เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น หร่วนซือซือถึงกับตะลึง เธอเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ
ประโยคนี้มันยากที่จะจินตนาการจริงๆ!
แต่สีหน้าของชายหนุ่มกับดูปกติ เขานอนลงข้างๆเธออย่างเนียนๆ โดยหันหน้าเข้าหาเธอ
ในวินาทีนั้น หร่วนซือซือรู้สึกเหมือนเลือดบนตัวของตัวเองไหลย้อนกลับ หลังจากที่เงียบไปสักพัก จู่ๆเธอก็นึกบางอย่างขึ้นได้ สีหน้าเธอเย็นชาขึ้น " เราทำแบบนี้ไม่ได้ มันไม่เหาะสมหรอกใช่ไหม?"
เขาจะหมั้นหมายกับเย่หว่านเอ๋ออยู่แล้ว ยังมานอนบนเตียงและหมอนใบเดียวกันแบบนี้กับเธอแบบนี้อีก ถ้าเรื่องหลุดออกไป เกรงว่าคงไม่ดีต่อทั้งสองฝ่าย
เมื่อเห็นความลังเลในดวงตาของหร่วนซือซือ อวี้อี่มั่วก็กระพริบตา หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นนั่ง
เขาหยุดชะงักไปชั่วครู่ หลังจากนั้นเขาก็ลุกยืนและพูดนิ่งๆว่า " ก็ได้ งั้นฉันไปนะ "
พอพูดจบเขาเห็นว่าเธอไม่ได้พูดอะไร เขาเลยยกมือไปปิดไฟตรงหัวเตียง จากนั้นก็หันหลังเตรียมจะออกไป
ทันทีที่ไฟภายในห้องถูกปิดลง บรรยากาศในห้องก็มืดลงทันที เสียงฟ้าร้อง เสียงลมพัดและเสียงฝนปะปนกัน ทำให้คนรู้สึกหนาวสั่นทั้งร่างกายและจิตใจ
หร่วนซือซือตัวสั่นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ เธอเอื้อมไปคว้าแขนเสื้อของอวี้อี่มั่วไว้ " อย่า……ไป! "
พูดตามตรง จริงๆเธอเองก็กลัวมากๆ
อวี้อี่มั่วรู้สึกได้ถึงแรงดึงที่แขนเสื้อ ทันทีที่เขาหันไปดูเขาก็เห็นหญิงสาวก้มหน้าและหลับตาปี๋ที่ตอนนี้เธอมีอาการตกใจขั้นสุด
เมื่อเห็นเธอมีปฏิกิริยาการตอบสนองแบบนั้น เขาก็ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เขาหันกลับไปที่เตียง และใช้มือที่อบอุ่นของเขาโอบไหล่เธอไว้
ผ่านไปสักพัก ร่างกายที่แข็งทื่อของเธอก็ค่อยๆคลายตัวลง
" อย่ากังวลไปเลย เดี๋ยวจะกระทบกับบาดแผลเธอได้ "
เขาพูดพร้อมกับปลอบเธอให้นอนลงช้าๆ เขาเองก็นอนลงข้างๆเธอเช่นกัน
เตียงผู้ป่วยนับว่าไม่ได้กว้างมาก สำหรับสองคนแล้วก็ค่อนข้างจะคับแคบ แต่ด้วยความที่พวกเขาทั้งคู่มีแผลที่หลังเลยไม่สามารถนอนหงายได้ ทำได้เพียงนอนตะแคง พอเป็นแบบนี้ เตียงก็พอดีกับตัวของทั้งคู่
แต่ว่า ระยะห่างของทั้งคู่ที่หันหน้าเข้าหากันนับว่าชิดกันมาก
ตรงหน้าหร่วนซือซือก็คือกลางอกของอวี้อี่มั่ว ลมหายใจที่อบอุ่นของชายหนุ่มก็กระทบลงบนหน้าผากของเธอพอดี
