ตอนที่ 1 หัวจะปวด
ในโลกที่กำลังล่มสลาย ผู้คนรอบข้างต่างล้มตายหายจาก ไฟแห่งสงครามท่วมท้นไม่ว่าจะมองไปตรงไหนก็เจอแต่ร่างที่ไร้วิญญาณของเหล่าทหารที่ตายลง
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มไปหมดแต่ก็ชินไปแล้วเพราะตอนนี้ไม่ได้กลิ่นอะไรนอกจากกลิ่นเลือด ความตายเข้ามาใกล้ ภาพตรงหน้าคือโลกที่ไม่มีอนาคต คือโลกที่กำลังล่มสลาย
นี่น่ะหรือสิ่งที่พระเจ้าสูงสุดได้ทำนายไว้ ข้าที่โดนฝากฝังให้ดูแลโลกใบนี้และก็โดนพวกนั้น(?)หักหลัง ท่านผู้นั้นไว้ใจข้าตั้งขนาดนั้นแต่ทว่า..ข้าคงต้องจากไปพร้อมกับโลกใบนี้
เมื่อโลกล่มสลาย ไม่ทีกระทั่งมนุษย์ไม่มีสัตว์หรือสิ่งมีชีวิต ตัวพระเจ้าต่ำต้อยเช่นข้า ก็จะหายไปและล่องลอยอย่างกับวิญญาณที่ไม่ไปเกิด
พอแล้วสินะ ข้าพยายามได้ดีแล้วสินะ
ข้าคงไม่เหมาะจะบริหารโลกแบบนี้จริงๆนั้นแหละ
“…”
“… ข้าควรจะขอบคุณพระเจ้าสูงสุดดีไหมนะ” ห้องสวยเรียบหรูเครื่องประดับตกแต่งที่ระยิบระยับ เหล่าเมดชุดขาวดำยืนเรียงรายกันในห้อง ยืนนิ่งกันเป็นหุ่นที่ไม่ขยับเขยื้อน
ผมสีขาวที่สะท้อนกับแสงแดดยามเช้า ชุดวันพีชสีขาวโปร่งสะบัดพริ้วไปตามแรงลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง สายตาคมกริบนัยตาสีชมพูใสปนแดงด้านใน ผิวเนียนขาวอย่างกับหิมะ เหมือนกับว่าร่างนี้ไม่เคยออกไปพบกับแสงแดดเลยแม้แต่น้อย
ร่างผอมเพรียวไร้เรี่ยวแรง แค่จะเดินไปยังหน้าประตูยังยากราวกับว่า..ร่างนี้ไม่มีกล้ามเนื้ออยู่เลย
“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันนะ” อาเลไลด์ สเตฟาร์ นั้นคือชื่อของข้าในตอนนี้ ผู้หญิงคนเดียวที่โดนขังอยู่ในห้องนี้ การออกจากห้องสี่เหลี่ยมนี้ สามารถนับครั้งได้เลยว่าไม่เกินสิบครั้งแน่นอน
ทุกฝีก้าวที่ข้าเดิน ทุกการขยับที่ข้าทำ สายตาของเหล่าเมดชุดขาวดำก็คอยจับตามองข้าตลอดเวลา และในยามกลางคืนก็จะมีคนเฝ้ามาสับเปลี่ยนกัน ทำเหมือนกับข้าเป็นนักโทษถึงแม้ว่าจะได้รับสารอาหารครบถ้วนก็ตาม แต่การอุดอู้อยู่แต่ในห้องนี่ มันก็ผ่านมาแล้วสิบห้าปีแล้ว สิบห้าปีแต่ทำไมร่างกายของข้ามันเหมือกับเด็กอายุสิบสองกัน
ข้าเบื่อเต็มทนแล้ว ทำไมพระเจ้าที่คอยคุมโลกอย่างข้าต้องมาเกิดในสถานที่กักขังเช่นนี้กัน สถานการณ์ข้างนอกเป็นเช่นไรข้าเองก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าข้าเกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวยก็เท่านั้น หลักฐานในห้องนี้ก็ชัดคาตาขนาดนี้แล้ว
เสียงถอนหายใจของข้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“คุณหนูมีอะไรให้รับใช้ไหมคะ?” เมดคนหนึ่งที่มีผมสีแดงตาสีดำเดินมาด้านหลังข้าและถามขึ้น ข้ามองนางเล็กน้อยก่อนจะกลับมามองที่หน้าต่างเหมือนเดิม ด้านนอกนั่น ต่างจากโลกที่ข้าเคยอยู่ ดูสงบสุขเหลือเกินนะ
“คุณหนูคะ?” เมดผมแดงเรียกข้าอีกครั้ง ข้าไม่ค่อยอยากจะพูดกับพวกนางเท่าไหร่นัก เลยแค่โบกมือให้เป็นการบอกว่าข้าไม่ได้ต้องการอะไร…
แต่พอข้ามาคิดดูอีกที ถ้าข้าขอไปด้านนอกนางอาจจะทำตามที่ข้าขอก็เป็นได้
