หร่วนซือซือร่างกายแข็งทื่อไปหมด รู้สึกเพียงแค่มีลมเย็นๆพัดเข้ามาถึงกระดูกสันหลัง ความเย็นยะเยือกแพร่กระจายเข้าสู่กระดูกนับร้อยชิ้น
เดิมทีที่สวี่เฟิงหมิงให้เธอทำงานอยู่ในห้องทำงานก็ทำให้คนอื่นๆครุ่นคิดไปไกลอยู่แล้ว ถ้าหากว่าเธอคิดอะไรไม่ดีกับเธอจริงๆแล้วล่ะก็ เธอควรที่จะทำอย่างไรดีนะ?
หนึ่งสัปดาห์จะว่านานก็นาน จะว่าสั้นก็สั้น แล้วเธอจะรับมือกับสวี่เฟิงหมิงอย่างไรดี?
"ซือซือจ๊ะ?"เสี่ยวห่านสบมองหร่วนซือซือที่นิ่งงันเป็นระยะเวลานาน ก่อนจะกุลีกุจอเอ่ยถามขึ้นว่า "เธอเป็นอะไรไปน่ะ?"
สติสตางค์ของเธอเหมือนจะพึ่งกลับมาแบบงงๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า "……ท่านรองประธานสวี่ทำไมนะ?"
เสี่ยวห่านพูดเสียงเบา "ได้ยินมาว่าเมื่อก่อนเขากับเลขาของเขามีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกันเอง แถมยังทำท่าทางเจ้าชู้ใส่นักศึกษาฝึกงานอีกสองสามคนด้วย สรุปแล้วชีวิตส่วนตัววุ่นวายสุดๆ! เธอออกจะสวยขนาดนี้ ต้องระมัดระวังเอาไว้ให้มากๆล่ะ!"
หร่วนซือซือพยักหน้าหงึกๆ หน้าอกเหมือนโดนหินก้อนใหญ่ทับเอาไว้ ทำให้มีอาการหายใจเข้าออกไม่สะดวกเท่าไหร่นัก
ตอนนี้เธอเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้งแล้ว ว่าทำไมเมิ่งจื่อหันถึงให้โอกาสนี้กับเธอ ที่แท้ก็เป็นเพราะเหตุผลนี้นี่เอง!
แต่ทว่าตอนนี้ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดก็ถือว่าสายไปเสียแล้ว เธอทำได้เพียงแค่ต้องก้มหน้าก้มตาทำต่อไปก็เท่านั้น
พริบตาเดียวก็ถึงช่วงเวลาบ่ายแล้ว หร่วนซือซือรวบรวมสมาธิอย่างไม่วอกแวก เพื่อรักษาประสิทธิภาพ อดทนจนจัดการกับเอกสารทั้งหมดจนเสร็จ
เธอลอบถอนหายใจเบาๆ ลุกขึ้นยืนก่อนจะนำเอกสารไปส่งให้สวี่เฟิงหมิงบนหน้าโต๊ะทำงาน "ท่านรองประธานสวี่คะ นี่คือเอกสารสำคัญที่คุณต้องการค่ะ……"
สวี่เฟิงหมิวไม่ได้เงยหน้าขึ้นสบมอง เขาตอบรับด้วยเสียงและพลิกเอกสารสัญญาในมือไปมาก่อนจะลุกขึ้นยืน น้ำเสียงเยือกเย็นทุ่มต่ำเอ่ยขึ้นว่า "เดี๋ยวอีกสักครู่ไปบาร์กับผม ไปพบกับคนสำคัญสองสามท่านของโครงการเฮิงซิ่น"
โครงการเฮิงซิ่นคือโครงการที่ทำให้สวี่เฟิงหมิงถูกเรียกตัวกลับมาจัดการเป็นโครงการแรก หลักสำคัญคือการพัฒนาและควบคุมประสิทธิภาพในการผลิตสินค้ากับบริษัทคู่ค้ารายใหม่ทันที ถือได้ว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ค่อนข้างสำคัญมากๆอีกหนึ่งก้าวของอวี้กรุ๊ปเลยก็ว่าได้
เมื่อเห็นท่าทางเคร่งเครียดของสวี่เฟิงหมิง หร่วนซือซือลอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบรับแล้วรีบไปจัดเตรียมสัมภาระ
ตามสวี่เฟิงหมิงจนมาถึงโรงแรมนานาชาติเจียงโจว เมื่อหวนคิดถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในโรงแรมแห่งนี้แล้ว เธอก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะกัดฟันเข้าหากันแน่นแล้วกดข่มความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้แล้วจึงเดินตามสวี่เฟิงหมิงเข้าไปในโรงแรม
