฉันก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าเธอไม่เปลี่ยนใจง่าย ๆ หรอก ” เลย์ล่าพูดราวกับหมดความอดทนก่อนจะกอดอกมองชินด้วยสายตาดุดัน กระนั้นก็ยังแฝงไว้ด้วยความเอ็นดู
“ ขอโทษครับอาจารย์… แต่ผม ปล่อยวางเรื่องนี้ไปเฉย ๆ ไม่ได้ ”
ชินพูดในขณะที่ก้มหน้าเป็นครั้งแรกเพื่อหลบสายตา ท่าทางนั่นราวกับเด็กที่ถูกแม่ดุก็ไม่ปาน
รวมถึงสายตาอันเศร้าสร้อยของผู้เป็นแม่คนที่สองอย่างเลย์ล่าที่ไม่อาจดับไฟแค้นในตัวชินได้เองก็เช่นกัน
“ งั้นฉันขอตัวก่อนละกันนะ ” แล้วจู่ ๆ เลย์ล่าก็ลุกขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่หากมองดูเวลาแล้ว เธอยังมาได้ไม่ถึงชั่วโมงนึงเลยด้วยซ้ำ
“ เข้าใจแล้ว โชคดีนะครับอาจารย์ ”
ทว่าทั้งสองฝั่งกลับเข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี ว่าแต่ละคนก็มีธุระของตัวเองให้จัดการ ชินจึงไม่ได้กล่าวอะไรเวิ่นเว้อกับเลย์ล่าผู้กำลังหิ้วกระเป๋าสะพายเดินออกจากห้อง
แต่เธอก็กลับหันขวับกลับเข้ามาอีกราวกับเพิ่งนึกได้ว่าลืมของ
“ โอ๊ะ! จะว่าไปขอคุยกับโอลิเวียสองต่อสองหน่อยสิ ”
“ เอ๋? ผมอยู่ด้วยไม่ได้เหรอ ” กับโอลิเวียที่กำลังเอียงคอสงสัย ทางชินก็เป็นฝ่ายชิงถามออกมาก่อนเจ้าตัวเสียอีก
“ ไม่ได้ ๆ นี่เป็นเรื่องของผู้หญิง ผู้ชายไม่เกี่ยว ”
และแน่นอนว่าชินถูกปฏิเสธ
❖❖❖❖❖
“ แล้ว… มีอะไรเหรอคะท่านเลย์ล่า ”
ในขณะที่ปล่อยให้ชินคิดคำนึงอะไรบางอย่างอยู่คนเดียวในห้อง ทั้งสองคนก็ใช้ระเบียงเป็นสถานที่พูดคุยหลังจากที่สัมผัสของคนรอบ ๆ ตัวหายไป และมั่นใจได้ว่าจะไม่มีหลักฐานอะไรหลงเหลืออยู่
“ หมอนั่นน่ะไม่เหมาะกับการล้างแค้นหรอก ” เลย์ล่าเอ่ยแบบนั้นออกมาทำให้สีหน้าของโอลิเวียหมองลง ไม่ใช่เพราะว่าเธอเสียใจ แต่เป็นเพราะโอลิเวียเองก็คิดแบบเดียวกันกับเลย์ล่า
“ ตั้งแต่ที่ฉันเลี้ยงดูเขามา บอกเลยว่าเขาไม่ใช่คนประเภทนั้น… เขาสามารถเป็นได้มากกว่านั้น ”
“ ค่ะ… ดิฉันเห็นด้วย ”
ทั้งสองคนพยักหน้าให้กัน ในมุมมองของคนที่ติดตามการใช้ชีวิตของชินมาตลอดอย่างทั้งสอง สิ่งนั้นยืนยันได้อย่างดีว่าการล้างแค้นไม่ใช่สิ่งที่ชินปรารถนาไปเสียหมด หากแต่มันคล้ายกับอารมณ์ชั่ววูบเสียมากกว่า และนั่นแหล่ะที่ทำให้ชินมีความเสี่ยง เพราะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล แถมยังไม่ใช่อารมณ์ในแง่ดีด้วยยิ่งแย่ซ้อนเข้าไปอีก
“ อย่ายอมแพ้เรื่องของหมอนั่นล่ะ โอลิเวีย ” เลย์ล่าเอ่ยด้วยรอยยิ้มดูมีความหวังในขณะที่หันศีรษะมาทางโอลิเวีย พริบตานั้นแก้มของโอลิเวียก็ถูกย้อมเป็นสีแดง
“ ให้ตายสิ ผู้ชายอะไรงี่เง่าชะมัด เมินความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองเพราะยึดติดอยู่กับแค่ความแค้นซะได้ ”
“ … ” คำพูดของเลย์ล่าทำให้โอลิเวียพูดอะไรไม่ออก เพราะเธอเองก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ากำลังคิดแบบเดียวกันอยู่