“ข้าอยากออกไปด้านนอก”
“เรื่องนั้น…” นางพููดแค่นั้นแล้วก็เงียบไป แค่นั้นข้าก็รู้ได้แล้วว่าคำขอนั้นนางคงทำให้ข้าไม่ได้ จนไม่กี่วิต่อมาเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนจะเปิดเข้ามาโดยไม่พูดขออนุญาตสักคำเดียว
ช่างไร้มารยาทเสียจริง
“ว่าไงน้องรัก กำลังทำอะไรอยู่” เสียงของหนุ่มที่พึ่งเข้ามาพูดทักทาย ถึงแม้ข้าจะไม่ได้หันไปมองก็รู้ได้จากน้ำเสียงที่ดูทะเล้นนั้นแล้วว่าเป็นใคร
ข้าหันไปมองเขาและกวาดมองรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาของเขาเส้นผมสั้นสีทองเหมือนกับสีตา รูปร่างเหมือนกับว่าเป็นเจ้าชายของประเทศหนึ่ง ถึงแม้นิสัยจะเป็นแบบนี้ก็ตาม ยังไงเขาก็เป็นพี่ชายของข้า เอซาน สเตฟาร์ นานๆทีเขาจะมาหาข้า พร้อมกับหญิงสาวที่ไม่ซ้ำหน้ายังไงล่ะ
“ข้ามาแนะนำภรรยาใหม่ให้น้องได้รู้จัก”
อา… คนใหม่อีกแล้วรึ กี่คนแล้วล่ะเนี่ย
เขาพาหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาในห้องข้า ทั้งการแต่งตัว การแต่งหน้านั้น ช่างดูจัดเต็มยิ่งกว่าเจ้าของบ้านเสียอีก หน้าตาก็สะสวย รูปร่างก็ส่มส่วนไปเสียทุกด้าน สีผิวสีเข้มนั้นดึงดูดสายตาได้อย่างดี
คราวนี้เป็นชาวต่างชาติ
“ยินดีที่ได้พบกับน้องสาวของท่านเอซานนะคะ ข้าชื่อไลลา สเตฟาร์ค่ะ” น้ำเสียงดูจริงใจ แต่ใจจริงนั้นเป็นอย่างไรข้าไม่รู้หรอก ถ้าข้ายังนั่งมองอยู่แบบนี้ก็คงเป็นการเสียมารยาทนัก ก็คงต้องยืนขึ้นและแนะนำตัวเองให้ได้รู้จักสินะ
“ยินดีที่ได้พบ ข้า อาเลไลด์ สเตฟาร์ ค่ะ” การแนะนำตัวอย่างเรียบง่ายสายตาสบกันอย่างเหมาะเจาะ ยังไงซะคน ๆ นี้ ก็คงโดนรูปลักษณ์ภายนอกของเจ้าเอซานหลอกเป็นแน่ ภายนอกดูดี เขาดีทุกอย่าง ทั้งรูปลักษณ์ นิสัย การแต่งตัว ดูดีมีสไตล์ แต่ข้อเสียคือเขาโง่เกินเยียวยา ข้าที่มองลูก ๆ ของเขาทะเลาะกันทางหน้าต่าง เพียงแค่มีแม่คนละแม่กันเท่านั้น ตั้งแต่ข้าเกิดมา เขาก็พาภรรยาใหม่มาให้ข้าเจอทุกครั้ง นี่มันก็เป็นครั้งที่หกแล้ว
ลูกของเขาก็มีหกคน แม่คนละแม่กันหมด และคนนี้ก็คนที่เจ็ด ทั้งที่จัดการครอบครัวยังไม่ได้เลยยังมีหน้าทำหน้าระรื่นมีเมียเพิ่ม ช่างกล้าเสียจริงนะ
แต่เอาเถอะ ไม่ใช่เรื่องของข้าอยู่แล้ว
“เป็นไงบ้าง ภรรยาใหม่ของข้า” แล้วเขาก็ชอบถามคำถามนี้ทุกครั้งที่พามา จะให้ข้าตอบเช่นไรล่ะ ถ้าข้าตอบว่าไม่ดี เขาก็จะเห็นด้วยงั้นหรือ
“อายุ..เท่าไหร่” เอ่ยถามอายุของนาง ข้าเองก็นั่งลงที่เตียงนุ่มเหมือนเดิม เพราะข้าหมดแรงแล้ว แค่ยืนแท้ๆ ช่างอ่อนแอ
“อายุสิบแปดค่ะ” ส่วนเอซานอายุยี่สิบแปด ห่างกันสิบปี มีเมียเพิ่มปีละหนึ่งคน มีเมียคนแรกคือตอนอายุยี่สิบเอ็ด ลูกคนโตของเขาตอนนี้อายุได้เก้าขวบ ภรรยาของเขาทุกคน มีลูกในปีที่แต่งงาน ไล่เรียงกันลงมา ข้าขอบอกตามตรง ข้าจำชื่อไม่ได้สักคนเดียว หรือแม้กระทั่งภรรยาที่มาแนะนำตัวกัน ข้าเองก็จำไม่ได้
เอซานเหมือนกับกำลังกระสับกระส่ายที่ข้ายังไม่ให้คำตอบว่าภรรยาใหม่ของเขาเป็นยังไงบ้างเขาคงต้องการคำตอบจากข้า ทำไมกัน?
