เอาหล่ะ… ทีนี้ก็เข้าใจสถานการณ์ของอีกฝ่ายแล้ว
คิดในกรณีที่อีกฝ่ายพูดความจริง แต่จากที่เล่าก็ไม่มีเหตุผลให้โกหก
ดังนั้นเชื่อได้ 90% เลยว่าอีกฝ่ายพูดความจริง แต่เรื่องที่อีกฝ่ายยังพูดความจริงไม่หมดนั้นเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ต้องระวังจุดนั้นไว้
แล้วก็… จะปล่อยให้ความโกรธของตัวเองครอบงำไปมากกว่านี้ก็ไม่ได้ด้วย
ชินคิดแบบนั้นก่อนเหลือบตามองโอลิเวียที่อยู่ข้างและสบตากับเธอโดยบังเอิญ
เขาสูดลมหายใจเข้าปอดตัวเองจนสุด นั่นคงเป็นครั้งแรกที่ชินพยายามเรียกความเยือกเย็นออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ดวงตาสีแดงฉานจึงกลับไปเป็นปกติ
และแน่นอน อีกฝ่ายเองก็เช่นกัน
เมื่อใจเย็นลงทั้งสองฝ่าย ชินก็หันไปมองอัลเฟรดอีกครั้งด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์อีกหน
“ ฉันเข้าใจสถานการณ์โดยรวมของ “นาย” แล้ว… แต่คนอื่นหล่ะ? ฉันเดาว่าพวกเขาคงไม่ได้มีเหตุผลเดียวกับนายหรอกใช่ไหม? ”
“ สมแล้วหล่ะนะครับ ”
อัลเฟรดหัวเราะเบาๆ แต่รอยยิ้มที่เผยออกมาแสดงให้เห็นถึงความเคารพในตัวชินมากกว่าก่อนหน้านี้
ในทางกลับกัน ชินที่พูดแบบนั้นออกมาก็เหลือบไปมองเกวนด้วย สายตาราวตั้งคำถามนั่นทำเอาเกวนถึงกับไหล่กระตุกและต้องหลบหน้าชินโดยไม่รู้ตัว
“ ที่คุณชินพูดถูกแล้วครับ พวกเขามีเหตุผลที่ต้องต่อสู้แตกต่างจากเราสองคน แต่เส้นทางที่เดินไปด้วยกันนั้นไม่ต่างกันครับ พวกเราทุกคนจำเป็นต้องพึ่งพากันเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของตัวเอง น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า… อะไรประมาณนั้นแหล่ะครับ ”
เอาเถอะ จริงๆก็พอเดาได้อยู่แล้วหล่ะนะ
ที่ถามไปเพราะอยากได้ยินคำตอบของแต่ละคนต่างหาก… แต่คงเป็นไปไม่ได้ในสถานการณ์ที่ยังไม่รู้จักกันดีแบบนี้หรอก
แล้วชินก็เริ่มขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวลกับการตัดสินใจ
สายตาเชิญชวนและคาดหวังมาจากทุกคน ยกเว้นชายผู้ที่ใช้หอกนามว่าริวคนนั้น แต่แม้สายตาจะดูดุดัน เขาก็ยังมองมาทางชนด้วยสายตาคาดหวังไม่ต่างกัน
“ โอลิเวีย ” ชินหลบสายตาเหล่านั้นไปมองโอลิเวียที่อยู่ข้าง เพื่อหวังคำตอบแทน ทว่า…
“ ดิฉันจะตามคุณไปทุกที่ค่ะชิน ไม่ว่าจะที่ไหน ”
โอลิเวียพูดพลางยิ้มออกมาเล็กๆเหมือนอย่างเคย สีหน้านั่นราวกับจะโอบรับทุกอย่างของชินเอาไว้ได้
แต่คำพูดยอมรับอย่างง่ายดายนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีนัยยะอะไรแฝงอยู่เลย
สำหรับโอลิเวียที่มองว่าเรื่องของชินเป็นอันดับหนึ่ง… การที่เธอยอมรับการกระทำของชินในทุกทางนั่นหมายความว่า ในมุมมองของเธอก็มองว่าการร่วมมือกับคนที่มีเป้าหมายเดียวกันเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ และอย่างน้อยก็มีผลดีมากกว่าผลเสีย
ซึ่งชินเองก็คิดแบบเดียวกันอยู่ เขาจึงหันกลับไปเผชิญหน้าสายตาเหล่านั้นอีกครั้ง ก่อนจะเปิดปากพูด
“ เข้าใจแล้ว ฉันเอาด้วย ”
