เท้าบอบบางชะงักกึกราวกับถูกสาปด้วยเวทมนตร์ร้ายเมื่อสายตาประสานเข้ากับนัยน์ตาดุดันสีฟ้าจัดของเดนนิส โอซิลที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าบานประตูห้องนอนที่หล่อนพึ่งจะดึงให้มันเปิดออกเมื่อไม่กี่อึดใจที่ผ่านมา กายสาวสั่นสะท้านเมื่อเห็นดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ใบหน้างามก่อนจะลงไปอิ่งอ้อยที่เต้างามอวบใหญ่เกินตัวของหล่อน
ไฟร้อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วทั้งกายสาว ช่องท้องปวดร้าวราวกับถูกบีบด้วยอุ้งมือของมัจจุราชผู้เหี้ยมโหด แข้งขาไร้เรี่ยวแรง สมองตายดับลงไปในทันที อยากจะถอยหลังหนี อยากจะวิ่งหนี แต่ก็ทำไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากยืนหายใจสะท้านอยู่ตรงหน้าเขาเพียงเท่านั้น
เขาเดินเข้ามาใกล้… ใกล้มากจนได้กลิ่นแม้กระทั่งลมหายใจสุดเซ็กซี่ หัวใจของหล่อนเต้นแรงระรั่วแทบจะทะลุออกมานอกทรวงอก
“เอ่อ…”
“จะไปไหน?”
น้ำเสียงของเขาห่างเหินจนหล่อนที่ก้มหน้ามองเท้าตัวเองอยู่ อดที่จะช้อนตาขึ้นมองไม่ได้ และก็ทำให้ได้เห็นความเย็นชา ไร้หัวใจของเขาอย่างเต็มเปี่ยม จากที่เคยหวามไหวเปลี่ยนเป็นความโศกาขึ้นมาในทันที
“คือว่า…”
เขาดันหล่อนให้เข้ามาภายในห้องนอนอีกครั้ง เสียงประตูห้องถูกปิดลงแรงๆ “อีตัวอย่างเธอจะออกไปไหนก็ต้องขออนุญาตจากฉันก่อนสิ…”
หน้าชาดิก… นาริกาขบฟันลงบนกลีบปากของตัวเองจนเลือดซิบ น้ำตาแทบจะทะลักออกมาอาบแก้ม แต่หล่อนจะไม่ร้องไห้อีก หล่อนจะไม่ร้องไห้ให้กับผู้ชายไร้หัวใจคนนี้อีก เดนนิสโหดร้ายและเลือดเย็นเกินไปแล้ว
หลังจากยืนกล้ำกลืนฝืนทนข่มความปวดร้าวให้อยู่แต่ภายในอกสำเร็จแล้ว หญิงสาวจึงช้อนตาขึ้นมองคนตัวโตด้วยความว่างเปล่า รอยยิ้มบางๆ ไร้ความรู้สึกถูกแต่งแต้มบนใบหน้างามมหาศาล และนั่นก็ทำให้เดนนิสอึ้งไปนานเลยทีเดียว
“งั้นอีตัวคนนี้… ขอออกไปทำธุระนอกบ้านสักสองสามชั่วโมงนะคะ หวังว่าคุณคงไม่ขัดข้อง”
“สองสามชั่วโมง…” เขาทวนคำพูดของหล่อนด้วยสีหน้าเรียบกระด้างเช่นเคย
“ค่ะ หรืออาจจะนานกว่านั้น…”
“นานเกินไป… ฉันให้เวลาเธอแค่ยี่สิบนาที”
“ไม่ค่ะ ริก้าต้องการสองชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ…” หญิงสาวแสร้งทำเสียงแข็งค้านออกไป แต่พ่อเจ้าประคุณกลับไม่ยอมอ่อนข้อให้เลยแม้แต่นิดเดียว
“ถ้าเธอขืนพูดมากอีก จะเหลือแค่สิบนาที…” คนตัวโตคำรามใส่หน้าเสียงเดือดดาล ร่องรอยความเกรี้ยวกราดอัดแน่นเต็มดวงตาสีฟ้าจัดมากมายนัก
“แต่ว่า…”
“ถ้าเรื่องมากนักก็ไม่ต้องไปมันแล้ว… อยู่บนเตียงให้ฉันเอาดีกว่า…” เขาทำท่าจะทำตามที่พูดจริงๆ หญิงสาวเห็นแล้วก็หน้าซีดเผือด รีบตอบตกลงโดยไม่คิดจะเสียเวลาคิดอีก
