คนตัวโตสบถออกมาด้วยความเดือดดาล เขารีบลนลานก้าวลงจากรถไปทันที ทุกซอกทุกมุมในบริเวณแถวนั้นไร้วี่แววของนาริกาโดยสิ้นเชิง ความกังวลใจลูกใหญ่ซัดเข้าใส่หัวใจหนุ่มอย่างอำมหิต ความกังวลใจกับสวัสดิภาพของภรรยากำลังท่วมท้นอก
“ริก้าคุณอยู่ไหน…?”
ชายหนุ่มหยุดเดิน คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาภรรยาทันที แต่สิ่งที่ได้ยินก็คือการฝากข้อความเท่านั้น ใจหนุ่มร้อนรุ่มราวกับถูกเผาด้วยกองไฟ
นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่ากรรมตามสนอง…
“ปิดเครื่องทำไมยายบ้า…?!”
เดนนิสต่อสายหาภรรยาเกือบสิบครั้งแต่เสียงที่ได้รับตอบกลับมามันก็ยังเหมือนเดิมนั่นก็คือฝากข้อความให้โทรกลับอย่างเดียว เขาอยากเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมเจ้าหล่อนจะต้องหายหัวไปอย่างไร้ร่องรอยแบบนี้ด้วย ก็เพียงแค่ถูกเขาไล่ลงจากรถเท่านั้นเอง
“อย่าให้เจอตัวเชียวนะริก้า…”
ชายหนุ่มคาดโทษภรรยาอย่างดุเดือด ก่อนจะรีบกระโดดขึ้นรถคันงามไปอย่างรีบเร่ง เพียงไม่นานพาหนะระดับพรีเมี่ยมก็แล่นทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง
นาริกาไม่เข้าใจตัวเลยว่ากลับมายังสถานที่แห่งนี้อีกทำไม? เพ้นเฮ้าส์ของเดนนิส โอซิล ผู้ชายใจร้าย ผู้ชายที่อำมหิตไม่ผิดเพี้ยนไปจากจอมมาร แต่หล่อนก็ยังกลับมา… น้ำตาไหลพรากลงมาอาบแก้มซ้ำแล้วซ้ำอีก ขณะทิ้งกายอ่อนล้าลงบนโซฟานุ่มอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง
หัวใจบอบช้ำ ร่างกายอ่อนแรง และในที่สุดหญิงสาวก็ปล่อยให้นิทราแห่งความเจ็บปวดเข้ามาครอบงำอย่างไร้ทางเลือก เพราะแม้แต่ในความฝันเดนนิสก็ยังโหดเหี้ยมกับหล่อนไม่เปลี่ยนแปลง
และขณะที่หญิงสาวกำลังจมอยู่ในนิทรานั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาทันที ร่างสูงใหญ่ของเดนนิสยืนนิ่งงันอยู่ที่ปากประตู เมื่อสายตามองเห็นหญิงสาวที่ตัวเองเฝ้าตามหานอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟา เขาเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าด้วยความรีบร้อน
“นึกว่าหายไปไหน…”
คนตัวโตเป่าปากด้วยความโล่งอก ทรุดกายลงนั่งบนส้นเท้าตัวเอง ก่อนจะใช้ปากร้อนผ่าวของตัวเองซับน้ำตาบนแก้มนวลให้อย่างอ่อนโยน แต่ถึงแม้จะแผ่วเบาแค่ไหน นาริกาก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอยู่ดี ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่ง ความโหยหาอัดแน่นอยู่ภายในอก หญิงสาวหลับตาพริ้มเมื่อคนตัวโตทำท่าจะเปลี่ยนจากจูบซับน้ำตามาเป็นจูบปาก แต่ก็ต้องคอยเก้อเมื่อเดนนิสเปลี่ยนใจกลางอากาศซะงั้น