แม้ว่าในใจเธอจะหายกลัวบ้างแล้ว แต่ด้วยระยะห่างที่ประชิดของพวกเขาทำให้เธอรู้สึกตึงเครียดและกังวลเล็กน้อย อาการง่วงนอนก่อนหน้านี้ก็หายไปในพริบตา
ราวกับว่าอวี้อี่มั่วรู้สึกได้ถึงความกังวลของเธอ เขาเลยยื่นมือดึงผ้าขึ้นมาห่มตัวของพวกเขาทั้งสองคนและพูดด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ " อย่าคิดมากเลย นอนเถอะ "
คำพูดของชายหนุ่มเหมือนมีเวทมนตร์ ทำให้หร่วนซือซือรู้สึกผ่อนคลายและสบายตัว จากนั้นก็หลับไปจริงๆ
เมื่อได้ยินเสียงหายใจปนกับการกรนของเธอ อวี้อี่มั่วก็ยิ้มและค่อยๆนอนหลับไปอย่างช้าๆ
ในขณะนี้เอง ก็มีเงาดำแวบผ่านประตูห้อง
ในเช้าวันรุ่งขึ้น เมืองเจียงโจวที่ถูกฝนชะล้างตลอดทั้งคืน พอทันทีที่เช้าพระอาทิตย์ก็ขึ้นอย่างสว่างไสวและอบอุ่น
เย่หว่านเอ๋อนอนจนอยากตื่นขึ้นมาในยามเช้า จากนั้นเธอก็ลงมาทานอาหารเช้าด้านล่าง เมื่อเห็นฮั่วชวน เธอก็กวักมือเรียกเขา " เรื่องที่ให้นายไปตาม ได้เรื่องว่ายังไง? "
ฮั่วชวนเดินเข้ามาใกล้ๆเธอ และรายงานเธอว่า " เรียบร้อยครับ อยู่ที่ศูนย์โรงพยาบาลหลัก หร่วนซือซือและอวี้อี่มั่วพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งคู่ พวกเขาอยู่ข้างห้องกัน อีกทั้งเมื่อคืนนี้……อวี้อี่มั่วค้างที่ห้องของหร่วนซือซือด้วยครับ "
" อะไรนะ! "
เย่หว่านเอ๋อถึงกับตกใจ มือที่ยกกาแฟอยู่ถึงกับสั่น และน้ำกาแฟสีน้ำตาลก็หกเต็มโต๊ะ
ไม่คาดคิดเลยว่าเวลานี้แล้วยัยสารเลวหร่วนซือซือยังไม่ลืมจะที่อ่อยเขาอีก! อีกทั้งยังเป็นห้องพักผู้ป่วยอีกด้วย!
อารมณ์โกรธของเธอพุ่งขึ้นมาอย่างยับยั้งไม่ได้ เย่หว่านเอ๋อรีบลุกขึ้น โดยไม่สนใจกาแฟในมืออีกต่อไป เธอเดินขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็วพร้อมกับพูดว่า " ฉันจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้! "
" คุณหนูครับ! " ฮั่วชวนรีบตามเธอไป " ถ้าคุณไปอาละวาดใส่อวี้อี่มั่วแบบนั้น ผมเกรงว่ามันจะส่งผลเสียกับตัวคุณหนูมากกว่า! "
เย่หว่านเอ๋อโกรธจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว " แล้วจะให้ฉันทำยังไง! "
ตอนนี้เธอจะทำอะไรได้บ้าง! ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอป่วยเป็นโรคนี้ เธอก็คงไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาแย่งชิงโอกาสเธอแบบนี้หรอก แล้วตอนนี้เธอทำได้เพียงมองดูผู้หญิงคนอื่นมาแทนที่เธอต่อหน้าต่อตางั้นหรอ?
ไม่มีทาง! เธอไม่ยอมแน่!