“ก็ได้… ก็ได้ค่ะ ยี่สิบนาทีก็ได้…” แล้วมันจะทันไหมนี่ แค่นั่งรถไปมันก็แทบจะหมดเวลาอยู่แล้ว ความวิตกกังวลอัดแน่นอยู่ภายในอกมากมายนัก
เดนนิสแสยะยิ้มร้ายกาจ “ฉันจะให้คนขับรถรอเธอที่ด้านล่าง…”
หญิงสาวเบิกตากว้างคล้ายไม่เชื่อหูกับการวางอำนาจบาทใหญ่ของผู้ชายตรงหน้า ผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหล่อนอยู่ในสายตาเลยแม้แต่นิดเดียว
“ริก้าจะไปคนเดียวค่ะ จะไปเอง…”
“หรือว่าอยากให้ฉันเป็นคนไปส่งเธอเองล่ะ…”
ทางเลือกที่ไม่น่าโสภาทั้งสองทางของเขาทำให้นาริกาได้แต่ถอนอกถอนใจออกมา เดนนิส โอซิลเกลียดขี้หน้าหล่อนยิ่งกว่าไส้เดือน แต่ทำไมเขาถึงไม่ยอมให้หล่อนห่างจากสายตาของเขาเลยนะ หรือเขาจะกลัวว่าหล่อนจะหนี… หล่อนจะหนีไปไหนได้ล่ะ ในเมื่อเขาผูกมัดหล่อนเอาไว้ด้วยทะเบียนสมรสแบบนี้น่ะ
“ไม่ต้องค่ะ… แค่คนขับรถก็พอ…”
หญิงสาวกัดฟันตอบออกไป ขณะที่เดนนิสแค่นยิ้มหยันจากนั้นเขาก็ก้าวยาวๆ ออกไปจากห้องนอนอย่างรวดเร็ว นาริกามองตามร่างสูงสง่าราวกับเทพบุตรของเขาไปด้วยความน้อยใจสุดแสน เขาไม่รัก เขาไม่ต้องการ แล้วทำไมจะต้องมาทำเหมือนหวงแหนด้วย หรือว่าที่ทำ… ก็เพราะยังใช้หล่อนไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เขาต้องสูญเสียไปกันนะ สาวน้อยถามตัวเองลั่นอยู่ภายในอก น้ำตาไหลพรากออกมาอาบแก้ม ก่อนจะรีบเช็ดมันออกไปจากใบหน้าเมื่อเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองดังขึ้นเบาๆ
“ริก้ากำลังจะออกจากบ้านแล้วค่ะเดวิด…” เมื่อเสียงอดีตคนเคยรักดังมาตามสาย หญิงสาวจึงรีบตอบออกไปทันทีเพื่อตัดความรำคาญ ความจริงหล่อนก็ไม่ได้รู้สึกดีเลยที่จะต้องออกไปพบเดวิดในวันนี้ ทุกอย่างมันจบลงแล้ว จบลงตั้งแต่ที่เขาไปมีผู้หญิงอื่นนั่นแหละ
“แต่ผมรอมาห้านาทีแล้วนะริก้า…” เดวิดแสดงความไม่พอใจมาตามสาย
นาริกาถอนใจออกมาด้วยความรำคาญ “ถ้าคิดว่ารอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอค่ะ กลับไปเถอะ เพราะริก้าก็ไม่อยากออกไปพบคุณเหมือนกัน…”
เดวิดถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เมื่ออดีตคนรักที่เคยโอนอ่อนตามเขาเสียทุกอย่างทำเสียงแข็งแถมไม่แยแสมาตามสาย นาริกาเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว แต่ช่างเถอะ ยังไงซะตอนนี้เขาก็รู้แล้วล่ะว่าไม่มีใครที่จะยอมให้เขาเอาเปรียบได้เหมือนกับนาริกาอีกแล้ว
“ผมรอได้… ผมรักคุณนะริก้า…”
เป็นครั้งที่สองที่นาริกาถอนใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย “ขอบคุณสำหรับความรักของคุณค่ะเดวิด แต่ริก้าไม่ต้องการมันอีกแล้ว… แค่นี้นะคะ ริก้าจะต้องไปขึ้นรถแล้ว”
