หลังจากขึ้นรถ หร่วนซือซือก็คาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย และหันไปมองอวี้อี่มั่วที่กำลังปลดเบรกมือและกำลังเตรียมจะสตาร์ทรถ เธออดไม่ได้เลยถามเขาออกไปว่า " เมื่อกี้ในห้องพักผู้ป่วย พ่อฉันคุยอะไรกับคุณหรอ? "
ถ้าบอกว่าไม่สงสัยมันต้องไม่ใช่เรื่องจริงแน่นอน เธอเก็บคำถามนี้ไว้จนถึงตอนนี้ถึงจะกล้าถามออกไป
อวี้อี่มั่วยังคงจับพวงมาลัยรถอยู่โดยไม่หันมามองเธอเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแต่ถามกลับนิ่งๆว่า " เธออยากรู้หรอ? "
หร่วนซือซือลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้า " อือ "
รถเริ่มออกตัว และขับไปอย่างช้าๆบนถนน อวี้อี่มั่วเงียบไปนานมาก เหมือนกับว่าจงใจเล่นกับความรู้สึกของหร่วนซือซือ
หร่วนซือซือรอเขาตอบนานมาก เธอกำลังจะถามเขาอีกรอบ ใครจะไปรู้ว่าทันใดนั้นอวี้อี่มั่วจะพูดขึ้นว่า " อาจารย์บอกว่า ให้ฉันคอยดูแลเธอ "
เธออึ้งไป " หะ? "
ดูแลยังไง?
อวี้อี่มั่วหันหน้าไปมองเธอโดยไม่กระพริบตาเลย " ห้ามข้องเกี่ยวกับเพศตรงข้าม และห้ามเปลี่ยนงานตามใจตัวเอง ท่านบอกให้ฉันปกป้องเธอ "
หร่วนซือซือไม่อยากจะเชื่อ " จะเป็นไปได้ยังไง! "
นี่มันข้อกำหนดอะไรกันเนี่ย? ทำไมเหมือนกับว่าอวี้อี่มั่วเป็นคนกำหนดขึ้นเองเลย?
อวี้อี่มั่วหันหน้าไป ขับรถและพลางพูดขึ้นว่า " ถ้าเธอไม่เชื่อก็ลองไปถามอาจารย์ดูได้นะ "
เมื่อพูดว่าให้เธอไปถามด้วยตัวเอง หร่วนซือซือก็รู้สึกท้อแท้ขึ้นมาทันที เธอไม่กล้าไปถามศาสตราจารย์หร่วนด้วยตัวเองจริงๆ และยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ท่านยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแบบนี้ ถ้าสิ่งที่อวี้อี่มั่วพูดเป็นความจริงเธอก็ทำตัวไม่ถูกน่ะสิ
หร่วนซือซือจับที่ชายเสื้อของเธอแน่น ผ่านไปสักพักกว่าค่อยๆกลับสู่สภาวะปกติ เธอหันไปมองอวี้อี่มั่วและพูดด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจว่า " จริงๆคุณไม่ต้องลำบากขนาดนี้ก็ได้ คุณไม่ต้องมาดูแลฉันหรอก ฉันเองก็จะไม่สร้างความลำบากให้คุณเหมือนกัน "
อวี้อี่มั่วพูดอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด " ไม่ได้ เรื่องที่อาจารย์มอบหมายให้ ฉันต้องทำให้ได้ "
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นมาก ไม่มีทีท่าว่าจะเจรจาสำเร็จเลย
หร่อนซือซือได้ยินแบบนั้น เธอก็ทำหน้าบูดหน้าเบี้ยว เดิมทีเธอคิดเอาไว้เป็นอย่างดีแล้วว่าจะทวงคืนความอิสระจากอวี้อี่มั่ว แต่พอเป็นแบบนี้ เธอเกรงว่าเขาจะใช้เหตุผลนี้มาเป็นข้ออ้างในการรั้งเธอเอาไว้
เธอขบกรามตัวเอง หร่วนซือซือโกรธมากจนพูดอะไรไม่ออก
พอเห็นว่ารถใกล้จะขับถึงหน้าประตูบริษัทแล้ว จู่ๆหร่วนซือซือก็บอกให้หยุดรถ " คุณหยุดรถก่อน ฉันจะลงรถ……."