ครั้งที่แล้วเธอโดนหวังเหล่ยและหยางเย่รังแก มีเรื่องกันนิดหน่อย หลังจากนั้นเป็นต้นมา โรงแรมนานาชาติเจียงโจวแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนกับเป็นเรื่องราวที่ไม่น่าจดเท่าไหร่นักสำหรับเธอ แต่ทว่าวันนี้กลับได้มองเห็นภาพที่คุ้นเคย ขึ้นลิฟต์ที่คุ้นตาอีกครั้ง เธอกลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก
ในระหว่างที่ขึ้นลิฟต์ เธอมองตัวเลขที่ค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเชื่องช้า หวนนึกถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งก่อน ก็อดไม่ได้ที่จะมีสีหน้าถอดสี
สวี่เฟิงหมิงที่ยืนดูทางด้านหน้าเหลือบหันมามองเล็กน้อยก่อนจะกำชับเสียงเข้มว่า "อีกเดี๋ยวก็จะถึงแล้ว ร่าเริงหน่อย อย่าแข็งทื่อมากจนเกินไปล่ะ เข้าใจไหม?"
หร่วนซือซือสูดหายใจเข้าลึกๆ มือบางกำเข้าหากันแน่นก่อนจะตอบรับคำไป "ทราบแล้วค่ะท่านรองประธานสวี่"
เมื่อเดินตามสวี่เฟิงหมิงเข้ามาในตัวห้อง ประตูก็ถูกเปิดออก ก่อนจะพบกับโต๊ะตัวใหญ่ที่สามารถนั่งด้วยกันได้สิบคน มีคนนั่งอยู่ประมาณห้าหกคนแล้ว ทั้งหมดเป็นผู้ชาย
ทุกคนกำลังพูดคุยอย่างออกรส เมื่อเห็นสวี่เฟิงหมิง พวกเขาก็ค่อยๆทยอยทักทายเขา
"เจ้าสวี่เจ้าเพื่อนยาก เหลือแค่นายคนเดียวแล้ว แถมนายยังมาสายอีก เดี๋ยวจะโดนลงโทษสามแก้ว"
"ในเมื่อผู้จัดการหลิวเอ่ยปากมาขนาดนี้แล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัวแล้วล่ะ สามแก้วนี้ ฉันดื่มแน่!"
สวี่เฟิงหมิงยิ้มกว้าง ยังไม่ทันขาดคำ ก็หยิบขวดเหล้าขาวขวดหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมารินใส่แก้ว ก่อนจะยกซดจนหมดทั้งสามแก้วติดกันลงท้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้มไม่เปลี่ยน
ทุกคนเริ่มพูดคุยอย่างสนุกสนานเสียงดังอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นใครที่สังเกตเห็นหร่วนซือซือที่อยู่ทางด้านหลังของสวี่เฟิงหมิง ก่อนจะหัวเราะหึหึแล้วพูดขึ้นว่า "เจ้าสวี่เจ้าเพื่อนยาก นายทำแบบนี้ไม่เมตตาไปหน่อยหรือ นายลงโทษตัวเองสามแก้ว ทำไมไม่ให้ผู้ช่วยดื่มด้วยกันสามแก้วด้วยล่ะ?"
คนคนนั้นพูดเอ่ยขึ้น ในช่วงเวลานั้นเอง สายตาทุกคู่ของทุกคนก็หันไปมองทางหร่วนซือซือทันที
เดิมทีคนในห้องนี้ก็เป็นผู้ชายทั้งหมด หร่วนซือซือที่ตามสวี่เฟิงหมิงมาก็เหมือนกับว่าจะเป็นคนละประเภทกันเห็นๆ บวกกับริมฝีปากแดงๆของเธอเข้าไปอีก ยิ่งทำให้คนยากที่จะละสายตาจากไป ดังนั้นจึงดึงดูให้พวกเขาอยากที่จะแกล้งเธอกันเข้าไปใหญ่
หร่วนซือซือยืนอยู่ที่เดิม ได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักคำ
สวี่เฟิงหมิงหันไปสบตามองเธอหนึ่งครั้ง นิ่งเงียบไปสองวินาทีก่อนที่เสียงทุ่มต่ำจะเอ่ยขึ้นว่า "ยังไม่ชัดหรือไงว่าควรจะต้องทำอย่างไรต่อ? ทำไมไม่เคารพกฏแบบนี้!"