หญิงสาวไม่สนใจหรอกว่าเดวิดจะยินยอมวางสายหรือไม่เพราะหล่อนชิงเป็นคนจบการสนทนาในทันที เท้าบอบบางเดินผ่านบานประตูห้องนอนออกไป มุ่งหน้าไปยังลิฟต์แก้ว ในระหว่างทางก็อดครุ่นคิดเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไม่ได้
หล่อนกับเดวิดคบกันมาเกือบห้าปีเต็มๆ หล่อนคิดว่าตัวเองรักผู้ชายคนนี้ และคิดว่าเขาเป็นคนดีที่สุดในชีวิต แต่ทุกอย่างมันก็มากลับตาลปัตรเมื่อเดวิดเลือกที่จะทรยศความรักของหล่อนอย่างเหี้ยมโหด เขาไปมีผู้หญิงคนใหม่ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้บอกเลิกคบกับหล่อน
“เดวิดคะ ทำไมทำแบบนี้…” ผมรับไม่ได้…”
“ไหนคุณเคยบอกว่ารักริก้า จะแต่งงานกับริก้า…”
“มันก็แค่คำหลอกเด็กน่า ลืมๆ มันไปซะเถอะ เพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป… เราเลิกกัน…”
วันนั้นหลังจากเดวิดพูดจบเขาก็พาแฟนใหม่เดินหายขึ้นรถแท็กซี่ไปในทันที ทิ้งให้หล่อนยืนร้องไห้อยู่เพียงลำพัง ความเจ็บปวดในตอนนั้นมันทำให้หล่อนทุกข์ทรมานเหลือเกิน แต่… มันหาเทียบไม่ได้กลับตอนที่ถูกเดนนิส โอซิลทำหมางเมินใส่ เพราะหล่อนเจ็บแทบขาดใจตายเลยทีเดียวเพียงแค่ถูกเดนนิสบอกว่าเกลียดเท่านั้น
หรือว่าหล่อนไม่เคยรักเดวิดกันนะ? แล้วหากหล่อนไม่ได้รักเดวิด แล้วหล่อนรักใครกันล่ะ? เดนนิส โอซิลใช่ไหม…? แน่นอนว่าคำตอบที่ได้มันคือ ใช่… อยู่แล้ว หล่อนไม่มีทางต้านทานเสน่ห์ของผู้ชายตาสีฟ้าจัดคนนั้นได้เลยจริงๆ หัวใจถูกขโมยเอาไปตั้งแต่แรกสบตานั่นแล้ว นาริกาพ่นลมออกจากปากอีกครั้งด้วยความสมเพชเวทนาตัวเอง ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปในลิฟต์แก้วด้วยความรีบเร่งเมื่อมันเปิดออก
สวนสาธารณะใจกลางเมืองหลวงคือที่ที่นาริกาเลือกเป็นจุดนัดพบระหว่างตนเองและอดีตคนเคยรักอย่างเดวิด รถจอดสนิท หญิงสาวรีบก้าวลงจากรถทันที และสายตาก็ได้เห็นผู้ชายร่างสูงใหญ่นั่งรออยู่ที่ม้านั่งยาวๆ ใต้ต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปจากจุดที่รถจอดไม่ถึงเมตร
สาวน้อยถอนใจออกมาเบาๆ ความรู้สึกเบื่อหน่ายอัดแน่นอยู่ภายในอก หล่อนไม่ได้อยากพบเจอกับผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้เลย ไม่อยากได้ยินแม้แต่เสียง แต่ตอนนี้เดวิดกำลังลำบาก และหล่อนก็ใจดีเกินกว่าจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ แต่รับรองว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายแน่นอน
เท้าบอบบางก้าวด้วยความรีบร้อนตรงไปยังจุดที่เดวิดนั่งอยู่ เขาลุกขึ้นยืนเมื่อหล่อนเดินมาหยุดตรงหน้า รอยยิ้มกว้างจากริมฝีปากที่หล่อนเคยมองว่ามันเต็มไปด้วยความจริงใจทำให้หล่อนรู้สึกสะอิดสะเอียนเหลือเกิน เพราะหล่อนซาบซึ้งแล้วว่ารอยยิ้มนี้ของเดวิดมันมีแต่ความหลอกลวง