“ก็ดีนี่” เพียงตอบแค่นั้นเขาก็ถอนหายใจโล่งออกออกมาทันที และก็ขอตัวออกจากห้องไป เหลือไว้แต่เพียงข้าและเหล่าเมดที่ยังคงนิ่งไม่ขยับเขยื้อนกัน
เหนื่อยจริงๆ
อาเลไลด์ที่กำลังล้มตัวลงนอนจู่ ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มีมารยาทหน่อยที่มีเสียงขออนุญาตดังขึ้นมา ข้าที่ลุกชึ้นไปเปิดไม่ได้ ก็ต้องมีเมดคนหนึ่งเปิดประตูต้อนรับแทนและคนที่เข้ามานั้นก็คือ ภรรยารองของท่านพ่อ ทีฟา สเตฟาร์ ผมสีฟ้าตาสีเงิน หน้าอกก็ใหญ่กว่าข้าหลายเท่าตัว เดินมาทางข้าก่่อนจะมองไปทางเมดเหมือนกับสื่อสารบางอย่าง ซึ่งรู้กันดีคนใส่ชุดขาวดำก็ข้ากันเดินออกจากห้องไปเหลือแต่เพียงข้าและนางเท่านั้น
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งห้อง
“ซิก ซิก” แล้วเสียงร้องไห้ก็ดังขึ้นมา “แงงงง อาเลไลด์ ลูกช่วยแม่ทีสิ แงง”
ข้าได้แต่ยิ้มให้ทั้งที่ในใจข้าอยากจะบอกนางเหลือว่าข้า ช่วยอะไรนางไม่ได้! ข้าไม่ใช่คนปรึกษานะ แล้วทำไมตอลดเวลาที่นางเป็นทุกข์หรืออยากจะร้องไห้ถึงขอบมาหาข้านัก ทั้งที่ข้าไม่ใช่ลูกแท้ๆของนางด้วยซ้ำ
แม่ของข้า นางเสียไปตั้งแต่ข้าเกิด เอซานบอกมาแบบนั้น แต่ก็บอกว่าท่านพ่อไม่ได้เกลียดข้า แต่สาเหตุที่ขังข้าไว้ที่นี้ก็บอกไม่ได้เช่นกัน
“เอ่อ..ท่านแม่รองไปเจออะไรมาเหรอคะ” ช่วยไม่ได้ละนะ ข้าน่ะเป็นผู้ใหญ่แล้ว(?) จะให้คำปรึกษานางหน่อยก็แล้วกัน นางอายุก็ไม่น้อย ถ้าจำไม่ผิดก็เกินห้าสิบ ท่านพ่อมีภรรยาสามคน คือท่านแม่ข้าที่เป็นภรรยาหลวง ต่อมาท่านแม่รอง หรือคือทีฟาผู้นี้และท่านแม่สามชื่อเบลล่าขอบอกตามตรง กว่าข้าจะจำได้หมด ก็นานอยู่
ขยันมีเมียกันเหลือเกินนะบ้านนี้ ทั้งที่ออกจะโง่กันขนาดนี้แท้ๆ ข้าบอกไว้เลยไม่ว่าจะท่านพี่ทั้งสอง และท่านพ่อ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนข้าด่าพวกเขาก็ตาม แต่พวกเขาโง่จริงๆ ทำอะไรแทบไม่เป็นเลยสักอย่างยกเว้นการหาผู้หญิงมา
แล้วไอที่เห็นว่าร่ำรวยอยู่ทุกวันนี้ก็มาจากข้าที่มาเกิดใหม่ พรที่เกิดมาพร้อมกับข้า คือโชคดีและความร่ำรวย เพราะงั้นถึงพวกเขาไม่ได้ทำอะไร ทุกอย่างจะเข้าทางพวกเขาหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน เรื่องโชค ขอแค่ข้ายังมีนามสกุลสเตฟาร์ พวกเขาไม่มีทางอดตายแน่นอน ยกเว้นเหล่าภรรยาของพวกเขาที่ทุกวันนี้ยังพอช่วยเหลือด้านงบการเงินหรืออะไรหลายๆอย่างกัน ส่วนเหล่าชายในบ้านก็นอนเสพสุขอย่างเดียว ไม่ได้เรื่อง! อย่างน้อยก็ช่วยมาดูลูกหลานตัวเองที่กำลังเลาะกันเพราะมีแม่คนละแม่หน่อยเถอะ
หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่จข้าไม่ได้ออกไปข้างนอกกันนะ ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย
“แม่น่ะนะ ซิก ซิก โดนเมียของตาเอซานกลั่นแกล้งล่ะ ซิก ซิก ช่วยแม่หน่อยนะ”
แล้วจะให้ข้าช่วยได้เช่นไรเล่า!?
Chapters
Comments
- ตอนที่ 1 หัวจะปวด มีนาคม 7, 2022
MANGA DISCUSSION