พอชินพูดแบบนั้นออกมา สายตาของอัลเฟรดและหญิงสาวผมบลอนด์ผู้สวมหน้ากากกบ ไดอาก็เป็นประกายในทันที ริวยังคงนิ่ง ส่วนหมิงเซียนที่เป็นเด็กสาวร่างเล็กพยักหน้าให้ชินเบาๆราวกับขอบคุณ และสุดท้ายก็คือเกวนที่ถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกออกมาอย่างขัดเจนถึงความโล่งอกและสบายใจ
“ ดีจังเลยนะ ”
ไดอาที่อยู่ข้างๆเกวนปลอบใจเธอแบบนั้นเบาๆ แต่ชินที่สัมผัสปกติดีกว่ามนุษย์นั้นได้ยินอย่างไม่ยากเย็น
สถานการณ์ผ่อนคลายลงมาก และนั่นน่าจะเป็นจุดที่ชินพอจะตั้งเงื่อนไขบางอย่างกับพวกเขาได้
“ แต่ว่าฉันมีเงื่อนไขอยู่… ฉันจะร่วมมือกับพวกนาย และช่วยเหลือพวกนายในสองกรณีใหญ่ๆคือการช่วยเหลือที่พวกนายตกอยู่ในอันตรายจนถึงแก่ชีวิตซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ กับอีกอย่างคือจะช่วยเหลือในกรณีที่เห็นว่าจำเป็นต้องช่วย… พูดง่ายๆว่าฉันจะไม่รับคำสั่งจากพวกนาย และจะคิดว่าสถานภาพของเราเท่าเทียมกันด้วยนั่นเอง ”
“ เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ นั่นนับเป็นการช่วยเหลือที่พวกเราต้องการแล้วครับ ”
อัลเฟรดรับคำชินอย่างง่ายดาย คนอื่นเองก็เช่นกัน ยกเว้นริวเท่านั้นที่แสดงท่าทีไม่พอใจเป็นปกติ
ว่าแต่… นี่เจ้าพวกนี้กะให้เราเป็นบอดี้การ์ดให้รึไง?
ชินแอบคิดแบบนั้น แต่แน่นอนว่าไม่ได้พูดออกมา
“ งั้นก่อนอื่น ช่วยอธิบายเกี่ยวกับศึกชิงดินแดนที่ว่ามาก่อน ตามด้วยสถานการณ์ปัจจุบันรวมถึงภาพรวม แล้วสุดท้ายก็คือการเคลื่อนไหวต่อจากนี้ของพวกนาย ”
ชินว่าพลางชูสามนิ้วไล่ลำดับเรื่องที่ต้องรู้เพื่อตามพวกเขาให้ทัน เพราะอย่างน้อยการจะร่วมมือกันก็ควรรู้ข้อมูลหลักๆสามอย่างนี้
“ นำประชุมคล่องเชียวนะ น่ารำคาญจริงเชียว ” เป็นอีกครั้งที่ริวเริ่มพูดประชดประชันออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ดูเหมือนเขาคงมองชินไปในทางเป็นอริไปแล้ว แต่ทางชินนั้นไม่ได้ใส่ใจ
“ เสียมารยาทน่าริว! ”
“ ชิ ”
แต่นั่นก็ทำให้ถูกเกวนต่อว่าทันที ท่าทางโกรธของเธอจริงจังมากจนริวทำได้แค่เดาะลิ้นกลับมา
“ ว่าแต่ก็เหมือนการนำประชุมจริงๆหล่ะน้า… ชินเนี่ยเป็นพวกเก่งทั้งบู๊ทั้งบุ๊นอย่างที่คนเขาลือกันจริงๆสินะ ”
พอสถานการณ์ผ่อนคลายลง ไดอาก็แสดงความเป็นมิตรออกมาเต็มที่ นั่นคงเป็นบุคลิกปกติของเธอที่เข้ากับคนแปลกหน้าได้ง่าย
แถมยังเริ่มพูดชื่อชินอย่างสนิทสนมไปแล้วอีกต่างหาก ความสนิทสนมในกลุ่มแบบนั้นทำให้ชินพอเดาได้ว่าโครงสร้างของกลุ่มคงมีอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยกว่าที่คิด
และในระหว่างที่คิดเรื่องแบบนั้นอยู่ โอลิเวียก็…
“ แน่นอนอยู่แล้วค่ะ… แถมนอกจากสองเรื่องนั้น เทคนิคเรื่องบนเตียงของชินเองก็ไม่เป็นสองรองใครด้วยนะคะ ”
“ เอ๊ะ? ” “ แหง่ะ!? ” “ อุฟ! ”
กับคำพูดของโอลิเวียที่พูดออกมาด้วยสีหน้าราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