เธอไม่อยากเจอเพื่อนร่วมงานตรงประตูหน้าบริษัทหรอกนะ ไม่อย่างนั้นอธิบายยังไงพวกเธอก็คงไม่ฟัง
อวี้อี่มั่วได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมหยุดรถลงข้างทาง
" วันนี้ขอบคุณมากนะที่ส่งฉันไปโรงพยาบาล "
ในขณะที่หร่วนซือซือพูด เธอก็หันไปกำลังจะเปิดประตูรถ
อวี้อี่มั่วรีบเรียกเธอไว้ " เดี๋ยวก่อน "
" มีอะไร? "
" วันอาทิตย์นี้เป็นวันคล้ายวันเกิดปีที่เจ็ดสิบของนายท่านแห่งตระกูลไป๋ ตระกูลไป๋และอวี้กรุ๊ปทำงานร่วมกันมาไม่น้อย งานเลี้ยงในครั้งนี้ส่งการ์ดเชิญมาที่บริษัทอยู่หลายใบ ฉันให้เธอเก็บไว้หนึ่งใบ เธอไปร่วมงานได้นะ "
หร่วนซือซือได้ยินแบบนั้น เธอลังเลอยู่สักพัก เธอไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่ายังไง
เหมือนกับว่าอวี้อี่มั่วคิดเอาไว้แล้วว่าเธอจะไม่เข้าใจ เขาพูดเสียงทุ้มโดยพูดอย่างช้าๆและชัดเจนว่า " งานเลี้ยงในครั้งนี้ สวี่เฟิงหมิงและภรรยาเขาก็ไปร่วมงานด้วย เราไปสังเกตการณ์สักหน่อยว่าจะมีโอกาสลงมือรึเปล่า "
ประโยคนั้น ทำให้หร่วนซือซือเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง แววตาของเธอจริงจังขึ้นมากและรีบพยักหน้า " ได้ ฉันจะไป "
ครั้งที่แล้วเขาบอกกับเธออย่างชัดเจนแล้วว่า ถ้าอยากจะกำจัดสวี่เฟิงหมิงสิ่งแรกที่ต้องทำคือทำให้เขาหย่ากับภรรยาของเขาเฉินอวี้ มีเพียงทำแบบนี้เท่านั้นถึงจะสามารถดำเนินการขั้นต่อไปได้
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าขั้นต่อไปของเขาคืออะไร แต่เธอรู้เพียงว่าการลงมือทำเท่านั้นที่จะทำให้เธอบรรลุเป้าหมายที่เธอตั้งเอาไว้ได้
หร่วนซือซือลงจากรถและปิดประตูรถลง เธอไปเดินทางเท้าข้างๆ
รถที่จอดอยู่ข้างทางก็เคลื่อนออกไปอย่างช้าๆ แต่ในที่ไม่ไกลมากนัก มีคนหนึ่งกำลังซ่อนอยู่อยู่หลังต้นไม้ และกำลังเปิดดูรูปที่แอบถ่ายหร่วนซือซือตอนลงจากรถเมื่อกี้
ผ่านไปชั่ววินาที เขาก็เก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋าอย่างพอใจ และเขาก็ดึงหมวกแก๊ปที่ใส่อยู่บนศีรษะมาปิดบังหน้าตัวเองไว้และรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ในห้องผู้ป่วยระดับวีไปพี ณ โรงพยาบาลจิงหวา
เย่หว่านเอ๋อนั่งดูรูปถ่ายในมือบนโซฟา ตัวเธอสั่นไปหมด
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอเห็นรูปพวกนี้กับตาตัวเอง เธอเองก็คงไม่อยากจะเชื่อว่าข้างกายอวี้อี่มั่วจะมีผู้หญิงอื่นจริงจริง!
ครั้งที่แล้วที่เธอได้ยินเสียงผู้หญิงในสายโทรศัพท์ เธอก็เริ่มเอะใจแล้ว แต่ตอนนี้อวี้อี่มั่วอธิบายให้เธอฟังแล้ว
ต่อมาเธอก็เห็นว่าโทรศัพท์ของอวี้อี่มั่วมีสายที่ไม่ได้รับหลายสาย เธอตั้งใจจดเบอร์ไว้และให้คนไปตามสืบ ปรากฏว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อหร่วนซือซือ และเธอทำงานอยู่ที่อวี้กรุ๊ป และเธอก็ได้ส่งคนไปสะกดรอบตามหร่วนซือซืออยู่ช่วงหนึ่ง คิดไม่ถึงเลยว่า ความสัมพันธ์ของเธอและอวี้อี่มั่วจะไม่ธรรมดาจริงจริง!
มือที่ขาวเรียวของเย่หว่านเอ๋อกำโทรศัพท์ไว้แน่น เธอกัดริมฝีปากของตัวเอง เธอไม่ทันระวังเลยออกแรงมากไปหน่อยทำให้ริมฝีปากของเธอมีเลือดออก
เดิมทีเธอคิดว่า หลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนไตเสร็จ เธอและพี่มั่วของเธอจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่คิดไม่ถึงว่า จะมีผู้หญิงคนหนึ่งใช้โอกาสในช่วงที่เธอป่วยยั่วยวนอวี้อี่มั่ว แบบนี้จะให้เธอทนต่อไปได้ยังไง!
ไม่ได้ เธอจะนั่งรอจุดจบเฉยๆแบบนี้ไม่ได้!
ไม่ว่าจะมีหร่วนซือซือแค่คนเดียว หรือต่อให้มีเป็นร้อยเป็นพันคน เธอก็จะไม่ยอมให้ใครมาแย่งพี่มั่วของเธอไปจากเธอเด็ดขาด!