“กลับมายังไง”
คำถามเย็นชาของคนตัวโตทำให้นาริกากลับมาสู่โลกปัจจุบันอีกครั้ง หญิงสาวรีบผุดลุกขึ้นนั่ง และเขยิบตัวออกห่างจากรัศมีความร้ายกาจของเดนนิสเท่าที่จะสามารถทำได้ทันที
“ถาม… หูแตกหรือไง” แม้จะห่วงใย และโหยหาแค่ไหน แต่เดนนิสไม่เคยง้อใครมาก่อนในชีวิต ทำให้เขาไม่สามารถจะแสดงความรู้สึกอะไรออกไปได้เลย นอกจากโหดร้ายและเย็นชา ซึ่งเขาก็ทำได้ดีจนคู่สนทนาตาแดงก่ำด้วยความช้ำใจอีกรอบ
“ริก้าไม่ได้หูแตกหรอกค่ะ แต่ริก้าไม่อยากคุยกับคนป่าเถื่อนอย่างคุณอีก…” รีบลุกขึ้นและเดินหนี แต่คนตัวโตไม่ยอมแพ้ เดินเข้ามาหาแล้วกระชากต้นแขนเอาไว้ทันที
“อย่ามาเดินหนีฉันเชียวนะ” เขาขู่ฟู่ ดวงตาสีฟ้าจัดเต็มไปด้วยความอำมหิต
“ปล่อยค่ะ อย่ามายุ่งกับริก้าอีก คุณจะไปมั่วกับผู้หญิงคนไหนก็เชิญ…”
เขายิ้มหยัน “ทำไม…? อิจฉาผู้หญิงคนนั้นหรือไง”
“ไม่เลยค่ะ ริก้ายินดีเสียอีกที่เธอคนนั้นจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับตัวเอง หรือถ้าจะพูดให้ตรงประเด็นล่ะก็ ริก้าอยากจะหย่าขาดจากคุณใจแทบขาด…”
ดวงตากลมโตที่มีน้ำตาคลออยู่ตลอดเวลาช้อนขึ้นประสานสายตากับผู้ชายอำมหิตตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ตอนนี้ความน้อยใจที่ถล่มยับอยู่ภายในอกมันสร้างกำแพงสูงขึ้นมาป้องกันตัวเองอย่างแน่นหนา และแน่นอนว่าหล่อนจะไม่สนใจใยดีผู้ชายคนนี้อีก แม้จะรักมากแค่ไหน… แต่หล่อนทนไม่ได้หรอกที่จะต้องแบ่งเขาให้กับผู้หญิงอื่น ในเมื่อเขาเลือกที่จะมีคนใหม่ หล่อนก็จะหย่า…
ซึ่งหล่อนมั่นใจว่าเขาเองก็ต้องการมันเช่นกัน…
“นาริกา…” เขาเรียกเสียงหล่อนด้วยน้ำเสียงต่ำลึก และเต็มไปด้วยความเดือดดาล
“วันนี้พรุ่งนี้เลยก็ได้ค่ะ ถ้าคุณทนรอไม่ไหว…”
หล่อนฝืนตัวจนสามารถหลุดจากพันธนาการของเขาได้สำเร็จ กำลังจะเดินหนี แต่ก็ถูกคนตัวโตกระชากเข้าไปกอดรัดแน่น แน่นมากกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก
“ปล่อยนะ เดนนิส… อย่ามาทำแบบนี้…”
เขาก้มหน้ามองหล่อนอย่างเลือดเย็น “หย่าน่ะฉันรอได้… แต่ไอ้ที่รอไม่ได้ก็คือการเข้าไปในตัวของเธอยังไงล่ะ”
“คนหยาบคาย!” แก้มสาวแดงก่ำด้วยความอัปยศ
เดนนิสหัวเราะร่วนด้วยความสะใจ “ฉันยังหยาบคายได้มากกว่านี้อีก… มานี่เลย…”