ทั้งเกวนที่หน้าซีด ไดอาที่เสียศูนย์กับริวที่หลุดหัวเราะ ต่างเป็นปฏิกิริยาที่น่าดูชมในหลายๆความหมาย และดูเหมือนว่ามันจะทำให้โอลิเวียพอใจมาก
อัลเฟรดนั้นยิ้มแห้งๆ ส่วนหมิงเซียนไม่ได้สนใจเหมือนเคย
ส่วนชินที่เป็นจำเลยนั้นเริ่มขมวดคิ้วเข้าด้วยกันอย่างเหนื่อยใจแทน
“ ล้อเล่นค่ะ ” โอลิเวียว่าอย่างง่ายๆด้วยดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อย
“ เอ๊ะ? ” เกวนส่งเสียงพลางเอียงคอเล็กๆ
“ ใช่… ล้อเล่นค่ะ ”
กับเกวนที่ตกตะลึงไปแล้วก็ยิ่งตกตะลึงซ้อนไปอีก แต่พอได้คำยืนยันอีกหนเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกด้วยเหตุผลที่ชินไม่เข้าใจ
เช่นไรก็ตาม นั่นทำให้บรรยากาศดีขึ้นเล็กน้อย อัลเฟรดที่ฉีกยิ้มกว้างกับเรื่องเมื่อคู่ก็เริ่มมองชินและโอลิเวียด้วยความโล่งใจ
“ พวกคุณสองคนนี่เกินความคาดหมายอยู่เรื่อยเลยนะครับเนี่ย ” อัลเฟรดว่าพลางถอดแว่นตาออกเช็ดน้ำตาที่เล็ดเพราะหลุดหัวเราะ
ก่อนที่จะค่อยๆจัดท่าทางตัวเองใหม่ และนั่นก็เป็นตอนที่ชินกับโอลิเวียเดินเข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้นเช่นกัน
ระยะห่างที่น้อยลงนั่น เป็นสัญญาณว่าชินเปิดใจให้แล้ว แม้จะเล็กน้อยก็ตาม แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีมากในมุมมองของทั้งสองฝ่าย
“ งั้นเริ่มจากเรื่องของศึกชิงดินแดนก่อนนะครับ ”
“ อา… ”
ชินพยักหน้าให้เบาๆ อัลเฟรดก็ปรับสีหน้าตัวเองให้จริงจังขึ้นไปอีกระดับ
“ สำหรับศึกชิงดินแดน วิธีการชิงดินแดนมีอยู่อย่างเดียวครับ นั่นคือเข้าไปอยู่แล้วทำสัญญากับพื้นที่นั้นโดยใช้ตราสัญลักษณ์ราชันย์หรืออัศวิน ”
อัลเฟรดว่าแบบนั้นก่อนที่จะพลิกหลังมือขวาให้ชินเห็น เช่นเดียวกับไดอาที่อยู่ข้างๆก็ทำแบบเดียวกันแต่เป็นมือซ้าย
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ส่งพลังเวทย์ไปที่มือของตัวเอง พริบตานั้นแสงสว่างก็ปรากฏขึ้นพร้อมสัญลักษณ์
ของไดอาเป็นสัญลักษณ์รูปโล่และดาบไขว้ซ้อนอยู่ด้านหลังมีลักษณะแบบเดียวกับผู้ใช้ดาบที่ชินโค่นไปเมื่อวาน ส่วนของอัลเฟรดเป็นตรามงกุฎอันน่าชิงชังที่ชินไม่มีวันลืม แบบเดียวกับที่ชินเพิ่งได้รับมาเมื่อวันก่อนไม่มีผิด
แต่จุดแตกต่างที่เห็นได้ชัดกับของตนก็มีอยู่… เพราะบนสัญลักษณ์มงกุฎของอัลเฟรด มีเลขโรมันที่เขียนแสดงไว้ว่า II อยู่ด้วย ซึ่งแตกต่างจากของชินที่เป็นตราเปล่าๆไม่มีเลขอะไร
ไม่สิ… จุดที่แตกต่างไม่ใช่แค่นั้น
ชินว่าแบบนั้นก่อนขมวดคิ้วสังเกตแสงที่แผ่ออกมาจากสัญลักษณ์ เพราะได้เห็นใกล้ๆและนานกว่าปกติ ชินถึงได้สังเกตเห็น
“ ดูเหมือนจะสังเกตเห็นแล้วสินะครับ… สีของแสงที่เปล่งออกมาจากราชันย์แต่ละคนนั้นมีลักษณะต่างกัน ”
อัลเฟรดช่วยขยายความเข้าใจของชินให้โดยที่ไม่ต้องให้เอ่ยปากถามเอง
ใช่… ถึงจะสีแดงเหมือนกันก็เถอะ แต่โทนสีนั้นแตกต่างกันเล็กน้อย
ของหมอนี่กับไดอาเป็นแดงสีกุหลาบ ส่วนของคนที่ใช้ดาบเมื่อวานเป็น Scalet
ส่วนของเรา… เป็นสีเลือด
พวกนี้เกี่ยวข้องอะไรกันรึเปล่านะ?