ฮั่วชวนรีบพูดขึ้นว่า " แทนที่จะลงมือเอง ยืมมือคนอื่นลงมือไม่ดีกว่าหรือครับ คุณบอกว่าอวี้ชิงซานเกลียดหร่วนซือซือมากไม่ใช่หรือครับ ทำไมไม่ให้เขารับบทคนร้ายในสถานการณ์นี้ล่ะ!"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เย่หว่านเอ๋อก็เห็นด้วย เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ขบกรามตัวเองและพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเอง
จริงด้วย! แทนที่เธอจะวิ่งเต้นไปอาละวาดใส่อวี้อี่มั่ว เอาเรื่องนี้ไปบอกกับอวี้ชิงซานไม่ดีกว่าหรอ ให้เขาสั่งสอนหร่วนซือซือแทนเธอ อีกอย่าง เมื่อวานเขาก็พูดเอาไว้แล้วว่าวันนี้จะไปตามตัวอวี้อี่มั่วด้วยตัวเอง
เย่หว่านเอ๋อดีใจขั้นสุด และพูดขึ้นทันทีว่า " ฉั่วชวน ที่นายพูดก็ถูกนะ รีบหาวิธีที่จะบอกเรื่องนี้ของอวี้อี่มั่วให้ถึงหูอวี้ชิงซานให้เร็วที่สุด! "
ฮั่วชวนเห็นว่าเธอใจเย็นลงแล้ว เขาค่อยโล่งอก " สบายใจได้เลยครับคุณหนู เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของผม "
ทันทีที่เย่หว่านเอ๋อได้ยินแบบนั้น เธอก็ยิ้มอย่างมีความสุข จากนั้นเธอก็ยื่นมือไปแตะไหล่ฮั่วชวน " นายดีกับฉันที่สุดแล้ว! รีบไปจัดการเถอะ! "
เธอพูดเสร็จก็รีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นสองทันที
ฮั่วชวนเงยหน้าขึ้นมองเงาด้านหลังของหญิงสาว จากนั้นก็ยกมือไปแตะที่ไหล่ตัวเองที่เธอพึ่งแตะไปเมื่อสักครู่ และเขาก็ยิ้มออกมา
ขอแค่เธอมีความสุข จะให้เขาทำอะไรเขาก็ยินดีทั้งนั้น
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง ณ คฤหาสน์ตระกูลอวี้ อวี้ชิงซานออกจากบ้านไปอย่างโมโห เขาพาคนจำนวนหนึ่งมุ่งตรงไปที่ศูนย์โรงพยาบาลหลัก!
เมื่อไปถึงห้องพักผู้ป่วยที่อวี้อี่มั่วพักอยู่ เขาผลักประตูเข้าไปอย่างโมโหพร้อมกับมุ่งตรงไปหาเขา
อวี้อี่มั่วกำลังพูดคุยกับซูอวี้เฉิงอยู่ เสียงดัง " ปั๊ง " ดังขึ้นขัดจังหวะพวกเขา ทันใดนั้นก็เห็นอวี้ชิงซานที่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงบุกเข้ามาพร้อมกับคนจำนวนหนึ่ง
อวี้อี่มั่วสีหน้าเคร่งขรึม " พ่อ "
" แก! " อวี้ชิงซานกวาดสายตามองรอบห้อง นอกจากเขาและซูอวี้เฉิงก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนอื่น ไม่ต้องพูดถึงหร่วนซือซือ เขาก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน
อวี้อี่มั่วกวาดสายตามองไปที่คนจำนวนนั้นที่มาพร้อมกับเขา เขาเอ่ยถามขึ้นว่า " พ่อครับ มีอะไรหรือครับ?"
อวี้ชิงซานเห็นว่าไม่มีใครในห้อง เขาจึงต้องยับยั้งในสิ่งที่เขาเตรียมจะพูด แต่ในใจเขาโมโหขั้นสุด เขากัดฟันพูดว่า " แล้วแกคิดว่ามีอะไรล่ะ? ไม่ยอมพักฟื้นที่บ้าน ดื้อดึงจะมาพักฟื้นที่โรงพยาบาล! เพื่อผู้หญิงคนเดียวถึงกลับกล้าตัดขาดกับผู้เป็นพ่อ!