พอกลับถึงบริษัท หร่วนซือซือก็ยุ่งอยู่กับการทำงานทั้งวัน หลังจากที่เธอนำเอกสารไปส่งที่ห้องเก็บเอกสานแล้ว ในระหว่างทางกลับ จู่ๆเสี่ยวหานก็มาขวางทางเธอเอาไว้
" เสี่ยวหาน ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่……"
"ฉันกำลังจะไปส่งแบบฟอร์มที่แผนกการเงิน " ในขณะที่เสี่ยวหานพูดเธอก็พลางดึงตัวหร่วนซือซือให้เข้ามาใกล้ๆ และเธอพูดเสียงเบาๆว่า " ซือซือ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอหน่อย "
เห็นท่าทีเธอจริงจังมาก หร่วนซือซือก็จริงจังตามเธอไปด้วย " มีอะไรรึเปล่า? "
" วันนี้ฉันเห็นยัยเฉิงลู่มาที่แผนกของเรา เธอมาหาเมิ่งจื่อหัน พวกเธอทั้งสองคุยกันอยู่นานมาก ลับลับล่อล่อ ตอนที่ฉันไปเติมน้ำแล้วเดินผ่านพวกเธอ ได้ยินแว่วๆว่าพวกเธอพูดถึงชื่อของเธอ แต่ว่ารายละเอียดในสิ่งที่พวกเธอพูดฉันได้ยินไม่ชัด……"
พอได้ยินเธอพูดแบบนี้ หร่วนซือซือก็ลังเล
เสี่ยวหานพูดต่อว่า " ยัยเฉิงลู่มักจะสร้างปัญหาให้เธออยู่บ่อยๆใช่ไหม? ฉันกังวลว่านางกับเมิ่งจื่อหันจะร่วมมือกัน……"
หร่วนซือซือได้ยินแบบนั้นก็หยุดชะงักไปสักพัก สุดท้ายก็เงยหน้ามองเธอและยิ้มให้เธอ " ฉันเข้าใจแล้ว เสี่ยวหาน ขอบคุณนะที่มาบอกฉัน "
เสี่ยวหานยิ้มให้เธอและกระซิบเธอเบาๆว่า " ไม่ต้องขอบคุณ ฉันแค่ไม่ชอบให้พวกเธอรังแกเธอ "
" เอาเถอะ เธอรีบไปส่งแบบฟอร์มได้แล้ว เรื่องนี้ฉันเข้าใจแล้ว "
เมื่อเสี่ยวหานจากไปแล้ว หร่วนซือซือก็รู้สึกกังวลใจ
ที่ผ่านมาเฉิงลู่จงใจหาเรื่องเธอมาตลอด เรื่องนี้เธอรู้ดี และเมิ่งจื่อหันก็ไม่ค่อยชอบหน้าเธอ ถ้าพวกเธอสองคนร่วมมือกันเพื่อจัดการเธอจริงๆ เธอเกรงว่าเธอจะไม่มีความสามารถมากพอในการเอาคืนพวกเธอ
ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งที่แล้วคนที่แอบถ่ายรูปเธอกับสวี่เฟิงหมิงและส่งให้กับคุณนายสวี่ก็คือเฉิงลู่ พวกเธอเอ่ยถึงชื่อเธอ ไม่น่าจะใช่เรื่องดีอะไรแน่ๆ
แค่ว่าตอนนี้ เธอไม่มีหลักฐานและไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงแค่ระวังตัวให้มากขึ้น
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ และเดินออกจากที่นั่น
ถ้าพวกเธอวางแผนจะทำอะไรกับเธอจริงๆ เธอก็จะไม่ยอมทนอยู่เฉยๆเด็ดขาด
ตั้งแต่ได้ยินจากเสี่ยวหานว่าเฉิงลู่และลู่จื่อหันมีลับลมคม หร่วนซือซือจึงระมัดระวังและรอบคอบกับการทำงานของตัวเองมากๆ สิ่งที่ดื่มและกินเข้าไปเธอก็ระวังมากเป็นพิเศษ ตลอดสองวันมานี้ ก็ไม่ได้มีเรื่องแปลกอะไรเกิดขึ้นกับเธอ
" ติ๊งต๊อง —— "
ในห้องทำงาน โทรศัพท์ของหร่วนซือซือดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาชำเลืองดู เมือเห็นเป็นชื่อที่เธอตั้งใจตั้งเอาไว้เป็นพิเศษ เธอก็ชะงักไปชั่วครู่
เพราะเธอเกรงว่าถ้าอวี้อี่มั่วติดต่อมาหาเธอแล้วคนอื่นจะสังเกตเห็น เธอเลยตั้งใจตั้งเบอร์ของเขาในโทรศัพท์เป็นอักษรย่อ
สองวันมานี้ เธอกับอวี้อี่มั่วไม่ค่อยได้เจอกันเลย ครั้งนี้เขาส่งข้อความมาหาเธอด้วยตัวเองแบบนี้ หรือว่าจะเริ่มลงมือได้แล้ว?
MANGA DISCUSSION