ชินครุ่นคิดด้วยความสงสัย แต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นที่อยากรู้เลยหันไปมองอัลเฟรดราวกับคะยั้นคะยอให้พูดต่อ
“ งั้นต่อมาก็คือสิทธิพิเศษของพวกเราที่เป็นผู้ปกครองบ้างหล่ะนะครับ คุณชินเองก็คงสงสัย ว่าทำไมผู้มีสิทธิทุกคนถึงได้กระหายที่จะขยายอำนาจ เพราะแค่มีสิทธิปกครองเฉยๆมันก็ฝังดูเป็นนามธรรมเกินไป ”
“ อา… ” ชินตอบกลับสั้นๆ เพราะเขาเองก็สงสัยอยู่ เช่นเดียวกับโอลิเวียที่พยักหน้าให้เบาๆเช่นกัน
“ คำตอบของคำถามนั้นก็คือสิทธิพิเศษที่ผมจะบอกนี่แหล่ะครับ… ” อัลเฟรดว่าก่อนที่จะลดแสงที่สัญลักษณ์ลง
“ เริ่มที่ตรามงกุฎผู้เปรียบเสมือนราชา… จะได้รับสิทธิในการถูกปกป้องเมื่ออยู่ในอาณาเขตของตัวเอง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครก็ไม่อาจทำร้ายร่างกายของราชาได้หากอยู่ในอาณาเขต ซึ่งในจุดนี้คุณชินเองก็เห็นกับตาไปเมื่อครู่แล้วนะครับ ”
อัลเฟรดว่าพลางยิ้มแหยๆ เพื่อให้ชินนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ที่เขาคิดสังหารอัลเฟรด แต่กลับล้มเหลวเพราะมีกำแพงปริศนาก่อขึ้นบังตัวเขา
คำตอบของสถานการณ์นั้นก็คือสิทธิพิเศษของราชาอย่างที่อัลเฟรดบอก แม้ใจจริงชินจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ตาม ในขณะที่อัลเฟรดชูสองนิ้วขึ้นราวกับทำท่า Victory
“ และสำหรับราชายังสามารถสร้างข้ารับใช้ด้วยการมอบสัญลักษณ์ตราอัศวินให้ได้ด้วย แต่มีข้อจำกัดคือจำนวนมากสุดที่สร้างได้คือจำนวนของเขตที่ครอบครองบวกด้วยสอง นั่นคือหากคุณชินครอบครองซัก 1 เขต คุณชินก็สามารถสร้างข้ารับใช้ได้ 3 คนนั่นเองครับ ” อัลเฟรดว่าจบก็ชูนิ้วกลางเพิ่มเป็นสามนิ้วอย่างไม่รีรอ เพราะเห็นว่าชินตามเรื่องที่ตนพูดทัน
“ อย่างต่อมาที่ร้ายไม่แพ้กันคือการเพิ่มความสามารถในการดูดซับ “จิต” ครับผม ซึ่งความสามารถนี้ “อัศวิน” เองก็สามารถใช้ได้เช่นกัน ส่วนผลลัพธ์ ถึงไม่ต้องบอกแต่ก็คงทราบดีอยู่แล้วสินะครับ… มันจะช่วยเพิ่มความสามารถทางกายภาพและพื้นฐานของแต่ละเผ่าขึ้นได้อย่างมากมายมหาศาล แต่ขอบเขตที่ใช้ได้ แน่นอนว่าเป็นในอาณาเขตของตัวเองเท่านั้น ”
อัลเฟรดว่าต่อ ก่อนที่จะชูนิ้วนางเพิ่มเป็นสี่นิ้ว
“ อย่างต่อมาก็คือความสามารถในการตรวจจับศัตรูหรือมิตร… หากอยู่ในอาณาเขตหล่ะก็ ทั้งราชาและอัศวินสามารถรับรู้ตำแหน่งของทุกคนได้อย่างสบายๆเลยครับ และแน่นอนว่าสามารถแยกแยะเจตนาดีร้ายได้ด้วย ”
อัลเฟรดว่าแบบนั้นทำให้ชินเริ่มขมวดคิ้ว เขาเริ่มคำนวณความเป็นไปได้ที่ศัตรูในเขต 84 ที่ชินไปมาเมื่อวานจะรู้ตัวจริงของเขาด้วย
แต่จากที่อัลเฟรดว่า ดูเหมือนขอบเขตของพลังนี้ทำได้แค่ตรวจจับเท่นั้น ไม่สามารถแยกแยะรายบุคคลได้ว่าใครเป็นใคร ซึ่งแค่นั้นมันมากพอสำหรับชินแล้วที่จะใช้ปกปิดตัวตน
“ และอย่างสุดท้ายที่เป็นพลังที่ค่อนข้างจะพิศวงอยู่หน่อย… ดูเหมือนว่าผู้มีสิทธิและอัศวินจะสามารถบังคับให้ผู้คนในอาณาเขตทำตามที่ต้องการได้ในระดับนึงด้วยครับ ” อัลเฟรดว่าแบบนั้นแต่ไม่ได้นับนิ้วโป้งขึ้นมาเป็น 5 นิ้วเพิ่ม
นั่นแสดงให้เห็นว่าพลังอย่างที่ 5 นี้ใกล้เคียงข้อสังเกตมากกว่าข้อเท็จจริง
“ “ดูเหมือนว่า” งั้นเหรอ? งั้นแสดงว่าไม่มีข้อพิสูจน์ว่าพลังนี้มีอยู่จริงสินะ ”