“ผมคิดถึงคุณริก้า…”
หญิงสาวรีบถอยหลังหนีทันที เมื่ออดีตคนรักทำท่าจะเข้ามาสวมกอด “อย่าเข้ามานะเดวิด ไม่อย่างนั้นริก้าจะกลับทันที…” คำขู่ของหล่อนได้ผล เพราะทำให้คู่สนทนาหยุดเดินทันที
“ริก้าเกลียดผมมากใช่ไหมครับ”
เดวิดปั้นเสียงเศร้า และหากเป็นเมื่อก่อนหล่อนคงหลงคารมของผู้ชายคนนี้ไปแล้ว แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว ผู้ชายที่สามารถทำให้หล่อนทุกข์และสุขได้ในเวลาเดียวกันนั้นมีแค่เดนนิส โอซิลเพียงผู้เดียวเท่านั้น
“เราจบกันไปแล้ว อย่ารื้อฟื้นอีกเลยค่ะ มีอะไรก็พูดมา…” หญิงสาวทำเสียงเย็นชาใส่
“ผมขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับคุณ… แต่ตอนนี้ผมสำนึกผิดแล้ว ผมรู้แล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ผมควรรักควรซื่อสัตย์เท่ากับคุณ ริก้า… ให้อภัยผมนะ…”
นาริกาถอนใจออกมาด้วยความรู้สึกอึดอัด อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ที่ใจแข็งได้มากมายถึงเพียงนี้ อาจจะเป็นเพราะหล่อนไม่เคยรักผู้ชายคนนี้เลยก็เป็นได้
“เก็บความรักของคุณเอาไว้เถอะค่ะเดวิด… เพราะริก้าไม่ได้ต้องการมันแล้ว”
เดวิดกัดฟันแน่น อารมณ์ขุ่นเคืองที่พยายามเก็บเอาไว้มันทะลักออกมาจนได้ “เป็นเพราะคุณได้ผัวรวยใช่ไหมล่ะ ถึงได้ลืมผม… ลืมวันดีๆ ที่เราเคยมีร่วมกัน…”
แก้มสาวร้อนผ่าวราวกับถูกลวกด้วยไฟกัลป์เมื่อเดวิดหยิบยกคำพูดน่ารังเกียจมาขว้างใส่หน้า “ถ้าใช่แล้วทำไม… ริก้าได้ผัวรวย ได้ผัวหล่อ ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้ชายต่ำต้อยแบบคุณมากเดวิด…” เมื่อเห็นอีกฝ่ายหนึ่งอึ้งหญิงสาวจึงเลือกที่จะพูดต่อไปอีก
“ได้ยินแล้วก็กลับไปซะเถอะค่ะ เพราะยังไงซะริก้าก็ไม่มีทางกลับไปหาคุณอีก…” น้ำเสียงของนาริกาเต็มไปด้วยความหนักแน่น เดวิดฟังแล้วก็รู้ดีว่าไม้แข็งไม่สามารถใช้กับผู้หญิงคนนี้ได้อีกต่อไป นาริกาที่เคยหัวอ่อนในทุกๆ เรื่องเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
“ผมขอโทษ… ริก้า… ผมไม่ได้ตั้งใจจะว่าคุณแบบนั้น”
“ไม่ว่าคุณจะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ แต่ทุกอย่างมันคือความจริงค่ะเดวิด ริก้าได้เจ้าชายผู้สมบูรณ์แบบมาเป็นสามีแล้ว ดังนั้นไม่มีวันที่ริก้าจะกลับไปหาคุณ… เข้าใจความจริงข้อนี้เอาไว้ด้วยค่ะ”
“ผมรู้… ผมเข้าใจทุกอย่าง…”
“เข้าใจก็ดีแล้วค่ะ งั้นริก้าขอตัวกลับก่อน และหวังว่าจะไม่มาวุ่นวายกับริก้าอีก”
หญิงสาวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา กำลังจะหมุนตัวเดินกลับไปยังรถที่จอดรออยู่ แต่เดวิดกลับทำในสิ่งที่หล่อนไม่เคยคิดว่าเขาจะกล้าทำ ร่างสูงใหญ่ทรุดลงคุกเข่ากับพื้นหญ้าต่อหน้าหล่อน ศีรษะดกดำก้มต่ำลงแทบติดพื้น นาริกาตกใจอ้าปากค้าง
“คุณทำอะไรคะเดวิด… ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้นะ”
ไอ้ความใจแข็งที่แสร้งทำขึ้นมาบินหายไปจนหมดสิ้นอย่างรวดเร็ว เหลือไว้แต่ความสงสารที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากมาย หญิงสาวรีบเข้าไปดึงให้เดวิดลุกขึ้นยืน
“ผมแค่ต้องการให้คุณยกโทษให้กับผม… ผมต้องการแค่นั้น…” เดวิดยังไม่ยอมลุกขึ้น ก้มหน้าซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ความน่าเวทนา ซึ่งนาริกาไม่สามารถที่จะมองเห็นมันได้ หญิงสาวอ่อนต่อโลกเกินไป และแน่นอนว่าไม่มีทางตามเกมของผู้ชายร้ายกาจอย่างเดวิดได้ทันแน่
“คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้… เดวิดลุกขึ้นค่ะ… ได้โปรด…”
“ผมไม่ลุก… จนว่าคุณจะให้อภัยผม…”
หญิงสาวพยายามยื้อยุดฉุดกระชากให้คนตัวโตลุกขึ้นยืน แต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่งเฉยไม่ขยับเขยื้อน และนั่นก็ทำให้หล่อนไร้ทางเลือกอื่นใดอีกนอกจากยอมญาติดีกับเดวิดอีกครั้ง
“ก็ได้ค่ะ… ก็ได้… ริก้าให้อภัยคุณแล้ว”
“จริงหรือครับ… ริก้าคุณให้อภัยผมจริงๆ หรือครับ”
เดวิดแสร้งทำเป็นดีใจจนออกนอกหน้า เขาฉวยโอกาสตอนที่นาริกาไม่ทันระวังตัวดึงร่างอรชรเข้ามากอดรัดแน่น กำลังจะจูบปากอิ่มเต็มที่ตั้งแต่คบกันมาไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะได้สัมผัส แต่คอเสื้อของเขาก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงซะก่อน พร้อมๆ กับหมัดหนักๆ ที่เสยเข้าใส่ใบหน้าเต็มแรง
“โอ๊ย…!”
เดวิดร้องลั่น ขณะที่นาริกาเองก็กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจไม่แพ้กัน หล่อนไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงแต่ว่าเดวิดฉวยโอกาสกับตนเอง แต่จากนั้นเดวิดก็ถูกต่อยจนคว่ำด้วยฝีมือ… หญิงสาวหันไปมองคนที่ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลัง แล้วก็ต้องอ้าปากค้างเติ่ง
“เดนนิส…!”
หญิงสาวร้องอุทานด้วยความตกใจสุดขีด เดนนิส โอซิลสามีที่ถูกต้องทั้งทางพฤตินัยและนิตินัยกำลังยืนหน้าเหี้ยมอยู่ ดวงตาคมกริบสีฟ้าจัดลุกโชนไปด้วยกองไฟ
เขามาได้ยังไง? นาริกาถามตัวเองอยู่ภายในอก แล้วก็ได้คำตอบทันทีเมื่อสายตามองสำรวจการแต่งกายของชายหนุ่มอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“นี่คุณปลอมตัวเป็นคนขับรถหรือคะ?”
MANGA DISCUSSION