“ สำหรับเขาที่มีแค่สองเรื่องอยู่ในหัวอย่าง เธอ กับ การล้างแค้น ยังไงซักวันเดี๋ยวหมอนั่นก็ใจอ่อนเอง ผู้ชายก็แบบนี้แหล่ะ ”
“ ….ค่ะ ”
เลย์ล่าพูดออกมาแบบนั้นด้วยสีหน้าจริงจัง ทำให้โอลิเวียเองก็จริงจังตามไปด้วย กระนั้นใบหน้าก็ยังไม่ได้ฝาดสีลงเลยแม้แต่น้อย
เพราะเรื่องที่ว่ามามันหมายความว่ายังไง โอลิเวียเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด
“ เพราะงั้นเธอเองก็ต้องระวังตัวด้วยนะโอลิเวีย ” กับน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นอีกระดับของเลย์ล่าทำให้โอลิเวียพยักหน้ารับอย่างใจเย็น
“ ถ้าเธอเป็นอะไรไปขึ้นมา คงไม่ต้องเดาหรอกนะว่าชินที่เหลือแค่ความแค้นจะทำอะไรกับโลกใบนี้บ้าง ”
“ …ทราบแล้วค่ะ ดิฉันจะคำนึงถึงเรื่องนั้นเป็นอันดับแรกเหมือนกัน ”
โอลิเวียเอ่ยด้วยสายตาเย็นยะเยือกราวกับถอดแบบมาจากเลย์ล่า แต่ในอีกแง่นึงมันก็อาจเป็นสิ่งที่ติดมาจากเลย์ล่าผู้เป็นคนฝึกเธอเองก็ได้
อันดับแรกเหมือนกัน… เหรอ
ทางลูกสาวคนนี้เองท่าจะหนักกว่าซะอีกนะเนี่ย เพราะดูเหมือนจะมีแค่เรื่องเดียวที่อยู่ในหัวซะด้วย
เลย์ล่าแอบคิดแบบนั้นอยู่ในหัวแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เพราะอย่างน้อยสิ่งที่อยู่ในหัวของโอลิเวียก็ไม่ได้สิ่งเลวร้ายอย่างความแค้น
…กลับกัน มันเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับความแค้นเสียด้วยซ้ำไป
แต่ก็ขออย่าให้มันเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก็แล้วกัน
เลย์ล่าเผลอคิดแบบนั้นไปชั่วขณะ เพราะเช่นไรก็ตามทั้งชินและโอลิเวียต่างก็อยู่ในช่วงหนุ่มสาวที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วยิ่งกว่าพายุโหมกระหน่ำ
ก่อนที่เจ้าตัวจะหันหลังให้แล้วเดินจากไปจริง ๆ โดยมีโอลิเวียโค้งคำนับให้จากด้านหลัง
…แต่ก่อนที่จะก้าวลงบันไดขาของเธอก็หยุดลงไปเสียก่อน
“ เอ่อ… ” น้ำเสียงของเลย์ล่าดูไม่มั่นคง ต่างจากปกติอย่างเห็นได้ชัด หากจะให้อธิบายมันดูประหม่ามากยิ่งกว่าทุกที
“ แบบว่า… ช่วงนี้เค้าหลับพอรึเปล่า กินข้าวตรงเวลาไหม สงสัยอะไรประมาณนั้นน่ะ ”
น้ำเสียงของเลย์ล่าที่พูดเช่นนั้นออกมาให้อารมณ์คล้ายกับคุณแม่ปากแข็งที่จริง ๆ แล้วก็รักลูกเสียยิ่งกว่าอะไรอยู่ดี นั่นทำให้โอลิเวียเผยยิ้มบาง ๆ ออกมา
เป็นห่วงชินจริง ๆ ด้วยสินะคะ… โอลิเวียคิดก่อนที่จะเปิดปากตอบ
“ เรื่องไม่ต้องห่วงค่ะ ชินไม่มีอะไรลำบากทั้งนั้น… เพราะฉันจะเป็นคนทำให้เขามีความสุขเองค่ะ ”
โอลิเวียพูดในขณะที่เผยยิ้มด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ สีหน้านั้นของเธอมีพลังมากพอที่จะทำให้ชินล้มทั้งยืนได้เลยหากเขาได้มาเห็นและสดับฟัง
ราวกับโล่งใจในคำตอบ เลย์ล่าจึงยิ้มให้แห้ง ๆ ก่อนจะจากไปในทิศที่เธอเดินทางมา และปล่อยให้โอลิเวียคิดคำนึงบางอย่างอยู่คนเดียวเช่นกัน
จะทำให้ได้ค่ะ… ไม่ว่าจะนานแค่ไหน
ฉันจะ… ทำให้คุณมีความสุขจริง ๆ ให้ได้!
MANGA DISCUSSION