“ไม่ปล่อยนะ ปล่อยสิ”
ไม่ว่าจะร้องจะดิ้นจะพยายามช่วยเหลือตัวเองยังไง แต่ในที่สุดร่างของหล่อนก็ถูกคนตัวโตนำมาโยนลงบนที่นอนได้สำเร็จอยู่ดี สาวน้อยหน้าตาตื่นเมื่อเห็นคนตัวโตเริ่มต้นแก้ผ้าแก้ผ่อนโชว์ความอลังการในทุกๆ ส่วนของกายหนุ่มแก่สายตาอย่างไม่รู้สึกอับอาย
“อย่านะ… ริก้าไม่ต้องการคุณ…”
“เธอห้ามฉันไม่สำเร็จหรอก… และมั่นใจได้เลยว่าฉันจะเอาเธอแบบมาราธอนไปจนถึงรุ่งเช้านั่นแหละ”
นาริกาแก้มแดงจัด พยายามบังคับให้สายตาละจากเจ้าท่อนกายใหญ่โตที่คึกคักน่ากลัวของเดนนิส แต่มันไม่สำเร็จ เพราะหล่อนยังคงจ้องมองมันตาไม่กะพริบเช่นเดิม
“แล้ว… เอ่อ แม่ผู้หญิงที่คุณหิ้วขึ้นรถไปไม่ถูกใจหรือไง ถึงต้องมายุ่งกับริก้าอีก…”
แม้จะพยายามทำเสียงแข็งเช่นไร แต่ท้ายประโยคก็ยังเต็มไปด้วยความหึงหวงมากมายอยู่ดี แต่เดนนิสไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขากระโดดขึ้นมาบนเตียง ใช้มือใหญ่กระชากข้อเท้ากลมกลึงเอาไว้แล้วดึงเข้ามาหาเมื่อแม่ตัวดีกำลังจะกระโดดหนี จากนั้นก็ปล้ำถอดเสื้อผ้าออกจนหมดสิ้นไม่เหลือแม้แต่ชั้นใน
“อย่านะ…”
ไม่ว่าหล่อนจะพยายามต่อสู้ พยายามทำใจแข็งเช่นไร แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ตัวเองเป็นอิสระจากน้ำมือของผู้ชายที่หล่อระเบิดดุจเทพบุตรมารอย่างเดนนิส โอซิลได้ เขาจู่โจมลงมาหาด้วยปากร้อนผ่าว พรมจูบไปทั่วใบหน้างาม ซอกคอ และเนินอก หญิงสาวตัวสั่นระริกเมื่อปลายถันสีสดหายเข้าไปในอุ้งปากอบอุ่น เขาขบแรงๆ ด้วยฟัน ก่อนจะดูดดึงด้วยริมฝีปาก
“โอ้ว…”
ไอ้ความต้านทานปลิวหายไปจนหมดสิ้นในบัดดล สองมือบางตวัดรอบลำคอแกร่งเอาไว้ ดึงรั้งแกมกระชากให้เขาซวนซบลงมาหาเต้างามอวบใหญ่ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ และเดนนิสนักรักผู้ช่ำชองก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเพราะไม่ว่าเขาจะแต้มปาก เลียลิ้นไปจุดไหนของกายสาว นาริกาก็ดิ้นพล่านปานจะขาดใจ
“มีแค่เธอเท่านั้น… ที่ฉันต้องการ…”
เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแทบไม่ได้ยิน ขณะลากปากร้อนๆ ต่ำลงไปยังหน้าท้องแบนเรียบ หญิงสาวครางลั่นเมื่อมือใหญ่จับต้นขาอวบให้แยกออกจากกัน ฝ่ามือของเขาลงไปคลุกเคล้ากับเนินสาวหยาดเยิ้มเป็นสิ่งแรก เขาเคล้าคลึงบีบเค้นจนหนำใจ จากนั้นก็ใช้นิ้วแหวกกลีบเนื้ออ่อนสีชมพูระเรื่อเข้าไปสัมผัสกับความเร้นลับภายใน เกสรรักที่ไวต่อความรู้สึกถูกโจมตีหนักหน่วง