“ ต้องเรียนอย่างงี้ครับคุณชิน… พลังนี้มีอยู่จริงไม่ผิดแน่นอน ทว่าเงื่อนไขในการใช้งานนั้นไม่ 100% กล่าวคือไม่รู้วิธีทำให้เกิดผลลัพธ์ได้ 100% ผมถึงได้ไม่อยากนับยังไงล่ะครับ ซึ่งหากมองในจุดนี้เราก็มองตรงกันหล่ะนะครับว่ามันไม่นับเป็นข้อพิสูจน์ว่าพลังนี้มีอยู่จริง ”
ชินถามราวกับย้ำ แต่คำตอบที่ได้มากลับยิ่งทำให้ปวดหัว
พูดง่ายๆ… พลังที่สามารถควบคุมพสกนิกรให้ทำตามได้นั้นมีอยู่จริง
แต่ตัวแปรที่ใช้สั่งการณ์ให้พลังนี้ทำงานได้ยังมีไม่พอสินะ ผลลัพธ์เลยสั่งได้บ้างสั่งไม่ได้บ้าง
เข้าใจหล่ะ
ชินพยักหน้ารับแบบไม่ค่อยเต็มใจ ก่อนจะหันไปมองอัลเฟรดอีกรอบ
“ มีเท่านี้ใช่ไหม? ”
“ ผมเองก็หวังให้มีเท่านี้ครับ ”
คำตอบกลับมาเป็นที่ยืนยัน แต่แน่นอนว่าชินก็ยังไม่ปักเชื่อกับพลังปริศนานี้เท่าไหร่นักว่ามันทำได้แค่นี้
ชินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและทำให้เลือดไหลเวียนจนสมองปลอดโปร่ง ก่อนเริ่มประเด็นต่อไป
“ พอจะเข้าใจเรื่องเกือบทั้งหมดแล้ว… ดูเหมือนในกรณีปกติการจะเข้ายึดเขตของคนอื่นนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนะ ”
“ ใช่ครับ… เอาจริงๆก็ตามนั้นเลย ”
อัลเฟรดตอบกลับชินทันที เพราะเขาเองก็เห็นด้วย
กับศัตรูที่สามารถเพิ่มพลังได้ แถมกับราชายังไม่สามารถโค่นได้อีก
เป็นแบบนี้จะยึดอาณาเขตที่มีราชาปกครองอยู่ยังไงกันหล่ะ?
“ วิธีจัดการราชาคืออะไร ” เพราะแบบนั้นชินจึงถามออกไปในทันที อัลเฟรดที่ได้ยินแบบนั้นยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“ หัวไวมากครับท่านชิน… วิธีเดียวที่จะสามารถโค่นราชาได้ ก็คือการใช้พลังของราชาโค่นครับ… ตรามงกุฎนั้นไม่เหมือนกับตราอัศวินที่จะได้รับพลังก็ต่อเมื่ออยู่ในอาณาเขตเท่านั้น เพราะมันยังสามารถกักเก็บพลังจากอาณาเขตของตัวเองไว้ส่วนนึงไปใช้ในอาณาเขตของศัตรูได้ด้วย ”
เข้าใจหล่ะ… งั้นยุทธวิธีคร่าวๆก็คงราวๆนี้
ใช้อัศวินในการบุกยึดเมืองลูกรอบๆ และเมื่อยึดจนเหลือแต่เมืองหลวงที่ราชาเป็นเจ้าของอาณาเขต ทุกคนก็จะทำการโจมตีทำลายราชาในทันที
เพราะว่าพอถึงเวลานั้น ยังไงฝ่ายที่โจมตีย่อมได้เปรียบมากพอให้ราชาของตัวเองเคลื่อนไหวโดยไม่เสี่ยงแล้ว
“ คิดว่าไงโอลิเวีย ” ชินหันหน้าไปถาม สบตากับโอลิเวียที่หันมาในจังหวะเดียวกัน
“ ดิฉันคิดว่าเป็นศึกที่เข้าใจง่ายกว่าที่คิดค่ะ… ตีหัวเมืองให้หมด เสร็จแล้วก็ยึดเมืองหลวงด้วยการเอาชนะราชาเสีย ”
“ นั่นสินะ ”
ชินกับโอลิเวียหยักหน้าให้กันเบาๆ แต่นั่นกลับทำให้พวกอัลเฟรดทุกคน ยกเว้นหมิงเซียนยิ้มแหยๆออกมา
“ พวกแก… พูดแบบนั้นออกมาง่ายๆเลยนะเฮ้ย ” เป็นครั้งแรกที่ริวพูดออกมาด้วยความเหนื่อยใจพลางเกาหัวแกรกๆ ไม่สิ… นั่นเป็นคำพูดเชิงถามมากกว่า
“ แล้วมันมีอะไรผิดรึไงหล่ะ? ”
ชินเอียงคอสงสัยเอ่ยถามออกไป กลับได้รอยยิ้มอ่อนโยนมาจากไดอาแทน
รู้สึกเหมือนถูกมองเป็นเด็กๆไร้ประสีประสาเลยแฮะ… ชินแอบคิด
“ ก็แหม… อย่างที่บอกไปไงหล่ะว่าการต่อสู้ตรงๆมันทำได้ยากเพราะมีความสามารถของตราสัญลักษณ์อยู่ เพราะงั้นเลยต้องวางแผนอะไรหลายๆอย่าง สู้เพื่อหลอกล่อตัดกำลังบ้าง หรือลอบเข้าไปเพื่อก่อเหตุจลาจลบ้างอะไรทำนองนั้นเพื่อให้ศัตรูสับสน แถมศัตรูเองก็ไม่ได้มีแค่พวกเดียว เลยต้องคำนวณเผื่อถึงเรื่องการกระจายกำลังไปโจมตีเขตอื่นด้วย… วิธีแบบนั้นมันให้ผลลัพธ์ดีกว่านะ ”
ไดอาว่าพลางยิ้มแห้งๆใส่ชินอีกครั้ง ราวกับจะบอกชินว่า “ลืมเรื่องสามัญสำนึกปกติไปรึเปล่า?”