หร่วนซือซือชะงักนิ่งไม่ไหวติง ใบหน้าซีดเผือกไร้สีสัน
สวี่เฟิงหมิงหมายความว่าอย่างไรกัน? หรือว่าที่เขาพาเธอมาก็เพื่อมาให้เป็นเพื่อนดื่มเหล้าด้วยกันอย่างนั้นหรือ?
หร่วนซือซือขบเม้มริมฝีปาก "ท่านรองประธานสวี่คะ……"
"ไม่ต้องพูดอะไรที่ไม่ช่วยให้มันมากนัก มาดื่มเหล้าเดี๋ยวนี้!"
สวี่เฟิงหมิงพูดไปพลางโบกมือเป็นนัยว่าให้พนักงานที่อยู่ทางด้านข้างรินเหล้าให้
พนักงานหยิบเหล้าขาวขึ้นมาพร้อมกับแก้วใบเล็กสามใบ รินจนเต็มแก้ว ก่อนจะยกไปตรงหน้าของหร่วนซือซือ
เมื่อสบมองเหล้าขาวสามแก้วตรงหน้า ทั้งเงยหน้าขึ้นสบมองทุกคนในห้อง หร่วนซือซือก็รับรู้อย่างแจ่มแจ้งในทันทีว่าเธอจะต้องดื่มเหล้าพวกนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้
ฟันถูกขบกัดเข้าหากันแน่น เธอส่งยิ้มเกร็งออกไปนึ่งครั้งก่อนจะพูดว่า "ทุกท่านคะ ต้องขอประธานโทษด้วยนะคะ ฉันดื่มไม่ค่อยเป็นน่ะค่ะ แต่ว่าเหล้าพวกนี้ไหนๆก็เทแล้ว สามแก้วนี้ฉันคงจะไม่อาจปฏิเสธได้แล้วล่ะค่ะ"
เมื่อพูดดังนั้นแล้ว ชายหนุ่มในห้องต่างพากันตอบรับเป็นอย่างดี ก่อนจะสบมองเธอด้วยท่าทางสนใจ
หร่วนซือซือสูดหายใจเข้าปอดลึกๆแรงๆหนึ่งที ประคองแก้วเหล้าขึ้นก่อนจะยกซด ความแสบร้อนของของเหลวไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะ ก่อนจะให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก
เมื่อดื่มแก้วแรกไป ภายในตัวห้องมีคนตะโกนร้องเสียงดัง มีคนยิ้มเยาะ หน่วนซือซือตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง หยิบแก้วที่สองขึ้นมาก่อนจะดื่มมันลงไป
จนกระทั่งเหล้าแก้วที่สามลงสู่ท้อง หร่วนซือซือรู้สึกได้ว่ากระเพาะของเธอเย็นเฉียบเป็นลำดับแรก ไม่นานนัก ก็มีความแสบร้อนตีรวนขึ้นมาทันที
มองเธอดื่มมันลงไป สวี่เฟิงหมิงไม่พูดอะไรออกมาสักคำ เขานั่งลงก่อนจะพูดคุยแล้วดื่มเหล้ากับบรรดาผู้จัดการทั้งหลาย
ผ่านไปไม่นานนัก ฤทธิ์ของเหล้าก็เริ่มทำงาน หร่วนซือซือรู้สึกร้อนไปทั่วเนื้อทั่วตัวไปทั้งร่าง แม้กระทั่งลมหายใจยังรู้สึกได้ถึงความถี่ขึ้นเล็กน้อย
แต่ไหนแต่ไรมาเธอก็ดื่มไม่ค่อยจะเป็น มาวันนี้อยู่ๆก็ดื่มเหล้าขาวแรงๆเข้าไปถึงสามแก้ว ทั้งยังในสถานการณ์ที่ยังไม่ได้ทานอะไรลงไปแบบนี้อีก ยังไงๆก็เริ่มคุมไม่อยู่เป็นธรรมดาอยู่แล้ว
"เรื่องเกี่ยวกับโครงการเฮิงซิ่น ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านรองประธานสวี่จะสามารถตัดสินใจอะไรได้บ้าง ถ้าหากว่าทำได้ ทางพวกเราก็จะยินดีที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการในอีกระดับหนึ่ง"
เมื่อฟังผู้จัดการของอีกฝ่ายพูดมาดังนี้แล้ว สวี่เฟิงหมิงยกยิ้ม แต่ทว่ารอยยิ้มกลับไปไม่ถึงดวงตา "ตอนนี้เป็นผมที่กำลังรับผิดชอบในส่วนของโครงการนี้ครับ หากผมไม่มีสิทธิขาดงั้นใครจะมีสิทธิล่ะครับ? อวี้อี่มั่วงั้นหรือ?"