“เดนนิส… ได้โปรด”
นาริกาแอ่นสะโพกขึ้นสูง ปากอิ่มสีสวยก็ร้องครางไม่หยุด ความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นทุกครั้งยามที่ถูกพ่อผู้ชายหล่อระเบิดเถิดเทิงคนนี้ปลุกเร้ากำลังทำให้หล่อนทรมานแทบเป็นบ้า ขนาดเขายังไม่ได้ใช้ลิ้น แค่นิ้วใหญ่กับลมหายใจอบอุ่นเท่านั้นหล่อนก็แทบจะแดดิ้นสิ้นใจเพราะความเสียดกระสันอยู่แล้ว
“ไม่ไหวแล้ว… ได้โปรด… เดนนิส… เข้ามาค่ะ ได้โปรด…”
คนตัวโตระบายยิ้มของผู้ชนะออกมา ขณะใช้ลิ้นใหญ่ปาดละเลงลงกับกลีบเนื้อสาวด้วยความหิวกระหาย ดื่มกินทุกหยาดหยดแห่งรักเข้าไปจนหมดสิ้น นาริกาดิ้นพล่าน เลือดสาวร้อนฉ่าจนแทบไหม้เมื่อทั้งปาก ทั้งลิ้น และนิ้วมือของเดนนิสทำงานสอดประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยม
“ได้โปรด…”
“เธอไม่ได้ต้องการมันไม่ใช่หรือ”
หล่อนแทบอยากจะบ้าเมื่อถูกเดนนิสโยนคำพูดนี้เข้าใส่ ในขณะที่หล่อนกำลังจะบ้าตายเพราะแรงพิศวาสที่เขาเป็นคนปลุกปั่นมันขึ้นมา
“ไม่ค่ะ ริก้าต้องการคุณ… ได้โปรด…”
เดนนิสระบายยิ้มกว้าง ลิ้นของเขาหยุดทำงานแล้ว แต่นิ้วใหญ่ยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุดหย่อน “บอกสิว่าต้องการผม… เรียกชื่อผม นาริกา…”
หล่อนไม่อยากเป็นแบบนี้เลย ไม่อยากเป็นผู้หญิงที่ถูกตัณหาราคะครอบงำเลย แต่หล่อนไม่สามารถต้านทานผู้ชายคนนี้ได้ เขามีอำนาจ และเก่งฉกาจเหลือเกิน เขาสามารถทำให้หล่อนลืมตัว ลืมอาย และลืมแม้กระทั่งว่าหล่อนนั้นกำลังขัดเคืองใจเขาอยู่
“ริก้าต้องการคุณ เดนนิส… ได้โปรดเข้ามา…”
“เดี๋ยวนี้เลยใช่ไหม…”
“ค่ะ เดี๋ยวนี้…”
กายสาวส่ายสะบัด ผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะแรงสวาทที่ซัดเข้าใส่อย่างไม่ปรานี และในที่สุดสิ่งที่กายสาวรอคอยก็ใกล้เข้ามา เมื่อท่อนกายทั้งใหญ่ทั้งยาวแถมยังร้อนผ่าวไม่ผิดจากเหล็กกล้าเผาไฟดุนดันอยู่ที่เนินสาว ขณะที่เขายังใจเย็นใช้มันไล้วนไปตามร่องสาว แต่หล่อนทนไม่ไหวแล้ว
“ได้โปรด… ริก้าไม่ไหวแล้วจริงๆ”
มือบางคว้าท่อนกายใหญ่โตเอาไว้ด้วยสองมือ จากนั้นก็แอ่นสะโพกขึ้นจัดการครอบครองเขาด้วยตัวตนของตนเองทันที เดนนิสร้องครางกับความร้อนแรงของภรรยา ก่อนจะกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้ง นาริกากรีดร้องด้วยความพึงพอใจ กายสาวส่ายร่อนด้วยความเสียดกระสัน
“ร้อนแรงเหลือเกินคนสวย…”
“เดนนิส… โอ้ว…”
MANGA DISCUSSION