“ สู้ตรงๆลำบาก? ล้อเล่นรึเปล่า อัศวินคนเมื่อวานฉันยังโค่นมันมาแล้วง่ายๆเลย ”
“ เอ๊ะ!? ”
ชินว่าพลางเอียงคอขมวดคิ้วเล็กๆด้วยความแปลกใจ ทว่านั่นกลับทำให้ไดอากับเกวนเหวอไปเลยทีเดียว
แม้แต่หมิงเซียนที่นิ่งมาตลอดก็ยังคิ้วกระตุกเลยทีเดียว
“ เฮ้ยๆ… ก็เห็นอยู่หรอกว่าเอ็งได้เปรียบ แต่ชนะเลยนี่มัน… ” ริวมองชินที่ไม่มีบาดแผลบาดเจ็บจากการต่อสู้เลยซักนิดจึงเอ่ยขึ้นเพราะไม่อยากจะเชื่อ
“ ฉันไม่มีเหตุผลให้โกหกหรอกนะ ”
ชินตอบกลับคำถามแบบหวั่นๆของริวในทันทีอีกครั้ง แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ทุกคนตะลึงไปกันใหญ่
“ อีกฝ่ายแข็งแกร่งเหรอคะ? ” นั่นทำให้โอลิเวียสงสัยในเรื่องสเกลพลังของศัตรู ซึ่งแน่นอนว่าเพราะมันส่งผลกับความปลอดภัยของชิน
และในอีกแง่นึง โอลิเวียเองก็เคยถูกชายคนนั้นฆ่ามาเลยพอจะคิดได้ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่ง
แต่หากมีข้อมูลก่อนล่วงหน้า โอลิเวียก็กล้าพูดได้เต็มปากอยู่ว่าสามารถเอาชนะเขาได้ด้วยทุกอย่างที่มี เพราะเมื่อวานไม่ใช่หนแรกที่เธอตายเพราะขาดข้อมูลเสียด้วย
และหากว่ากันตามตรง… หากเปรียบเทียบกับชายผู้สวมหน้ากากเสือโคร่งคนเมื่อวานแล้ว เธอกับชินเคยเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่านี้หลายเท่ามาแล้ว แถมยังหลายคราเสียจนนับไม่ได้อีกในตอนที่ล่าค่าหัว
“ เขาเป็น 1 ใน 12 อัศวินของราชาที่มีเมืองหลวงอยู่ที่เขต 86… เป็นกลุ่มอัศวินชื่อดังที่เรียกว่า “นักษัตร” และใช่ครับ เขาแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆของกลุ่มเลย ”
เป็นอัศวินของราชาที่อยู่ที่จีนสินะ
และเป็นสามัญสำนึกอีกเช่นกันว่าประเทศใหญ่ย่อมมีผู้ที่แข็งแกร่งปกครอง
เพราะไม่เช่นนั้นก็คงยึดครองประเทศใหญ่แบบนั้นไม่ได้
เจ้าหมอนั่นเก่งขนาดนั้นเชียว?