แววตาอวี้อี่มั่วนิ่งมาก เขาไม่พูดอะไรทั้งนั้น
บรรยากาศค่อนข้างอึดอัน หลังจากเงียบสงบอยู่นาน อวี้ชิงซานก็หันไปบอกคนข้างหลัง " พวกนายออกไปได้แล้ว! "
ซูอวี้เฉิงที่ยืนอยู่ข้างๆก็รู้ตัวดีจึงเดินตามออกไปด้วย ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ภายในห้องเหลือเพียงแค่สองพ่อลูก
อวี้ชิงซานถอนหายใจ และมองหน้าอวี้อี่มั่วพร้อมพูดขึ้นนิ่งๆว่า " พูดมา ว่าเรื่องบริษัทเตรียมจะจัดการยังไง?"
" ผมกำลังจัดการครับ ตอนนี้ข่างเสียหายพวกนั้นควบคุมได้แล้ว ส่วนเรื่องอื่นผมจะพยายามให้ไปในทางที่ดีให้ได้มากที่สุด "
อวี้ชิงซานขมวดคิ้วและไม่ได้พูดอะไรต่อ
สองสามวันมานี้ความคิดเห็นทางด้ายลบบนสื่อออนไลน์ลดลงเยอะมาก เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เขาเลยไม่สามารถตำนิใดๆ
อวี้ชิงซานพูดอย่างเย็นชา " แล้วเรื่องหว่านเอ๋อล่ะแกจะจัดการยังไง! มาพัวพันกับผู้หญิงอื่นแบบนี้! แกยังคิดจะรับผิดชอบเธออยู่ไหม! "
เมื่อได้ยินแบบนั้น อวี้อี่มั่วก็ขมวดคิ้ว เขาเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อ และพูดขึ้นว่า " หว่านเอ๋อพูดกับท่านงั้นหรอ?"
สีหน้าอวี้ชิงซานเคร่งขรึม " แกไม่ต้องสนใจหรอกว่าใครเป็นคนบอกฉัน สรุปว่าถ้าแกจะหมั้นหมายกับหนูหว่านเอ๋อฉันเห็นด้วย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นฉันไม่ยอมรับเด็ดขาด!"
ได้ยินแบบนั้น อวี้อี่มั่วเงียบไม่ได้พูดอะไร
อวี้ชิงซานพูดต่ออีกว่า " แกพูดเองละกัน ว่างานหมั้นนี้ยังจะจัดหรือเปล่า!"
จริงๆแล้ว พูดตามตรง ถ้ามีข่าวการหมั่นภายในอวี้กรุ๊ปตอนนี้ คงจะสามารถพลิกผันสถานการณ์บริษัทตอนนี้ได้ เขาเองก็อยากใช้โอกาสนี้ช่วงพยุงบริษัทสักครั้ง
อวี้อี่มั่วเงียบไปสักพัก จากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า " ผมจะรับผิดชอบเอง "
สำหรับเย่หว่านเอ๋อแล้ว เขาทั้งรู้สึกขอบคุณเธอและมีเรื่องที่ติดค้างเธอ เรื่องที่รับปากเธอไว้ แน่นอนว่าเขาต้องทำให้ได้
เสียงของอวี้ชิงซานดังขึ้นอีกครั้ง " งั้นก็ตัดขาดกับหร่วนซือซือนั่นสะ! "
เขาขมวดคิ้ว หลังจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับจ้องไปทางเขา " ผมกับหร่วนซือซือไม่ได้มีความสัมพันธ์กันแบบนั้น "
อวี้ชิงซานไขว้มือทั้งสองไปด้านหลัง และพูดขึ้นนิ่งๆว่า " ฉันไม่สนหรอกนะว่าพวกแกจะมีความสัมพันธ์กันแบบไหย ไม่ว่ายังไงฉันก็จะจัดการเรื่องการหมั้นหมายของแกกับเย่หว่านเอ๋อโดยเร็วที่สุด แกเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี! "
MANGA DISCUSSION