เมื่อพูดคุยกันไปมา บรรยากาศโดยรอบกลับเย็นยะเยือกมากยิ่งขึ้น แลกเปลี่ยนสายตากันไปมาบนโต๊ะเหล้า ก่อนที่จะมีเสียงกระแอมไอดังขึ้นอย่างน่าอึดอัด
สวี่เฟิงหมิงเห็นสถานการณ์ดังนั้น หันไปมองทางหร่วนซือซือด้วย นัยน์ตาเยือกเย็นจนสามารถกดดันคนได้ "ไปดื่มให้ผู้จัดการหลิวหนึ่งแก้วสิ"
หร่วนซือซือขมวดคิ้วเบาๆก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า"ท่านรองประธานสวี่คะ ฉันพูดไปแล้วนะคะเมื่อสักครูนี้ ฉันดื่มเหล้าไม่ค่อยเป็น……"
สวี่เฟิงหมิงมีสีหน้าดุดันทันที "เมื่อกี้ดื่มไปได้ตั้งสามแก้ว ตอนนี้ดื่มไม่ได้แล้วหรืออย่างไร?"
เมื่อเขาพูดประโยคนี้ออกมา บรรยากาศในตัวห้องกลับเย็นยะเยือกขึ้นเป็นเท่าตัว หร่วนซือซือขมเม้มริมฝีปากแน่น ประคองแก้วเหล้าเอาไว้ในมือ ก่อนจะเดินตรงไปทางผู้จัดการหลิว เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ "ผู้จัดการหลิวคะ เหล้าแก้วนี้ฉันดื่มให้คุณค่ะ"
เมื่อดื่มเหล้าไปแล้วสามรอบ หร่วนซือซือดื่มเหล้าเข้าไปแล้วหลายแก้ว ในท้องมีอาการแสบร้อนไปหมด รู้สึกมึนศีรษะจนยืนแทบจะไม่อยู่แล้ว
ยังดีที่การพูดคุยและดื่มเหล้าสิ้นสุดลงแล้ว ไม่อย่างงั้นเธอคงจะต้องเมามายไม่มีสติแน่ๆ
สวี่เฟิงหมิงเองก็ดื่มเข้าไปไม่น้อย ฝีเท้าก้าวเดินอย่างสะเปะสะปะเล็กน้อย เกือบจะล้มอยู่ก็ตั้งหลายหน
หร่วนซือซือสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินตามเขาออกมาจากโรงแรมแล้วเอ่ยเสียงเตือนเบาๆว่า "ท่านรองประธานสวี่คะ ระวังหน่อยค่ะ"
รถยนต์มาหยุดจอดอยู่ที่หน้าบริเวณบันไดที่ประตูใหญ่ของโรงแรม สวี่เฟิงหมิงชนนั่นชนนี่ไปหมด หร่วนซือซือมองด้วยความหนักใจก่อนจะกุลีกุจอเข้าไปช่วยพยุงเขา
เธอพยุงเขาแบบนี้ ร่างกายของสวี่เฟิงหมิงจึงเอนตัวพิงมาทางเธอ หร่วนซือซือเข่าอ่อนเกือบจะยืนไม่ได้
ทางด้านข้าง มีรถคันหนึ่งจอดอยู่ข้างถนน เฉิงลู่ที่นั่งอยู่บนรถ มองออกมาที่ด้านนอกของกระจก กล้องถ่ายรูปหันไปทางด้สนนั้นก่อนที่จะไม่หยุดกดบันทึกภาพเอาไว้
เมื่อบันทึกภาพได้หลายภาพแล้ว เธอก็เลื่อนดูรูปภาพเหล่านั้นไปมา ก่อนอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากออกมา
ครั้งนี้ เธอร่วมมือกับเมิ่งจื่อห่าน และไม่เชื่อว่าครั้งนี้หร่วนซือซือจะรอดไปได้อย่างแน่นอน
MANGA DISCUSSION