ชินขมวดคิ้วเล็กๆ เพราะดูเหมือนจะประเมินศัตรูสูงเกินไป
แต่แน่นอนว่าการเผชิญหน้ากับศัตรูคนเดียวยังประเมินสถานการณ์โดยรวมไม่ได้ ชินเลยทำแค่คิดเล่นๆไปแบบนั้นเท่านั้น
“ งั้นแสดงว่าแบบนี้เขต 84 ก็ไม่มีใครปกครองแล้วสิคะ… ก็เพราะชินโค่นไปแล้วนี่นา ”
“ …. ”
กับคำพูดของโอลิเวีย เลยทำให้ทั้งกลุ่มถูกแช่แข็งไปแวบนึง
“ แบบนี้แผนจะเป็นยังไงต่อหล่ะเนี่ยอัลเฟรด ” ไดอาถามในขณะที่ยิ้มแห้งๆ
“ คงต้องวางแผนใหม่แล้วหล่ะครับ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถูกโค่นไปแล้วแบบนี้ ”
อัลเฟรดตอบกลับในทันทีด้วยสีหน้าที่ขมวดคิ้วแน่น
ชินฟังบทสนทนาแล้วปะติดปะต่อ ก็พอจะรู้ว่าการกระทำของตนไปเปลี่ยนแผนการที่วางไว้ของอัลเฟรดโดยไม่รู้ตัว แต่เช่นไรก็ตาม ชินไม่ได้รู้สึกผิดเท่าไรนัก
“ คุณชินครับ พรุ่งนี้ช่วยมาที่นี่เวลาเดิมได้ไหมครับ พวกเราจะวางแผนการกันใหม่ที่นี่ ”
“ …เรื่องนั้นก็ไม่ขัดข้อง แต่ก็อย่างที่บอกว่าฉันจะทำตามเฉพาะตอนที่เห็นด้วย ”
“ รับทราบแล้วครับผม… สำหรับวันนี้ขอบคุณมากจริงๆนะครับ แล้วก็ขอโทษด้วยที่สร้างภาระให้ ”
อัลเฟรดว่าแบบนั้นก่อนจะก้มหัวให้ชิน เป็นท่าทางที่ไม่ขอบคุณหรือขอโทษเป็นพิเศษ
เพราะดูเหมือนในหัวของเขาตอนนี้จะมีการปรับเปลี่ยนแผนแทนที่ความเคารพชินในตอนแรกไปเสียแล้ว
เอาเถอะ… จะวางแผนกันลับหลังหรือรอจังหวะพรุ่งนี้ยังไงก็แล้วแต่ ขอแค่อย่าหักหลังกันเป็นพอ
เพราะถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงลำบากใจแย่ที่ต้องสังหารเพื่อน? ของเกวน
ชินคิดแบบนั้นในขณะที่หันหลังกลับพร้อมๆกับโอลิเวียเนื่องเพราะไม่มีเหตุอันใดให้อยู่ต่อ
กลุ่มของอัลเฟรดมองแผ่นหลังของทั้งสองคนที่เดินลงบันไดไปด้วยความรู้สึกหวั่นใจและโล่งอกในเวลาเดียวกัน
“ เป็นบุคลากรล้ำค่าเลยนะ ” หมิงเซียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงชื่นชมลับหลังชิน
ดูเหมือนแท้จริงแล้วเธอจะไม่ได้เกลียดอะไรชิน ก็แค่ไม่พูดเท่านั้นเอง
“ ชิ… ถึงไม่อยากจะยอมรับ แต่แม่งเจ๋งเป็นบ้าเลย ” ริวเองก็เป็นอีกคนนึงเช่นกัน พอลับหลังชินเขาก็ลดทิฐิของตัวเองลงแล้วกล่าวชมออกมาตรงๆ
แต่หากเจอกันต่อหน้าอีกหน ยังไงก็คงไม่พ้นต้องแสดงท่าทีก้าวร้าวใส่เช่นเดิมอยู่ดี
“ แต่แบบนี้แผนตัวล่อของเราก็แตกหมดหน่ะสิ ” ไดอาว่าออกมาด้วยสีหน้าเป็นห่วง พร้อมกับวางมือขวาบนไหล่อัลเฟรด
“ ไม่ต้องห่วงครับ… ผมว่าเราพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้นะ เพราะอย่างน้อยผมว่าอีกฝ่ายต้องยังไม่รู้แน่ๆว่าคุณชินที่เป็น Angry Clown อยู่ฝ่ายใคร ”
อัลเฟรดพูดอยย่างไร้ความกังวล ดูเหมือนเขาจะคิดอะไรไว้หลายอย่างโดยที่แม้ต่พรรคพวกก็ยังนึกตามไม่ทันนัก
“ ทุกคน ขอโทษนะ ฉันขอตัวกลับก่อน ”
และในขณะที่ทุกคนคุยกันด้วยเรื่องแผนการต่อจากนี้ เกวนก็พูดขึ้นมาเช่นนั้น ก่อนที่จะวิ่งโฉบออกไปจากกลุ่ม โดยมีริวยักไหล่ให้ กับพรรคพวกที่เหลือยิ้มแห้งๆออกมา
เพราะรู้สึกผิดที่อาจมีส่วนทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับชินเปลี่ยนไปนั่นเอง
ซึ่งแน่นอนว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว… แต่จะเป็นในแง่ไหนนั้น คงมีแต่ชินกับเกวนเท่านั้นที่รู้
❖❖❖❖❖
“ คิดว่าไงบ้างโอลิเวีย ”
“ ก็เกินความคาดหมายในหลายๆเรื่องหล่ะนะคะ ”
ในขณะที่เดินผ่านถนนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ชินเอ่ยถามถึงเรื่องเมื่อครู่กับโอลิเวีย
ท่าทางของเธอแม้จะเงียบขรึมตามปกติ แต่ชินก็พอมองออกว่าโอลิเวียค่อนข้างประหลาดใจกับความจริงทั้งหมดที่ได้รู้ในวันนี้
“ แต่นั่นหมายถึงกรณีที่อีกฝ่ายพูดความจริงหล่ะนะคะ ”
“ ก็จริง… เรื่องแบบนี้คงต้องดูกันต่อไปนั่นแหล่ะ ”
ชินพยักเห็นด้วยกับโอลิเวีย… กับคนที่เพิ่งเจอครั้งแรก ยังไงคำพูดก็ยังไม่น่าเชื่อถือเท่าที่ควร
แต่ถ้าจะพูดถึงสาเหตุที่มีน้ำหนักให้ชินเชื่อ คงไม่พ้นเรื่องที่เกวนอยู่ในหมู่พวกอัลเฟรดด้วยนี่แหล่ะ
ชินเองก็แอบคิดว่าตัวเองใจอ่อนเช่นกัน… แต่กับความเป็นเพื่อนระหว่างตัวเองกับเกวน หากให้มองข้ามมันไปคงเสื่อมเกียรติแน่
“ ชิน! รอก่อน!!! ”
ในระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆ เสียงเกวนที่ตะโกนดังไล่หลังมาทำให้ทั้งชินและโอลิเวียหันขวับกลับไปหา
ในขณะที่ชินเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ แต่สายตาของโอลิเวียกลับเป็นประกายขึ้นมาด้วยความสนอกสนใจ(แม้ใบหน้าจะนิ่งขรึมเหมือนทุกทีก็ตาม)
“ ชิน… คือว่า… ”
“ … ”
เกวนที่วิ่งตามมาไม่ได้แสดงอาการเหนื่อยหอบ… เธอหลบตาชินไปแวบนึงก่อนจะหันมามองใหม่ แต่ก็ด้วยท่าทางที่กังวลอยู่ดี
ชินจึงตัดสินใจรอฟังคำพูดเธอแทนที่จะพูดแทรก และอีกสาเหตุก็คือ ชินไม่รู้ว่าทำไมเกวนถึงได้ตามมา
“ ฉัน… ฉันไม่รู้มาก่อนเลยนะ เรื่องตัวตนอีกด้านของชินหน่ะ เพิ่งจะรู้เมื่อเย็นนี้เอง ”
“ เรื่องนั้นเองหรอกเหรอ ” ชินที่ตอบกลับมาแบบไม่คิดอะไร ทำเอาเกวนกลัวยิ่งกว่าเดิม
“ …ไม่โกรธเหรอ ”
“ แทนที่จะถามว่า “เชื่อฉันได้ไหม” แต่ถามออกมาว่า “ไม่โกรธเหรอ” แทนเนี่ย ก็สมเป็นเธอหล่ะนะ ”
ชินไม่ได้คิดเลยซักนิดว่าเกวนกำลังหลอกอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าผ่านการวิเคราะห์มาอย่งดีในหัวของตัวเองแล้ว
และกับคนที่พูดออกมาราวกับเป็นห่วงความรู้สึกของชินมากกว่าสิ่งที่ชินคิดกับตัวเอง จะมองยังไงก็อดคิดไม่ได้ว่าเกวนยังคงเป็นเพื่อนสนิทที่ใจดีกับเขาเหมือนเคย
“ แน่นอน ไม่โกรธหรอก ”
“ …จริงเหรอ ” เกวนพูดราวน้ำตาคลอเบ้า พร้อมเสียงออดอ้อนที่แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้ตัว
“ อา ฉันไม่โกหกหรอก ”
ชินว่าแบบนั้นพร้อมกับยิ้มอ่อนออกมา นั่นถึงทำให้เกวนใจชื้นขึ้นจนยิ้มแก้มปริเลยทีเดียว
“ อื้ม… ขอบคุณนะชิน งั้นเจอ… กันพรุ่งนี้นะ ” เกวนว่าอย่างเอียงอาย ก่อนจะโบกมือลาชินแล้วก็ออกวิ่งไปทิศตรงข้ามด้วยท่าทางร่าเริง
ท่าทางแบบนั้นเป็นที่คลืบแคลงของชิน แต่เขาก็ตัดสินไปแล้วว่าเกวนก็แค่ดีใจที่ตัวเองไม่ถูกเข้าใจผิดและยังคงความเป็นเพื่อนได้อยู่เท่านั้น
“ …ต้องระวังเธอคนนั้นให้ดีแล้วสินะคะ ”
“ ระวังอะไรเหรอ? ” ชินเอียงคอสงสัย กับคำพูดเบาๆในลำคอของโอลิเวีย
“ เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร… ”
และไม่รู้ทำไม… แต่ชินรู้สึกว่าในน้ำเสียงของคำตอบเธอ มีความเหงาหงอยปนออกมาด้วย
❖❖❖❖❖
Facebook Page : https://www.facebook.com/HatthAnant
MANGA DISCUSSION